หลานโหด

หลานโหด คว้าจอบฟัดหัวยายดับคาที่ ก่อนหลบหนี คาดโมโหโดนยายด่า

หลานโหด คว้าจอบฟัดหัวยายดับคาที่ ก่อนหลบหนี คาดโมโหโดนยายด่า

หลานโหด คว้าจอบฟัดหัวยายดับคาที่ ก่อนหลบหนี คาดโมโหโดนยายด่า

หลานโหด

หลานหายหน้าไปเป็นปี กลับมาขโมยของของตำหนักกุมาร ฉุนโดนยายด่าคว้าจอบฟันหัว ยายดับคาที่ ก่อนหลบหนีไป

วันที่ 4 ต.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภ.กำแพงแสน รับแจ้งเหตุหญิงถูกทำร้ายเสียชีวิต หน้าตำหนักกุมารแก้วตาแก้วใจ ต.ห้วยหมอนทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จึงเดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ในที่เกิดเหตุพบศพหญิง อายุ 65 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด บริเวณศีรษะด้านซ้ายมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็ง มือขวายังถือมีดไว้แน่น ใกล้กันมีจอบตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนพยาน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเดินเข้าไปในบ้าน เห็นนายอำนาจ เป็นหลานของผู้ตายเดินมาพูดคุยกัน แล้วเกิดทะเลาะมีปากเสียงอย่างรุนแรง จากนั้นได้ยินเสียงที่ผู้ตายร้องโอ้ยเสียงดัง เมื่อรีบออกมาดูพบผู้ตายนอนแน่นิ่งไปแล้ว ส่วนนายอำนาจ ขี่รถจักรยานยนต์ของตนที่เสียบกุญแจคาไว้รถหลบหนีไป

หลานโหด

ด้านสามีของผู้ตาย เปิดเผยว่า นายอำนาจเป็นหลานชายตน แต่ไม่ได้เห็นหน้ามานานเกือบปีแล้ว วันนี้แวะเวียนมาหาแล้วอาสาจะถากหญ้าให้ จากนั้นตนขี่รถออกไปซื้อของเมื่อกลับมาบ้านก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าภรรยาถูกทำร้ายเสียชีวิตไปแล้ว

สำหรับนายอำนาจ มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด มีนิสัยลักเล็กขโมยน้อยเป็นประจำ ก่อนหน้านี้เคยเข้ามาขโมยของในตำหนักกุมารแก้วตาแก้วใจ ไปขายเนื่องจากเจ้าของตำหนักเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาด นายอำนาจเข้ามาขโมยของ เมื่อผู้ตายเห็นจึงเข้าไปต่อว่า ทำให้นายอำนาจโกรธคว้าจอบตีจนเสียชีวิต ซึ่งตำรวจฝ่ายสืบสวนจะเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี คาดยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่…

