Browse Month: สิงหาคม 2020

สาวพิเรนทร์

สาวพิเรนทร์ ให้ผึ้งต่อยปาก หวังได้ปากทรงกระจับ แพทย์เตือนอันตรายถึงชีวิต

สาวพิเรนทร์ หวังได้ปากทรงกระจับ ให้ผึ้งต่อยปาก

สาวพิเรนทร์ เมื่อหญิงสาวอยากจะมีปากที่สวยเป็นทงกระจับ แต่การศัลยกรรมแพงเกินไป มีหญิงรายหนึ่งออกมาถ่ายคลิป การทำปากกระจับที่สุดอันตรายโดยการใช้ผึ้งตัวเป็นๆ จับมันมาต่อยปากตัวเอง และทำให้เพื่อนๆอีกด้วย โดยคิดค่าบริการ 100 บาท ซึ่งวิธีการดังกล่าวถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก และมีความผิดทางอาญาอีกด้วย ถ้าหากเกิดอันตรายกับผู้อื่น…

ขอบริจาคโถส้วม

เปิดใจสาวโพสต์ขอบริจาคโถส้วม ท้อถูกเพื่อนบูลลี่ให้ไปขอทาน

ขอบริจาคโถส้วม เพื่อนบูลลี่ไล่ไปขอทาน

ขอบริจาคโถส้วม เปิดใจสาวโพสต์ขอบริจาคโถส้วม เหตุเพราะบ้านยากจนไม่มีห้องน้ำ ท้อเพื่อนบูลลี่ให้ไปขอทาน ซึ่งล่าสุดศูนย์ดำรงธรรมลงพื้นสอบสวนข้อเท็จจริง เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือแล้ว

ในกรณีนางอรทัย ศรีวิบูลย์ วัย 28 ปี ชาวอำเภอบางกล่ำ สงขลา ใช้เฟสบุ๊กส่วนตัวโพสต์ขอความช่วยเหลือจากคนใจบุญ ขอรับบริจาคโถส้วมเก่าหรือใหม่ก็ได้ไปในสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนที่จะถูกเพื่อนบ้านบูลลี่ให้ไปขอทาน ทั้งที่บ้าน ที่ดิน ถูกยึด เพราะนำไปขายฝากนายทุน เพื่อรักษาพ่อที่ป่วยด้วยโรคประจำตัว ส่งผลทำให้ 11 ชีวิตได้รับผลกระทบ อาศัยที่ดินบ้านญาติสร้างขนำ หรือเพิงพักเพื่ออาศัยชั่วคราว แต่ไม่มีห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวก จึงได้โพสต์ขอความช่วยเหลือไปในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่คิดว่าเพื่อนบ้านจะบูลลี่ถึงขนาดนี้

โดยล่าสุดวันที่ 17 ส.ค. นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ ให้ความช่วยเหลือ เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง โดยนำเครื่องจักรกลหนักพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสร้างห้องน้ำและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบ้านในทันที ในขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ได้มอบเงินสมทบจำนวนหนึ่งตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือครอบครัวนี้ในด้านการมีอาชีพ ส่วนเด็กๆ จะมีหน่วยงานอื่นๆ เข้าไปดูแล

ซึ่งสำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ตำรวจภูธรสงขลาร่วมกับหมู่บ้านสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์ในการก่อสร้างห้องน้ำ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ในกรณีฉุกเฉินผู้ประสบปัญหาทางสังคม 2,000 บาท

ทางอำเภอบางกล่ำ สนง.พมจ.สข.และเทศบาลตำบลท่าช้าง มอบถุงยังชีพ ซึ่งอำเภอบางกล่ำจะติดตามการช่วยเหลือ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพิจารณาช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยและการประกอบอาชีพต่อไป…

สามแม่ลูกหวิดตาย

หวิดตายหมู่ 3 แม่ลูกขี่ จยย.ถูกสายเคเบิลห้อยพันตัว รถล้ม บริษัทโบ้ยไปมาไม่ยอมแก้ไข

