ช่างรับเหมา ผันตัวเป็นโจร ตระเวนขโมยอุปกรณ์ช่าง สารภาพอุปกรณ์ไม่พอใช้

ช่างรับเหมา ผันตัวเป็นโจร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรกุดรังจังหวัดมหาสารคาม

ช่างรับเหมา ผันตัวเป็นโจร นำทีมบุกรวบตัวนายพงษ์ศักดิ์ หรือเอก อายุ 55 ปี ขณะที่กำลังหาปลาอยู่ที่หนองน้ำข้างทาง พร้อมนำตรวจค้นที่บ้านพัก พบเครื่องมือช่างจำนวนมากจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบถามนายกำพล อายุ 33 ปี เบื้องต้นทราบว่า สืบเนื่องมาจากนายปรีชา อายุ 65 ปี บิดาของตน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคามว่า มีคนร้ายได้เข้าไปขโมยทรัพย์สินจำนวน 6 รายการ

ช่างรับเหมา

ประกอบด้วยแท็บเล็ต, เลื่อยวงเดือนไฟฟ้า, สว่านไฟฟ้า, เครื่องไฟเบอร์ตัดเหล็ก, เครื่องเจีย และเงินสดจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดที่เพิงพักคนงานก่อสร้างเขตบ้านโสกขุ่น ต.กุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม

ต่อมาตนได้ทำการตรวจสอบสัญญาณ GPS ของเครื่องแท็บเล็ตที่สูญหายไปพบว่ามีการเปิดใช้งานที่พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรกูรัง จึงได้ประสานมายังชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์

โดยตรวจสอบสัญญาณของเครื่องแท็บเลตพบว่าอยู่ภายในรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิรุ่นไทรตันสีดำ หมายเลขทะเบียน บย9906 กาฬสินธุ์ ซึ่งจอดอยู่ริมถนนสายกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด

จึงได้เข้าตรวจสอบซึ่งพบนายพูนศักดิ์กำลังหาปลาอยู่หนองน้ำใกล้เคียงกับรถ จึงได้แสดงตัวขอค้นภายในรถ พบแท็บเลตอยู่ในช่องเก็บของข้างเบาะแค็บบริเวณด้านหลังคนขับ และพบกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินวางอยู่ตรงกลางเบาะแค็บ

ภายในกล่องพบสว่านไฟฟ้าอยู่ภายในกล่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ได้ยอมรับโดยสมัครใจว่าได้ก่อเหตุลักขโมยอุปกรณ์ช่างมาจากบริเวณสถานที่ก่อสร้างบ้านโสกขุ่น อำเภอกุดรังจังหวัดมหาสารคามจริง

หลังจากนั้นชุดจับกุมจึงพาไปตรวจค้นที่บริเวณบ้านพร้อมยึดเอาทรัพย์สินอื่น ที่ซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักและได้พบของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านพักจำนวนหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางประกอบการสอบสวน

โดยผู้ต้องหาอ้างว่าสาเหตุที่ขโมยอุปกรณ์การช่างเนื่องจากตนเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง ช่วงนี้มีงานก่อสร้างเยอะหาอุปกรณ์ใช้งานไม่เพียงพอ จึงได้ก่อเหตุขโมยอุปกรณ์ช่างมาดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฝากประชาสัมพันธ์ผู้ที่คิดว่าถูกหัวขโมยรายนี้เข้าขโมยทรัพย์สินภายในบ้านของตนเอง สามารถมาตรวจดูทรัพย์สินเครื่องมือต่างๆ ได้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ได้ในเวลาราชการ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สารวัตรกำนัน

สารวัตรกำนัน เลือดร้อนยิงวัยรุ่นดับ 1 สาหัส 1 หลังเจอคำท้า “แน่จริงก็ยิงเลย”

สารวัตรกำนัน เลือดร้อนยิงวัยรุ่นดับ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุระทึก สารวัตรกำนันในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นในหมู่บ้านจนเสี่ยชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ก่อนที่สารวัตรกำนันคนดังกล่าวจะยอมเข้ามอบตัว

สารวัตรกำนัน เลือดร้อนยิงวัยรุ่นดับ โดยเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งคนถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต 1 ราย และ มีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านดงป่างิ้ว หมู่ที่ 7 ตำบลมะขุนหวาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ จึงเข้าตรวจสอบพร้อมกับชุดสืบสวน แพทย์ และ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กู้ภัยนพรัตน์พรกุศล เชียงใหม่ เข้าร่วมตรวจสอ

