Browse Category: ข่าวอาชญากรรม

ตายลอยปริศนาในคลองชลประทาน

สาวสวย ตายลอยปริศนาในคลองชลประทานที่จังหวัดชุมพร ไม่เจอร่องรอยถูกทำร้าย

ตายลอยปริศนาในคลองชลประทาน ที่จังหวัดชุมพร ไม่เจอร่องรอยถูกทำร้าย

ประชาชนเจอศพหญิงสาวสวย อายุราว 20-25 ปี สูง 150-155 เซนติเมตรไม่เจอร่องรอยถูกทำร้าย ลอยตายในคลองชลประทาน ห่างศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร 2 กิโลเมตรตำรวจรีบติดตามหาญาตำหนิคลี่คลายคดี

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 25 เดือนมกราคม 2563 ร้อยตำรวจเอกผสาน ทองคำฉิม รอง สว.(สืบสวน) สภ.เมืองจังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งเจอศพลอยน้ำในร่องน้ำชลประทานสามแก้ว บ้านขุนแสน กลุ่ม 1 ตำบลที่นาชะอัง อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดชุมพร ก็เลยรายงานผู้บัญชาการรู้ แล้วรุดไปพิจารณาพร้อมทั้งหมอเวรโรงหมอจังหวัดชุมพรเขตรอุสูดดมศักดา หน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิจังหวัดชุมพร

จุดเกิดเหตุเป็นร่องน้ำชลประทานมีถนนลาดยางประชิดสองฝั่ง ห่างจากศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร ราวๆ 2 กิโล เจอศพลอยอยู่กึ่งกลางลำคลองหน่วยกู้ภัยได้นำเข้ามาไว้ที่ชายฝั่งแล้ว เนื่องมาจากรอบๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นน้ำกร่อยมีน้ำสมุทรหนุนก็เลยเกรงว่าศพจะลอยไปไกล

จากการสำรวจเป็นศพหญิงสาวอายุราว 20-25 ปี สูง 150-155 ซม. รูปร่างตัวเล็กบางผิวขาวดูดี ผมยาวผูกรวบไว้ที่ก้านคอ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีแดง ข้างหน้าสกรีนเป็นรูปหัวใจสีแดงสายเส้นสีขาว พร้อมใจความว่า “รักแม่น้อย จังหวัดชุมพรเขต 2” นุ่งกางเกงขาวยาวลายทางสีแดงสลับขาว ที่นิ้วนางมือขวาสวมแหวนสเตนเลส 1 วง และก็ที่นิ้วกลางมือซ้ายสวมแหวนทอง 1 วง หนักราวๆ 1 สลึง ภาวะศพตัวแขนขายังหวั่นไหวเพิ่งจะตายได้ไม่นาน ไม่มีร่องรอยการเช็ดกรังควานและก็รอยแผลตามร่างกายอะไร ข้าราชการก็เลยส่งศพไปพิสูจน์อย่างรอบคอบที่โรงหมอจังหวัดชุมพรเขตรอุสูดดมอำนาจ

จากการสืบสวนราษฎรที่เจอศพ ให้ข้อมูลว่า ขณะที่กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านมามองเห็นมีวัตถุสีแดงลอยอยู่กึ่งกลางลำคลองก็เลยหยุดรถยนต์มอง ตอนต้นมีความคิดว่าเป็นหุ่น หรือตุ๊กตาลอยน้ำมา เมื่อพอเพียงเข้าไปมองใกล้ๆพบว่าเป็นศพผู้เสียชีวิต ก็เลยแจ้งตำรวจมาตรวจดู จากการซักถามประชาชนที่มามุงมองศพจำนวนหลายชิ้นรวมทั้งประชาชนในละแวกใกล้เคียงก็ไม่มีผู้ใดรู้จักว่าคนตายเป็นคนไหนมาจากไหน เบื้อต้นยังไม่เคยรู้ปัจจัยการเสียชีวิต จำต้องรอคอยผลของการพิสูจน์ของหมอให้รอบคอบรวมทั้งประกาศตามหาพี่น้อง เพื่อจะได้สอบปากคำหาต้นเหตุการตายที่จริงจริงถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1755803

พบลูกกระสุนปืน ค81

พบลูกกระสุนปืน ค81 ในไซต์ก่อสร้างคอนโดฯหรูใกล้บีทีเอสอารีย์ EOD ตำรวจรีบเก็บกู้

พบวัตถุระเบิดภายในไซต์ก่อสร้างคอนโดหรูขอบสถานีบีทีเอสอารีย์ ตำรวจพร้อมหน่วยอีโอดีเข้าพิจารณา พบลูกกระสุนปืน ค81 โดยคงจะงานขุดเจอระเบิดเมื่อวานนี้ ก่อน เจ้าหน้าที่จะเก็บกู้นำไปตรวจตราถัดไป

