Browse Author: LEWIS

5 ครูอัปปรี 2 ลูกศิษย์เลว

5 ครูอัปปรี 2 ลูกศิษย์เลว เปิดไทม์ไลน์ความชั่ว ยิ่งกว่า”เดรัจฉาน”

5 ครูอัปปรี 2 ลูกศิษย์เลว ร่วมกัน ข่มขืน-รุมโทรม เด็กนักเรียนหญิง วัย 14 ปี

เปิดไทม์ไลน์ความชั่ว 5 ครูอัปปรี 2 ลูกศิษย์เลว ข่มขืนรุมโทรม เด็กนักเรียนหญิง วัย 14 พบ

“ครูวิพจน์” สอนคณิตฯ ตัวต้นตอเหตุ ข่มขืนตั้งแต่ปีที่แล้ว สุดชั่วทำทุกรูปแบบทั้งเรียกไป

บ้านพักครู และ เรียกเพื่อนครูอีก 2 รุมโทรมเด็ก ชวนเพื่อนครูห้องข้างๆ สวิงกิ้งเด็กในเวลา

ราชการ เผื่อแผ่ยันลูกศิษย์ กระทั่งยายรู้ความจริง ไม่ทนเข้าแจ้งความ

5 ครูอัปปรี 2 ลูกศิษย์เลว

จากกรณีที่ผู้ปกครองของ เด็กนักเรียนหญิง วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนดงมอน

วิทยาคม ต.ดงมอน อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร ถูกครู อัปปรี จำนวน 5 คน และศิษย์เก่าสุดชั่วอีก 2

คน ข่มขืนกระทำชำเราและรุมโทรมมานานกว่า 1 ปี ต่อมาตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง

7 คน และศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหารได้ให้ครู อัปปรี ทั้ง 5 คนออกจากราชการไว้ก่อน และ

สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า พ.ต.อ.นำชัย ศรีเวียง ผกก.สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร ได้รายงาน

เหตุที่ต้องรายงานด่วน ผ่านวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงพฤติการณ์ของ

คดี โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน คือ 1. นายวิพจน์ แสนสุข อายุ 35 ปี ชาว อ.หนองสูง

จ.มุกดาหาร 2. นายยุทธนา ภู่ถนนนอก อายุ 36 ปี ชาว อ.เซกา จ.บึงกาฬ 3. นายอานุภาพ

บรรจง อายุ 33 ปี ชาว อ.ปลาปาก จ.นครพนม 4. นายสิทธินันท์ ณ หนองคาย อายุ 25 ปี ชาว

อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร 5. นายเอกลักษณ์ เกื้อหนองขุ่น อายุ 35 ปี ชาว อ.หนองพอก

จ.ร้อยเอ็ด 6. นายชนะศักดิ์ สาธุชาติ อายุ 21 ปี ชาว ต.ดงมอน อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร และ 7.

นายพีรพงษ์ พรมมา อายุ 21 ปี ชาว ต.ดงมอน อ.เมืองฯ จ.มุกดาหาร จากรายงานสรุป

เหตุการณ์ได้ดังนี้

ประมาณเดือนมีนาคม 2562 เวลาประมาณ 09.00 น. นายวิพจน์ ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์

หลอกเด็กหญิงไปข่มขืนกระทำชำเราที่ห้องพักครู หลังจากนั้นมานายวิพจน์ก็ได้กระทำชำเรา

เด็กหญิงเรื่อยมาเฉลี่ยเดือนละ 1-2 ครั้ง

5 ครูอัปปรี 2 ลูกศิษย์เลว

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลาประมาณ 12.00 น. นายวิพจน์ได้นัดให้เด็กหญิงไปพบที่

บ้านพักครูของนายวิพจน์ และได้กระทำชำเราอีก 1 ครั้ง จากนั้นนายวิพจน์ได้ให้นาย

เอกลักษณ์ ครูสอนวิชาสังคมศึกษา และนายสิทธินันท์ ซี่งเป็นครูผู้ช่วยสอนวิชาสังคมศึกษา

กระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่คนละ 1 ครั้ง

วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 13.00 น. นายวิพจน์ และนายอานุภาพ ซึ่งเป็นครู