ที่เกิดเหตุพบศพ นายไพโรจน์ อายุ 24 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณกลางหลังทะลุปอด นอนเสียชีวิต ใกล้กันพบร่างนายวิษณุ อายุ 22 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณด้านหลังจำนวน 1 นัด กระสุนฝังในอาการสาหัส หน่วยกู้ภัยรีบนำส่งโรงพยาบาล

สารวัตรกำนัน

บริเวณเดียวกันพบรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน งลว 267 เชียงใหม่ ของผู้เสียชีวิตล้มอยู่ และ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จำนวน 3 ปลอก และ กระสุนปืนที่ถูกยิงแต่คาดว่ากระสุนด้านตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 นัด

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าคือ นายอานนท์ อายุ 51 ปี สารวัตรกำนันตำบลมะขุนหวานและอยู่บ้านติดกับที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้พยายามให้คนในครอบครัวเกลี้ยกล่อม จนในที่สุดยอมมอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บเคยถูกนายอานนท์จับกุมในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้ไปดื่มสุราและขี่รถจักรยานยนต์มาพบเจอกับนายอานนท์โดยบังเอิญ ดูบอลออนไลน์ จึงจอดและเข้าไปต่อว่านายอานนท์เพราะไม่พอใจที่ถูกจับจนเกิดทะเลาะกัน ขณะที่นายอานนท์อ้างว่าอยู่คนเดียวเกรงถูกรุมทำร้าย จึงชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่

แต่อีกฝ่ายได้มีการท้าทายเกิดขึ้น บอกว่า “แน่จริงก็ยิงเลย” เพราะคิดว่านายอานนท์ คงไม่กล้า ด้วยความโมโห นายอานนนท์จึงยิงไปทางกลุ่มวัยรุ่น จำนวน 3 นัด กระสุนถูกกลุ่มวัยรุ่น 2 คน คนละ 1 นัด อีกนัดนึงยิงพลาด

ต่อมามีพลเมืองดีผ่านมา นายอานนท์พยายามจะยิงพลเมืองดีด้วย แต่กระสุนด้านทำให้ยิงไม่ออก จึงคัดกระสุนที่ด้านทิ้ง ก่อนจะรีบขี่รถหลบหนีไป กระทั่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีกดดันอย่างหนักและให้ทางครอบครัวเกลี้ยกล่อม นายอานนท์ จึงยินยอมเข้ามอบตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่า คุมตัวไว้สอบสวน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ประหารอย่างเดียว

ประหารอย่างเดียว ญาติ “น้องชาร์ป” ไม่ให้อภัยชายเมายา ยิงเด็ก

ประหารอย่างเดียว ความคืบหน้า กรณีหนุ่มวัย 40 เสพยาจนคลั่ง ก่อนลากปืนลูกซอง 5 นัด ยิงกราดใส่ชาวบ้านในงานศพ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย คือ “น้องชาร์ป” เด็กชายยอดกตัญญู วัย 14 ปี ญาติต้องการให้ประหารชีวิตฆาตกร

ประหารอย่างเดียว ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีหนุ่มวัย 40 ปี เสพยาจนคลั่ง ก่อนลากปืนลูกซอง 5 นัด ยิงกราดใส่ชาวบ้านและช่างเครื่องไฟจนกระสุนหมด ขณะกำลังเตรียมงานศพ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ “น้องชาร์ป” เด็กชายยอดกตัญญู วัย 14 ปี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ยายของน้องชาร์ป วอนหน่วยงานภาครัฐช่วยเอาใจใส่ปัญหายาเสพติด ขณะที่ต้องการให้กฎหมายดำเนินคดีคนร้ายถึงที่สุด คือประหารชีวิต เพราะไม่ต้องการเห็นหน้าคนที่ฆ่าหลานชาย และไม่ต้องการให้คนร้ายไปก่อเหตุกับใครอีก