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 เดือนมกราคม63 ร้อยตำรวจเอกอภิชัย พลโยธี รอง สารวัตรปราบปรามสถานีตำรวจบางซื่อ รับแจ้งมีเหตุประชากรเจอวัตถุระเบิดข้างในไซต์การก่อสร้างอาคารชุดหรู ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอารีย์ ระหว่างซอกซอยพหลโยธิน 2 แล้วก็ 6 ตำบลสามเสนใน เขตบางซื่อ จังหวัดกรุงเทพ ก็เลยรายงานหัวหน้ารู้ก่อนผสานไปยังข้าราชการหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) บก.สปพ. รวมทั้งเดินทางไปตรวจดูพร้อม พันตำรวจโทยอดเยี่ยมอำนาจ วิพัฒนมงคล รอง ผู้กำกับการควบคุมงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กรุ๊ปงานเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี)

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าเป็นไซต์งานก่อสร้างคอนโดหรู ข้าราชการเข้าสำรวจรอบๆข้างตู้ยามหน้าปากทางเข้าไซต์งานเจอเป็นหัวของวัตถุระเบิดอยู่ในภาวะสนิมสกปรก แล้วก็มีเศษดินโคลน ก็เลยนำยางรถยนต์มาครอบไว้พร้อมด้วยนำโปลิสไลน์มาขวางไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวเนื่องเข้าไปใกล้กับจุดเกิดเหตุ

สอบสวนหัวหน้าผู้คุมไซต์งาน รู้ว่าคนงานได้ขุดเจอระเบิดดังกล่าวข้างต้นในไซต์ก่อสร้างเมื่อเวลาบ่ายวานนี้ ตอนต้นมีความรู้สึกว่าเป็นเศษท่อเหล็กก็เลยเก็บขึ้นมาวางไว้ ก่อนสังเกตดูแล้วพบว่าเป็นระเบิด ก็เลยแจ้งข้าราชการมาตรวจดูเมื่อเช้านี้ แล้วข้าราชการได้ทำเก็บกู้รู้ประเภทของวัตถุระเบิดเป็นกระสุนคอจำพวก ค.81 ซึ่งใช้ในราชการทั่วๆไป ต่อจากนี้จะนำไปตรวจพิสูจน์อย่างประณีตอีกทีรวมทั้งปฏิบัติการในที่เหลือถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1755111

ไอซ์หีบเหล็ก

ผบช.น.เรียกกลุ่มสอบปากคำประชุม วางหนทางหาหลักฐานคดี ไอซ์หีบเหล็ก เพิ่ม

ผบช.น.รุดประชุมปรึกษากลุ่มสอบสวน สถานีตำรวจเพชรเกษม และก็ผู้ที่เกี่ยวข้อง วางขั้นตอนการปูพรมหาหลักฐานเสริมเติมคดี ไอซ์หีบเหล็ก หาความเป็นได้ ดูดน้ำจากบ่อน้ำจะกระทบราษฎรหรือเปล่า คาดเย็นนี้ได้บทสรุป

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 22 เดือนมกราคม63 ที่ สถานีตำรวจเพชรเกษม พลตำรวจโทภัคพงศ์พันธุ์ ดงษ์เรือสำเภา ผบช.น. เรียกสัมมนาชุดคลี่คลายคดี นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาที่มั่นใจว่ามีส่วนสำหรับในการซ่อนเร้นอำพรางศพ นางสาววรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ซึ่งเจอเป็นศพหลังถูกบังคับให้ลงไปนอนในหีบเหล็กกระทั่งสิ้นใจตายแล้วถูกนำศพไปฝังปิดบังในกอหญ้าใกล้กับบ้านเลขที่ 59 ถนนหนทางเพชรเกษมตรอก 47 ตำบลรวมทั้งเขตบางแค กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะเจอกระดูกรวมกว่า 326 ชิ้น ถูกห่อด้วยผ้า มีดัมเบลกีฬายกน้ำหนักผูกโซ่ใส่กุญแจถูกทับอยู่ใต้ประตูเหล็ก รวมทั้งเก้าอี้ม้าหินอ่อนทับอีกหนึ่งชั้นอยู่ตูดหนองน้ำข้างหลังบ้าน โดยมี พลตำรวจตรีโชคชัย สวยสกุล ผบกรัมน.9 พันตำรวจเอกจิรกฤต จารุนภัทร์ ผู้กำกับการดส.แผนกบัญชีน. และก็ พันตำรวจโทสุนทร มาลาเวช รอง ผู้กำกับการสส.สถานีตำรวจเพชรเกษม เชิญชวนผู้แทนสำนักงานเขตบางแค ตำรวจน้ำ มนุษย์กบหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมรู้คุณ รวมทั้งร่มไทร เข้าพบรืออปิ้งพร้อมเพรียงกัน
พันตำรวจเอกจิรกฤต บอกว่า เมื่อตอนเวลาเช้าก่อนหน้านี้ได้ชวนผู้แทนสำนักงานเขตบางแค และก็ข้าราชการที่เกี่ยวพันกับการหาหลักฐานเสริมเติมทางคดีไปตรวจภาวะจุดเกิดเหตุอีกรอบ แม้กระนั้นยังมิได้ผลสรุปว่าจะหาทางออกยังไง หากดูดน้ำออกมาจากบ่อซึ่งมีความกว้างกว่า 2 ไร่ จะกระทบกับพลเมืองไหม พื้นฐานผู้แทนสำนักงานเขตแจ้งว่า น้ำในบ่อดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำที่อยู่ข้างนอก ไม่ใช่บ่อปิดอะไร ถ้าดูดน้ำขึ้นมาก็ยังไม่รู้จักจะนำไปไว้ตรงไหน ทาง ผบช.น.ก็เลยเรียกสัมมนาผู้เกี่ยวข้องเพื่อปรึกษาขอคำแนะนำทางจะปฏิบัติการยังไงถัดไป โดยในห้องประชุมวันนี้คงจะได้บทสรุป

