Browse Category: ข่าวทั่วไป

ตำรวจอุดร แม่ของแม่มณี พร้อมสมุนส่งฝากขัง ยอดผู้เสียหาย 313 รายแล้ว

ตอนนี้ ยอดผู้เสียหาย 313 รายแล้ว

ตำรวจอุดรฯ คุมตัวแม่ “แม่มณี” พร้อมสมุนส่งศาลฝากขัง ขณะที่ ผู้เสียหายโดนโกงแชร์ทยอยแจ้งความ 313
ราย รวมเสียหายทะลุ 147 ล้าน ต้องระดมพนักงานสอบสวนนับร้อยมารับแจ้งความ สอบปากคำผู้เสียหาย

313

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ควบคุมตัว น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 47 ปี แม่ น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช อายุ 30 ปี หรือ แม่มณี เท้าแชร์ลวงโลก พร้อมด้วย น.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์ อายุ 25 ปี ลูกสมุนคนสนิทแม่มณี ที่ถูกตำรวจจับข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” นำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก ที่เรือนจำกลางอุดรธานี โดยทั้งสองสวมเสื้อคลุมศีรษะ ให้ผ้าปิดปากและสวมแว่นตาปิดบังใบหน้า เดินออกมาคนแรกและตนที่สอง โดยถูกพันธนาการ ด้วยโซ่พร้อมกับผู้ต้องหาคดีอื่น ขึ้นรถควบคุมไปที่ศาลจังหวัดอุดรธานี โดยมีทนายความของ น.ส.วิไลวรรณ ติดตามไปด้วย ขณะที่ห้องประชุมชั้น 4 สภ.เมืองอุดรธานี ยังมีผู้เสียหายแชร์แม่มณี ทยอยมาแจ้งความ และยังนัดสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม

ตำรวจอุดร แม่ของแม่มณี พร้อมสมุนส่งฝากขัง


พ.ต.อ.ศักดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตำรวจจับผู้ต้องหาไปแล้ว 7 คน ประกอบด้วย น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือแม่มณี นายเมธี ชิณภา สามีแม่มณี น.ส.ธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช มารดาแม่มณี นายปิยะ คีรีสุวรรณกุล น.ส.พรสวรรค์ ภูอินอ้อย น.ส.สุพรรณี นิกรกุล และน.ส.วิไลวรรณ หงส์ประชาทรัพย์ ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นลูกน้องคนสนิทแม่มณี เป็นทั้งพนักงาน เป็นหุ้นส่วนกิจการ แอดมินเพจ รีวิวสินค้า และทำธุรกรรมทางการเงิน โดยได้รับความไว้วางใจจากแม่มณีด้วยการโอนเงินเข้าบัญชี และยักย้าย ถ่ายเท ทรัพย์สิน ซึ่งตำรวจได้ติดตามทรัพย์สินกลับมาให้ได้มากที่สุด ทั้งหมดถูกควบคุมตัวขออำนาจศาลฝากขังที่เรือนจำกลางอุดรธานี โดยตำรวจคัดค้านการประกันตัว
313
“ขณะนี้ได้ระดมพนักงานสอบสวนสังกัด ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี กว่า 100 นาย มาช่วยรับแจ้งความและสอบปากคำผู้เสียหาย มีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว 313 ราย มูลค่าเสียหาย 147 ล้านบาท” รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าว.

นายหน่อย

คุม นายหน่อย ผู้ต้องหาแหกคุก ศาลจังหวัดพัทยา ส่งศาลฝากขัง

ที่จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่คุม นายหน่อย ผู้ต้องหาแหกห้องขังศาลจังหวัดพัทยาส่งศาลฝากขัง ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆที่จับนั้นก็แยกดำเนินคดีตามท้องที่เกิดเหตุ