เด็กเสิร์ฟสายตาสั้น

เด็กเสิร์ฟสายตาสั้น ขี่จยย.กลับบ้าน เสย ท้ายรถเมย์สาย 139 ดับคาที่

เด็กเสิร์ฟสายตาสั้น ขี่จยย.กลับบ้าน เสย ท้ายรถเมย์สาย 139 ดับคาที่

เด็กเสิร์ฟสายตาสั้น ขี่จยย.กลับบ้าน เสย ท้ายรถเมย์สาย 139 ดับคาที่

เด็กเสิร์ฟสายตาสั้น
พนักงานเสิร์ฟร้านซีฟู้ดตลาดรถไฟรัชดา เลิกงานตีสาม ขี่จยย.กลับบ้าน แต่ไม่ถึงบ้าน พุ่งชนท้ายรถเมย์สาย 139 ขณะจอดเข้าป้าย เสียชีวิตคาที่ เพื่อนเผย ผู้ตายสายตาสั้น แต่ต้องถอดแว่นเพื่อสวมหมวกกันน็อก
เวลา 04.00 น. วันที่ 4 ต.ค. พ.ต.ท.พงศธร วงศ์ธรรมนันท์ สว.(สอบสวน) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุ จยย.ชนท้ายรถเมล์ประจำทาง ขสมก.มีผู้เสียชีวิต บนถนนรัชดาภิเษก ขาออก ช่วงก่อนปากซอยรัชดาภิเษก 7 แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่จราจร สน.ห้วยขวาง แพทย์เวร แผนกนิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปที่เกิดเหตุ
บริเวณป้ายรถประจำทาง บนพื้นถนนในช่องทางเลนซ้าย พบศพนายณัฐวุฒิ ธรรมพรถาวร อายุ 21 ปี สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น สีน้ำเงิน ใส่เสื้อแขนยาวสีดำคลุมทับ นุ่งกางเกงขายาว สีดำ ตรวจสอบตามร่างกายพบแขนซ้ายหัก กะโหลกศีรษะแตก สภาพนอนหงายจมกองเลือด ใกล้กันพบรถ จยย. ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน 8กฬ1402 กทม.สภาพหน้ารถพังยับเยิน และมีหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ สีดำ ตกอยู่ที่พื้นถนน
ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 136 สีครีม-แดง วิ่งระหว่างคลองเตย-หมอชิต 2 เลขข้างรถ 4-80241 ทะเบียน 11-8238 กรุงเทพฯ สภาพบท้ายหลังรถด้านซ้าย มีรอยชนอย่างแรงยุบพังเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.รามาฯ ดำเนินการต่อไป
เด็กเสิร์ฟสายตาสั้น
สอบสวนนางเกื้อ มูลทรงเกียรติ อายุ 54 ปี โชเฟอร์รถเมล์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถเมล์มาจอดหยุดที่ป้ายรถที่เกิดเหตุ เพื่อให้ผู้โดยสารลงจากรถ จากนั้นจู่ๆ ได้ยินเสียงรถชนท้ายดังสนั่น จึงรีบลงรถมาดูก็พบมีรถจยย.และคนขับขี่นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือทันที
ขณะเดียวกัน จากการสอบถามเพื่อนๆ ผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารซีฟู้ด อยู่ที่ร้าน ย่านตลาดนัดรถไฟรัชดา ใกล้ซอยรัชดาฯ 3 โดยหลังจากปิดร้าน ช่วงเวลา 03.00 น.ผู้ตายจึงได้ขี่จยย.เพื่อกลับบ้านพักย่านเกษตร-นวมินทร์ โดยที่เพื่อนๆบอกให้ขับรถดีๆ นะเพราะว่าผู้ตายนั้นมีสายตาสั้น และไม่ได้ใส่แว่นขับขี่รถจยย. เนื่องจากต้องใส่หมวกกันน็อก ซึ่งผู้ตายปกติจะขี่รถจยย.ไม่เร็วมาก เพื่อนๆ รู้สึกตกใจและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเพิ่งจะแยกย้ายกัน ต่างคนต่างกลับบ้านเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา
ด้าน พ.ต.ท.พงศธร เผยว่า จะสอบสวนโชเฟอร์รถเมล์อย่างละเอียดอีกครั้ง และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสรุปสาเหตุอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป
ร่างกระเด็นไกลกว่า

หนุ่มคนขับจยย.ชนสยอง หมวกกันน็อกแตกกระจาย ร่างกระเด็นไกลกว่า 20 ม.

หนุ่มคนขับจยย.ชนสยอง หมวกกันน็อกแตกกระจาย ร่างกระเด็นไกลกว่า 20 ม.

หนุ่มคนขับจยย.ชนสยอง หมวกกันน็อกแตกกระจาย ร่างกระเด็นไกลกว่า 20 ม.

ร่างกระเด็นไกลกว่า

อุบัติเหตุ จยย.ชนราวสะพานข้ามแยกคลองตัน อีกแล้ว หนุ่มคนขับหมวกกันน็อกแตกกระจาย ร่างกระเด็นไกลกว่า 20 เมตร ตำรวจเร่งหาภาพวงจรปิดจุดเกิดเหตุ เพราะยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่า ซิ่งชนราวสะพานเองหรือมีคู่กรณีเฉี่ยวชนจนเกิดอุบัติเหตุสยอง บาคาร่า

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 3 ต.ค.62 ร.ต.อ.กฤษฏิ์ หอมขจร พงส.สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนราวสะพานข้ามแยกคลองตัน มุ่งหน้าถนนพัฒนาการ มีผู้เสียชีวิต จึงประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เข้าตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่อยู่ห่างจากจุดทางขึ้น ประมาณ 100 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อต่อมา คือ นายวิวัฒน์ ภักดีล้น อายุประมาณ 20-30 ปี เนื่องจากไม่พบเอกสารติดตัว นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณช่องทางซ้าย ห่างออกไปอีกประมาณ 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า แอร็อกซ์ 155 สีดำน้ำเงิน ทะเบียน 1 ขฉ 5948 กรุงเทพฯ จอดล้มอยู่ในช่องทางขวา

เบื้องต้นจากการตรวจสอบร่างกายผู้เสียชีวิต พบว่ามีร่องรอยการกระแทกอย่างรุนแรงที่บริเวณหน้าผาก ซึ่งตรงกับการตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่พบว่า ก่อนถึงร่างผู้ตายมีร่องรอยและหมวกกันน็อกติดค้างอยู่ที่ราวสะพานในลักษณะถูกกระแทกกับเสาติดราวสะพาน โดยหมวกกันน็อกอยู่ในสภาพพังยับเยิน ซึ่งในจุดเกิดเหตุไม่พบว่ามีพยานหรือผู้เห็นเหตุการต่อเกิดเหตุ โดยพนักงานสอบสวน จะดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้งว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นการเสียหลักล้มเอง หรือมีใครทำให้ผู้ตายเสียหลักหรือไม่