ถัดมา 15.30 น. พลตำรวจโทภัคพงศ์พันธุ์ ดงษ์เรือสำเภา ผบช.น.เปิดเผยถึงความก้าวหน้าข้างหลังมีการปรึกษาหารือและขอคำแนะนำกับกลุ่มช่วยเหลือรวมทั้งมนุษย์กบ รวมทั้งผู้แทนสำนักงานเขตบาลแค ว่า กระบวนการดูดน้ำออกมาจากบ่อที่เจอกระดูกนั้น จำเป็นต้องคอยปรึกษาขอคำแนะนำกับหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องทั้งผอง พื้นฐานผู้แทนสำนักงานเขตแจ้งว่าน้ำในบ่อไม่ใช่น้ำนอง แม้กระนั้นมีหนทางเชื่อมต่อมาจากภายนอก ก็เลยต้องหาผลสรุปว่าควรต้องดูดน้ำออกไหม แล้วก็จะปล่อยน้ำทิ้งยังวิถีทางใดไม่ให้กระทบกับบ้านเมืองพลเมืองในรอบๆรอบกาย ซึ่งแม้ใช้กรรมวิธีดูดน้ำ ทางเขตให้ข้อมูลว่าจะใช้เวลานานอย่างต่ำ 7 วัน และก็เกิดเรื่องกระทบจิตใจราษฎรอย่างแน่แท้ด้วยเหตุว่าน้ำที่ดูดออกไปเป็นน้ำที่มีศพคนเสียชีวิตอยู่ตูดบ่อ

ซึ่งในวันพรุ่งเวลา 10.00น. ข้าราชการจะขอหมายค้นเข้าค้นหาหลักฐานในจุดเกิดเหตุอีกที โดยมีบริษัทค้นหาข้าวของใต้สมุทรลึก ที่ผู้ครอบครองเป็นอดีตนาวิกโยธินที่มีความชำนิชำนาญแล้วก็มีเทคโนโลยีค้นหานำสมัยใช้กล้องถ่ายรูปส่องใต้น้ำจากบนบกตรวจดูรอบๆหนองน้ำที่เจอกระดูกว่ามีหลักฐานอื่นเพิ่มไหม ดังนี้ ถ้าพบว่ามีผู้ที่เป็นคนทำความผิดร่วมด้วย ก็จะฟ้องร้องโดยชอบด้วยกฎหมาย ในเวลานี้เนื้อหาทางสำนวนมีมากมายทั้งยังพยานบุคคลแล้วก็ ผู้แจ้งเค้าเงื่อน ขอเวลาให้ตำรวจพิจารณาอีกสักระยะ เนื่องมาจากเรื่องเกิดขึ้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆยาวนานหลายปี ด้วยเหตุนี้หลักฐานต่างๆแทบจะไม่หลงเหลือภาวะเดิม

พลตำรวจโทภัคโคตร กล่าวอีกว่า พื้นฐานช่วงนี้มีแนวทางแจ้งข้อกล่าวหานายอภิชัยรวม 4 ข้อกล่าวหา เป็น 1.มีอาวุธปืนไว้ถือครอง รวมทั้งมีสารเสพติดเอาไว้ในความครองขณะเข้าจับตัว 2.คดีการตรวจยึดยาม้าได้อีก 2,000 เม็ดที่ห้องเช่า 3.คดีการฆ่าสังหาร นางสาวกุ๊งกิ๊ง ซึ่งอยู่ระหว่างรอนิติเตียนเวช โรงพยาบาลศิริราช ตรวจพิสูจน์ว่าเสียชีวิตจากเหตุผลใด และก็ 4.คดีที่เจอกระดูกเพิ่มในหนองน้ำ ที่ยังจำต้องรอคอยหมอนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช รายงานผลของการพิสูจน์กระดูกที่เจออีกรอบว่าเป็นของคนใดกัน แล้วก็เป็นของผู้เดียวกันทั้งปวงหรือเปล่า ส่วนกรณี นางสาวจัน แฟนสาวของ นายไอซ์ ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาลักขโมยนั้น ได้เข้ามามอบตัวกับข้าราชการแล้วรวมทั้งได้ให้การมีคุณประโยชน์ต่อรูปความพอควร

มีกล่าวว่า สำหรับสมัยก่อนคู่รักเก่าของ นายไอซ์ ที่ตำรวจมั่นใจว่า คงจะรู้เหตุการณ์ความประพฤติปฏิบัติทั้งสิ้นโดยยิ่งไปกว่านั้นเหตุการสังหารแล้วก็ปิดบังศพนั้น มีชื่อว่า นางสาวจันทร์ฉาย ที่นาเขียวสวย อายุ 31 ปี เดินทางเข้ามามอบตัวกับตำรวจเมื่อช่วงเวลาค่ำวันที่ 21 มกราคมก่อนหน้านี้

