Browse Month: กรกฎาคม 2020

ผงะเจอศพทารก

ผงะเจอศพทารก ถูกทิ้ง คาดว่าสาวโรงงานคลอดก่อนกำหนด

ผงะเจอศพทารก ถูกทิ้ง

ผงะเจอศพทารก ถูกทิ้ง สมุทรสาคร พบศพทารก ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ ซอย 108 Shop ห่างจากถนนเศรษฐกิจ 1 หมู่ที่ 7 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

บริเวณที่เกิดเหตุพบรถเก็บขยะคันที่ 11 ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าทราย ยี่ห้อฮีโน่ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 82 – 0932 สมุทรสาคร จอดอยู่ ที่ช่องใส่ขยะด้านหลังของรถ มีถุงพลาสติกสีดำ และผ้าเปื้อนเลือดห่อหุ้มศพทารกเพศชาย อวัยวะครบถ้วน ความยาวตลอดลำตัวประมาณ 1 ฟุต อายุในครรภ์ราว ๆ 7-8 เดือน ใกล้กันยังมีถังขยะสีฟ้า ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าทรายจำนวน 12 ใบ ตั้งเรียงอยู่ริมทาง

จากการสอบถามนายศักดิ์ชัย เดือนสวัสดิ์ คนงานเก็บขยะ อบต.ท่าทราย ผู้พบศพคนแรกทารก ได้เล่าว่า ตนเองและพวกได้มาเก็บขยะภายในซอยแห่งนี้เป็นรอบที่ 2 ซึ่งหลังจากที่เทขยะถังแรกใส่ท้ายรถแล้ว ก็จะแกะถุงขยะออกทุกใบเพื่อดูว่าภายในมีสิ่งของอะไรที่จะสามารถคัดแยกแล้วนำไปขายต่อไปได้อีก ซึ่งก็เห็นถุงพลาสติกสีดำเปื้อนเลือดจึงไปบอกให้ลุงคนงานเก็บขยะอีกคนให้ช่วยแกะออก แล้วได้พบว่า ภายในมีผ้า 2 ชั้น ห่อวัตถุบางอยู่แต่มีเลือดติดอยู่มาก เมื่อแกะออกดูข้างในก็พบศพทารก จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ทางด้านนายบุญชุบ แก้วมณี วัย 58 ปี คนงานเก็บขยะที่เป็นคนแกะถุงออก ก็ได้เล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังเก็บขยะอยู่นั้น น้องคนงานอีกคนได้มาเรียกให้ไปแกะถุงที่เปื้อนเลือดเพื่อดูว่าข้างในมีอะไร แล้วก็ได้พบว่าภายในถุงพลาสติกมีผ้าถุงคล้ายของคนงานเมียนมา ห่อศพทารกไว้ 2 ชั้น ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2562 คนงานเก็บขยะของ อบต.ท่าทราย ก็ได้เคยเจอในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

ในเบื้องต้นคาดว่า แม่ของเด็กทารกน่าจะเป็นสาวโรงงานที่อาจจะคลอดลูกออกมาก่อนกำหนดแล้วทารกน้อยเสียชีวิต จึงได้นำศพลูกมาทิ้งไว้ในถังขยะแบบนี้ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบหาหลักฐานจากที่เกิดเหตุ และหาภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวแม่ที่นำศพลูกมาทิ้งในถังขยะ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพทารกนั้น ได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครรับดำเนินการต่อ…

นักท่องเที่ยวตีกัน

นักท่องเที่ยวตีกัน 3 รุม 1 ใช้ไม้พายเรือแพยางเป็นอาวุธ

นักท่องเที่ยวตีกัน 3 รุมหนึ่ง

นักท่องเที่ยวตีกัน ที่นครนายก-ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีภาพคลิปเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวบันทึกภาพเอาไว้ได้ ขณะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวทะเลาะวิวาท โดยในคลิปจะเห็นว่ามีชายคนหนึ่งที่ถอดเสื้อถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกฝ่ายหนึ่งรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 ใช้ไม้พายเรือแพยางเป็นอาวุธตี และต่อยไปหลายครั้งที่ลำตัว หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาห้าม

สถานที่เกิดเหตุเป็นที่เล่นน้ำเอกชนแห่งหนึ่ง ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เหตุเกิดช่วงเย็นวานนี้ 28 ก.ค.