ผู้ช่วยสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ได้นัด เด็กนักเรียนหญิง และ น.ส. … อีกรายหนึ่งมาพบที่บ้านพัก

ครูของนายวิพจน์ จากนั้นนายวิพจน์ได้กระทำชำเราเด็กหญิง นายอานุภาพได้กระทำชำเรา

น.ส. … ในห้องเดียวกัน ระหว่างนั้นนายวิพจน์ และนายอานุภาพได้สลับคู่กัน นายอานุภาพ

กระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง . และนายวิพจน์กระทำชำเรา น.ส. … ระหว่างนั้นได้มีนาย

ยุทธนาซึ่งเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์เข้ามาในห้อง นายอานุภาพจึงได้ลุกขึ้นและลงด้าน

ล่าง จากนั้นนายยุทธนาก็ได้กระทำชำเราเด็กหญิง และสลับไปกระทำชำเรา น.ส. … และนาย

วิพจน์ได้กลับมากระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง .ต่อจนสำเร็จความใคร่

หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ นายวิพจน์ได้นัดให้ เด็กนักเรียนหญิง ไปหาที่บ้านและได้

กระทำชำเราอีก

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 16.00 น. นายวิพจน์ได้นัดให้ เด็กนักเรียน

หญิง ไปพบที่บ้านพักครูของนายวิพจน์ และได้กระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง .จนสำเร็จ

ความใคร่ 1 ครั้ง จากนั้นนายวิพจน์ได้บอกนายชนะศักดิ์ซึ่งเป็นศิษย์เก่าที่มากับนายวิพจน์ ได้

ข่มขืนกระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง แต่ไม่สำเร็จความใคร่ จากนั้นนายวิพจน์ได้ให้ เด็ก

นักเรียนหญิง ไปหานายยุทธนาที่ห้องพักของนายยุทธนาซึ่งอยู่ใกล้กัน เมื่อไปถึงห้องพัก

นายยุทธนาได้ข่มขืนกระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง จนสำเร็จความใคร่อีก 1 ครั้ง

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เวลาประมาณ 17.30 น. นายวิพจน์ได้นัดให้ เด็กนักเรียนหญิง

ไปพบที่ห้องเรียนคณิตศาสตร์ เมื่อไปถึงนายวิพจน์กระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง แต่ไม่

สำเร็จความใคร่ จากนั้นนายวิพจน์ได้บอกให้นายพีรพงษ์ซึ่งเป็นศิษย์เก่าที่มากับนายวิพจน์

กระทำชำเราอีก ซึ่ง เด็กนักเรียนหญิง พยายามขัดขืนแต่สู้แรงไม่ได้ จึงได้ถูกนายพีรพงษ์

กระทำชำเรา แต่ไม่สำเร็จความใคร่

ล่าสุด เมื่อวันพุธที่ 4 มี.ค. 2563 เวลาประมาณ 14.30 น. นายวิพจน์ได้นัด ด.ญ. และ น.ส. …

ไปพบที่บ้านพักครูของนายวิพจน์ เมื่อไปถึงนายวิพจน์ก็ได้กระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง

ส่วน น.ส. … ถูกนายยุทธนากระทำชำเรา จากนั้นนายวิพจน์ได้ขอสลับคู่กับนายยุทธนา ซึ่ง

นายยุทธนาก็ได้กระทำชำเรา เด็กนักเรียนหญิง ส่วนนายวิพจน์กระทำชำเรา น.ส. … ต่อมา

นายวิพจน์ขอสลับคู่คืน จนกระทั่งนายวิพจน์และนายยุทธนาสำเร็จความใคร่

ต่อมายายของ ด.ญ.ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดย

ได้ตั้งข้อหาต่อผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ได้แก่ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะ

ยินยอมหรือไม่ก็ตาม อันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิง และเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่

ในความดูแล, พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร

โดยได้ส่งตัว ด.ญ. ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมุกดาหารเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2563 และสอบ

ปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพที่สำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2563 ที่ผ่าน

มา

5 ครูอัปปรี 2 ลูกศิษย์เลว
เผยโฉมหน้า 5 ครูอัปปรี และ 2 ลูกศิษย์เลว
ครู5 ศิษย์เก่า2 รุมโทรมเด็ก