ข้างหลังถูกออกหมายจับข้อกล่าวหาขโมยแล้วก็ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของนายไอซ์ พื้นฐาน นางสาวจันทร์ฉาย ได้รับการประกันตัวออกไป แต่ว่าได้ให้การเกี่ยวกับคดีที่ นายไอซ์ อดีตกาลแฟนชายหนุ่มกำลังถูกแจ้งข้อกล่าวหา ในส่วนของความประพฤติปฏิบัติความดิบรุนแรงมากพอควร ซึ่งภายหลังจากนี้พนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวน สถานีตำรวจเพชรเกษม จะปฏิบัติงานกับ นางสาวจันทร์ฉาย เป็น 2 สถานะเป็นสถานะผู้ต้องหาคดีลักขโมยฯ รวมทั้งสืบสวนไว้เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ในคดีที่ นายไอซ์ เกี่ยวข้องกับการฆ่ายัดหีบและก็ปิดบังศพถัดไป.…

ดับคาสยดสยอง

กลางดึกหนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์ ชนคุณยายกระเด็น ดับคาสยดสยอง

ดับคาสยดสยอง (18 มกราคม 63) เมื่อเวลา 22.50 น. พันตำรวจโทวุฒิ พระเดชะวงษ์ สว.ซักถาม สภ.ปากคลองรังสิต รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ จักรยานยนต์ ชนคนเดินเท้ามีผู้ตายปริมาณ 2 ราย จุดเกิดเหตุถนนหนทาง

ซ่อมแซมสร้าง หลักกิโลเมตรที่ 19 ตำบลบางพูน อำเภอเมืองจังหวัดปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ข้างหลังรับแจ้งได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมหมอสถาบันนิติเวช กระทรวงยุติธรรม อาสาสมัครมูลนิธิร่วมรู้บุญคุณ

จุดเกิดเหตุกึ่งกลางถนนหนทางเจอคนตายปริมาณ 2 ราย เป็นชาย 1 ราย หญิง 1 ราย รู้ชื่อนายการบังเกิด อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นโฟร์แมนของบริษัทรับตกแต่ง ที่กำลังจะกลับไปอยู่บ้านช่วงหลังเลิกงานรวมทั้งเป็นคนขับขี่

มอเตอร์ไซค์แบรนด์ซูซูกิ รุ่น GSX-S ขนาด 750 ซีซี สีน้ำเงินดำ ที่กระเด็นไปไกลกว่า 30 เมตร ภาวะย่อยยับ ข้างกันเจอศพ นางสาวธนภร อายุ 63 ปี ขาขวาท่อนร่างขาดกระเด็นไปไกล 10 เมตร

นางสาวย่ำรุ่งรัตน์ อายุ 27 ปี ผู้รู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวมาว่า คนเสียชีวิตจะมาลงรถประจำทางรวมทั้งข้ามถนนรอบๆจุดดังที่กล่าวผ่านมาแล้วดูเหมือนจะทุกวันแต่ว่าชอบเป็นตอนๆเย็น แต่ว่าวันนี้มาดึกหลังจากลงรถประจำทาง

คนเสียชีวิตก็เดินข้ามถนนก่อนจะเผชิญอุบัติเหตุ ข้างหลังเกิดเหตุก็เลยรีบโทรแจ้งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดังนี้ มีกล้องวงจรปิดของประชาชนที่จัดตั้งไว้สามารถถ่ายภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้

พันตำรวจโทวุฒิ พระบารมีวงษ์ สว.สอบปากคำ สภ.ปากคลองรังสิต เผยออกมาว่า ได้สำรวจจุดเกิดเหตุและก็บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วก็ร่วมชันสูตรวินิจฉัยศพกับหมอสถาบันนิติเวช กระทรวงยุติธรรม และก็ให้

อาสาสมัครมูลนิธิร่วมรู้บุญคุณนำร่างคนเสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สรรเสริญ เพื่อรอคอยเครือญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญบุญทางศาสนาถัดไป…

โจรปล้นทอง ยิง 3 ศพ

อดีตนักเรียนนายสิบ โต้ไม่เกี่ยว โจรปล้นทอง ยิง 3 ศพ พร้อมตรวจดีเอ็นเอ

อดีตนักเรียนนายสิบทหารบก จังหวัดลพบุรี ร้อง ปอท.ช่วย หลังโลกโซเชียลแชร์ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ กล่าวหาเป็น โจรปล้นทอง ยิง 3 ศพ กระทั่งถึงพร้อมให้ตรวจดีเอ็นเอ

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 15 มกราคม63 ที่ บก.ปอท. นายฐาปนนท์ ปรีชาจารย์ หรือ เอิร์ท อายุ 40 ปี สมัยก่อนผู้เรียนนายสิบทหารราบ เดินทางไปพบ ร้อยตำรวจเอกสุโกศล ทองแกมแก้ว รวมทั้ง ร้อยตำรวจเอกเครือณรงค์ ขมิ้นเครือ รอง สว. (ไต่สวน) กิโลกรัม3 กิโลกรัมบก.ปอท. ฟ้องร้องฟ้องร้องคดีกับผู้ที่โพสต์ใจความ ทำให้ได้รับความทรุดโทรม ปรักปรำว่าเป็นฆาตกรปล้นทองคำยิง 3 ศพที่ จ.ลพบุรี