ร่างกระเด็นไกลกว่า

ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำร่างส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลจุฬาฯและติดต่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ขณะที่จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของทีมข่าวพบว่า ในจุดเกิดเหตุแห่งนี้ในปี 2562 มีอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตที่ปรากฏเป็นข่าว ก่อนหน้านี้ 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม “โน้ต-ภัทร์นฤน” กรรมการผู้จัดการบริษัทรถไฟดนตรี พุ่งชนราวสะพานคอขาดเสียชีวิตในช่วงเช้า ก่อนที่ต่อมาเพียง 1 อาทิตย์ จะมีเหตุการณ์อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนราวสะพานมีผู้เสียชีวิตอีกครั้ง ไม่ห่างจากจุดที่ผู้บริหารค่ายเพลงดังเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม สำหรับอุบัติเหตุในครั้งนี้พบว่าอยู่ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนหน้าเพียงไม่กี่เมตร ซึ่งสะพานลอยข้ามแยกดังกล่าวมีการห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้น แต่ก็ยังพบว่ามีรถจักรยานยนต์ขึ้นตลอด.…

ป้องนักศึกษาไม่ใช่ต้นเหตุ

ผอ.เทคนิคฯ ป้องนักศึกษาไม่ใช่ต้นเหตุ ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม

ผอ.เทคนิคฯ ป้องนักศึกษาไม่ใช่ต้นเหตุ ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม

ผอ.เทคนิคฯ ป้องนักศึกษาไม่ใช่ต้นเหตุ

ป้องนักศึกษาไม่ใช่ต้นเหตุ
“ธวัชชัย” รองเลขาอาชีวะ เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพนักศึกษาฝึกงาน วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ที่ประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำตายหมู่ 13 ศพ ขณะที่ ผอ.วิทยาลัย ลั่นลูกๆ นักศึกษาฝึกงาน ไม่ใช่ต้นเหตุทำให้เกิดโศกนาฏกรรมสลดใจ  บาคาร่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 ต.ค.62 ที่บ้านเลขที่ 68 หมู่ 7 ต.บุสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ ดร.ธวัชชัย อุ่ยพานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลศพ นายอุดม สานุการ นักศึกษาฝึกงานชั้น ปวส.2 แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ โดยมีนายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ พร้อมด้วยนายศักดิ์ชาญ สมสอางค์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างศรีสะเกษ นายณัฐวิทย์ ศิริรัชฎานันท์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ ร่วมเป็นเกียรติในพิธี นายสุวัฒน์ มนู นายกเทศมนตรีตำบลบุสูง พร้อมพ่อแม่ญาติพี่น้องของนายอุดม ให้การต้อนรับ มีผู้ที่รักใคร่เคารพนับถือมาร่วมพิธีคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความเศร้าโศกอาลัย

นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นอุบัติเหตุครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่การเกิดเหตุนั้น ไม่ใช่เกิดจากลูกๆ นักศึกษาฝึกงานของเรา เพราะนักศึกษาของเราไม่ได้เป็นเจ้าของรถ และไม่ได้ขับรถ เพียงแต่นักศึกษาทั้งหมดรวมถึงรุ่นพี่ที่เรียนจบแล้วและทำงานในบริษัทดังกล่าว วันเกิดเหตุเป็นงานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานเป็นการฉลองให้นักศึกษาที่ผ่านการฝึกปฏิบัติงานจนสำเร็จ และได้ไปเที่ยวดูงานแสดงหมอลำ โดยอาศัยรถของคนในบริษัทไป ลูกนักศึกษาของเรานั่งในกระบะหลังทั้งหมด เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุจึงตกจากรถมาเสียชีวิต

ป้องนักศึกษาไม่ใช่ต้นเหตุ

“อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุแล้วก็ได้รับการช่วยเหลือ ดูแล จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยเหลือเป็นอย่างดี จนกระทั่งได้รับศพของลูกๆ นักศึกษาของเรากลับมาภูมิลำเนาที่จังหวัดศรีสะเกษภายในเวลาอันรวดเร็ว ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมด” นายอักษรศิลป์ กล่าว.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่นายนิตยา สุขจันทร์ ผู้ขับขี่รถกระบะ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สอบปากคำแต่อย่างใด เพราะยังต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสอยู่ โดยรออาการดีขึ้นกว่านี้ และส่วนเรื่องการดื่มสุราแล้วขับรถยนต์ ทางแพทย์ได้ตรวจหาแอลกอฮอล์ในเลือดแล้ว พบว่า ปริมาณ แอลกอฮอล์ในเลือด มีเพียง 38 mg/dl ตรวจเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2562 ปรากฏว่าปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ส่วนความผิดเรื่องอื่นทางตำรวจจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป.…