ประหารอย่างเดียว

สำหรับบรรยากาศที่ศาลาการเปรียญภายในวัดศรีรัตนาราม ภายในหมู่บ้านชอนสมบูรณ์ ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของ เด็กชาย ภูบดี หรือ น้องชาร์ป อายุ 14 ปี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะครูและนักเรียนชาย-หญิง ชั้นมัธยมฯ ปีที่ 2 โรงเรียนบ้านชอนสมบูรณ์ เพื่อนห้องเดียวกับน้องชาร์ป ได้เดินทางมาร่วมงาน และเข้ากราบศพเป็นการไว้อาลัย

ขณะที่ นายชัย ภู่เจริญชัยวรรณ นายอำเภอหนองม่วง ได้นำพวงหรีดจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มาร่วมแสดงความไว้อาลัยศพ พร้อมกันนี้นายอำเภอหนองม่วงได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 2,000 บาท ด้วย จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านของ นางสาว สำเริง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 ตำบลชอนสมบูรณ์ พร้อมด้วยทหารรักษาความสงบเรียบร้อย

เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและให้กำลังต่อ นางจำนง อายุ 87 ปี ยายทวดของน้องชาร์ป ที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ใต้ถุนบ้าน โดยได้นำถุงยังชีพไปมอบให้เบื้องต้น ซึ่งพบว่าบริเวณบ้านกำลังมีการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้น 1 หลัง โดยผู้เป็นยายเป็นผู้สร้างให้ และแบ่งเป็นห้องของน้องชาร์ป 1 ห้อง ภายในห้องทาสีเทาตามที่น้องใฝ่ฝันอยากจะได้ แต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงเสียก่อน

จากนั้นนายอำเภอหนองม่วงได้เดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 4 ห่างจากกบ้านน้องชาร์ปไปประมาณ 100 เมตร อยู่ติดถนนกลางหมู่บ้าน ซึ่งกำลังจัดงานพิธีสวดพระอภิธรรมศพของชายสูงอายุ โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณเต็นท์ข้างบ้านงาน ส่วนบ้านผู้ก่อเหตุอยู่ตรงข้ามกัน

ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่กำลังมีการลองเครื่องเสียง น้องชาร์ป มาช่วยเดินสายไฟอยู่กลางเต็นท์วิเคราะห์บอล ส่วนผู้บาดเจ็บยืนอยู่ด้านข้างเต็นท์ นายมนตรี อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสพยาบ้าเข้าไปถึง 7 เม็ด ผสมกับดื่มสุราเข้าไป ทำให้ได้ยินเสียงเครื่องเสียงเปิดจนเกิดอาการประสาทหลอน คิดว่าจะมีคนมาฆ่า จึงเดินถือปืนลูกซองยาวนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว เดิมข้ามฝั่งตรงมาที่หน้าบ้านงาน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงไปที่เครื่องเสียงบนรถ 1 นัด

 

จังหวะนั้นเอง น้องชาร์ป ยืนอยู่ในเต็นท์ มองเห็นตัวชัดเจน ทำให้ถูกนายมนตรีใช้อาวุธปืนจ่อยิง 1 นัด กระสุนถูกกลางอกทะลุหลัง ก่อนพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่น้องชาร์ปวิ่งไปได้เพียง 3 ก้าว ก็ล้มลงขาดใจตายต่อหน้าคนในงานหลายสิบคน

เท่านั้นยังไม่พอ นายมนตรียังยิงปืนอีก 1 นัด กระสุนถูกเจ้าของเครื่องไฟได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ตำรวจได้นำกำลังมาดักซุ่มอยู่จนผู้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อหลบหนี จึงถูกชาร์จตัวเอาไว้ได้ทัน ส่วนอาวุธปืนของกลางเก็บซ่อนไว้ในบ้าน ทางตำรวจจึงไปตรวจยึดนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี

ด้าน พันตำรวจเอก สมศักดิ์ หน่องพงษ์ ผู้กำกับการ สภ.หนองม่วง ลพบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามยามฆ่าผู้อื่น มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยได้นำตัวคนร้ายส่งฝากขังศาลจังหวัดลพบุรี ยังไม่มีญาติขอประกันตัวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการสรุปสำนวนส่งฟ้อง

ขณะนี้ได้ส่งหลักฐานไปตรวจพิสูจน์ เพื่อรอผลคดี เมื่อครบแล้วจะสรุปส่งฟ้องโดยเร็ว

ในขณะเดียวกัน ชาวโซเชียลที่ได้ทราบเหตุการณ์น่าสลดดังกล่าว ซึ่งหลายคนรู้จักน้องชาร์ป ก็ได้โพสต์แสดงความอาลัยกันอย่างมากมาย …

