Browse Month: มีนาคม 2020

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ ลักลอบขายหน้ากากอนามัยเกินราคา กว่า3หมื่นชิ้น

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ โดนรวบแล้ว เหตุกักตุนหน้ากากอนามัย

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ ..เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง บุกจับ 2 ผัว-เมีย หัวใสลักลอบขายหน้ากากอนามัยเกินราคา ผ่านทางเฟซบุ๊ก ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ ขยายผลแกะรอยตามรวบต้นตอกักตุน พบแมสก์ของกลางอื้อหลากยี่ห้อ กว่า 3 หมื่นชิ้น ช้ำคนกักตุนแอบขายเป็นพยาบาล

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.63 พ.ต.อ.โรจน์ระวี คำเวียงสา ผกก.สส.ภ.จวพะเยา พ.ท.วสันต์ วังกรานต์ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดพะเยา สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมเกินราคาที่กำหนด


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจสืบทราบว่า มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊ก “Peemai Nitiporn” โดยเสนอขายราคา 10 ชิ้น 200 บาท (20 บาทต่อหนึ่งชิ้น) และ 1 กล่องจำนวน 50 ชิ้น ในราคา 890 บาท (17 บาทต่อหนึ่งชิ้น) และหากเสนอซื้อจำนวนสองกล่องผู้ขายก็จะลดราคาให้ในราคา 830 บาท (16 บาทต่อหนึ่งชิ้น) จึงได้ดำเนินการวางแผนจับกุมโดยใช้วิธีการล่อซื้อ โดยผู้ขายได้นัดหมายให้มารับสินค้าที่ร้านแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองพะเยา หลังจากนั้นผู้ขาย ทราบชื่อคือ นายอนุรักษ์ ทองนิ่ม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 ถนนรอบเวียงประตูชัย ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา ได้นำหน้ากากอนามัยมาส่งมอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อ จำนวน 1,700 บาท อยู่ในกระเป๋าผ้าคาดเอวสีดำ ที่นายอนุรักษ์ใส่อยู่ขณะถูกจับกุม

จากการสอบถาม นายอนุรักษ์ ให้การว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายหน้ากากอนามัยก่อนหน้านี้จริง จากนั้นตำรวจได้นำหน้ากากอนามัยที่สายลับล่อซื้อมาให้นายอนุรักษ์ดู ให้การรับว่าเป็นหน้ากากอนามัยที่เจ้าตัวจำหน่ายให้จริง จากการตรวจค้นยังพบหน้ากากอนามัย ยี่ห้อ FAMAPRO จำนวน 2 กล่อง วางอยู่บนโต๊ะ และหน้ากากอนามัย ยี่ห้อ FAMAPRO จำนวน 13 กล่อง หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ ILT จำนวน 7 กล่อง พบอยู่ในห้องเก็บของด้านหลังร้านดังกล่าว

นายอนุรักษ์ ให้การต่อว่า ของกลางทั้งหมดตนได้รับมาจาก น.ส.นิติภรณ์ วงค์ฟู ซึ่งเป็นภรรยา ต่อมาได้มี น.ส.นิติภรณ์ ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ กก.สส.ภ.จว.พะเยา จากการสอบถาม น.ส.นิติภรณ์ ยืนยันว่าตนได้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “Peemai Nitiporn” ทำการติดต่อขายหน้ากากอนามัยจริง และตนเป็นผู้สั่งให้นายอนุรักษ์เป็นผู้ขายให้กับลูกค้า ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายอนุรักษ์ และ น.ส.นิติภรณ์ ทราบและควบคุมตัวทั้ง 2 พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผล เข้าทำการตรวจค้นบ้านพัก นางณภาภัช เดินแปง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่งใน จ.พะเยา บ้านเลขที่ 101 ม.12 อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งทั้ง 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ยืนยันว่า ได้ซื้อหน้ากากอนามัยมาจากนางณภาภัช โดยได้ติดต่อซื้อขายกันทางเฟซบุ๊กในชื่อ “Kib Naphaphat” โดยซื้อขายกันในราคากล่องละ 750 บาท โดยครั้งสุดท้ายได้ซื้อมาจำนวน 50 กล่อง เมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 โดยมีเหตุอันควรสงสัยว่า ที่บ้านพักของนางณภาภัชจะมีหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกันเพื่อตรวจค้นบ้านพักดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ 1. หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ SMP จำนวน 411 กล่อง (จำนวน 20,550 ชิ้น) 2. หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ LIWORLDCO จำนวน 152 กล่อง (จำนวน 7,600 ชิ้น) 3. หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ FAMAPRO จำนวน 122 กล่อง (จำนวน 6,100 ชิ้น) รวมของกลางทั้งหมด จำนวน 685 กล่อง จำนวนประมาณ 34,250 ชิ้น จึงได้ตรวจยึดไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