คุม

คุม “เบนซ์ ท่าทราย” ทำแผนคดียาบ้า ชาวบ้านมุงดูแน่น

คุม “เบนซ์ ท่าทราย” ทำแผนคดียาบ้า ชาวบ้านมุงดูแน่น

คุม “เบนซ์ ท่าทราย” ทำแผนคดียาบ้า

ตร.สุพรรณฯ คุม
ตำรวจสุพรรณบุรี คุมตัว “เบนซ์ ท่าทราย” ทำแผนหลังโดนจับพร้อมของกลางยาบ้า 80,000 เม็ด ชาวบ้านในพื้นที่มามุงดูกันแน่น

แม่กับญาติยืนร้องไห้ ขณะที่แฟนสาวโผเข้ากอดด้วยความเสียใจ บาคาร่า

จากกรณี ตำรวจภูธรภาค 7 นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุด ปปส. เข้าตรวจค้นที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.8 ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี หลังสืบทราบว่ามีการนำ

ยาเสพติดจำนวนมาก มาแอบซุกซ่อนไว้ พร้อมกับควบคุมตัวนายอดิศักดิ์ ศรีสอาด หรือเบนซ์ ท่าทราย อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ม.8 ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน คือนายธนวัฒน์ สุภาไทย หรืออาท อายุ 32 ปี ชาวบ้าน ม.4 ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และนายเอื้อน ทุเรียนหอม อายุ 45 ปี

ชาวบ้าน ม.8 ต.ดอนปรู อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ขณะกำลังจะขี่รถ จยย.หลบหนี แต่หนีไม่พ้นโดนจับกุมไว้ได้

จากนั้น จนท.พาไปตรวจค้นได้ของกลางยาบ้า 80,000 เม็ด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ YAMAHA รุ่น FINO สี เทาดำ ทะเบียน 1 กฆ 7616 สุพรรณบุรี รถจักรยานยนต์

ยี่ห้อ HONDA รุ่น ZOOMER X สี ดำ ทะเบียน 1 กจ 1629 สุพรรณบุรี โดยแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) ไว้ในความครอบครองเพื่อ

จำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

ล่าสุด วันที่ 30 ก.ย.2562 พ.ต.อ.ดิเรก ชาวสวน ผกก.สภ.ศรีประจันต์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.7 และชุดสืบสวนสภ.ศรีประจันต์ นำตัวนายอดิศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพโดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าควบคุม ซึ่งได้เดินทางไปทำแผน 3 จุด คือ จุดแรก เป็นบ้านร้าง ไม่มีเลขที่ ต.ดอนปรู ซึงเป็นจุดที่นำยาบ้าที่ซ่อนอยู่ในรถกระบะก่อนจะใช้รถ จยย.ขี่เข้าไปเอาใส่กระสอบปุ๋ยมาเก็บพักไว้ในเล้าไก่ จุดที่ 2 บริเวณเล้าไก่ ที่บ้าน ม.8 ดอนปรู ซึ่งเป็นจุดที่เก็บพักยาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นเจอยาบ้าซุกซ่อนใส่กระสอบปุ๋ยสีฟ้า และจุดที่ 3 เป็นจุดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.7 ขับรถไล่ตามตัวนายอดิศักดิ์ หลังเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขี่ จยย.หลบหนี จนรถของนายอดิศักดิ์ ไปล้มที่บริเวณข้างกำแพงวัดห้วยเจริญ จนถูกจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด

คุม

รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างการทำแผนมีชาวบ้านในพื้นที่มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก มีแม่ ญาติ และแฟนสาว ของนายอดิศักดิ์ ยืนร่ำไห้และวิ่งโผเข้ากอดด้วยความเสียใจ จากนั้นได้นำตัวนายอดิศักดิ์ กลับไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ศรีประจันต์.…

ถึงบ้านเกิด

ถึงบ้านเกิด 13 ศพ นศ.เทคนิคศรีสะเกษ ถึงบ้านเกิด พ่อแม่ร่ำไห้ ทำใจไม่ได้

ถึงบ้านเกิด 13 ศพ นศ.เทคนิคศรีสะเกษ  ร่ำไห้ระงม พ่อแม่ทำใจไม่ได้

ถึงบ้านเกิด 13 ศพ นศ.เทคนิคศรีสะเกษ

ถึงบ้านเกิด
13 ศพนักศึกษาชะตาขาด ถึงบ้านที่จังหวัดศรีสะเกษแล้ว บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า พ่อแม่ร่ำไห้รับศพที่บริเวณลานหน้ามูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน บาคาร่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 30 ก.ย.62 ที่บริเวณลานหน้ามูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถาน ถนนขุขันธ์ ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายเพิ่มศักดิ์ ฉวีรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับนายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ พร้อมด้วยพ่อแม่ญาติพี่น้องที่มารอรับศพของนักศึกษาฝึกงานที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหมู่ รวม 13 ศพ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 12 ราย เป็นคนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และอีก 1 ราย เป็นคนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