นายฐาปนนท์ เผยออกมาว่า ตอนจุดเกิดเหตุ ตนไปส่งแฟน จากนั้นก็กลับไปอยู่บ้าน กลางทางก็ยังมองเห็นรถยนต์ช่วยเหลือ ก็เลยขับขี่รถไปที่โรบินสัน ซึ่งตนก็ยังถ่ายรูปเรื่องราวส่งให้แฟนสาวมอง ซึ่งก่อนที่จะโลกโซเชียลจะมีการนำภาพตนไปโพสต์ ก็ไม่มีตำรวจเรียกไปสอบอะไร ซึ่งเมื่อวานนี้ตนก็ได้ไปฟ้องร้องที่ สภ.เมืองจังหวัดลพบุรี ว่ามีการแชร์เนื้อความทำให้เสียหาย เป็นฆาตกรชิงทรัพย์ทองคำ

นายฐาผสมนท์ บอกเพราะว่า เกี่ยวกับประเด็นนี้ ตนตกอกตกใจและก็กังวลใจ กลัวว่าจะเป็นแพะ ทางครอบครัวตนก็แอนตี้เรื่องเหล่านี้มากมาย ซึ่งตนลาออกมาจากการเป็นทหารแล้ว ปัจจุบันนี้เป็นข้าราชการสุดกำลัง ไม่มีปืน มิได้อยู่ในค่าย ซึ่งบ้านของตัวเองอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุโดยประมาณ 6 กิโลเมตร

นอกจากนั้น ยังเล่าว่า วันที่เกิดเหตุ ตนไปดูจุดเกิดเหตุชิงทรัพย์ร้านค้าทองคำ โดยยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กันพื้นที่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่รู้เรื่องว่าความเป็นมาของตัวเองหลุดมาได้ยังไง เพราะเหตุว่าเป็นทะเบียนราษฎร์ หน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องถึงจะมองได้ ทั้งการันตีเพราะว่า ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมอะไรก็ตามซึ่งตนไม่เคยทราบเลยว่าผู้ใดกันปลดปล่อยข้อมูล ซึ่งถ้าตำรวจเรียกตัวไปสอบ ตนก็พร้อม รวมทั้งพร้อมที่จะตรวจดีเอ็นเอด้วย และก็พร้อมที่จะฟ้องกับผู้ที่นำข้อมูลมาโพสต์ด้วย

พื้นฐาน ร้อยตำรวจเอกสุหีบศพล รับแจ้งรวมทั้งเสนอผู้บัญชาการใคร่ครวญออกคำสั่งถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1748110

ฆ่าพ่อเลี้ยง

รวบลูกชายรักแม่ พาแฟนสาวไปช่วย ฆ่าพ่อเลี้ยง วางยาตีหัวดับ

รวบลูกชายรักแม่ พาแฟนสาวไป ฆ่าพ่อเลี้ยง

ชายหนุ่มวัย 29 ปีพร้อมแฟนสาวโดนจับ หลังร่วมกับแม่ คิดแผนวางยานอน ใช้ท่อนเหล็กตีหัว ฆ่าพ่อเลี้ยง ดับ ห่อศพหมกในห้อง เหตุเมาแล้วมักจะทำร้ายแม่ ยังให้การภาคเสธ สารภาพอยู่ด้วยแม้กระนั้นมิได้เป็นคนลงมือ

เวลา 11.00 น. วันที่ 23 เดือนธันวาคมที่กองสั่งการล้มล้าง พันตำรวจเอกปทักข์ ขวัญนา ผู้กำกับการ4 บกกรัมเปรียญ พันตำรวจโทณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พันตำรวจโทมนูญ แก้วก่ำ รองผู้กำกับการ4 บก.เปรียญร่วมแถลงจับตัวนายสุชาติ กำเนิดรี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานี แล้วก็ นางสาวศศิวิมล รักสหาย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 มัธยม4 ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา

ทั้งคู่ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีขนคิ้ว ในข้อกล่าวหาด้วยกันฆ่าคนอื่น โดยสามารถจับนายสุชาติ ถึงที่เหมาะ อำเภอหนองแค จ.สระบุรี ส่วนนางสาวศศิวิมล จับได้ริมทางมาบตาพุด-หาดทรายทอง อ.เมืองจังหวัดระยอง

พันตำรวจเอกปทักข์ กล่าวมาว่า ช่วงวันที่ 24 ตุลาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กำเนิดคดีฆ่านายประกอบ ชำบำรุง อายุ 45 ปี คนทำงานก่อสร้าง ข้างในแคมป์ก่อสร้างถนนหนทางมอเตอร์เวย์ รอบๆหลังที่ทำการ อบต.หนองแดง อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ถัดมา ตำรวจสภ.ปากช่อง ได้เข้าจับตัวนางบุญพา เพ็ชชะ อายุ 53 ปี เมียของนายประกอบ ซึ่งเป็นคนทำงานก่อสร้างอยู่ร่วมกัน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายสุชาติ ลูกชาย