หอยเป็นเหตุ

หอยเป็นเหตุ !!! หนุ่มใหญ่วัย47ปี เสียชีวิตต่อหน้าพี่สาว เพราะ “หอย”

หอยเป็นเหตุ หนุ่มใหญ่ เสียชีวิตคาอ่างเก็บน้ำบางพระ ผู้เสียชีวิตนั้น น่าจะเกิดเป็นตะคริว

หอยเป็นเหตุ ..ตำรวจภูธรศรีราชา จังหวัดชลบุรี รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิต ภายในอ่างเก็บน้ำ บางพระ บริเวณชลประทานที่ 10 หมู่ 4 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงประสานขอกำลังหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา นำชุดประดาน้ำงมหาศพ

ในที่เกิดเหตุพบนางทองใบ อายุ 62 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต พาเจ้าหน้าที่ไปชี้ยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งพบกะละมังภายในบรรจุหอยอยู่ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ กระจายกำลังดำน้ำหาร่างผู้เสียชีวิต

โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงพบร่างของนายทองสา อายุ 47 ปี ผู้เสียชีวิตจมก้นอ่าง และช่วยกันยกขึ้นมาบนฝั่งตรวจสอบ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

จากการสอบถามพี่สาวผู้เสียชีวิต ให้การว่า ครอบครัวตนเองขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ตลาดสดบางพระ แต่วันนี้ ไม่ได้ขายของ จึงได้ชักชวนกันมานั่งพักผ่อนกันที่บริเวณดังกล่าว

ระหว่างนั้น น้องชายตนก็ถือกะละมัง เดินลงน้ำไปงมหอย ในอ่างเก็บน้ำบางพระ โดยเดินลงไปคนเดียว ต่อมา เมื่อตนเองมองไปในอ่างเก็บน้ำ ก็ไม่พบตัวน้องชายตนเองแล้ว เห็นแต่กะละมังที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ

ซึ่งตนเองก็คิดว่า น้องชายตนว่ายน้ำเป็น คงไม่เป็นอะไร เห็นว่า น้องชายดำน้ำนาน ไม่ขึ้นจนผิดสังเกต จึงรีบไปแจ้งให้คนช่วยงมหา แต่ไม่เจอ จึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยงม จนพบเป็นศพใต้ก้นอ่างเก็บน้ำ

ด้านเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตนั้น น่าจะเกิดเป็นตะคริว ขณะลงน้ำงมหาหอย เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตดังกล่าว…

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2 รุมโทรม

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2 ตั้งวงดื่มของมึนเมา ก่อนชวนเพื่อนรุมโทรม

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2 ..หนุ่มหื่นวัย 22 ปีจนมุมกองปราบ ถูกบุกรวบริมถนนย่านบางใหญ่ นนทบุรี หลังก่อเหตุหลอกลวงเด็กหญิง นักเรียนชั้น ม.2 ไปร่วมสังสรรค์ดื่มเหล้ากัน ก่อนร่วมกับเพื่อน 6 คน รุมโทรมจนสำเร็จความใคร่ สารภาพทำตามเพื่อน
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.63 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายธงชัย หรือธง อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 429/2560 ลง 25 ธ.ค.2560 ในข้อหาร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร ร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร และร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะโทรมหญิง จับได้บริเวณริมถนน ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
พ.ต.อ.เนติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2560 นายธงชัย พร้อมพวกรวม 6 คน ได้หลอกพา ด.ญ.นุ่น (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.2 ไปร่วมสังสรรค์ดื่มเหล้ากัน จากนั้นได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ในลักษณะโทรมหญิง ทั้ง 6 คน จนสำเร็จความใคร่ บริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้าน หลังเกิดเหตุได้ทิ้งเด็กสาวไว้ในกระท่อม จนผู้ปกครองตามหาจนมาพบตัว ก่อนเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เขาดิน จนมีการออกหมายจับไว้ กระทั่งมาถูกตำรวจกองปราบจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนให้การรับสารภาพ ทำไปเพราะความเมาและตามเพื่อน นำตัวส่ง สภ.เขาดิน ดำเนินคดีต่อไป.…