ครู5 ศิษย์เก่า2 รุมโทรมเด็ก วัย14 นานนับปี

ครู5 ศิษย์เก่า2 รุมโทรมเด็ก หญิงวัย14ปี

ครู5 ศิษย์เก่า2 รุมโทรมเด็ก ยายแจ้งข้อหา 5 พ่อพิมพ์ของชาติ และ ศิษย์เก่า 2 คนกระทำชำเราหลานสาว วัย 14 ปี ทั้งหมดเข้าให้การกับตำรวจแล้ว ขอให้การภาคเสธ

นางเอ (นามสมมุติ) วัย 57 ปี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร ว่าหลานสาว เด็ก

หญิงบี (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ได้ถูก 5 พ่อพิมพ์ของชาติ คือ 1. ครูเอก

คณิตศาสตร์ 2.ครูเอกคอมพิวเตอร์ 3.ครูผู้ช่วยเอกวิทยาศาสตร์ 4.ครูผู้ช่วย 5.นายเอก 6.นาย

ชนะ อายุ 21 ปี 7.นายพี อายุ 21 ปี รวมทั้งหมด 7 คน เป็นครู 5 คน สอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง

และศิษย์เก่าที่เรียนจบแล้ว 2 คน ได้ถูกข่มขืนกระทำชำเรา

เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นได้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณเดือน มี.ค. 2562 ด.ญ.บี ได้ถูกครูเอกคณิตศาสตร์ ผู้ถูกกล่าวหาคนที่ 1 ลวงไปข่มขืนในห้องพักครู ต่อมา ด.ญ.บี ถูกผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 คน กระชำเราแบบสลับคู่มาเรื่อยๆ โดยครั้งที่ 3 และครั้งที่ 6 มี น.ส.พี (นามสมมุติ) นักเรียนชั้น ม.4 ซึ่งเป็นเพื่อน ร่วมถูกกระทำชำเราด้วย
และต่อมา นางเอ ซึ่งเป็นยายของ ด.ญ.บี รู้เรื่องที่เกิดขึ้น จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานและหลักฐาน

จากการสอบถาม พ.ต.อ.นำชัย ศรีเวียง ผกก.สภ.ผึ่งแดด ได้เล่าว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคดีแล้ว ก็จะทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และเมื่อวานได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนแล้ว ได้ตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิง อายุไม่เกิน 15 ปี ในลักษณะโทรมหญิง ทั้งหมด 7 คน ให้การภาคเสธ ส่วนผู้ถูกกล่าวหาได้ประกันตัวออกไปแล้ว ส่วนคดีก็จะทำตามขั้นตอนหรือคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนที่เกิดเรื่อง พบเพียงนักเรียนที่มาทำกิจกรรมประมาณ 4-5 คน เพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม จากการสอบถามเบื้องต้นทุกคนไม่ให้ข้อมูล และตอบตรงกันว่าไม่รู้เรื่อง

จากการเดินสำรวจบริเวณโรงเรียนพบสถานที่ คือห้องเรียนคณิตศาสตร์ และบ้านพักครูชายในส่วนของบ้านพักครูชายนั้น เป็นบ้านสองชั้นมีจำนวน 5 ห้อง ชั้นล่างมี 1 ห้อง ชั้น 2 มี 4 ห้อง บ้านที่เกิดเหตุนั้นตอนนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เพราะเป็นช่วงปิดเทอม

และต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบยายของเด็ก ซึ่งขนาดนั้นเจ้าหน้าที่จากบ้านเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่สอบถามและให้การช่วยเหลือครอบครัวของเด็ก

ทางด้าน นางมยุรี อึ้งตระกูล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในส่วนของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหาร จะดำเนินการในส่วนกระบวนการเยียวยา และฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็ก และลงมาดูสภาพครอบครัวว่าทางครอบครัวต้องการให้เราช่วยเหลือในเรื่ออะไร

ตอนนี้คงจะให้เรื่องของคำปรึกษา และเยียวยาเด็กตามกระบวนการของบ้าน การช่วยเหลือประสานงานในการฟื้นฟูจิตใจของเด็กก่อน ถ้าทางเด็กประสงค์จะเข้าพักที่บ้านเด็กและครอบครัวก็ยินดี ให้เด็กเข้าไปพักที่บ้านเด็กและครอบครัว…