และก็นางสาวศศิวิมล แฟนสาวของลูก ลงมือฆ่านายประกอบจริง เพราะก่อนหน้าที่ผ่านมา นางสาวบุญพา ได้อยู่กินกับคนเสียชีวิตมาได้พักใหญ่แล้ว แม้กระนั้นผู้เสียชีวิตนั้นมีนิสัยเจ้าชู้ ถูกใจทำร้ายรังควานเสมอๆ มั่นใจว่าเป็นเนื่องจากนางบุญพานั้นมีแก่แล้ว เลยนำมาซึ่งความแค้นนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปขอคำแนะนำกับนายสุชาติ ก่อนที่จะด้วยกันคิดแผนฆ่า

ผู้ต้องหาอาศัยจังหวะนายประกอบเจ็บป่วยจำต้องรับประทานยานอนพัก ก็เลยใช้ยานอนหลับผสมของกินให้นายประกอบรับประทานจนถึงหลับไป ต่อจากนั้นได้ใช้ท่อนเหล็กตีหัวของนายประกอบจนถึงเสียชีวิต เสร็จแล้วห่อศพด้วยเสื่อก่อนที่จะนำไปทิ้งเอาไว้ในห้องคนทำงานก่อสร้างที่ไม่มีผู้ใดอยู่ ข้างในแคมป์คนงาน เพื่อปิดบังคดี ส่วนนายสุชาติรวมทั้งนางสาวแขบริสุทธิ์ ข้างหลังเกิดเหตุได้แยกย้ายกันแอบหนี จนถึงถูกตามจับได้ท้ายที่สุด

พื้นฐาน สอบปากคำผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ โดยเห็นด้วยว่าอยู่ร่วมในเรื่องราวจริง แม้กระนั้นมิได้เป็นคนที่ลงมือฆ่า ก็เลยนำตัวส่ง สภ.ปากช่อง ฟ้องร้องถัดไป…

ยิงน้องชายดับ

คัดค้านประกัน คุม ตั่วเฮีย ปืนโหด ยิงน้องชายดับ 2 ศพ ฝากขัง

ตำรวจควบคุมตัว พี่ชายปืนโหด ยิงน้องชายดับ 2 ศพ คาร้านอะไหล่ เขตวรจักร สังเวยปมขัดผลประโยชน์ครอบครัว ฝากขังผลัดแรก ค้านประกัน เหตุเป็นคดีความอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษสูง หวาดหวั่นผู้ต้องหาหลบซ่อน เจ้าหน้าที่คุมขังเรือจำพิเศษกรุงเทพ

ยิงน้องชายดับ 2 ศพ คาร้านอะไหล่ เขต.วรจักร

ตอนวันที่ 21 เดือนธันวาคม62 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 เจ้าหน้าที่สอบสวน สน.สําราญราษฎร์ คุมตัว นายภาณุ ศิริหงษ์ทอง อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนอื่นๆฯ จากเหตุยิง นายณัฐชัย ศิริหงษ์ทอง และก็ นายวศณัช ศิริหงษ์ทอง

ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆยิงเสียชีวิต จากเหตุทะเลาะเรื่องผลประโยชน์กิจการจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เขตวรจักร มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม62-1 มกราคม63 เพราะการสอบปากคำไม่เสร็จสิ้นจะต้องรอสอบพยานบุคคลเพิ่ม รวมทั้งตรวจตราความเป็นมาลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหากับอาวุธปืนหลักฐาน โดยศาลพิเคราะห์คำขอแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ถัดมาญาติของ นายภาณุ ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฝากขัง ศาลวิเคราะห์ความประพฤติตามคำขอให้ช่วยฝากขังของพนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนแล้ว มีความคิดเห็นว่ามีผู้ตาย 2 คน ซึ่งเป็นคดีความอุกอาจมีอัตราโทษสูง แล้วก็เจ้าหน้าที่สอบสวนก็แย้งการปลดปล่อยชั่วครั้งคราว ถ้าหากอนุญาตเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบซ่อน ศาลก็เลยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวปล่อยใจชั่วครั้งชั่วคราว โดยชูคำวิงวอนงผู้ต้องหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็เลยกักคุม นายแสง ผู้ต้องหาไปกักขังอย่างคุกพิเศษจ.กรุงเทพฯระหว่างฝากขังถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1731453

จับอดีตปลัดหนองคาย

จับอดีตปลัดหนองคาย ให้ต่างชาติสวมบัตรประจำตัวประชาชน เรียกหัวละ 1.5 แสน

ตำรวจกองปราบห้าม ร่วม ป.ป.ท.ตาม จับอดีตปลัดหนองคาย อำเภอสังคม จ.หนองคาย ทำซะเอง ให้ต่างประเทศสวมสิทธิ์บัตรประจำตัวประชาชนผู้ตาย หรือหาย เปิดโปงคนกลางเรียกค่าจัดการรายละ 1.5 แสนบาท