โดยเมื่อขบวนรถตู้ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่บรรทุกหีบศพเคลื่อนเข้ามาถึงลานด้านหน้ามูลนิธิสว่างจิตต์ศรีสะเกษธรรมสถานแล้ว นายอักษรศิลป์ ได้นำมาลัยไปวางบนหีบศพของนักศึกษาทั้ง 12 ราย ก่อนที่จะเคลื่อนรถบรรทุกหีบศพไปส่งที่ภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตเพื่อตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณี บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีเสียงร้องไห้ระงมของพ่อแม่ญาติพี่น้อง บางคนร้องไห้จนเป็นลม

ถึงบ้านเกิด

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 12 ราย ที่นำศพมาที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้แก่ 1.นายศุภวัฒน์ มาเสมอ บ้านอยู่อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ 2.นายศุภพัชชา ดอกโศก อยู่อำเภอเมืองศรีสะเกษ 3.นายโกวิทย์ สิมลี บ้านอยู่อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ 4.นายสุประชัย วรรณทวี อยู่อำเภอเมืองศรีสะเกษ 5.นายอุดม สานุการ อยู่อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ 6.นายโชคชัย ทานนท์ อยู่อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร 7.นายสุริยัน สีถาน อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร 8.นายเทียนชัย ชนกเนตร อยู่อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ 9.นายสุทิน จันทร์สมุทร อยู่อำเภอปรางค์กู่ และ 10.นายจักรพงษ์ มะโนรัตน์ อำเภอเมืองจันทร์ ทั้งหมดนี้เป็นนักศึกษาชั้น ปวส.ปี 2 แผนกช่างยนต์ และไปฝึกงานที่จังหวัดสมุทรปราการ

ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย ได้แก่ นายนพรัตน์ ไชยรัตน์ และนายวรายุทธ ไชยปัญญา ทั้งสองคนเป็นชาวอำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นศิษย์เก่าของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ และทำงานอยู่บริษัทเดียวกันกับนักศึกษาที่เสียชีวิตทั้ง 10 ราย อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นโศกนาฏกรรมสลดใจ อุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่มีผู้เสียชีวิตมากถึง 13 ราย.…

แท็กซี่หึงโหด

แท็กซี่หึงโหด ลูกสาวช็อก เจอศพแม่ในห้องน้ำ

แท็กซี่หึงโหด ลูกสาวช็อก เจอศพแม่ในห้องน้ำ

แท็กซี่หึงโหด ลูกสาวช็อก เจอศพแม่ในห้องน้ำ

แท็กซี่หึงโหด

คนขับแท็กซี่วัย 61 ระแวงภรรยาวัย 43 ปี จะไปมีคนอื่น ก่อเหตุฆาตกรรมแทงพรุน 5 แผล มีดยังคาอยู่ที่อก ลูกสาววัย 18 ปี กลับมาเจอศพแม่ในห้องน้ำ โทรไปถามพ่อ เจอถามกลับมา “แม่มึงตายแล้วใช่ไหม” บาคาร่า

เวลา 05.00 น. วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.ต.รัฐมนตรี พันชูกลาง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุผัวแทงเมียตาย เหตุเกิดที่บ้านภายในหมู่บ้านธนวรรณ ซอยพหลโยธิน 52 ถนน พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร รุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน แพทย์เวรนิติเวช รพ.ภูมิพล เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ในห้องน้ำชั้นล่างพบศพ น.ส.สมหวัง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี บ้านเดิมอยู่ ต.วังฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก สภาพนอนตะแคงซ้ายคุดคู้ สวมชุดสีดำ มีอาวุธมีดทำครัวยาวประมาณ 10 นิ้ว แทงเสียบคาที่หน้าอกขวาจมกองเลือด ตรวจสอบบาดแผลพบถูกมีดแทงที่หน้าท้อง 3 แผล ที่หน้าอกขวา 1 แผล มีดปักคาอก และหลัง 1 แผล รวม 5 แผล