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้ประกอบการเรือแพยาง ลำที่พานักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวล่องเรือไปตามคลิป และลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเด็กคัดท้ายเรือแพลำดังกล่าว เผยว่า จากในคลิปนั้นเป็นช่วงที่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุจริงมาประมาณ 50 เมตร และเป็นช่วงปลายเหตุแล้ว

ซึ่งเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก เรือแพยางได้ไปชนกับชายคนที่ถอดเสื้อที่กำลังเล่นน้ำอยู่ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือก็ได้ขอโทษชายคนดังกล่าวไปแล้ว และเรือล่องต่อไปแต่ชายคนดังกล่าวว่ายน้ำตามมาประมาณ 50 เมตร และดึงเรือให้หยุด หลังจากนั้นก็จะไปดึงผู้หญิงที่นั่งบนเรือแต่หลบได้ทัน ก่อนไปกระชากหมวกนิรภัยของผู้ชายบนเรือจนหมวกหลุด

ชายคนที่ตามมามีอาการเมา จากนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือก็กระโดดลงมาใช้ไม้พายเรือตีไปที่ชายคนถอดเสื้อ และต่อยไปตามคลิป ส่วนตนเองนั้นได้แต่นั่งดูเหตุการณ์อยู่บนเรือ โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว จนมีคนเข้ามาห้ามปราม หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เดินขึ้นจากน้ำกลับไป ตามข่าวเห็นว่าชายคนถอดเสื้อจะเข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครนายก เพื่อจะเอาผิดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ล่องเรือดังกล่าว

ทางด้าน นายศักดิ์ชาย แพงอุบล ผู้ประกอบการแอดเวนเจอร์ที่แนะนำให้กลุ่มนักท่องเที่ยว ไปล่องเรือแพยาง ได้เล่าว่า หลังจากเกิดเหตุแล้วกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ก่อเหตุได้เข้ามาที่ร้านของตน เพื่อจะเล่นกิจกรรมต่อ ซึ่งตนเองพอทราบเรื่องราวเพราะไม้พายเรือแตกหัก เจ้าของเรือเลยโทรศัพท์มาเล่าเรื่องให้ตนเองฟัง และได้มีการสอบถามไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าว จึงได้รู้ความจริงทั้งหมด ว่าเหตุการณ์ตามคลิปเป็นอย่างไร…

คนขับแท็กซี่สุดหื่น

คนขับแท็กซี่สุดหื่น พูดจาลวนลาม ผู้โดยสารสาว ล็อคประตูรถไม่ยอมให้ลง

คนขับแท็กซี่สุดหื่น ล็อคประตูรถไม่ยอมให้ผู้โดยสารลง

คนขับแท็กซี่สุดหื่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นหญิงสาวรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปและภาพหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่คันหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า “ตั้งแต่นั่งแท็กซี่มาทั้งชีวิต ก็มีเจอมาพูดสกปรกใส่บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่อันนี้คือไม่ไหวเลยจริงๆ นั่งมาจากศิริราชไปบางใหญ่ พูดแต่เรื่องอวัยวะเพศ การสำเร็จความใคร่ เล่าทุกการกระทำที่ตัวเองไปได้กับคนอื่นมา โคตรกลัวเลย เพิ่งอัดวิดีโอได้ตอนใกล้จะถึงที่หมาย พอถึงที่หมายคนขับมาล็อครถไม่ให้เราลง ตื้อขอเบอร์โทรศัพท์ ตนเองจึงรีบปลดล็อคและกระโดดออกจากรถ”

ซึ่งคลิปดังกล่าวพบว่าคนขับแท็กซี่เป็นชายวัยกลางคน ผู้ขับแท็กซี่พยายามพูดจาลวนลามหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ทางเบาะด้านหลัง พร้อมระบุว่า ตนเองเคยมีอะไรกับผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงที่มีสามีเพราะมีประสบการณ์ สาววัยรุ่นพูดยาก เล่นตัว