นายหน่อย
จากกรณีได้มีคนร้าย 3 รายคือ นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ อายุ 40 ปี น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ อาย 30 ปี นายบาร์ท อันเลน เฮลมัส อายุ 39 ปี ได้ร่วมกันใช้มีดแทงตำรวจศาลพัทยา แล้วใช้ปืนยิงเปิดทางวิ่งหลบหนีไปขึ้นรถกระบะที่จอดรออยู่ หลังจากเกิดเหตุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการตำรวจภูธรภาค 2 ออกไล่ล่าคนร้าย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ล่าสุดศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ในข้อหา 5 ข้อกล่าวหา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวานนี้( 7 พ.ย. )เวลา 15.00 น. พล.ต.ท. ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ผช.ผบ.ตร.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแถลงข่าวคดี 3 ผู้ต้องหา หนีศาลจังหวัดพัทยา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. ( 8 พ.ย. ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ เอื้อสมานไมตรี สวป.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 5 นาย ควบคุมตัวนายหน่อยหรือต้น นิลเทศ ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพัทยา โดยระหว่างการนำตัวออกจากห้องคุมขังที่ สภ.เมืองพัทยาไปขึ้นรถไปศาลจังหวัดพัทยานั้นมีสีหน้าไม่เครียด โดยมีการพูดคุยปกติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำตัวออกมา

ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆที่จับนั้นก็แยกดำเนินคดีตามท้องที่เกิดเหตุ

แม่ของแม่มณี

ถึงกับเข่าทรุด แม่ของแม่มณี โดนตำรวจ รวบคาปั๊ม ความดันขึ้นหนัก เป็นลมกับที่

ตำรวจบุกจับ แม่ของแม่มณี เจ้าตัวเห็นตำรวจถึงกับน้ำตาคลอ เป็นลมล้มพับส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นยันไม่รู้เรื่อง ลูกขอให้ช่วยเปิดบัญชี

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 รายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.กฤช ปัตลา รอง ผบก. พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ได้นำหมายศาลไปจับกุม นางธวัลรัตน์ ทิพย์ประเวช อายุ 47 ปี มารดาของเดียร์ หรือ แม่มณี ในข้อหาร่วมกันยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สิน ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในเทศบาลนครอุดรธานี อ.เมือง จ.อุดรธานี

ตำรวจบุกจับ แม่ของแม่มณี ถึงกับน้ำตาคลอ

แม่ของแม่มณี

เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับเดินมาหา นางธวัลรัตน์ ถึงกับน้ำตาคลอ โดยเบื้องต้น นางธวัลรัตน์ ให้การว่า ลูกสาวขอให้ตนช่วยเปิดบัญชี บอกว่าจะไปทำธุระ จึงยอมช่วยเหลือ แต่ตนไม่เกี่ยวข้องด้วย ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าลูกทำอะไร เพราะตนพูดอะไรกับลูกมากไม่ได้อยู่แล้ว

แม่ของแม่มณี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนางธวัลรัตน์ ไปขึ้นรถ เจ้าตัวเกิดเป็นลมหมดสติล้มพับไปกองกับพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปอุ้ม และประคองตัวขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาล ซึ่งพบว่า ความดันโลหิตของ วนางธวัลรัตน์ สูงถึง 211 มล.ปรอท

ทั้งนี้ พล.ต.ต.นันทชาติ ได้เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อหา และคุมตัวแล้วผู้ต้องหาเกิดอาการป่วยกะทันหัน ก็จำเป็นที่จะต้องรีบช่วยเหลือให้ปลอดภัย ก่อนที่จะดำเนินการเรื่องกฎหมายต่อไป และจากนี้จะมีการออกหมายจับเพิ่ม 1-2 คน

แยกตลาดคลองมะนาว

ตร. สระแก้ว เชื่อ 3 ผู้ต้องหาหนีศาล ยังไม่ข้ามชายแดน

ตำรวจ สระแก้ว บูรณาการปิดล้อมตรวจค้น ผู้ต้องหาหนีศาลจังหวัดพัทยา ระดม จนท.หลายร้อยคน ลุยค้นหาบริเวณ
พื้นที่บ้านหนองจาน ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร ห่างแนวชายแดนกัมพูชาเพียง 30 กิโลเมตร
สระแก้ว
เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (6 พ.ย.) ที่บริเวณแยกตลาดคลองมะนาว ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร  ตำรวจภูธรอำเภอเมือง ตำรวจภูธรภาค 2 , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกว่า 300 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ สนธิกำลังกันจัดชุดไล่ล่า 3 นักโทษที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยา
ก่อนหลบหนีมาตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา

ตร. สระแก้ว เชื่อ 3 ผู้ต้อง ยังไม่ข้ามชายแดน

ได้มีการประชุมวางแผนปฏิบัติการเข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่ในรอยต่อ 3 อำเภอ คือ เขตพื้นที่ อ.วัฒนานคร อ.เขาฉกรรจ์ และอ.คลองหาด เพื่อค้นหานักโทษทั้ง 3 คน รวมถึงผู้พาหลบหนีอีก 2 คน โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ที่พบข้อมูลจากคำ
ให้การของผู้พาหลบหนีที่ถูกจับกุมได้คืนนี้ ว่าทั้งหมดหลบหนีไปยัง บ้านโคกข้าวเหนียว ต.เขาฉกรรจ์ อ.เขาฉกรรจ์
โดยจะใช้กำลังตำรวจเดินเท้าปูพรม ชุดละ 10 นายจำนวน 7 ชุด ในรัศมี 10 กิโลเมตร และพิสูจน์ทราบพื้น ที่ให้มีวง
แคบขึ้น
สระแก้ว
เจ้าหน้าที่ได้นำแผนที่มาวางกำหนดจุดการเข้าปฏิบัติการในครั้งนี้ และเจ้าหน้าที่แต่ละนายสวมเสื้อเกราะ พร้อมอาวุธ
ครบมือ เพื่อเตรียมความพร้อมด้วย เนื่องจากกลุ่มนักโทษมีการพกพาอาวุธ ทั้งนี้เชื่อว่า ทั้ง 5 คนจะยังอยู่ในพื้นที่และ
ยังอยู่ในฝั่งประเทศไทย ยังไม่ข้ามชายแดนหลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทำการปิดล้อม ห่างจากแนวชายแดน 30-40 กม. ซึ่งมี อำเภอชายแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา
คือ อ.โคกสูง อ.อรัญประเทศ อ.คลองหาด ตลอดแนว 100 กว่า กม.เป็นช่องทางธรรมชาติ.
ปี

หมอบอกญาติให้ทำใจ นศ. 19 ปี หลังดาบตำรวจทำปืนลั่นใส่ โคม่าหนักโอกาสรอดแทบไม่มี

ญาตินักศึกษาสาววัย 19 ปี ที่เจ็บสาหัสจากดาบตำรวจทำปืนลั่นใส่ เผยแพทย์ให้ทำใจแล้ว เพราะกระสุนเข้าที่จุดสำคัญ โอกาสรอดชีวิตแทบจะไม่มี ด้านญาติลั่นจะสู้ให้ถึงที่สุด

กรณีที่ ด.ต.คงศักดิ์ กองเงิน ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองเชียงใหม่ ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.เมืองเชียงใหม่ ทะเลาะกับแฟนสาวในรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กจ 4155 สกลนคร เหตุเกิดริมถนนบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเหตุให้ น.ส.นิว (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาสาว ถูกกระสุนปืน 11 มม.ลั่นเข้าที่บริเวณศีรษะบาดเจ็บสาหัส

นักศึกษาสาววัย 19 ปี ที่เจ็บสาหัสจากดาบตำรวจทำปืนลั่นใส่

ปี

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับตัวผู้ได้รับบาดเจ็บขณะนี้ยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่หอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรมอุบัติเหตุ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ อาการโคม่า โดยเมื่อเช้านี้ ยังไม่มีญาติคนไหนเดินทางมาเยี่ยมเนื่องจากทางโรงพยาบาลให้เยี่ยมได้ในเวลา 12.00-13.00 น.

ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยทางโทรศัพท์กับทางญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า อาการของน้องนิว (นามสมมติ) นั้นค่อนข้างหนัก ซึ่งแพทย์ได้บอกกับทางญาติว่าให้เริ่มทำใจได้แล้ว เพราะว่าน้องถูกอาวุธปืนเข้าที่บริเวณจุดสำคัญ โอกาสรอดชีวิตแทบจะไม่มีซึ่งทางญาติก็อยากจะขอความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย และยืนยันว่าจะสู้เพื่อน้องอย่างถึงที่สุด.

500

จับยาไอซ์ 500 กก. ในเก๋ง 9 คัน เตรียมส่งลงใต้ คาบังกะโล

ไอซ์  500  กก. ซุกเก๋ง 9 คันเตรียมขนลงไปส่งภาคใต้ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เข้าปิดล้อม บังกะโล Little in

500

ตำรวจภาค 5 จับยาไอซ์ลอตมหึมา 500 กิโลกรัม ซุกเก๋ง 9 คันเตรียมขนลงไปส่งภาคใต้ ภายในบังกะโลในเมืองเชียงใหม่ สอบสวนพบครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 มีเจ้าของโรงหล่อที่สมุทรปราการเป็นหัวหน้าทีม