รถเครื่องประสานงา

รถเครื่องประสานงา-ชนยับอัดเละกลางถนน ตายคาที่ 1 ศพ

รถเครื่องประสานงา ร้อยตำรวจเอกธนกานต์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต

รถเครื่องประสานงา ที่บริเวณหน้าร้านคำไผ่วัสดุ บ้านคำไผ่ ต.หนองกุง อ.เมือง ถนนสายกาฬสินธุ์ – อ.สหัสขันธ์
จึงเข้าทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัย ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นายอัมริน อายุ 62 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.บึงวิชัย อ.เมือง ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กฎ 3467 กาฬสินธุ์

รถเครื่องประสานงา

ใกล้พบผู้บาดเจ็บเป็น ชายอาการสาหัส ทราบชื่อ คือ นายภาณุพล อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเทน่า หมายเลขทะเบียน กธล 113 กาฬสินธุ์ สภาพพังเสียหายยับเยินทั้งสองคัน

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เทน่า ได้ขับมาจากทางอำเภอสหัสขันธ์ กำลังมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ รถจักรยานยนต์ของผู้ตายได้ขับออกมาจากซอยกะทันหัน ทำให้รถทั้งสองคันพุ่งชนกันอย่างจัง ทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่และบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เปิดคำสารภาพ

เปิดคำสารภาพ ผัวหึงโหด นาทียิงเมียดับคาร้านชำ อ้างปืนลั่น

เปิดคำสารภาพ หนุ่มหึงโหดใช้ปืนลูกซองจ่อยิงเมียดับคาร้านขายของชำ เข้ามอบตัวแล้วเพราะทนแรงกดดันตำรวจไม่ไหว

เปิดคำสารภาพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. นายรณชัย อายุ 28 ปี เข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.ดิเรก เอี่ยมแล พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาบางแกรก อ.หนองฉาง หลังก่อเหตุใช้ปืนลูกซองสั้นยิง น.ส.รัตติกาล อายุ 28 ภรรยาของตนจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อบ่ายวานนี้ (3 พ.ย.) เหตุเกิดบริเวณร้านขายของชำ หมู่ 1 ทางแยกบ้านเขาน้อย ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

เปิดคำสารภาพ

แล้วขี่จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กทจ 640 อุทัยธานี หลบหนีไปหลบซ่อนตัวในไร่อ้อยหมู่ที่ 15 ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 13 กิโลเมตร ทั้งคืน หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจับกุมกดดันอย่างหนัก จนกระทั่งตัดสินใจเข้ามอบตัว

โดยเจ้าหน้าที่นำตัวไปชี้จุดจอดรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุที่ไร่อ้อย ส่วนปืนลูกซองสั้นที่ใช้ก่อเหตุผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะยังไม่พบปืนกระบอกดังกล่าว

เบื้องต้น นายรณชัย อ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจยิงภรรยาทีแรกตั้งใจขู่ขอคืนดี แต่เนื่องจากระหว่างที่ภรรยาหนีลงจากจักรยานยนต์เข้าไปของความช่วยเหลือจากคนในร้านขายของชำ

ตนถือปืนตามลงไปดึงตัวกลับนั้น เกิดยื้อแย่งปืนกันขึ้นจนปืนลั่นโดนภรรยาเสียชีวิต ตนจึงตัดสินใจทิ้งปืนแล้วขับจักรยานยนต์หลบหนีไปกบดานในไร่อ้อยทั้งคืนกระทั่งช่วงบ้ายวันนี้จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว

ขณะที่ นางดรุณี เจ้าของร้านขายของชำ ที่มีคนไปยิงกันในร้านจนเสียชีวิต เปิดเผยว่า ยังตกใจและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาต้องให้ญาติหลายคนไปอยู่เป็นเพื่อน และตั้งใจจะนิมนต์พระมาปัดเป่าให้เกิดความเป็นมงคลต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

รวบโจรแสบ

รวบโจรแสบ-ออกอุบายขอเหยื่อให้ช่วยลากรถจอดเสีย ก่อนใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์

รวบโจรแสบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ระยอง ได้ทำการจับกุม นายวิศรุต หรือบอย อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยองที่ จ.463/2561 ลงวันที่ 26 ตุลาคม 2561