ฆ่าตกรต่อเนื่อง

ฆ่าตกรต่อเนื่อง ไอซ์ หีบเหล็ก ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี 5 เดือน

ฆ่าตกรต่อเนื่อง ไอซ์ หีบเหล็ก

ฆ่าตกรต่อเนื่อง “ ไอซ์ หีบเหล็ก ” ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี 5 เดือน ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดียาเสพติด ส่วนคดีอื่นๆ ศาลยังไม่มีการนัดฟังคำพิพากษา

ฆ่าตกรต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 มี.ค. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 เผยถึงความคืบหน้ากรณีดำเนินคดีกับ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ “ไอซ์ หีบเหล็ก” อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดินและฆ่าถ่วงน้ำหญิงสาวหลายรายในบ้านพักท้ายซอยเพชรเกษม 47 ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้ว่า ขณะนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้นายอภิชัย ถูกจำคุกนาน 10 ปี 5 เดือน ตามฐานความผิดครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดีตรวจพบยาเสพติดจำนวนหนึ่งในห้องนอนวันที่เจ้าตัวถูกตำรวจบุกจับกุม โดยหลังจากนี้ผู้ต้องหาจะอุทธรณ์ขอสู้คดีนี้หรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ส่วนคดีอื่นๆ นั้นศาลยังไม่มีการนัดฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด

ฆ่าตกรต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า สำหรับคดีที่ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ “ไอซ์ หีบเหล็ก” อายุ 40 ปี ถูกพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม แจ้งข้อหาไปทั้งหมดนั้นมีอยู่จำนวน 6 คดี คือ 1.ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และมียาเสพติดไว้ในความครอบครองขณะเข้าจับกุม ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินไปแล้ว 2.คดีตรวจยึดยาบ้า 2,200 เม็ดในห้องพักภายหลังถูกจับกุม 3.คดีฆาตกรรม น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ที่พบถูกฝังดินไว้ 4.คดีที่พบโครงกระดูกกระจัดกระจายกว่า 300 ชิ้น ในบ่อน้ำหลังบ้านก่อนหน้านี้ 5.คดีที่พบโครงกระดูกบรรจุอยู่ในหีบเหล็ก ถ่วงบ่อน้ำเดียวกัน และ 6.คดีข่มขืนที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติมโดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.2562

ฆ่าตกรต่อเนื่อง
เหตุเดือด ระเบิดยะลา

เหตุเดือด ระเบิดยะลา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

เหตุเดือด ระเบิดยะลา

เหตุเดือด ระเบิดยะลา เกิดเหตุระเบิดที่ ศอ.บต. อำเภอเมืองยะลา 2 ครั้ง ขณะกำลังประชุมส่วนราชการรับมือโควิด-19 เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 18 ราย

(17 มี.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเกิดเหตุระเบิดที่บริเวณหน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จ.ยะลา โดยเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดีเร่งเข้าเคลียร์พื้นที่ หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้น 2 ครั้งซ้อน ขณะกำลังประชุมแก้สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ จ.ยะลา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มีคนซ้อนท้าย 1 คน มาปาระเบิดครั้งแรกที่หน้า ศอ.บต. ซึ่งในระหว่างนั้นมีผู้ประชุมกำลังทยอยออกมาจากตัวอาคาร ก่อนจะมีระเบิดคาร์บอมบ์เกิดขึ้นอีก 1 ครั้ง บริเวณป้าย ศอ.บต. ที่อยู่ใกล้ๆ กัน…