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม62 ที่กองกำกับการล้มล้าง (บก.เปรียญ) พลตำรวจตรีจิรโลก ปัญญาเดชะ ผบกรัมเปรียญพ.ต.อ.มีชัย เกิดประพรม รอง ผบกรัมเปรียญพันตำรวจเอกบุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ3 บก.เปรียญพันตำรวจโทนพรัตน์ คำมากมาย, พันตำรวจตรีเอนก บุญตา สว.กิโลกรัม3 บก.เปรียญ พร้อมกับ พันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงานเปรียญเปรียญท.แถลงผลจับ นายกนกพงศ์ ทองจำปา อายุ 58 ปี อดีตกาลปลัดอำเภอสังคม จ.หนองคาย ตามหมายจับศาลอาญาคดีคดโกงแล้วก็ประพฤติผิดภาค 4 ที่ จังหวัด21/2562 ระบุวันที่ 21 เดือนพฤศจิกายน2562 ข้อกล่าวหา “ด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้องเพื่อกำเนิดความย่ำแย่แก่ผู้หนึ่งใครกันแน่ หรือปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยทุจริตรวมทั้งด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่มีบทบาททำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกเนื้อความลงในเอกสารฯ” พอดีรอบๆ ตำบลด่านศรีสุข อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดจังหวัดหนองคาย

แล้วก็ นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและก็กระทำไม่ดีภาค 4 ที่ จังหวัด23/2562 ระบุวันที่ 21 พฤศจิกายน2562 ข้อกล่าวหา “เป็นผู้ส่งเสริมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้องเพื่อกำเนิดความทรุดโทรมแก่ผู้หนึ่งคนใดกันแน่ หรือปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยคดโกงแล้วก็ด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่มีบทบาททำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกเนื้อความลงในเอกสารฯ” ได้รอบๆหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ขอบคลองหนึ่ง มัธยม3 ตำบลคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

พลตำรวจตรีจิรโลก บอกว่า เมื่อปี 2558 ข้าราชการ เปรียญเปรียญท.แล้วก็ตำรวจกองปราบห้าม ได้รับการร้องทุกข์ว่ามีบุคคลต่างประเทศทำบัตรประจำตัวประชาชนสวมสิทธิ์เป็นชาวไทยที่เสียชีวิตหรือหาย แต่ว่าทางพี่น้องมิได้แจ้งข้าราชการ จากการตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีการทำกันเป็นวิธีการ โดยมีปลัดอำเภอสังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย เป็นผู้ช่วยเหลือสำหรับในการจัดการ จนกระทั่งเมื่อปี 2559 ได้จับผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้ 22 ราย

สำหรับการกระทำของกรุ๊ปดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น เริ่มจากหาข้อมูลบุคคลที่เสียชีวิตสุดแท้แต่มิได้มีการแจ้งการเสียชีวิตต่อนายทะเบียน หรือบุคคลที่หายแต่ว่ายังมีชื่ออยู่ในทะเบียน หลังจากนั้นจะมีกรุ๊ปคนกลางติดต่อกับบุคคลต่างประเทศที่อยากมีบัตรประจำตัวประชาชนชาวไทยเพื่อเข้ามาสวมสิทธิ์ทำบัตรเสนอค่าปฏิบัติงานรายละ 150,000 บาท เมื่อมีการชำระเงินกันแล้วจะกระทำการย้ายที่อยู่บุคคลที่มิได้มีการแจ้งการเสียชีวิต

หรือหายเข้ามาในใบสำมะโนครัวของกรุ๊ปกรรมวิธีเพื่อจะได้รับรองการเป็นญาติพี่น้องซึ่งจึงควรอยู่ข้างในพื้นที่ อำเภอสังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย เพื่ออยู่ในเขตรับผิดชอบของสมัยก่อนปลัดอำเภอสังคม แล้วผู้ต้องหาก็จะปฏิบัติงานออกบัตรประชาชนให้กับบุคคลต่างชาติโดยการใส่แทนผู้เสียชีวิตหรือคนหาย

พลตำรวจตรีจิรโลก กล่าวว่ากล่าว จากการพิสูจน์รู้ว่าเว้นแต่สมัยก่อนปลัดคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวแล้วยังมีเจ้าหน้าที่รัฐอีกรายที่ร่วมกระบวนการ แต่ว่าได้หลบซ่อนไปแล้ว

ถัดมา ข้าราชการ เปรียญเปรียญท. ก็เลยได้ร้องเรียนใส่ร้ายป้ายสีต่อพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวน สภ.สังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย รวมทั้งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการขอศาลอาญาคดีโกงรวมทั้งประพฤติผิด

ภาค 4 เพื่อขออนุมัติหมายจับกรุ๊ปผู้ทำความผิด ปริมาณ 9 ราย เป็นข้าราชการของเมือง 2 ราย ที่ออกบัตรประจำตัวประชาชน กรุ๊ปผู้ผลักดันและสนับสนุน 4 ราย ที่พักที่อยู่ในพื้นที่ แล้วก็ชาวต่างชาติ 3 ราย

ที่สวมบัตรประชาชนคนประเทศไทย เพื่ออยากได้ชนชาติไทยสำหรับในการทำธุรกิจภายในประเทศไทย ค้าสารเสพติด ผู้ต้องหาหนีคดีอุกฉกรรจ์จากต่างแดน และก็คดีเกี่ยวกับความมั่นคงและยั่งยืน ภายหลังมีการออกหมายจับกรุ๊ปผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวนแล้ว ปริมาณ 2 ราย ยังคงหลบซ่อน 7 ราย