รวบโจรแสบ โดยต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือกระทำความผิดหรือพาเอาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัวและกรณีไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์”

รวบโจรแสบ

ทั้งนี้ ยังตรวจสอบพบมีหมายจับศาลจังหวัดระยองที่ จ.282/2561 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ต้องหากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไปหรือ เพื่อให้พ้นจากการจับกุมหรือรับของโจร จึงนำบันทึกส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านกร่ำ จ.ระยอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับ นายวิศรุต หรือบอย อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปจับกุมได้ที่บ้านญาติ ที่ ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี หลังก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์รถยนต์กระบะ โตโยต้า รุ่น วีโก้แคป สีบรอนทอง ทะเบียน บล 6226 ระยอง และทรัพย์สินของ นายบุรี และ นางพิกุล (ขอสงวนนามสกุล) 2 สามีภรรยา ไปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561

โดย พฤติกรรมในการก่อเหตุได้ทำทีเข้ามาขอความช่วยเหลือจาก 2 สามีภรรยา โดยแจ้งว่า รถเสียขอให้ สองสามีภรรยา ไปช่วยลากรถยนต์ที่จอดเสียอยู่ข้างทาง และเมื่อสองสามีภรรยาหลงกลไปช่วยเหลือก็ใช้อาวุธปืนจี้บังคับ เอาทรัพย์สินในตัว ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมรถยนต์ คันดังกล่าว จนล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวจับกุมคนร้ายได้ ตามรายงานที่กล่าวมา

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ป่วนปัตตานี

ป่วนปัตตานี บุกยิงทหารกลางตลาดยะหริ่ง เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 ศพ

ป่วนปัตตานี 2 เหตุการณ์ ยิงทหารดับ 2 ขณะอีกเหตุยิงชาวบ้านเจ็บ 1 เชื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

ป่วนปัตตานี เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ร.ต.ท.เจตรินทร์ เจตนุรักษ์รอง สว.สอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุ คนร้ายยิง เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย.ทพ.4203 ประจำหน่วยเฉพาะกิจ 42 บริเวณในตลาดนัดบ้านตันหยงดาลอ หมู่ที่ 2 ต. มะนังหยง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ อส.ทพ.วราพันธ์ ขุนทอง อายุ 22 ปี เสียชีวิต ทันทีในทีเกิดเหตุและ อส.ทพ.อาทร ทั่วจบ อายุ 23 ปี ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เสียชีวิตระหว่างนำส่ง โรงพยาบาลยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ป่วนปัตตานี

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 4 คน ขับขี่รถจักรยายน ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน จำนวน 2 คัน เป็นพาหนะ

ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิง เจ้าหน้าที่ อส ทพ. สังกัด ร้อย.ทพ.4203 ฉก.ทพ.42 ทำให้เสียชีวิต ดังกล่าว นอกจากนี้ มีชาวบ้านทีอยู่ในเหตุการณ์ตกใจ 1 ราย ถูกนำส่ง รพ.อีกด้วย

ส่วนประเด็นและสาเหตุ ร.ต.ท.เจตรินทร์ เจตนุรักษ์รอง สว.สอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้าที่ เมื่อเวลา 15.50 น. ร.ต.อ.สมเจต ทองแผ่น

ร้อยเวร สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุ คนร้ายยิงชาวบ้านบริเวณ ม.4 ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ นายอรุน อายุ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบสวนทราบว่าเหตุเกิดขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทำธุระในพื้นที่ระหว่างทางได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดยิงใส่ก่อนหลบหนีไป ส่วนประเด็นและสาเหตุ ร.ต.อ.สมเจต ทองแผ่น ร้อยเวร สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อยู่ระหว่างการสอบสวนและสืบสวน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ในบ้านแท้ๆ

ในบ้านแท้ๆ คนร้ายแอบย่องหวังขืนใจ สาวขัดขืนถูกมีดแทงคอเจ็บ ก่อนชิงหลบหนี

ในบ้านแท้ๆ เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม 61 พันตำรวจโท มนตรี สีสุธรรม สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองยโสธร ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านก่อนจะใช้อาวุธมีดแทงคอลูกสาวเจ้าของบ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ในบ้านแท้ๆ โดยในที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น และเปิดเป็นร้านรับซักรีดเสื้อผ้า บริเวณชั้นล่างพบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวจากประตูทางเข้าไปจนถึงห้องนอนที่บริเวณชั้น 2 ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอจนเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากและมีเพื่อนบ้านได้นำตัวส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลยโสธรก่อนหน้านั้นแล้ว ทราบชื่อ นางสาวเบ็ญจพร อายุ 20 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้าน