สามแม่ลูกหวิดตาย ขี่ จยย.ถูกสายเคเบิลห้อยพันตัว รถล้ม

สามแม่ลูกหวิดตาย ที่ชุมพรได้เกิดเหตุสายเคเบิ้ลห้อยตกลงมากลางถนนสาย ละแม ไปเขาชะมด หมู่ที่ 1 ต.ละแม อ.ละแม ทำให้ผู้ขับขี่ จยย.ผ่านมาได้รับอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ

นางศรีสุข แซ่เล้าวัย 37 ปี นักธุรกิจรับซื้อยางพาราในตลาดละแม เผยว่า ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 15 ส.ค.63 ได้ขับ จยย.จากร้านรับซื้อยางเพื่อไปยังบ้านเพื่อนห่างไปร่วม 1 กม. ซึ่งมีลูก 2 คนคือ ด.ช.ภัทรพัฒน์ แซ่เล้า วัย 8 ปี และ ด.ญ.ภัทรพร แซ่เล้า วัย 11 ปี ซ้อนท้ายไปด้วย ซึ่งเมื่อกำลังจะผ่าน รร.ประชาเอื้ออารีย ไฟถนนดับ ทำให้มืดสนิท

ซึ่งตนขับด้วยความเร็วประมาณ 60 กม.ต่อ ชม. รู้สึกตัวเหมือนมีสายเคเบิ้ลมาพันที่แขนขวาและลำตัว ทำให้จักรยานยนต์ล้มลง ตนและลูกๆกระเด็นไปคนละทาง ชาวบ้านข้างทางที่เห็นเหตุการณ์ รีบออกมาห้ามรถบรรทุกสิบล้อที่ตามหลังมา จนหยุดได้ในระยะเพียง 50 เมตร จึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยละแมนำตัวส่ง รพ.ละแม

ได้พบผู้เป็นแม่ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลตามร่างกายด้านขวาตั้งแต่ศีรษะจนถึงเท้า ส่วนทางลูกชายได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและแขนขวา และลูกสาวได้รับบาดเจ็บตามลำตัว แพทย์ให้การปฐมพยาบาลก่อนให้ยากลับบ้าน

ในขณะที่ นางพรทิพย์ สุขศรีนวล วัย 61 ปี แม่ค้าขายขนมและอาหาร เล่าวว่า สายเคเบิ้ลดังกล่าว พาดในจุดที่เกิดเหตุมานานแล้ว แต่ห้อยหย่อยลงมาเกือบถึงถนน ส่วนจะเป็นของหน่วยงานไหนนั้นไม่ทราบเหมือนกัน

ทางด้านนายเจริญ ปานเผาะ ส.อบต.ละแม กล่าวว่า สายเคเบิ้ลจุดนี้ห้อยหย่อนยานมาหลายครั้ง ทำให้ผู้ที่ใช้ รถ จยย.ได้รับอุบัติเหตุมาหลายราย เคยแจ้งไปยังทางการไฟฟ้าภูมิภาคหลังสวน ก็ได้อ้างว่าไม่ใช่สายของการไฟฟ้า แจ้งไปยัง บริษัท ทีโอที ก็อ้างว่าไม่ใช่ของบริษัท ชาวบ้านจะลงมือตัดทิ้งเองก็กลัวไฟฟ้าจะช็อตอีก จนมึนไปหมดแล้ว ที่ผ่านมีเหตุเล็กน้อยจนถึงคราวนี้เกิดกับแม่ลูกสามคน ดีที่ไม่ประสบอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต…

กระบะแว้นซิ่ง

กระบะแว้นซิ่ง ติดโลโก้คล้ายกรมทางหลวง ขับปาดหน้า-ขว้างขวดใส่คู่กรณี

กระบะแว้นซิ่ง ขว้างขวดใส่คู่กรณี

กระบะแว้นซิ่ง ที่ปทุมธานี – ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘เนม จันทร์เพ็ง’ ได้โพสต์คลิปวีดีโอ รถกระบะที่ติดโลโก้คล้ายของตำรวจทางหลวง ขับปาดหน้าบริเวณถนนปทุมธานี-บางปะหัน ทางหลวงหมายเลข347