ผบกรัมเปรียญกล่าวเพราะ จากการวิเคราะห์พื้นฐานรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้คนต่างด้าวมาแล้วกว่า 100 ราย ซึ่งในช่วงเวลานี้ได้สั่งให้ข้าราชการรีบทำงานติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว จากการสืบสวนพื้นฐานผู้ต้องหาให้การยอมรับตลอดข้อกล่าวหา ก็เลยนำเพศผู้ต้องหาทั้งคู่รายส่งเจ้าหน้าที่สอบสวน สภ.สังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย ฟ้องร้องโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป.…

ยาบ้าฝังดิน

จับคาหนังคาเขา ยาบ้าฝังดิน 1.5 แสนเม็ด คอยส่งลูกค้า

จังหวัดกาฬสินธุ์ ปลดปล่อยแถวระดมล้อมตรวจหา 6 จุดพื้นที่วัตถุประสงค์ จับเอเย่นต์ยานเกลื่อนกลาด ยาบ้าฝังดิน 1.5 แสนเม็ด ไว้ริมทาง รอคอยส่งโครงข่ายในพื้นที่

ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม62 ที่หน้า สภ.กุฉิที่นารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พลตำรวจตรีสมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.จังหวัดกาฬสินธุ์ นายอดุล ประยูรสิทธิ์ ผอ.ปปส.ภาค 4 นายพิชัย ส่งสุขเลิศเลอสงบสุข นายอำเภอกุฉิทุ่งนารายณ์ พันตำรวจเอกออมสิน ตรารุ่งเรือง รองผบก.ภ.จว.จังหวัดกาฬสินธุ์ พันตำรวจเอกสมชาย ภูกองชนะ ผู้กำกับการสภ.กุฉินารายณ์ ด้วยกันปลดปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองข้าราชการปกรมประชาสงเคราะห์ภาค 4 รวมทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด ตามแผนดำเนินการ 1386 ล้มล้างพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด โดยกำลังข้าราชการได้ล้อมตรวจหาพื้นที่จุดมุ่งหมาย 6 จุด โดยพร้อมกัน และก็ตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่จุดมุ่งหมาย

จนถึงถัดมา นำโดย พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบกรัมภ.จว.จังหวัดกาฬสินธุ์ และกำลังข้าราชการเข้าจับตัวนายวีระศักดิ์ เพิ่มสินธุ์ อายุ 28 ปี ชาว อ.กุฉินารายณ์ จังหวัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะกำลังขุดหลุมนำยาม้าฝังไว้รอบๆข้างทางหลีกเลี่ยงเมืองสายจังหวัดกาฬสินธุ์-กุฉินารายณ์ รอบๆเขตรอยต่อ ตำบลเหนือกับ ตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อคอยจัดเตรียมส่งให้กับลูกค้าที่เป็นโครงข่ายค้าสิ่งเสพติดในพื้นที่

ภายหลังข้าราชการกระทำการขยายผลจากกรุ๊ปผู้เสพมาจนกระทั่งตัวขั้นตอนใหญ่ แล้วก็สืบรู้ดีว่าจะมีการนำยาม้ามาพักไว้รอบๆดังที่กล่าวถึงมาแล้ว

จากการตรวจดูเจอมีการขุดหลุมไว้ข้างทางลึกแทบ 1 เมตร ในหลุมเจอห่อสีขาว หุ้มด้วยกระสอบปุ๋ย ตรวจดูข้างในใส่ยาม้า 25 ผูก ปริมาณกว่า 150,000 เม็ด ค่าราว 6 ล้านบาท ก็เลยคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ

พื้นฐานนายวีระศักดิ์ ให้การยอมรับแล้วก็กล่าวถึงว่า ยาขยันทั้งปวงไปรับมาจากโครงข่ายค้าสารเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนลักลอบนำเข้ามาขุดหลุมฝังไว้ริมถนน ซึ่งจะอาศัยตอนเวลาดึกไม่มีคน และก็เพื่อเลี่ยงการตรวจหาของข้าราชการ แล้วต่อจากนั้นรอคอยให้ลูกค้ามารับยา กระทั่งมาถูกตามจับได้ซะก่อน ข้าราชการก็เลยนำตัวส่งฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกระทำการขยายผลถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1729571

จับได้แล้ว

จับได้แล้ว สมคิด พุ่มพวง หมดทางหนีบนรถไฟ

จับได้แล้ว สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรโรคจิต ฆ่าแม่บ้านโรงแรม นั่งรถไฟจากจังหวัดสุรินทร์ จัดเตรียมเข้าจ.กรุงเทพฯ

จากกรณี นายสมคิด พุ่มพวง หรือ คิด เดอะริปเปอร์ ฆาตกรโรคจิตวัย 55 ปี ซึ่งก่ออาชญากรรมโหดเหี้ยมฆ่าหญิงสาวในพื้นที่ อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการแอบหนีการเข้าจับกุม

ปัจจุบัน วันที่ 18 เดือนธันวาคม62 ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สามารถจับกุมตัว นายสมคิด พุ่มพวง ได้แล้ว ที่สถานีปากช่อง ขณะนั่งรถไฟจากจังหวัดสุรินทร์ จะเข้าจ.กรุงเทพฯ ความก้าวหน้าจะรายงานให้รู้ถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1728698