ในบ้านแท้ๆ

จากการสอบถาม นางวิภาดา พิลา อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน บอกว่า ที่บ้านจะเปิดเป็นร้านรับซักรีดเสื้อผ้า ก่อนเกิดเหตุก็จะปิดบ้านแล้วพากันเข้านอนตามปกติ โดยตนจะนอนอยู่บริเวณชั้นล่างส่วนลูกสาวจะนอนที่ห้องนอนบริเวณชั้น 2 จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณตีสามที่ผ่านมาตนตกใจตื่นขึ้น หลังจากที่ลูกสาวของตนร้องขอความช่วยเหลือและวิ่งลงมาจากชั้น 2 พร้อมกับมีเลือดไหลออกจากบริเวณลำคอเป็นจำนวนมาก

ซึ่งลูกสาวบอกว่ามีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้านก่อนจะเข้าไปหาลูกสาวภายในห้องนอนจะทำมิดีมิร้ายแต่ลูกสาวได้ขัดขืน จึงเกิดการต่อสู้กันก่อนที่คนร้ายจะชักอาวุธมีดที่พกติดตัวไปแทงเข้าที่บริเวณลำคอของลูกสาว 1 ครั้ง จนเลือดไหลแล้วคนร้ายก็อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีออกจากบ้านไป ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะงัดประตูหลังบ้านแล้วแอบเข้ามาในบ้านก่อนจะเข้าไปหาลูกสาวของตนที่นอนอยู่บริเวณชั้น 2

ในขณะที่ นายเชาวลิต นาคจินวงษ์ อายุ 32 ปี เพื่อนบ้านที่มีบ้านพักอยู่ติดกันเล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนได้ยินเสียงดังโครมครามมาจากบริเวณชั้น 2 ของตัวอาคารเหมือนคนทะเลาะกันตนจึงวิ่งขึ้นไปดูบนชั้น 2 ของบ้านตัวเองแต่ไม่พบอะไรผิดปกติ จึงวิ่งออกไปหน้าบ้านและพบกับผู้บาดเจ็บในสภาพเลือดอาบ

พร้อมกับบอกกับตนว่ามีคนร้ายเป็นชายลักษณะผอมๆ และใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเอาไว้แอบเข้าไปในบ้านและพยายามทำมิดีมิร้ายผู้บาดเจ็บภายในห้องนอน จึงเกิดการต่อสู้กันก่อนคนร้ายจะใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ตนเห็นเลือดไหลออกเป็นจำนวนมากจึงได้ขับรถรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลยโสธรอย่างเร่งด่วน

ซึ่งภายหลังตรวจที่เกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุก่อนจะได้ส่งสายสืบลงพื้นที่เพื่อติดตามแกะรอยคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หนุ่มขาดยา

หนุ่มขาดยา ประสาทหลอนไล่เปิดประตูห้องพัก เพื่อนบ้านหวั่นทำร้ายโร่แจ้งตำรวจ

หนุ่มขาดยา หนุ่มโรงงานเป็นโรคประจำตัวขาดยาเกิดภาพหลอน เดินไล่ตามเปิดประตูห้องพัก เพื่อนข้างห้องต้องแจ้งตำรวจและกู้ภัยเข้ามานำตัวไปสงบสติอารมณ์และส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล

หนุ่มขาดยา เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 ต.ค. 61 ศูนย์วิทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรบ่อวินและหน่วยกู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากประชาชน ที่บริเวณหอพักแห่งหนึ่ง หมู่ 6 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

หนุ่มขาดยา

ที่ห้องพักพบชายสวมหมวกกันน็อก ไม่สวมเสื้อ พยายามดึงประตูห้องเพื่อนๆ ที่อยู่หอพักเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 12.00 น. เพื่อนข้างห้องได้ยินเสียงทะเลาะกันกับแฟน พอสักพักแฟนของชายคนดังกล่าวก็ขับรถออกไป จนชายคนดังกล่าวเดินถอดเสื้อสวมหมวกกันน็อกเที่ยวไล่ดึงประตูห้องของผู้ที่พักใกล้เคียง จนผู้ที่พักอาศัยในนั้นต่างหวาดกลัวจะถูกทำร้ายจึงโทรแจ้งกู้ภัยและตำรวจให้เข้ามาช่วย