ลากคออดีตตำรวจสังกัด 191

ลากคออดีตตำรวจสังกัด 191 ไม่เลิกพฤติชั่วร้ายแรง

ชุดสืบสวน บก.น.5 ลากคออดีตตำรวจสังกัด 191 ร่วมกับพรรคพวกที่ยังหลบหนี อุ้มยัดข้อหายาเสพติดเหยื่อ แฉไม่ละเลิกพฤติกรรมเดิม แม้จะกลายเป็นพลเรือนเต็มตัวแล้ว

ลากคออดีตตำรวจสังกัด 191

ลากคออดีตตำรวจสังกัด 191 ข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนในการกระทำความผิด ท้องที่ สน.พระโขนง

ลากคออดีตตำรวจสังกัด 191
ด่ากราด เจ้าหน้าที่เทศกิจ

เกิดเหตุ สลด ด่ากราด เจ้าหน้าที่เทศกิจ ขณะตรวจคัดกรองโควิด-19 จนเกิดอาการช็อกเสียชีวิต

ด่ากราด เจ้าหน้าที่เทศกิจ ช็อกเสียชีวิต ขณะปฎิบัติหน้าที่

ด่ากราด เจ้าหน้าที่เทศกิจ ในวันที่ 25 เม.ย.2563 เกิดเหตุ สลดใจ นายวิทยา ไชยธรรม เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลตำบลจันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เป็นลมหมดสติ ขณะทำการปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านคัดกรองโควิด-19 ในตลาดจันดี ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นางพวงทิพย์ หมวดเมือง ปลัดเทศบาลตำบลจันดี ได้เผยว่า นายวิทยาได้ปฏิบัติหน้าที่ประจำที่จุดคัดกรองในตลาดจันดี อยู่ในจุดห้ามรถยนต์เดินทางเข้าพื้นที่ รวมทั้งคัดกรองการสวมหน้ากาก และ ผู้ที่มีอาการเสี่ยงไม่ให้เข้าพื้นที่ ในขณะนั้นมีผู้ขับรถกระบะคันหนึ่งพยายามจะฝ่าเข้ามา แต่นายวิทยาเข้าห้ามปราม และ เจรจาให้ใช้เส้นทางตามที่ได้กำหนดไว้เท่านั้น

นายวิทยาถูกผู้ขับรถกระบะคันดังกล่าวด่าอย่างรุนแรง แล้วขับออกไป ส่วนนายวิทยามีท่าทีเครียดมาก ก่อนออกจากจุดตรวจในตลาดจันดีไปอีกจุด เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ต้องตระเวนดูแลความเรียบร้อยของจุดตรวจ ซึ่งมี 5 จุด พอไปถึงจุดที่ 2 นายวิทยาก็เกิดอาการช็อก สาเหตุคาดว่ามีความเครียดกับเหตุการณ์ และ มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจโตอยู่แล้ว จึงทำให้เสียชีวิต

ต่อมาในช่วงเย็น นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้ารดน้ำศพนายวิทยาที่บ้านพัก ถนนทางเข้าวัดควนโดน ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัว และมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งให้กับครอบครัว รวมทั้งรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปยังศูนย์อำนวยกลาง เพื่อให้การช่วยเหลือครอบครัวของนายวิทยาต่อไป…

รวบแล้ว พ่อใจทราม

รวบแล้ว พ่อใจทราม ข่มขืนลูกในใส้ นาน 3 ปี

รวบแล้ว พ่อใจทราม หนีคดีนานนับ10ปี

รวบแล้ว พ่อใจทราม .. เมื่อวันที่ 25 เม.ย. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดบุกเข้าจับกุม พ่อใจทราม วัย 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.นครปฐมที่ 178 /2553 ลงวันที่ 22 มี.ค.53 ในความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาตน โดยเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอมและเป็นการกระทำแก่ผู้สืบสันดาน” จับกุมได้บริเวณริมถนนคลองชลประทาน ม.6 ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม

รวบแล้ว พ่อใจทราม

เนื่องมาจากเมื่อประมาณปี 2550 เด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ได้พักอาศัยอยู่กับพ่อ