จากการสอบถามพ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.ทล.กก. 1บก.ทล. ได้เผยว่าขณะนี้ได้คุยกับผู้ที่โพสต์เฟสบุ๊กแล้ว ซึ่งทางนั้นก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพียงแต่ติดใจในเรื่องของการขับรถเท่านั้น และในคลิปเป็นการขับขี่รถประมาทหวาดเสียว เป็นเขตรับผิดชอบของตำรวจทางหลวงกก. 1บก.ทล. ซึ่งจะติดตามและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และส่งสภ.สวนพริกไทย พื้นที่รับผิดชอบดำเนินคดี

ส่วนผู้ที่นำเครื่องหมายราชการ อย่างเช่น ตราโล่ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานตำรวจ ไปใช้ติดรถ เพื่อให้เหมือนกับรถตำรวจ ซึ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าทำงานอยู่ในหน่วยราชการนั้น เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.เครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482 ฐานใช้เครื่องหมายราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต จากหน่วยงานราชการที่กำหนดเครื่องหมาย / มีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2,000 บาท นั่นเอง…

สาวไปสังขละ

สาวไปสังขละ พบคนใส่เสื้อแดงนั่งริมถนนทั้งมืดทั้งเปลี่ยว วาร์ปให้เห็นถึง 2 รอบ

สาวไปสังขละ ชะงัก มันคืออะไร วอนช่วยกันดู

สาวไปสังขละ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mod Jung โพสต์คลิปกล้องหน้ารถขณะที่เธอเดินทางไป อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ในเวลากลางคืน ผู้โพสต์ได้คุยกับสามีว่า เห็นคนใส่เสื้อแดงนั่งริมถนน แต่สามียังไม่เห็น พร้อมทั้งบอกว่าไฟรถสว่างขนาดนี้จะไม่เห็นได้ไง จนรถวิ่งไปได้อีกสักพักก็เจอคนใส่เสื้อแดงนั่งริมถนนอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับถามผู้โพสต์ว่าคนใส่เสื้อแดงนี่ใช่ไหมที่เห็นครั้งแรก ผู้โพสต์จึงตอบว่าใช่ โดยระบุข้อความว่า

“บอกทีมันคืออะไร ซ้ายมือคือเหว ขวามือคือเขาหมู่บ้านไม่มีไฟก็ไม่มี แต่ตอนเจอครั้งแรกเขามองหน้าหนูด้วย และเห็นคนเดียวด้วย แต่รอบสองสามีอยากเจอ มาเลยจ้าา

ช่วง 42 วินาที กับ 1.28 วินาที เย็นวันที่ 9 สิงหาคม 2563
ทางเส้นอำเภอทองผาภูมิไปสังขละกาญจนบุรี เวลาในกล้องไม่ตรงนะคะ เพราะกล้องไม่ได้ตั้งแต่เวลา ออกรถมาเพิ่งจะเคยถอดเมมครั้งแรก”
ซึ่งหลังคลิปเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ คนใส่เสื้อแดงในคลิปเป็นคนจริงๆ หรือสิ่งลี้ลับกันแน่!!…

ผู้ใหญ่บ้าน จ่อฟ้อง

ผู้ใหญ่บ้านลั่น ไม่ใช่มือปืนคลิปคล้องตะกรุดไก่ยิงเป้า

ผู้ใหญ่บ้าน จ่อฟ้อง ‘วอชด๊อก’ โทษฐานทำให้เสียหาย

ผู้ใหญ่บ้าน จ่อฟ้อง จากกรณีที่ทาง เพจ”มูลนิธิวอชด๊อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand-WDT” ได้โพสต์คลิประบุว่าผู้ใหญ่บ้าน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กระทำทารุณกรรมสัตว์ ด้วยการเอาตะกรุดคล้องคอไก่ แล้วใช้เป็นเป้าซ้อมยิง ซึ่งล่าสุดผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวยอมรับตัวเองมีภาพปรากฏอยู่ในคลิปจริง แต่ไม่ใช่คนลงมือยิง และเป็นคลิปเก่า3ปีแล้ว

ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งยาว นายกัมปนาท มณีศักดิ์ ต.สันทรายหลวง ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสันทราย เพื่อลงบันทึกประจำวันยืนยันความบริสุทธิ์ และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับเพจ’มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand-WDT’ ที่ทำให้เสียหาย