จากการสอบสวนบุตรสาวผู้ตาย อายุ 18 ปี ให้การทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุตนกลับเข้ามาในบ้าน ได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำเปิดอยู่ จึงเดินจะเข้าไปปิดน้ำก็พบแม่อยู่ในห้องน้ำเสียชีวิต มีมีดปักคาอกอยู่ ตนตกใจมากโทรแจ้งตำรวจ และโทรศัพท์ไปบอกพ่อ ชื่อนายจิตดี อายุ 61 ปี มีอาชีพขับแท็กซี่ ซึ่งพ่อยอมรับว่าเป็นคนฆ่าแม่เอง และยังถามตนย้ำอีกว่า แม่มึงตายแล้วใช่ไหม พ่อยังบอกตนอีกว่า หลังก่อเหตุขับแท็กซี่ไปหลบอยู่ย่านเสรีไทย

ลูกสาวผู้ตายให้การอีกว่า แม่เปิดร้านขายของกิฟต์ช็อปอยู่ในห้างโลตัสหลักสี่ อยู่กินกับพ่อมาประมาณ 20 ปี มีลูกสาว 2 คน ตนเป็นคนโต ส่วนน้องอยู่กับป้าที่ จ.พิษณุโลก ที่ผ่านมาช่วง 2 เดือนที่มาเช่าบ้านอยู่ที่นี่ พ่อระแวงว่าแม่จะนอกใจมีชายคนใหม่ ทะเลาะกันมาตลอด

ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายจิตดี ยอมรับกับลูกว่าเป็นคนฆ่าภรรยาตัวเอง สาเหตุเพราะความหึงหวงหวาดระแวงกลัวเมียมีชายคนใหม่ หลังก่อเหตุบอกลูกว่าหลบหนีไปอยู่ย่านเสรีไทย จึงให้ลูกสาวช่วยเกลี้ยกล่อมให้พ่อเข้ามอบตัว ขณะเดียวกันได้ให้ชุดสืบสวนออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี.…

2

2 รปภ. ซดเหล้า พูดคุยในเรื่องงาน เกิดปากเสียงคว้ามีดจ้วงกันเองดับ

2 รปภ. ซดเหล้า พูดคุยในเรื่องงาน เกิดปากเสียงคว้ามีดจ้วงกันเองดับ

2 รปภ. ซดเหล้า พูดคุยในเรื่องงาน

2

2หนุ่มรปภ.ต่างซดเหล้าอยู่ในห้องของตัวเอง ก่อนอีกผ่ายที่อายุมากกว่ามาหาที่ห้องแล้วเรียกไปพูดคุยในเรื่องงาน จนเกิดปากเสียง รปภ.หนุ่มที่พกมีดไปด้วยได้ทีจวงแทง ส่วนคนที่โดนแทงได้วิ่งกลับไปที่ห้องก่อนสิ้นลมหายใจ. บาคาร่า

เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 27 ก.ย.62 ร.ต.อ.อังคาร ศรีโยธะ รอง สว.(สอบสวน)สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุแทงกันตาย ห้องเช่า หมู่ 5 ซอยบางกรวย-ไทรน้อย 23 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สภ.บางกรวย แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าปลูกเรียงกัน ห้องเลขที่ 16 พบศพนายยุทธนา แย้มขยัน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1504/10 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ทำงานเป็นรปภ.บริษัท คิงแมน 191 สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อนอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางห้อง พบขวดเหล้าและข้าวของกระจายเกลื่อน มีบาดแผลถูกแทงที่ราวนมซ้าย 1 แผล เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้คือนายอานันท์ แปงวรรณ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/15 หมู่ 6 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำงานเป็นรปภ.บริษัทเดียวกัน ยังอยู่ในอาการเมาสุราให้การวกไปวนมา สะพายกระเป๋าเป้เพื่อจะหลบหนี ก่อนนำตัวไปตรวจค้นห้องพักที่ 17 พบมีดทำครัวยาวประมาณ 15 ซม.จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นายอานันท์ แปงวรรณ คนก่อเหตุให้ปากคำว่า ตนทำงานเป็นรปภ.บริษัทเดียวกันกับผู้ตาย ตนอยู่ผลัดกลางคืน ผู้ตายอยู่ผลัดกลางวัน หัวหน้างานได้เช่าห้องอยู่ติดกัน คนตายอยู่ห้อง 16 ตนอยู่ห้อง 17 ตนนั่งกินเหล้าอยู่ในห้องส่วนคนตายก็กินอยู่ห้องตัวเอง แล้วผู้ตายได้เดินมาที่ห้องแล้วเรียกตนไปพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องงาน ตนรู้ว่าต้องมีเรื่องแน่จึงหยิบมีดถือออกมาด้วย จนเกิดทะเลาะกันจึงใช้มีแทงไป 1 ครั้ง แล้วคนตายวิ่งกลับไปห้องตัวเอง ตนได้เดินออกไปตามให้คนมาช่วยเหลือ ก่อนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม

น.ส.ปิยาพร คันทับไทย อายุ 28 ปี พยาน ให้ปากคำว่า ขณะที่นั่งอยู่ร้านขายของชำตรงข้ามห้องเช่ากับเพื่อน นายอานันท์ คนก่อเหตุเดินมาหาแล้วบอกว่ามีเบอร์รถฉุกเฉินหรือเปล่า โทรตามมารับคนเจ็บหน่อย ตนเป็นคนแทง จึงได้เดินไปดูพบว่านายยุทธนา นอนเสียชีวิตแล้ว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนจับกุมตัวไว้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ ได้ควบคุมตัวนายอานันท์ คนก่อเหตุเข้าห้องขังเพื่อรอให้สร่างเมาก่อน ถึงจะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา.…

นอนคุก

น้ำอุ่น นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว ระบุเป็นเรื่องร้ายแรง

น้ำอุ่น นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว ระบุเป็นเรื่องร้ายแรง

น้ำอุ่น นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว ระบุเป็นเรื่องร้ายแรง

นอนคุก
ส่ง “น้ำอุ่น” เข้าเรือนจำ หลังวืดประกันตัว แม้มารดาจะยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลเห็นว่าพฤติการณ์ตามคำร้องฝากขังเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนค้านประกัน  บาคาร่า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 ก.ย.62 ที่ศาลอาญาธนบุรี พนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ได้นำตัวนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร อายุ 25 ปี อาชีพ พริตตี้บอย ผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรีที่ 510/2562 คดีกักขังหน่วงเหนี่ยว และอนาจาร น.ส.ธิติมา หรือลันลาเบล นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี อาชีพพริตตี้ จนเสียชีวิตและปล่อยทิ้งศพไว้ที่ห้องล็อบบี้คอนโด มายื่นฝากขังเป็นครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.-7 ต.ค. เนื่องจากพยานเพิ่มเติมอีก 5 ปากรอผลตรวจสอบพิมพ์มือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรและรวบรวมสรรพเอกสาร และอื่นๆ

โดยคำร้องพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 62 เวลาประมาณ 11.00 น. ที่บ้านเลขที่ 100 /291 หมู่บ้านพฤกษา 3 ตำบลบางคูลัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งมีนายชยพล หรือคิว พรรณนา เป็นเจ้าของบ้าน ได้จัดงานปาร์ตี้ดื่มสุรากันที่บริเวณห้องด้านหน้า โดยมี น.ส.ธิติมา หรือลันลาเบล ผู้ตายซึ่งประกอบอาชีพพริตตี้เอนเตอร์เทรน ว่าจ้างมาในราคา 3,000 บาท โดยผู้ตายมาถึงบ้านจัดงานเวลาประมาณ 13.00 น. มีบุคคลอยู่ในงานขณะนั้นรวมทั้งหมด 9 คน มีการดื่มกินสุรา เปิดเพลง จัดแสงไฟ

จากนั้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. นายรัชเดช ซึ่งมีอาชีพเป็นพริตตี้บอย และเคยถูกว่าจ้างให้มาที่บ้านดังกล่าว 2 ครั้ง ได้เข้ามาร่วมวงดื่มสุราเพิ่มขึ้นอีก เพราะนายรัชเดช ทราบจากไลน์กลุ่ม ในงานนายรัชเดชได้เกี้ยวพาราสีกับผู้ตาย ชักชวนให้มีการชนแก้วดื่มสุรากัน เห็นได้ว่านายรัชเดชมีเจตนาที่จะมอมเหล้า น.ส.ธิติมา จนเป็นเหตุให้น.ส.ธิติมา ต้องดื่มสุราต่อเนื่องกันเป็นจำนวนมาก ต่อเนื่องกว่า 3 ชม. จนเกิดอาการเมาไม่ได้สติ จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. นายรัชเดช ได้พา น.ส.ธิติมา ซึ่งอยู่ในสภาพที่หมดสติมาขึ้นรถยนต์ ฮอนด้าสีขาว ทะเบียนป้ายแดง ษ 7307 กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนในงานปาร์ตี้ให้การว่าน.ส.ธิติมา ยังหายใจอยู่และส่งเสียงคราง