โดยคนขับแท็กก็พยายามพูดจาลามกเพื่อโน้มน้าว แต่หญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่สนใจ นั่งนิ่งด้วยความหวาดกลัวและได้ถ่ายคลิปวิดีโอพฤติกรรมคนขับแท็กซี่หื่นกามรายนี้ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าคนขับแท็กซี่พูดอยู่คนเดียว แล้วก็หันมามองผู้โดยสารสาวเป็นระยะ

หญิงสาวคนดังกล่าว ระบุเพิ่มเติมว่าหากตนเองนั้นไม่รีบลงจากรถแท็กซี่ก็คงไม่ปลอดภัยแน่ ๆ พร้อมระบุว่าคนขับแท็กซี่รายนี้พักอาศัยย่านบางบอน กรุงเทพฯ ช่วงวัดไทร วัดสิงห์ ส่วนใหญ่เพื่อนในเฟซบุ๊กอยู่แถวนั้นก็ระวังตัวกันด้วย !!

ซึ่งอย่างไรก็ตามมีผู้แชร์โพสต์และเข้าไปแสดงความคิดเห็น ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนขับรถแท็กซี่ โดยอยากให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบ ทะเบียนรถชัดเจนซึ่งน่าจะตามตัวไม่ยาก ไม่ควรให้มาขับรถแท็กซี่อีกเพราะอาจเป็นอันตรายและเป็นภัยต่อสังคัมได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องใช้บริการรถแท็กซี่เพียงคนเดียว…

ญาติหนุ่มคลั่ง

ญาติหนุ่มคลั่ง งัดคลิปเถียงพร้อมภาพก่อนปลิดชีพ ถาม ตำรวจ “ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่”

ญาติหนุ่มคลั่ง งัดคลิปเด็ดพร้อมภาพก่อนตำรวจปลิดชีพ

ญาติหนุ่มคลั่ง นครพนม – เหตุชายคลั่ง ขอเงินญาติซื้อเหล้าไม่ได้ ถือมีดเดินไปเดินมา จนชาวบ้านต้องแจ้งตำรวจ และเมื่อตำรวจมาถึง นายลำเพย ชายคลั่ง พยายามจะขี่รถ จยย.หลบหนี แต่ตร.ถีบรถสกัดไว้ และเกิดเหตุการชุลมุน

ก่อนที่ชายคลั่งจะใช้มีด ที่ถืออยู่พยายามที่จะฟันตำรวจ จนตำรวจยิงใส่ขาทั้ง 2 ข้าง จนลำเพย ล้มลงไปนั่งที่พื้น ตำรวจเดินเข้าไปเตะหน้าชายคนดังกล่าว ซึ่งชายคนดังกล่าวพยายามเข้ามาจับขาตำรวจไว้ ก่อนที่ตำรวจจะใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่บริเวณอก 2 นัด จนชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลง ซึ่งญาติติดใจว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?

ซึ่งทางด้านตำรวจคนดังกล่าว ได้รับาดเจ็บ เย็บที่มือและศีรษะ 22 เข็ม บอกว่า ชายคลั่งใช้มีดฟันตนก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง และชายคลั่งพยายามที่จะแย่งปืน

ทางด้านพี่สาวของชายคนดังกล่าว ได้เดินทางเข้าแจ้งความแล้ว ซึ่งทางตำรวจ สภ.โพนสวรรค์ เผยว่า จะแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กับนายตำรวจที่ก่อเหตุ…

รวบแล้ว เจ้าอาวาส

รวบแล้ว เจ้าอาวาส ฆ่าแม่ม่ายสาวทิ้งศพเน่า 20 วัน แค้นขู่ประจานสัมพันธ์ฉาว

รวบแล้ว เจ้าอาวาส ฆ่าแม่ม่ายสาว

รวบแล้ว เจ้าอาวาส วัดที่โคราช ฆ่าโหดสาวม่ายทิ้งศพเน่า 20 วัน ผู้ต้องหาได้สารภาพ อ้างว่าผู้ตายมาติดพันไม่ยอมเลิก แค้นขู่จะประจานให้เสียพระ