โดย นายกัมปนาท กล่าวว่า ในคลิปดังกล่าวนั้น ยอมรับว่ามีภาพของตัวเองปรากฏร่วมอยู่ด้วย แต่ตนเองไม่ใช่คนที่ยิงปืน เป็นคลิปเก่า3ปี เหตุเกิดขึ้นทางฝั่งประเทศพม่า ในระหว่างไปเที่ยวเยี่ยมเพื่อนในจังหวัดท่าขี้เหล็ก มีการฆ่าไก่เพื่อเลี้ยง แต่ไม่ทราบเรื่องตะกรุดลองของขลัง โดยได้ชี้แจงกับนายอำเภอแล้วหลังปรากฎเป็นข่าวออกไป และไม่เข้าใจเหตุผลที่มีผู้นำคลิปมาเผยแพร่ พร้อมทั้งพยายามเชื่อมโยงเข้ากับกรณีของ “หม่อมถนัดแดก” ซึ่งทำให้ตัวเองได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเตรียมปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

อาจารย์หัวร้อน

อาจารย์ป้ายแดงหัวร้อนขอโทษสังคมแล้วพร้อมโอดทั้งน้ำตา เพราะอารมณ์ชั่ววูบ

อาจารย์หัวร้อน โอดทั้งน้ำตา เพราะอารมณ์ชั่ววูบ

อาจารย์หัวร้อน กรณีที่ชาวเน็ตแห่แชร์คลิปสุดหัวร้อนบนท้องถนน จากเฟซบุ๊ก Boonsong Pomthalay ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีปากเสียงกัน คู่กรณีไม่พอใจที่ถูกบีบแตรใส่และแนะนำว่าตัวเป็นครู และได้บอกเบอร์โทรศัพท์ พร้อมทั้งท้าทายให้ถ่ายคลิปนำไปลงในเพจต่างๆได้เลย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

นายชัยชนะ กีระติจีระนันท์ วัย 47 ปี ชาวอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา บุคคลคลิปภาพ ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เกิดผลกระทบตามมามากมาย แฟนสาวที่อยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี ต้องมาบอกเลิกกันด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้

ในขณะที่ผลกระทบกับการทำหน้าที่อาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัยก็ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรตามมาอีกหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษสอนตามวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเรื่องรุนแรงอย่างใด มีเพียงคำพูดที่อาจฟังดูไม่สุภาพ ซึ่งเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็ต้องขอโทษสังคมกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ด้วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามยังคู่กรณีของอาจารย์หนุ่ม เจ้าตัวบอกสั้นๆ ว่าไม่ได้ติดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ที่โพสต์ไปก็เพื่อเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนน ว่าไม่ควรอารมณ์ร้อน และควรจะมีน้ำใจแบ่งปันให้กับผู้ร่วมทางคนอื่นๆด้วย…

หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด

มอบตัวแล้ว หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด สารภาพ หึงฝ่ายหญิงมีหนุ่มติดพัน

หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด มอบตัวแล้ว

หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด ซึ่ง จากเหตุ น.ส.สุมนตรา มาสคีรีวงษ์ วัย38 ปี ชาวบ้านย่านซอยสวนหลวงตะวันออก ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช แม่ค้าเจ้าของแผงปลาทะเล ที่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นอดีตสาวห้างดังลาออกมาเปิดแผงค้าส่งปลาทะเล ถูกลูกจ้างหนุ่มลวงนัดพบ ก่อนที่จะเอามีดปาดคอ ก่อนกระชากลงรถแล้วจ้วงแทงรวม 22 แผล ทำให้เสียชีวิตคาที่ ต่อหน้าเพื่อนสาวพนักงานห้างแล้วหลบหนีไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ในความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงสายวันนี้ 12 ส.ค.2563 พ.ต.ท.ธีรภัทร ตรีเภรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมทั้ง ร.ต.อ.นิยม สงค์ทิพย์ รอง สว.(สอบสวน) ได้นำสำนวนการสอบสวน พร้อมทั้งพยานหลักฐานทางคดี ไปขออนุมัติศาลจังหวัดทุ่งสง เพื่อออกหมายจับ นายธิระพงศ์ หรืออ๊อด สุวรรณพันธ์ วัย 26 ปี ชาวบ้าน หมู่ 8 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 228/63 ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ข้อหาหรือฐานความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ต่อมาญาติได้นำตัวนายธิระพงศ์ เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.วิเชียร เกิดเกลี้ยง สว.สส.สภ.ร่อนพิบูลย์ ที่สภ.ร่อนพิบูลย์ หลังจากที่นายธิระพงศ์ ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามตัวและกดดันอย่างหนักหน่วง