เช้ามืดวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดกองบังคับการตำรวจภูธรสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ได้เข้าปิดล้อม บังกะโล Little in ซอยข้างวัดพระนอน ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริมจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจากการสืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์จากแนวชายแดนมาพักรอ อยู่ใน บังกะโลแห่งนี้เพื่อรอขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคใต้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เข้าชาร์จจับกุมห้องพักบังกะโลแบบม่านรูด ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 9 คน ยึดรถยนต์ ได้จำนวน 9 คัน ยึดยาไอซ์ได้ทั้งหมด 500 กิโลกรัม

500

พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ในการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาไอซ์ จากแนวชายแดนเข้ามาพักในตัวเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่จะขนลงไปยังพื้นที่ไปภาคใต้ โดยมีนายวิโรจน์ เป็นเจ้าของโรงหล่อในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหัวหน้าทีมได้นำลูกน้องลงมาลักลอบลำเลียงยาเสพติด เพื่อไปส่งยังพื้นที่ภาคใต้โดยทำมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ในวันนี้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจค้น และกำลังขยายผลการจับกุม.

ทารก

พบเด็ก ทารก แฝดหญิง ถูกนำใส่ถุงทิ้ง บนสะพานลอย หน้าสนามบินดอนเมือง

วันที่ 3 พ.ย. 62 เวลา 02.20 น. ร.ต.อ ธีระยุทธ์ คงดอน รอง สว. (สอบสวน) สน.ดอนเมือง รับแจ้งเหตุ พบเด็ก ทารก แรกเกิดถูกทิ้ง อยู่บนสะพานลอยคนข้ามโรงแรมอามารีไปยังสนามบินดอนเมือง ช่วงทางขึ้นลงฝั่งสถานีรถไฟดอนเมือง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร จึงเข้าตรวจสอบพร้อมกู้ชีพ โรงพยาบาลภูมิพลและเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

พบเด็กทารกแฝดหญิง ถูกนำใส่ถุงทิ้ง บนสะพานลอย

ทารก

โดยที่เกิดเหตุพบทารกแฝด เพศหญิง ผิวขาว ผมดำ ถูกห่อด้วยผ้าขนหนูและขวดนม 1 ขวด อยู่ในกระเป๋าผ้าสีเหลือง โดย นางดวงเนตร อดทน อายุ 57 ปี พนักงานการบินไทย เป็นผู้พบเห็น

 ทารก

นางดวงเนตร กล่าวว่า เธอกลับมาจากงานทอดกฐินกับเพื่อน เมื่อลงรถไฟขณะกำลังข้ามกลับไปที่พักสนามบินดอนเมือง เมื่อขึ้นสะพานไปก็พบกระเป๋าผ้าที่มีบางสิ่งขยับอยู่ เมื่อสังเกตุจึงเห็นเป็นขาทารกที่กำลังดิ้น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบทารกให้โรงพยาบาลภูมิพลดูแลชั่วคราว พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาบุคคลที่นำทารกมาทิ้งต่อไป…

แขวนคอคาห้องขังโรงพัก

หนุ่มอุตรดิตถ์ ถูกจับส่งไอซ์ 5 กก. ใช้กางเกงใน แขวนคอคาห้องขังโรงพัก

ใช้กางเกงใน แขวนคอคาห้องขังโรงพัก

แขวนคอคาห้องขังโรงพัก

 

วันที่ 31 ต.ค. ที่ สภ.วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.โอภาส คงเมือง รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ,แพทย์เวรโรงพยาบาลอุตรดิตถ์
และทนายความ หลังรับแจ้งจากสิบเวรประจำหน้าห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา สภ.วังกะพี้ว่า พบนายสุริยา เจิ่งฤทธิ์ หรือ เจี๊ยบ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี ผู้ต้องหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1
(ยาไอช์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ผูกคอเสียชีวิตภายในห้องขัง ขณะที่รอนำตัวเพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมและส่งตัวฝากขังเรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์

แขวนคอคาห้องขังโรงพัก

 

ที่เกิดเหตุอยู่ภายในห้องควบคุมผู้ต้องหาชาย ของ สภ.วังกะพี้ พบ นายสุริยา ใช้กางเกงในสีดำผูกคอตัวเองห้อยอยู่กับราวลูกกรงเหล็ก โดยปลายเท้าพ้นจากพื้นประมาณ 30 เซนติเมตร แพทย์
ชันสูตรพลิกศพแล้วไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลถูกทำร้ายและภายในห้องขังมีเพียงผู้ตายเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ต้องหาอื่นๆ ร่วมอยู่ด้วย