ที่ สภ.จักราช จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายไสว เดนไธสง วัย 50 ปี หรืออดีต พระครูไสว เจ้าอาวาสวัดตะกรุมทอง รองเจ้าคณะตำบอล โคกสว่าง อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อส่งตัวดำเนินคดี หลังก่อเหตุบีบคอฆ่า นางสายสุดา พรมประดิษฐ์ วัย 28 ปี ซึ่งเป็นแม่หม่ายลูกติด เสียชีวิต ก่อนนำศพทิ้งอำพรางพื้นที่ สภ.เฉลิมพระเกียราติ จังหวัดนครราชสีมา

โดยทั้งนี้เนื่องจากเมื่อในวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พบศพมนุษย์ ห่อถุงดำมิดชิดสภาพเน่าเฟะคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วนานเกือบ 20 วัน ได้ถูกทิ้งไว้ที่ทุ่งหญ้าในป่างดงนางดำ

ตำบลหนองยาง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ทราบในเวลาต่อว่าคือ นางสายสุดา พรมประดิษฐ์ วัย 28 ปี สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. ก่อนญาติเข้าแจ้งหายไว้ที่ สภ.จักราช ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับมีการประกาศหาทางเฟชบุ๊กจนมีคนแชร์จำนวนมากก่อนที่จะมาพบเป็นศพ

พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า หลังพบศพ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนสำนำศพส่งผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัด และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบลงพื้นที่สืบสวนทราบว่า ผู้ตายได้ติดต่อกับพระไสว ทางโซเชียล ซึ่งมีการติดต่อพบปะกันบ่อยครั้ง และมันใจว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุจึงกระจายกำลังลงพื้นที่กดดันถึงที่วัด จนทำให้

พระไสว ทนแรงต้องไปลาสิกขาและมามอบตัวที่ สภ.จักรราช ก่อนนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุและหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งตามยึดมือถือผู้เสียชีวิตได้ภายในโถส้วมห้องน้ำวัด 1 เครื่อง และรถเก๋ง ที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนในการดำเนินคดี ในเบื้องต้นผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือจริง จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อที่จะดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซ่อนเร้นอำพรางศพ

ทางด้านนายไสว ได้เปิดเผยว่า เป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายจริง ซึ่งตนบวชมาได้ 11 พรรษา จนมีตำแหน่งทางสงฆ์ ได้เป็นถึงเจ้าอาวาส ส่วนสาเหตุที่ฆ่าเนื่องจากแค้นที่ขอเลิกกับผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ยอมเลิกลา ซึ่งก่อนหน้าประมาณเดือน มี.ค.ที่ผ่าน ได้รู้จักผู้ตายตามเฟซบุ๊ก ก่อนที่นัด

เจอมีความสัมพันธ์กัน 2-3 ครั้ง ตนได้ให้เงินไปจำนวนรวม 2,000 บาท และมือถือ 1 เครื่อง ช่วงหลังตนเห็นว่าผู้ตายมาวุ่นวายมากเกินไปจึงขอเลิก แต่ผู้ตายนั้นไม่ยอม และขู่ว่าจะมาประจานตนถึงที่วัด และในวันที่ 5 ก.ค.จึงนัดเจอกันที่ป่าบ้านซาด ต.หนองขาม อ.จักราช

จ.นครราชสีมา เพื่อตกลงกัน แต่ผู้ตายก็ยืนยันไม่ยอมเลิก แถมขู่หากเลิกกันจะเอาเรื่องที่มีความสัมพันธ์กันไปประจาน ตนจึงได้โมโหบีบคอฆ่าภายในรถจนหมดสติ และใช้เชือกรัดคอซ้ำจนเสียชีวิต ก่อนนำศพใส่ถุงดำไปทำอำพรางก่อนที่จะมีคนมาพบศพ จึงได้สำนึกผิดเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่

และฆาตกรโหด ยังบอกอีกว่า ตนอยากขอให้ทางญาติของผู้ตายอโหสิกรรมให้ด้วยที่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบและความโมโหกลัวที่จะถูกประจานจึงได้ลงมือฆ่า