เพียงลำพัง 2 คน  ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เนื่องจาก

แม่แท้ ๆ ของเด็กได้เลิกรากับพ่อของเด็ก ไปหลายปี เนื่องจากทนพฤติกรรม

ของนายสันต์(พ่อเด็ก)ไม่ไหว นายสันต์มีพฤติกรรมเวลาเลิกงานแล้วมักจะไปกินเหล้า

กับเพื่อน พอเมากลับมาก็จะชวนทะเลาะและโวยวาย กลายเป็นที่เอือมระอาของบรรดาชาว

บ้านในระแวกนั้น ต่อมาในวันเกิดเหตุประมาณกลางปี 2550 นายสันต์เมากลับมาที่ห้องเช่า

แล้วพบลูกสาวนอนหลับอยู่ในห้องพักเกิดมีอารมณ์ทางเพศ ประกอบกับแค้นใจที่แม่ของเด็ก

ได้หนีไป จึงใช้กำลังบังคับข่มขืนลูกแท้ๆของตนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นก็บังคับข่มขู่

ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาดมิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย ด้วยความกลัวด.ญ.บี

จึงไม่กล้านำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง และ ไม่สามารถติดต่อกับแม่ของตัวเองได้ ต้องทนถูกพ่อ

แท้ๆข่มขืนมาเรื่อยๆ

จนกระทั่งเดือนมกราคม ปี 2553 แม่ของด.ญ.บี กลับมาเยี่ยมที่ห้องเช่า ลูกสาวจึงมีโอกาสได้

เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้แม่ฟังพร้อมกับขอร้องให้พาไปอยู่ด้วยเนื่องจากกลัวพ่อจะฆ่าตนให้

ตาย ทำให้แม่ของด.ญ.บีพาลูกแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ให้ดำเนินคดี

กับ นายสันต์ พ่อของเด็กซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ที่ข่มขืนลูกนานถึง 3 ปี เมื่อนายสันต์ทราบเรื่อง จึง

หลบหนีออกจากจังหวัดนครปฐม ไปทำงานรับจ้างทั่วไปที่ จังหวัดชลบุรี เป็นระยะเวลานาน

เกือบ10 ปี

ต่อมาชุดจับกุมได้สืบสวนรู้ว่า นายสันต์ ผู้ต้องหาแอบกลับมาขายไก่ย่างอยู่ริมถนนในเขต

อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงควบคุมตัวมาสอบสวน เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่า ทำไปเพราะ

โกรธแค้นแม่ของเด็ก หลังจากทิ้งตนเองไปมีสามีใหม่เพียงเพราะตนชอบดื่มเหล้า ภายหลัง

ตนติดเหล้าหนักและมีความต้องการทางเพศจึงลงมือข่มขืนลูกดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่

แจ้งข้อหาแล้ว ดำเนินการ คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อดำเนิน

การตามกฎหมายต่อไป…

ลูกชายรัฐมนตรี

ล่อซื้อ ลูกชายรัฐมนตรี ขายกัญชาออนไลน์

ลูกชายรัฐมนตรี ขายกัญชาออนไลน์ ส่งทางพัสดุ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2563 ณ กองบังคับการปราบปราม พลตำรวจตรี จิรภพ ภูริเดช ผู้

บังคับการตำรวจกองปราบปราม สั่งการให้ พันตำรวจเอก อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ.2 กอง

บังคับการกองปราบปราม พันตำรวจโท กรกช ยงยืน สารวัตรกองกลาง2 กองบังคับการ

ปราบปราม นำกำลังจับกุม นายราชภักดิ์ หรือป่าน เพียงเกษ อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง

กัญชาน้ำหนักรวม 700 กรัม ที่บริเวณริมถนนเอกทักษิณ ตำบล หลักหกอำเภอเมือง จังหวัด

ปทุมธานี

เนื่องจากดิ์ ผู้ต้องหารายนี้ นายราชภักดิ์ เป็นถึงบุตรชายของอดีตรัฐมนตรี และนักการเมือง

ชื่อเสียงโด่งดัง นามว่า อดิศร เพียงเกษ ปัจจุบัน นายราชภักดิ์ เป็นนักศึกษาของ

มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านรังสิต ชั้นปีที่ 4 ได้มีพฤติกรรมเปิด อินสตาแกรม และยังใช้ชื่อว่า