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าไปเจรจาพร้อมกับพาตัวออกมานั่งสงบสติอารมณ์ ทราบชื่อต่อมานายไกรสร อายุ 36 ปี สอบถามผู้เป็นแฟนทราบว่า นายไกรสร ได้มีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชักและต้องกินยาประจำ และเมื่อคืนที่ผ่านมาได้กินยาไปหลังจากนั้นดื่มสุราเข้าไปพอประมาณจึงเกิดอาการขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเป็นแบบเป็นๆ หายๆ

จนช่วงสายวันนี้เป็นหนักและตัวยาที่กินเป็นประจำหมด เกิดเป็นภาพหลอนต่างๆ นานา กลัวมีใครทำร้าย ซึ่งตนกับนายไกรสรได้ทำงานโรงงานและเพิ่งย้ายมาอยู่หอพักดังกล่าวประมาณ 2 เดือน เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้วได้เกิดชักขึ้นต้องเรียกกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไปครั้งหนึ่งแล้ว ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้นำตัวส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังเพื่อทำการรักษาตามความประสงค์ของญาติต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

วงจรปิดนาทีสยอง

วงจรปิดนาทีสยอง 2 ศพ เก๋งป้ายแดงซิ่งคว่ำแปดตลบ แล้วร่วงตกอุโมงค์ซ้ำ

วงจรปิดนาทีสยอง 2 ศพ หนุ่มสาวขับเก๋งป้ายแดงซิ่งข้ามแยกเมืองเชียงใหม่ เสียหลักคว่ำแปดหลบ ร่างคนขับปลิวกระเด็นออกมา ก่อนตัวรถจะร่วงตกอุโมงค์ซ้ำ หญิงสาวที่นั่งมาเสียชีวิตด้วย

วงจรปิดนาทีสยอง 2 ศพ เพจเฟซบุ๊ก “กลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่” ได้เผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณแยกหนองประทีป ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บันทึกเหตุการณ์ช่วงเช้ามืดวันนี้ (27 ต.ค.) เกิดเหตุรถยนต์ขับมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะเสียคว่ำหลายตลบกลางแยก แล้วร่วงตกลงในอุโมงค์ทางลอด เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ

วงจรปิดนาทีสยอง

จากการตรวจสอบทราบว่า เหตุดังกล่าวเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เกียรติสกุล ชัยรัตนาเจริญ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.แม่ปิง อ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปบริเวณทางต่างระดับสี่แยกหนองประทีป มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังทราบเรื่องจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ก่อนจะพบรถยนต์มาสด้า สีแดง ทะเบียนป้ายแดงจากกรุงเทพมหานคร จอดเป็นซากอยู่ใต้อุโมงค์ทางลอดทางแยก สภาพพังยับเยินทั้งคัน ขณะเดียวกันพบศพผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายพีระพงษ์ อายุ 25 ปี และ นางสาวสุภาวดี อายุ 29 ปี สภาพศพผู้เสียชีวิตมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานแพทย์เวรเข้าร่วมตรวจสอบและนำศพออกจากที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับขี่มาตามถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง ด้วยความเร็วสูง กระทั่งมาถึงยังบริเวณทางแยก ประกอบกับผู้ขับขี่รถอาจจะไม่ชินเส้นทาง ทำให้รถเสียหลักพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน ก่อนที่รถยนต์จะพลิกคว่ำตีหลายตลบ ร่างของคนขับกระเด็นออกมาจากตัวรถ ก่อนจะเสียชีวิตอยู่เหนืออุโมงค์

จากนั้นรถได้ไถลไปชนกับราวกั้นอุโมงค์และร่วงตกลงไปด้านล่าง โดยระหว่างนั้นร่างของฝ่ายหญิงได้กระเด็นออกจากตัวรถห่างไปเกือบ 100 เมตร ทำให้เสียชีวิตทั้งคู่ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้ส่งร่างผู้เสียชีวิต ไปทำการผ่าพิสูจน์ยังแผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะได้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิตให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com