จากการสอบสวนนายธิระพงศ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุ ฆ่า น.ส.สุมนตรา จริงโดยได้โทรศัพท์ติดต่อให้มาพบก่อนลงมือก่อเหตุ เพราะความหึงหวง โดยตนเองไปทำงานเป็นลูกจ้างที่แผงปลาของผู้ตาย จนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันฉันชู้สาว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ น.ส.สุมนตรา มีครอบครัวแล้ว มีลูกถึง 2 คน แต่สามีต้องโทษคดียาเสพติดอยู่ในเรือนจำ ทำให้ความใกล้ชิดมีแปรเปลี่ยนกลายเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตนเอง

ผู้ต้องหาได้ให้การด้วยว่า แต่ระยะหลังปรากฏว่า นอกจากมีความสัมพันธ์กับตนแล้ว ก็รู้ น.ส.สุมนตรา ยังติดต่อกับชายคนอื่น ทำให้เกิดปัญหากับตน ที่พยายามขอร้องให้เลิกติดต่อกับผู้ชายคนใหม่ แต่ผู้ตายก็ยังคงคบหากับคนอื่น จึงตัดสินใจนัดให้ผู้ตายไปพบตนที่บ้านพัก ที่อยู่ใกล้น้ำตกขุนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ เพื่อเคลียร์ปัญหาความสัมพันธ์ที่ค้างคา และเมื่อผู้ตายกับเพื่อนสาวเดินทางไปถึง ตนที่ขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอกลางทางก่อนถึงบ้าน จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวขึ้นเพื่อจบปัญหาหัวใจ

ซึ่งทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน และได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

คดีไม่คืบลูกถูกข่มขืน

แม่ร้อง ลูกถูกลุงหื่นข่มขืนจนท้อง แต่คดีไม่คืบ

คดีไม่คืบลูกถูกข่มขืน จนท้อง 6 เดือน

คดีไม่คืบลูกถูกข่มขืน โดย เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางน้อย (นามสมมติ) วัย 42 ปี ชาวบ้าน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เพื่อขอความช่วยเหลือให้ติดตามความคืบหน้าคดีความ ลูกสาว เด็กหญิงวัย14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ถูก นายม่วง (นามสมมติ) วัย 55 ปี คนในหมู่บ้านติดกันข่มขืนจนท้อง 6 เดือน แจ้งความไว้ที่ สภ.นาข่า จ.มหาสารคาม

นางน้อย มารดาของผู้เสียหาย ได้กล่าวว่า หลังจากที่โรงเรียนเปิดลูกสาวก็ไปโรงเรียนตามปกติ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา ครูที่โรงเรียนลูกสาวแจ้งมาว่า สังเกตเห็นลูกสาวมีอาการซึมเศร้า และอ้วนลงพุงจนผิดปกติ จึงเรียกมาสอบถาม จนรู้ว่าถูกนายม่วงล่วงละเมิดทางเพศมา 7 ครั้ง ตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค.62 ซึ่งวันแรกลูกสาวได้ไปกินข้าวที่บ้านหลานของนายม่วง ก็ได้ออกอุบายว่าช่วงค่ำอยากได้เงินใช้ไหม ให้ไปหาพ่อใหญ่ที่กระท่อมปลายนา อีกหมู่บ้านหนึ่ง ลูกสาวก็ได้ออกไปตามนัด นายม่วงก็บอกว่าให้ขึ้นไปเอาเงินอยู่บนบ้าน จากนั้นก็เดินตามหลังมาก็ได้ใช้กำลังบังคับข่มขืน และให้เงินลูกสาวไว้ใช้ 300 บาท