“warpguide” โพสต์ จำหน่ายกัญชาสายพันธุ์จากต่างประเทศโดยตรง โดยจัดส่งให้แก่

ลูกค้าทางพัสดุ จึงได้เฝ้าสืบหาเบาะแสเรื่อยมา ก่อนพบว่ามีการลักลอบขายกัญชาจริงๆ จึง

ได้ส่งสายเข้าล่อซื้อ โดยการนัดหมายส่งมอบของกลางกันที่บริเวณริมถนนเอกทักษิณ พร้อม

กับนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งเมื่อถึงเวลานัดหมาย นายราชภักดิ์ ก็ได้ขับรถยนต์นำของ

กลางมาส่งให้กับสายลับถึงที่เจ้าหน้าที่กำลังซ่อนตัวอยู่ จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมตรวจยึด

ของกลาง จากนั้นจึงขยายผลไปทำการตรวจค้นที่ห้องพักจนพบของกลางทั้งหมดดังกล่าว

สอบสวนแล้วนายราชภักดิ์ให้การรับสารภาพพร้อมรับว่าของกลางทั้งหมดตนเองสั่งซื้อคน

รู้จักผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์มาอีกที เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษ

ประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ก่อนนำตัวส่ง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินคดีต่อไปตามกฎหมาย…

เครียดเรื่องงาน

เครียดเรื่องงาน ทำร้อยตำรวจเอกยิงตัวเองดับ คาห้องพัก

เครียดเรื่องงาน ทำร้อยตำรวจเอกยิงตัวเองดับ

เครียดเรื่องงาน ร้อยตำรวจเอกใช้ปืนประจำตัวยิงตัวตายคาบ้านพัก เป็นรอง สวป.สภ.โพธิ์ทอง จ.ร้อยเอ็ด ผกก.เผยเพิ่งทำเรื่องขอย้ายไปมา จาก ป.ไปเป็นพนักงานวิทยุ แล้วกลับมาตำแหน่งเดิม ขณะที่ภรรยาเล่าว่าสามีซึมเศร้าผิดปกติ หลังมีการจัดทำแผนงานของโรงพักฉบับหนึ่ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักชั้นเดียว ริมถนนสายเสลภูมิ-คำโพนสูง บริเวณห้องโถงเยื้องกับห้องครัวภายในตัวบ้าน พบร่าง ร้อยตำรวจเอกทรงกรด คงจันทร์ อายุ 44 ปี ตำแหน่ง รอง สวป.สภ.โพธิ์ทอง อยูในสภาพนอนจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงที่บริเวณขมับด้านขวาทะลุขมับด้านซ้าย บนเตียงนอนพบปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อซีแซด ขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนพกสั้นประจำกาย และปลอกกระสุนปืนตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทำการ ซีพีอา เคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลเสลภูมิ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส จึงส่งต่อไปที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบถามทางญาติ เผยว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ไปขอยาคลายเครียดจาก รพ.สต.ภูเงิน เพื่อมารับประทาน ซึ่งปกติเป็นคนไม่ค่อยพูดจา เก็บตัวเงียบ ไม่คิดว่าจะฆ่าตัวตายอย่างนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้ออกตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อเก็บวิถีกระสุน และสอบสวนพยานแวดล้อมอย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริง

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พลตำรวจเอก ณรงค์ น้อยพันธุ์ ผกก.สภ.โพธิ์ทองระบุว่าว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ตายพร้อมภรรยาได้เข้ามาพบตนเพื่อขอเปลี่ยนตำแหน่งจากฝ่ายป้องกันปราบปราม ไปเป็นพนักงานวิทยุ เนื่องจากมีความเครียดในเรื่องปัญหาสุขภาพ โดยมีโรคภูมิแพ้อากาศ ซึ่งตนก็อยู่ระหว่างออกคำสั่งเพื่อให้ผู้ตายมาทำงานในตำแหน่งพนักงานวิทยุ ซึ่งเมื่อวันศุกร์ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่า อาการดีขึ้นแล้วขอกลับมาทำงานในตำแหน่งเดิม ซึ่งตนก็ได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว

“ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ผู้ตายก็ได้มาทำงานตามปกติ ซึ่งก็ทักทายยิ้มแย้ม โดยไม่มีท่าทีซึมเศร้าใดๆ จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถที่จอดไว้ที่แฟลตตำรวจ ห่างจากห้องของตนไปอีก 1 ห้อง โดยตนก็มองเห็นผู้ตายเดินมาสตาร์ตรถ ปิดประตูนั่งอยู่บนรถนานประมาณ 20 นาที หลังจากนั้นผู้ตายจึงได้ขับรถออกไปจากโรงพัก เมื่อเวลา 11.45 น. หลังจากนั้นเมื่อเวลา 12.40 น. ภรรยาผู้ตายได้โทรมาแจ้งกับตนว่าสามีได้ยิงตัวตายในบ้านพักหลังดังกล่าว”

ต่อมา นางอัญชลี คงจันทร์ อายุ 42 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เสลภูมิ ภรรยาผู้ตาย เข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ให้ข้อมูลอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเที่ยง ตนกำลังทำอาหารอยู่ในครัวเพื่อให้สามีรับประทานเช่นทุกวัน สักพักเมื่อสามีขับรถกลับมาถึงบ้านพัก ก็เดินเข้าห้องเสื้อผ้า จู่ๆ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนตกใจจึงหยุดทำกับข้าว รีบวิ่งเข้าไปดู เห็นสามีนอนแน่นิ่งจมกองเลือดและพบปืนตกอยู่ข้างลำตัว

นางอัญชลีให้ข้อมูลกับตำรวจอีกว่า สามีเคยบ่นอยู่บ่อยๆ ว่า ถึงแม้มีตำแหน่งหน้าที่ในสายงานป้องกันและปราบปราม แต่ตำรวจนายใดมาเป็นผู้บังคับบัญชา ก็ให้สามีทำหน้าที่งานธุรการ ของ สภ.โพธิ์ทอง และทำด้วยดีและเชื่อมั่นในตัวเองมาตลอด แต่ต่อมา เมื่อสองถึงสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ เห็นสามีมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ จึงเข้าไปถาม สามีพูดแต่เพียงว่า “กำลังมีการร่างโครงการทำงานของตำรวจ สภ.โพธิ์ทอง ฉบับหนึ่ง ซึ่งทำให้คิดมาก ไม่ค่อยสบายใจ”

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ตายเป็นนายตำรวจที่มีความประพฤติดี เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ไม่มีปัญหาหนี้สินในครอบครัว และมีลูกชาย 3 คนที่ยังเล็ก อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน…

เส้นตาย 90 วันรู้ผล

เส้นตาย 90 วันรู้ผล สอบวินัย “สันติบาล” นอกคอก

เส้นตาย 90 วันรู้ผล วินัย “สันติบาล”

เส้นตาย 90 วันรู้ผล ..กรณีที่เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.บางปะกง ล็อกจับกุม ส.ต.อ.ปัณณเทพษ์ เภตรา ฝ่ายตรวจสอบพฤติการณ์บุคคล บช.ส. ขณะพกปืนและกระสุนจำนวนมากยืนอยู่ข้างตู้เอทีเอ็ม หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาบางวัว ริมถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.42 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 1 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อช่วงสายวันที่ 16 เม.ย. เบื้องต้น ส.ต.อ.ปัณณเทพษ์ ให้การยอมรับว่าเตรียมก่อเหตุจี้ชิงเงินในธนาคารจริง เพราะมีหนี้สินกว่า 4 แสนบาท ขณะที่ ผบก.อก.บช.ส. สั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัย ก่อนมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บางปะกง ว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ต้องหา รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลาง และได้นำตัวผู้ต้องหาไปยื่นคำร้องต่อศาลขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 1 มีกำหนด 12 วัน เพื่อทำการสอบสวนให้เเล้วเสร็จแล้วสรุปสำนวนไปยังพนักงานอัยการพิจารณาคดีต่อไป

ในทางวินัย บก.อก. บช.ส.ได้มีคำสั่งเเต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และให้ตำรวจรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยร้ายเเรงแล้ว ทั้งนี้คณะกรรมการสอบสวนจะต้องดำเนินการสอบสวนให้เเล้วเสร็จภายในระยะ 90 วัน เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสายวันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ท.บุญสฤษฎิ์ ช่วยชู สว. (สอบสวน)