แขวนคอคาห้องขังโรงพัก

 

ทั้งนี้ นายสุริยา ถูก ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ จับกุมหลังนำยาไอซ์ 5 กิโลกรัม มาวางให้กับลูกค้าที่นัดหมาย บริเวณพงหญ้าข้างถนนทางหลวงหมายเลข 11 อุตรดิตถ์ – พิษณุโลก
ที่ ต.หาดกรวด อ.เมืองอุตรดิตถ์ และถูกจับกุมได้พร้อมกลาง เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา

แขวนคอคาห้องขังโรงพัก

 

จากนั้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.หญิง (นามสมมุติ) แฟนผู้ต้องหา ได้เดินทางจาก จ.ปทุมธานี เพื่อขอเข้าเยี่ยม ก่อนจะถูกนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พบว่าตลอดระยะเวลาผู้ต้องมีสีหน้า
เคร่งเครียด พูดน้อย โดยรับสารภาพว่ารับจ้างขนไอซ์ 5 กิโลกรัม จากกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวางให้ลูกค้าที่ข้างถนนทางหลวงหมายเลข 11 จังหวัดอุตรดิตถ์ และถูกจับกุมได้ดังกล่าว

จากการประสาน น.ส.หญิง แฟนสาว กลับมาสอบสวนเพิ่มเติม ทำให้ทราบว่า ผู้ต้องหาเกิดความเครียดและกลัวความผิด เนื่องจากอัตราโทษค่อนข้างสูง และยังเคยต้องโทษในคดียาเสพติด
มาแล้ว แฟนสาวไม่ได้ติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิต แขวนคอคาห้องขังโรงพัก เนื่องจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ต้องหาผูกคอตัวเอง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพตรวจชันสูตร
อย่างละเอียดถึงสาเหตุการ เสียชีวิต ที่โรงพยาบาลพุทธชินราชจังหวัดพิษณุโลก

สาวขับเก๋ง

สาวขับเก๋ง เข้าเกียร์ผิด พุ่งชนคนล้ม ตกใจถอยทับซ้ำดับคาที่

สาวขับเก๋ง
สาวขับเก๋ง เข้าเกียร์ออโต้ผิด พุ่งชนหญิงวัย 45 ปี ด้วยความตกใจที่ชนคนและจักรยานยนต์อีกหลายคัน เข้าเกียร์ถอยอีกครั้งทับร่างคนเจ็บซ้ำดับคาที่

สาวขับเก๋ง เข้าเกียร์ออโต้ผิด วันที่ 30 ต.ค. 2562 เวลา 21.30 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเสียชีวิต ภายในซอยเทศบาลนาป่า หมู่ 11 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งสีทอง พุ่งชน น.ส.วารี อายุ 41 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ถูกชนตัวกระเด็นไปอยู่กลางถนน ก่อนถูกรถเก๋งคันดังกล่าวถอยทับ จนเสียชีวิตคาที่ พร้อมกับชนรถจักรยานยนต์อีก 3 คัน ที่จอดอยู่ข้างถนนและลากรถจักรยานยนต์ไปอีก 1 คัน ไปชนรถกระบะอีซูซุ สีบอร์ดเงิน ที่ขับมาตามปกติ จนตาไฟซ้ายแตกได้รับความเสียหาย

การจากสอบถามเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ถูกชนลากไปชนกับรถกระบะซ้ำ เล่าว่าตนเองจอดรถจักรยายนต์เอาไว้แถวหน้าร้านสะดวกซื้อ หลังจากเข้าไปซื้องของเมื่อออกมาจากร้านก็ก็พบว่ารถจักรยานต์ถูกรถยนต์ชนลากไปไกลเป็น 10 เมตร จนไปชนเข้ากับกระบะอีกที

สาวขับเก๋ง

น.ส.สุวรรณ อายุ 34 ปี คนขับรถยนต์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านยำ หลังเกิดเหตุได้เข้าไปอยู่ภายในร้านยำของตนเอง และมีอาการตกใจกลัวสุดขีดร้องไห้เสียใจ พร้อมกับเล่าว่า ตนเองนั้นกำลังจะขยับรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อแต่ตกใจเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งพุ่งชนรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคันและไปชนกับผู้ตาย ก่อนจะไปร้องไห้ไหว้ศพผู้เสียชีวิตอยู่กลางถนนพูดแต่เพียงว่าหนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจ

สาวขับเก๋ง

ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าเห็นรถเก๋งที่คาดว่าตอนแรกจะถอยหลังเพราะด้านหน้านั้นติดรถจักรยานยนต์อยู่โดยมีผู้ตายเดินอยู่ข้างถนน แต่รถก็เร่งเครื่องพุ่งไปข้างหน้าพุ่งชนผู้ตายและรถ รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ไถลไปชนกับรถกระบะ แต่จู่ๆรถเก๋งคันดังกล่าวก็เข้าถอยกลับมาทับร่างผู้ตายที่โดนชนล้มลงตอนแรก ก่อนจะเครื่องยนต์จะดับลง เมื่อชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ต่างก็ช่วยกันยกรถยนต์นำร่าง น.ส.วารีย์ ออกมาเพื่อช่วยชีวิต แต่ น.ส.วารีย์ เสียชีวิตแล้ว

สาวขับเก๋ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบรถเก๋ง พบว่าสามารถขับได้ตามปกติ ซึ่งคาดว่าคนขับน่าจะเข้าเกียร์ผิด พอพุ่งชนก็ตกใจเลยเข้าเกียร์ถอยทับร่างผู้ตาย จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และรอสอบสวน น.ส.สุวรรณ ผู้ขับรถยนต์อีกครั้ง เนื่องจาก น.ส.สุวรรณ ร้องไห้เป็นลมไม่สามารถสอบสวนได้ พร้อมกับรอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

ทีมอาสาสมัคร

ทีมอาสาสมัคร พบศพถูกฆ่าทิ้งฝังหลุมอื่อ เหลือแต่โครงกระดูกเกือบครึ่งร้อย ในเม็กซิโก

ทีมอาสาสมัคร
ทีมอาสาสมัคร ค้นหาบุคคลที่หายสาบสูญในประเทศเม็กซิโก ค้นพบหลุมฝังศพ พร้อมโครงกระดูกผู้เสียชีวิต 44 ราย ในรัฐโซโนรา ประเทศเม็กซิโก เจ้าหน้าที่เร่งพิสูจน์ระบุตัวตนผู้เสียชีวิต

วันที่ 30 ต.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมอาสาสมัครค้นหาบุคคลที่หายสาบสูญในประเทศเม็กซิโก ได้ค้นพบโครงกระดูกกว่า 44 ราย ใน เมือง ปัวโต-ปีนาสโก ในรัฐโซโนรา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเม็กซิโก โดยตอนแรกกลุ่มอาสาสมัครดังกล่าว ได้พบกับโครงกระดูกมนุษย์ 13 ราย แต่เมื่อเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมก็พบว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นหลุมฝังขนาดใหญ่และทีมงานก็เริ่มพบศพของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆเป็น 44 ศพ

ทีมอาสาสมัคร

ซึ่งทางกลุ่มอาสาสมัครจำเป็นต้องหยุดภารกิจการค้นหาชั่วคราว เนื่องด้วยสถานที่เก็บศพภายในเมือง ยังไม่มีพื้นที่ที่ว่างพอจะรับร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม

ทีมอาสาสมัคร

เจ้าหน้าที่ของรัฐโซโนรา เปิดเผยข้อมูลกับสื่อว่า ในบรรดาศพที่ถูกขุดพบรอบนี้ มีเพียงศพเดียวเท่านั้นที่น่าจะเสียชีวิตมาได้ไม่นานนัก ขณะที่ศพอื่น ๆ นั้นกลายเป็นโครงกระดูกอย่างสมบูรณ์แล้วภายใต้เสื้อผ้าที่สวมใส่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างระบุเพศและตัวตนของเหยื่อทั้งหมด ซึ่งตอนนี้บอกได้เพียงว่ามี 4 ศพ ที่เป็นผู้หญิง

ทีมอาสาสมัคร

ทั้งนี้ หลุมฝังศพบริเวณดังกล่าว มักถูกใช้เป็นสถานที่ทิ้งศพจากการต่อสู้กันระหว่างขบวนการค้ายาเสพติดและเหยื่อที่ถูกลักพาตัว โดยเฉพาะในบริเวณดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ของขบวนการค้ายาเสพติดซึ่งเคยปะทะครั้งใหญ่กับเจ้าหน้าที่ของทางการมาแล้วเมื่อปี 2556