แม่ของผู้เสียหายกล่าวต่อว่า นับแต่นั้นลุงหื่นรายนี้ก็หลอกให้ ด.ญ.ไปหาเพื่อข่มขืนเรื่อยๆ ประมาณเดือนละครั้ง แต่ละครั้งก็ให้เงินทุกครั้ง 500 บาทบ้าง 1,000 บ้าง จนกระทั่งลูกสาวมารู้ว่าตั้งครรภ์ช่วงเดือน ก.พ.63 ที่ผ่านมา แต่ไม่กล้าบอกกับทางตนเองเพราะเห็นว่าลุงหื่นรายนี้ได้ข่มขู่เอาไว้ ว่าถ้าเอาเรื่องท้องไปบอกใครจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว จนมาทราบเรื่องก็ตอนที่คุณครูเรียกไปพบ คุณครูเลยแนะนำให้ตนพาลูกสาวไปแจ้งความไว้วันที่ 13 ก.ค. 63 ที่ สภ.นาข่า มี พ.ต.ท.คำพอง ดังก้อง สว.สอบสวน รับเรื่องไว้

นางน้อย ยังกล่าวอีกว่า จากนั้นได้มีการส่งลูกสาวไปตรวจร่างกาย ปรากฏว่าลูกสาวตั้งครรภ์ได้ 25 สัปดาห์แล้ว ประมาณ 6 เดือนกว่า จนกระทั่งถึงวันนี้ 10 ส.ค.63 เรื่องคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะทางร้อยเวรบอกว่ารอให้เขามาไกล่เกลี่ยก่อน ทางนายม่วงผู้ต้องหาก็วนเข้ามาหาที่บ้านมาเสนอเงินให้ตลอด แต่พวกตนไม่ต้องการ ต้องการจะให้ดำเนินคดีให้ที่สุด

ทาง พ.ต.ท.วีระ หางนาค สวญ.สภ.นาข่า เผยว่า ในส่วนของคดีนี้ทางร้อยเวรได้เรียกตัวนายม่วงมาสอบสวนแล้ว เบื้องต้นนายม่วงได้รับสารภาพ ขณะนี้กำลังส่งสำนวนการสอบสวนไปถึงอัยการ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องแล้ว ที่ช้าเพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการตรวจต่างๆให้เรียบร้อยนั่นเอง…

ชายวัย 50 เคยนอนคุก

ชายวัย 50 เคยนอนคุกมาแล้ว 25 ปี ไม่เข็ด หวนคืนวงการค้ายาบ้า

ชายวัย 50 เคยนอนคุก แต่ไม่เข็ด

ชายวัย 50 เคยนอนคุก รายงานจากผู้สื่อข่าว ว่าเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 ส.ค.2563 พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ ร.ต.อ.พงศ์ศักดิ์ หนูบูรณ์ รอง สว.สส. หน.ชปส.สภ.หาดใหญ่ และร.ต.ท.ณัฐฤกษ์ ขติยะสุนทร รอง สว.สส.สภหาดใหญ่

พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ (ชุดตะวัน) เข้าทำการจับกุม นายโกมล หรือหลวง หรืออู๊ด ไผ่เขียว คุ้มภัย วัย 54 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 38.70 กรัม ยาบ้า จำนวน 430 เม็ด และของกลางอื่นๆ อีก 6 รายการ

จากการสอบสวนนายโกมล ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง รอบแรก 17 ปี รอบที่ 2 อีก 10 ปี แต่ได้รับอภัยโทษ รวมติดคุกทั้งหมด 25 ปี เท่าที่จำได้

และล่าสุดได้ออกจากเรือนจำเมื่อปี 62 ที่ผ่านมาไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร เลยหันมาค้ายาเสพติดอีกครั้ง โดยรับยาบ้ามาจากเพื่อนที่เคยติดคุกด้วยกัน

ในเบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหา 1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า,ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

3. เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน โดยผิดกฎหมาย ได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

  • 1
  • 2