ทางด้าน นางพัฒนา สมอาจ วัย 43 ปี ซึ่งเป็นญาติที่สนิทสนมกับผู้ตายบอกว่า ตนไม่อยากเชื่อว่าน้องจะมาจากไปแบบนี้ น้องหายไปตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.แต่ตนก็ยังคุยกันทางแชท กันน้องอยู่ถึงวันที่ 9 ก.ค.พึ่งมารู้ว่าคนที่ตนคุยฆาตกรที่ฆ่าน้องของตน ตนและญาติก็คงไม่มีวันให้อภัยและจะไม่อโหสิกรรมให้เด็ดขาด และอยากให้ผู้ก่อเหตุตายตกไปตามกันจึงจะสาสม…

สอบข้อมูลหลุด

สอบข้อมูลหลุด ดำเนินการเด็ดขาด หลัง “อัจฉริยะ”นำข้อมูลไลฟ์สด

สอบข้อมูลหลุด หลัง “อัจฉริยะ”นำข้อมูลไลฟ์สด

สอบข้อมูลหลุด ..ทนายรัชพล ยื่นหนังสือถึง รอง ผบ.ตร.ตรวจสอบกรณีหลักฐานในคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ได้หลุดไปยังบุคคลอื่น หากพบตำรวจมีส่วนช่วยเหลือขอให้ดำเนินการในเด็ดขาด

21 ก.ค.63 นายรัชพล ศิริสาคร ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ที่ จังหวัดมุกดาหาร โดยได้ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีข้อมูลหลักฐานในสำนวนคดี อย่างเช่น ภาพศพน้องชมพู่ ผลการชันสูตรพลิกศพหลุดไปถึงนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่นำข้อมูลมาไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยมองว่า เป็นการกระทำในลักษณะเรียกยอดไลค์ยอดแชร์ที่ไม่เหมาะสม หากมีตำรวจเข้าไปมีส่วนสนับสนุนด้วยการนำข้อมูลทางคดีมาเปิดเผยให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี ก็ขอให้พิจารณาลงโทษอย่างหนัก เนื่องจากสะท้อนถึงผลการทำงานของตำรวจ

ทางด้าน พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการประจำ สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าสำนักงานรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นตัวแทนรับเรื่องไว้ พร้อมทั้งระบุว่า จะดำเนินการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป…

2 ครู ถอนประกัน

2 ครู ถอนประกันครูพละที่ก่อเหตุล่วงละเมิดลูกศิษย์ชั้นป.6แล้ว

2 ครู ถอนประกัน ครูพละ ละเมิดลูกศิษย์ ป.6

2 ครู ถอนประกัน ครูโรงเรียนใน จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ยื่นถอนประกันครูพละที่ก่อเหตุล่วงละเมิดลูกศิษย์ชั้นป.6 จนถูกผู้ปกครองแจ้งดำเนินคดี หนึ่งในครูเปิดใจ “แค่สงสาร ไม่เจตนาช่วยเหลือ” พร้อมทั้งยืนยันว่าผอ.โรงเรียนไม่ใช่คนไปช่วยประกันตัว รวมทั้งไม่เคยส่งครูไปเจรจากับผู้ปกครอง

โดยวันที่ 21 ก.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวานนี้ 20 ก.ค. ชาวบ้าน ผู้ปกครองและนักเรียนได้รวมตัวเพื่อประท้วงขับไล่ ผอ.และครูชำนาญการอีก 2 คน เพราะไม่พอใจที่ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวนายกิตติภพ หรือครูบอย ครูสอนวิชาพละ ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาล่วงละเมิดนักเรียนชั้นป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จังหวัดบุรีรัมย์

ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ครูทั้ง 2 คน ได้เดินทางไปยัง สภ.นางรอง เพื่อติดต่อประสานในการยื่นขอถอนประกันตัวครูบอย พนักงานสอบสวน แนะนำว่า เนื่องจากเป็นการยื่นประกันตัวในชั้นศาล ในฐานะที่ครูทั้ง 2 เป็นนายประกัน ก็สามารถไปยื่นเรื่องถอนประกันตัวที่ศาลจังหวัดนางรองได้ แต่จะต้องพาตัวครูบอย ผู้ต้องหาไปด้วย ซึ่งจากนั้นศาลก็จะพิจารณายกเลิกการประกันตัว และครูบอยก็จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ

นายเอ หนึ่งในครูที่ยื่นประกันตัวครูบอย ได้เปิดใจว่าที่ไปยื่นประกันตัวครูบอย ทำไปเพราะความสงสาร เนื่องจากมีครูในโรงเรียนได้ติดต่อไปทางญาติของครูบอยว่าครูบอยถูกจับ และได้ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำจังหวัดนางรอง แต่ญาติบอกว่าไม่สามารถเดินทางมาได้ ซึ่งในฐานะที่เป็นครูโรงเรียนเดียวกันและด้วยความสงสาร จึงได้ไปประกันตัวให้

ส่วนในกรณีที่ผู้ปกครอง และชาวบ้านเข้าใจว่าผอ.โรงเรียน ไปยื่นประกันตัวครูบอย จากการตรวจสอบแล้ว ผอ.ไม่ได้ไปยื่นตัวกันตัวครูบอย ตามที่ได้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด และยืนยันว่าไม่ได้ส่งครูไปเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ปกครองเด็กแต่อย่างใด

ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.นางรอง ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องครบทุกปากแล้ว ทั้งผลตรวจยืนยันจากแพทย์เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้รอเพียงผลประวัติครูบอย แล้วจะได้สรุปสำนวนคดีส่งอัยการต่อไป…

ไล่ตะเพิด ผอ.

ไล่ตะเพิด ผอ.ยื่นประกันครูชั่ว พ่วง 2 ครูสาว พ้นโรงเรียน จี้เยียวยาเด็ก

ไล่ตะเพิด ผอ. พ้นโรงเรียน จี้เยียวยาเด็ก

ไล่ตะเพิด ผอ. กรณี นักเรียนหญิงชั้น ป.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกครูพละข่มขืนในโรงเรียนและข่มขู่ฆ่าล้างโคตร จนแม่เด็กแจ้งความตำรวจ และถูกจับกุมในเวลาต่อมา จากนั้น ผอ.โรงเรียน ได้ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัวช่วยเหลือ และต่อมามีเพื่อนครูจากโรงเรียนเดียวกัน เดินทางมาคุยกับครอบครัวเด็ก คล้ายข่มขู่ให้จบเรื่อง จนถึงขั้นครอบครัวต้องย้ายหนีมาอยู่กับญาติที่ต่างอำเภอ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยล่าสุดวันนี้ (20 ก.ค.) มีตัวแทนชาวบ้านจาก 5 หมู่บ้าน ในเขตบริการโรงเรียนที่เกิดเหตุ เดินทางมาพบ น.ส.เพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง ขณะเดินทางมาประชุมที่โรงเรียน ถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งตัวแทนชาวบ้านต้องการให้มีการย้าย ผอ.โรงเรียน ออกจากพื้นที่โดยด่วน ฐานใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปประกันตัวครูพละ(ที่ข่มขืนนักเรียน) ที่ศาลจังหวัดนางรองให้เป็นอิสระ และครูสาวอีก 2 คนที่ไปช่วยเกลี้ยกล่อมแม่เด็กที่บ้านให้ยอมจบเรื่องคดีความ

ทางด้านอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพื้นที่เกิดเหตุ เผยว่า ในฐานะที่เคยเป็นผู้ช่วยผู้นำหมู่บ้าน อยากจะขอความเป็นธรรมแทนครอบครัวเด็กที่เสียหาย ขอให้มีการเยียวยาเด็กที่ถูกกระทำ เพื่อบำบัดจิตใจของเด็กคืนสู่สังคมในภายภาคหน้า เพราะในอนาคตเด็กเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงให้ ผอ.รับผิดชอบถึงการกระทำที่เข้าไปใช้ตำแหน่งประกันตัวครูบีให้เป็นอิสระ ทั้งที่เป็นการกระทำที่ใคร ๆ ก็รับไม่ได้ รู้สึกผิดหวังกับโรงเรียนเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาชาวบ้านให้ความร่วมมือกับโรงเรียนโดยตลอด โดยให้ ผอ.และครูอีก 2 คนที่ร่วมช่วยเหลือครูบีย้ายออกจากโรงเรียนเป็นการเร่งด่วน