สภ.บางปะกง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี คุมตัว ส.ต.อ.ปัณณเทพษ์ เภตรา ผู้ต้องหา

พ.ร.บ.อาวุธปืน ออกจากห้องควบคุมไปฝากขังต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ผัดแรกเป็นเวลา

12 วัน เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ขณะเดียวกัน

มีญาติของผู้ต้องหา ได้ยื่นเงินสดขอประกันตัวออกไปสู้คดี ศาลพิจารณาอนุญาตให้ประกัน

ตัวได้ โดยขณะถูกนำตัวไปฝากขัง ส.ต.อ.ปัณณเทพษ์ อยู่ในอาการเคร่งเครียด และใบหน้า

อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด หลังได้รับการประกันตัว รีบขึ้นรถยนต์ที่ญาติมารอรับกลับไปโดย

ทันที

เซ็กซ์ทอย เป็นเหตุ

เซ็กซ์ทอย เป็นเหตุ ฉาวหนัก เตือนคุก 5 ปี

เซ็กซ์ทอย เป็นเหตุ ติดคุก 5ปี

เซ็กซ์ทอย เป็นเหตุ ในวันที่ 19 เม.ย.63 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์คลิปชายหญิงคู่หนึ่งนำอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย SEX TOY มาเล่นในที่สาธารณะ แล้วนำมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลต่างๆ ซึ่งมีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นการกระทำดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ตาม ป.อาญา มาตรา 388 โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(4) โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรณีข้างต้นขณะนี้ บก.ปอท.อยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวในการแชร์ข้อความ รูปภาพ คลิปวิดีโอ ในสื่อสังคมโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจจะเป็นความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการขายบริการทางเพศ การพนัน ลงรูปภาพในลักษณะลามกอนาจาร ด้วยวิธีการแชร์ เผยแพร่ จากการโพสต์ที่มีความผิด ซึ่งผู้ใช้บริการทางโซเชียลมิเดียต้องระมัดระวัง และคำนึงถึงการกระทำใดๆ ซึ่งอาจเป็นการเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารในโลกโซเชียลมีเดีย และพิจารณาไตร่ตรองถึงการแชร์ข้อความ หรือการโพสต์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสมหรือเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย.…

หนุ่มหนีคดี ลวงเด็ก 11 ขวบ

หนุ่มหนีคดี ลวงเด็ก 11 ขวบ บังคับข่มขืนทุกวันนานครึ่งเดือน

หนุ่มหนีคดี ลวงเด็ก 11 ขวบ ข่มขืน

หนุ่มหนีคดี ลวงเด็ก 11 ขวบ … ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม นายธวัชชัย หรือโต้ง (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาญจนบุรี ลงวันที่ 27 เมษายน 2550 กระทำความผิดฐาน “พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กหญิงนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยจับกุมได้ในพื้นที่ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หลังหลบหนีคดีนาน 13 ปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2550 นายธวัชชัย พบกับ ด.ญ.ดาว (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ซึ่งขณะนั้นมีอายุประมาณ 11 ปี ที่บริเวณท่ารถ บขส. เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี เนื่องจากผู้เสียหายเป็นเด็กที่มีผิวพรรณรูปร่างหน้าตาดี นายธวัชชัย จึงเข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหายออกอุบายล่อลวงว่าจะพาไปเที่ยว ก่อนพาไปบ้านพักของตนเองในพื้นที่ หมู่ 6 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ พร้อมกับข่มขู่ว่าจะทำร้ายหากผู้เสียหายหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นนายธวัชชัย ได้ใช้กำลังบังคับข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายทุกวัน กระทั่งวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550 ผู้เสียหายอาศัยจังหวะที่นายธวัชชัยเผลอ หลบหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าว เมื่อผู้ปกครองทราบเรื่อง จึงพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนติดตามทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาประกอบอาชีพรับจ้าง

ส่งหมูกระทะ และพักอาศัยอยู่บริเวณ หมู่ 4 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

กระทั่งวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ตำรวจชุดจับกุมจึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวนายธวัชชัย เบื้อง

ต้นผู้ต้องหาให้การรับทราบตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน

สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…