ต่อมานายรัชเดช ขับรถพา น.ส.ธิติมา มาที่คอนโดมิเนียมของนายรัชเดช ซึ่งตั้งอยู่ที่ ซอย เทอดไท 33 ใช้เวลาเดินทางจากบ้านที่จัดงานประมาณ 1 ชม. ผู้ต้องหาอุ้มผู้ตายลงจากรถพาเข้าไปในคอนโดมิเนียม ในลักษณะที่ น.ส.ธิติมา หมดสติไม่รู้สึกตัว และลากตัวผู้ตายไปกับพื้น เพื่อพาเข้าไปในห้องพักของผู้ต้องหา เลขที่ 88/58 ชั้นที่ 6 เพื่อล่วงละเมิดทางเพศ ในระหว่างที่นายรัชเดชอยู่กับผู้ตาย ได้ถ่ายภาพของผู้ตายให้เพื่อนในกลุ่มโซเชียลดู และโพสต์ข้อความว่า ผู้ตายมีอาการไม่รู้สึกตัวปากม่วง ชีพจรต่ำ ซึ่งขณะนั้นเพื่อนและญาติของผู้ตายติดต่อผู้ตายไม่ได้ จึงพากันเดินทางไปตามตัว น.ส.ธิติมา ที่จนกระทั่งมาที่คอนโดมิเนียมของผู้ต้องหา

เมื่อนายรัชเดช ทราบว่าญาติของ น.ส.ธิติมา ได้เดินทางมาที่คอนโดมิเนียมจึงนำร่างของผู้ตายไปวางทิ้งไว้ที่โซฟา ล็อบบี้ คอนโดมิเนียมดังกล่าว เวลาประมาณ 01.40 น. ของวันที่ 17 ก.ย. เมื่อญาติและเพื่อนเข้าไปเพื่อจะรับตัวผู้ตาย ก็พบว่าน.ส.ธิติมา ถึงแก่ความตายแล้ว จึงได้แจ้งตำรวจทราบเพื่อหาสาเหตุการตาย

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอให้ศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา จนสามรถจับตัวนายรัชเดชได้ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2562 เวลาประมาณ 07.40 น. ที่คอนโด เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

เบื้องต้นในชั้นจับกุมและสอบสวนแจ้งดำเนินคดีข้อหา ความผิดฐาน พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว ถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284, 278 และ 310

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูงหากปล่อยตัวไป เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การฝากขังนายรัชเดช ผู้ต้องหาวันนี้นั้น โดยภายหลังมารดาผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว

โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ตามคำร้องฝากขังเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อความเสียหายต่อการสอบสวน ซึ่งจะได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน ในชั้นนี้ยังไม่อนุญาตให้ประกันยกคำร้อง

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้คุมตัวนายรัชเดช ไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรีฯ ย่านบางบอน ต่อไป.…

แผ่นดินไหวรุนแรงในรัฐแคชเมียร์

แผ่นดินไหวรุนแรงในรัฐแคชเมียร์ ปากีสถาน ดับ 19 เจ็บ 300 ราย

แผ่นดินไหวรุนแรงในรัฐแคชเมียร์ ปากีสถาน ดับ 19 เจ็บ 300 ราย

แผ่นดินไหวรุนแรงในรัฐแคชเมียร์

 

แผ่นดินไหวรุนแรงในรัฐแคชเมียร์

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทางภาคตะวันออกของปากีสถานวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.8 พบผู้เสียชีวิต 19 รายเจ็บกว่า 300 คน ล่าสุดมีภาพจากกล้องวงจรปิดนาทีหนีตาย

บาคาร่า

วันที่ 25 ก.ย. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วานนี้ (24 ก.ย. 2562) เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงทางตะวันออกของปากีสถานวัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.8 มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไป 10 กม.และห่าง 22 กม.ทางเหนือของเมืองเฮลุมในรัฐแคชเมียร์ของปากีสถาน.

 

แผ่นดินไหวรุนแรงในรัฐแคชเมียร์

กองทัพปากีสถานได้ส่งหน่วยสนับสนุนทางอากาศและทางแพทย์รวมทั้งกำลังทหารลงพื้นที่ประสบเหตุแล้ว โดยเมืองที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือเมืองมีร์ปุระซึ่งมีประชากร 450,000 คน ซึ่งสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย ทั้งถนนหนทาง เสาโทรศัพท์เคลื่อนที่และเสาไฟฟ้า เป็นต้น รวมทั้งยังมีอาคารพังถล่ม ล่าสุดได้รับรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 19 รายและบาดเจ็บกว่า 300 คน

แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้รับรู้ได้ในกรุงนิวเดลีเมืองหลวงของอินเดีย ตามรายงานข่าวของสำนักข่าวเพรสทรัสต์แห่งอินเดียระบุว่า ประชาชนแตกตื่นวิ่งหนีออกจากบ้านลงมาอยู่ตามถนนในหลายรัฐด้วยกัน

ในขณะที่ กล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นผู้คนวิ่งออกมาจากอาคารสำนักงานที่พังทลายลงมา โดยชายชุดสีขาว (ในวงกลมสีแดง) ถูกซากตึกถล่มใส่ แต่กลับลุกขึ้นมาวิ่งต่อได้โดยไม่ม่อาการบาดเจ็บใดๆ…