ขณะที่ อดีตผู้ใหญ่บ้านพื้นที่เกิดเหตุ กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่เป็นตัวแทนหมู่บ้าน การกระทำของครูบีไม่ใช่เป็นการกระทำครั้งเดียว แต่ยังมีการช่วยเหลือกันเพื่ออยากให้พ้นผิด ทั้งที่เป็นสิ่งร้ายแรง จึงร้องขอให้ย้ายทั้ง ผอ.และครูอีก 2 ท่าน ออกจากพื้นที่โดยเร็ว…

พ่อคลั่ง ยิงลูกดับ

พ่อคลั่ง ไม่พอใจลูกพูดไม่เข้าหู เมา คว้าปืนยิงดับ ก่อนโทรเรียกแม่มารับศพ

พ่อคลั่ง ยิงลูกดับ ก่อนโทรเรียกแม่มารับศพ

พ่อคลั่ง ยิงลูกดับ ที่ฉะเชิงเทรา-ชายวัย 62 กินเหล้าเมาได้ที่ ไม่พอใจลูกชายพูดไม่เข้าหู คว้าปืนยิงระยะเผาขนกลางอก ก่อนโทรหาภรรยาที่อยู่ต่างจังหวัดให้มารับศพลูก เมื่อภรรยามาถึงก็ยังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งยิงปืนขึ้นฟ้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเกลี้ยกล่อมนำตัวไปขังไว้ รอสร่างเมา เพื่อทำการสอบสวน

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 18 ก.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโพธิ์ ได้รับแจ้งเหตุชายคลั่งใช้อาวุธปืนยิงลูกชายเสียชีวิต และยิงปืนขึ้นฟ้า ที่บริเวณบ้าน ม.5 ต.แหลมประดู่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

ซึ่งเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวคนก่อเหตุ ได้ทราบชื่อ นายณรงค์ แขกอ้น วัย 62 ปี ที่อยู่ในอาการเมาสุรา จากนั้นได้รีบควบคุมตัวนายณรงค์ ไปคุมขัง เพื่อรอสร่างเมา และทำการสอบสวน ซึ่งภายในบ้านหลังดังกล่าวพบร่าง นายปิยะพงษ์ แขกอ้น วัย34 ปี นอนเสียชีวิตอยู่หน้าบ้านข้างโต๊ะกินข้าว ตรวจสอบได้พบร่องรอยการยิงในระยะเผาขน บริเวณอกด้านซ้าย

โดยนอกจากนี้ ยังพบขวดเหล้าขาว มีดทำครัว วางอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจสอบคราบเขม่าของปืนและวัตถุพยานโดยรอบ ก่อนให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งโรงพยาบาลบ้านโพธิ์ เพื่อชันสูตรต่อไป

สอบสวน ผู้เป็นภรรยาของผู้ต้องหา และเป็นแม่ของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า ทั้ง 2 คน มักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง ตัวนายณรงค์ ผู้ที่เป็นพ่อ เป็นคนอารณ์ร้อน เวลากินเหล้าเข้าไปมักจะพูดจาหาเรื่องคนอื่นโดยตลอด ที่ผ่านมานายณรงค์ เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุกได้ไม่นาน ในคดีฆ่าคนตาย หลังออกจากคุกมาก็ได้มาอยู่กับลูกชาย

ซึ่งนายปิยะพงษ์ ลูกชาย มักจะโทรศัพท์ไปเล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมของนายณรงค์ ผู้เป็นพ่อ ว่าเวลากินเหล้าเข้าไปมักหาเรื่องทะเลาะกับตน จนมาวันนี้นายณรงค์ ผู้ต้องหาได้โทรศัพท์หาตน ซี่งอยู่ที่ สมุทรปราการ ว่าได้ยิงลูกชายเสียชีวิตแล้ว ให้มารับศพลูกชายกลับไป

ตนจึงได้ให้ลูกชายอีกคนรีบขับรถมา ก็ได้พบว่านายณรงค์ ยังคงอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ยิงปืนขึ้นฟ้า แถมด่ากราดคนที่จะเข้ามาในบ้าน จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ก่อนจะควบคุมนายณรงค์ ไปคุมขังที่สถานีตำรวจภูธรบ้านโพธิ์

แม่ของผู้เสียชีวิต ยังได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า เสียใจที่ลูกชายถูกยิงเพราะเป็นคนขยันทำงาน แถมคนที่ยิงก็ยังเป็นพ่อแท้ ๆ คงต้องปล่อยให้รับกรรมตามกฎหมายต่อไป…

สอบหนัก พ่อยิงลูก

สอบหนัก พ่อยิงลูกเมายาบ้าก่อนปล่อยตัว

สอบหนัก พ่อยิงลูก เมายาบ้า

สอบหนัก พ่อยิงลูก เมายาบ้า ตำรวจสูงเม่น จังหวัดแพร่ ได้สอบปากคำพ่อยิงลูกเมายาบ้า 4 นัด หลังผู้ก่อเหตุได้มอบตัว และรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาก่อนปล่อยถูกตัว ส่วนลูกชายรับเสพยาจริงบีบคอเพราะพ่อพูดจาไม่เข้าหู ตำรวจได้จึงอายัดตัวไว้เพื่อคดีเสพยาฯ

ในกรณีนายสมมิตร เกิดอุบล วัย 60 ปี ถูกนายวรากร เกิดอุบล วัย 39 ปี ลูกชายที่เสพยาบ้าแล้วได้ลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกาย และเข้ามาบีบคอ หลังผู้เป็นพ่อได้เข้าไปต่อว่า เพราะลูกคนนี้ติดยา ติดเหล้า ผลาญเงินของครอบครัว ทำตัวเหลวแหลก ไม่คิดช่วยงาน จนเกิดความเหลืออด และทนไม่ไหวควักปืน 9 มม.รัวไป 4 นัด เพื่อสั่งสอน เผยทนมานาน ติดคุกมาแล้ว 7 ปี

นึกว่าจะกลับตัวได้ แต่พอพ้นโทษก็กลับมาทำตัวเกเร เที่ยวไประรานเพื่อนบ้านจนรู้สึกไม่ดีกับครอบครัว เดินเข้าตักเตือนถึงห้องนอนก็ไม่ฟัง แถมด่าแล้วยังมาทำร้ายบุพการี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

โดยความคืบหน้าล่าสุด 18 ก.ค.63 พนักงานสอบสวน สภ.สูงเม่น จังหวัดแพร่ ได้เผยถึงผลการตรวจร่างกาย ของนายวรกร เกิดอุบล ลูกชายที่ถูกพ่อยิงเมื่อคืน ได้พบว่ามีผลเป็นบวก และนายวรกร ได้รับสารภาพว่า ได้เสพยาบ้าเข้าไป 2 เม็ด จริง ก่อนเกิดเหตุ พ่อได้มาพูดเรื่องงาน เข้ามาตักเตือน

แต่พูดกันไม่เข้าหู นายวรกรได้ลุกขึ้นทำร้ายพ่อจริงโดยกระโดดเข้าบีบคอพ่อ จนพ่อ ชักปืนมายิงใส่ หลังจากสอบสวนแล้วทางพนักงานสอบสวนได้ทำการอายัดตัวนายวรากรไว้เป็นผู้ต้องหาคดี เสพยาบ้า

ส่วน นายสมมิต เกิดอุบล ผู้เป็นพ่อ ที่ใช้อาวุธปืนยิงลูกชาย ทางพนักงานสอบสวนได้ประกอบพฤติกรรมของผู้ต้องหาและตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ แต่ผู้ต้องหาไม่หนี รอมอบตัวอีกทั้งให้การรับสารภาพในทุกข้อกล่าวหา หลังจากสอบสวนแล้ว ทางพนักงานสอบสวนก็ได้ปล่อยตัวไปชั่วคราวโดยไม่มีประกันตัว ตามกฎหมายใหม่ โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องประกันตัว ซึ่งหากสอบสวนเสร็จก็จะส่งอัยการต่อไป…

  • 1
  • 2