หนุ่มหึงโหด

หนุ่มหึงโหด บุกยิงหัว ตำรวจดับ

หนุ่มหึงโหด

หนุ่มหึงโหด ยิงหัวตำรวจดับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 มี.ค.) เมื่อเวลา 18.30 น. สภ.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง รับแจ้งเหตุคนถูกยิงที่สนามกีฬา ในเขตเทศบาล ต.ห้วยยอด อ.ห้วยยอด ผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณศีรษะและลำตัว 2 นัด ทราบชื่อคือ ร.ต.อ.สมพงศ์ อายุ 35 ปี เป็นพนักงาน สภ.ห้วยยอด ส่วนคนร้ายรายนี้หลังก่อเหตุได้หลบหนี และเวลาต่อมา ร.ต.อ.สมพงศ์ ได้เสียชีวิตที่ รพ.ห้วยยอด

จากการชันสูตรพลิกศพ กระสุนปืนเข้าที่ศีรษะด้านขวาทะลุ 1 นัด และกระสุนอีกนัดเข้าด้านหลังที่ไหลทะลุหน้าอก เจ้าหน้าตำรวจตรวจพบหัวกระสุนปืน ขนาด .38 ที่ตัวผู้ตาย 1 นัด

ส่วนคนร้ายรายนี้เป็นทราบชื่อ นายอรุณ อายุ 31 ปี อาชีพทำธุรกิจขนส่งรถบรรทุก อยู่ที่ ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง หลังก่อเหตุได้หลบหนี และในเวลาต่อมาก็ได้ขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธปืนพกสั้น .38 จำนวน 1 กระบอก ตำรวจควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.สมพงศ์ ได้ไปออกกำลังกาย โดยการแตะฟุตบอลที่สนามกีฬากลางห้วยยอด เมื่อเลิกก็จะเดินทางกลับออกมาจากสนามฟุตบอลเพื่อจะมาขึ้นรถ ที่จอดอยู่

ขณะนั้นคนร้ายคืออรุณได้มาดักรอ เมื่อ ร.ต.อ.สมพงศ์ ออกมา นายอรุณเข้าไปพูดคุยต่อว่า ก่อนที่จะชกต่อย ร.ต.อ.สมพงศ์ แต่ผู้ตายหลบไปชนรถจักรยานยนต์ ที่จอดลานจอดรถสนามกีฬาล้ม ทันใดนั้นนายอรุณชักปืนพกสั้นที่เตรียมมายิงเข้าที่ศีรษะและลำตัว ร.ต.อ.สมพงศ์ จำนวน 2 นัด หลังนั้นคนร้ายได้หลบหนีไปทันที


ด้าน พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง บอกว่า ทางตำรวจเสียใจและเสียดาย ร.ต.อ.สมพงศ์ พนักงานสอบสวนฝีมือดีคนหนึ่งที่มาจากไป โดยที่ผู้ต้องหารายนี้เข้าใจผิดอะไรบางอย่าง หึงหวงภรรยา และเกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตัดสินใจอะไรโดยไม่ได้คิดให้รอบคอบ

ผู้ตายมีลูก 1 คน ผู้ต้องหาเองก็มีภรรยาและลูกที่ต้องดูแล ต้องมาถูกดำเนินคดีและรับโทษเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ผู้ต้องหาก็รับสารภาพ เป็นการขัดแย้งส่วนตัว ที่ผู้ต้องหาหึงหวงภรรยาแล้วเข้าใจผิดจนมาก่อเหตุในครั้งนี้…

มอบตัวแล้ว มือยิงทนายไฝ

มอบตัวแล้ว มือยิงทนายไฝ ปมเจรจาเงิน ไม่ลงตัว

มอบตัวแล้ว มือยิงทนายไฝ !!!

มอบตัวแล้ว มือยิงทนายไฝ เหตุการณ์ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนบุกมากระหน่ำยิงว่าที่เรือตรีศักดิ์ชาย มีสมบูรณ์ หรือ ทนายไฝ อายุ 57 ปี เสียชีวิต ขณะกำลังนั่งทานข้าวอยู่ภายในสำนักงานทนายความ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หนีไป เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ล่าสุด ตำรวจกองบังคับการปราบปราบ ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว ตามกดดันผู้ต้องหาอย่างหนัก จนนายอำนาจ อายุ 33 ปี (มือยิง) เข้ามอบตัวแล้ว แต่ยังคงให้การปฏิเสธ และขอต่อสู้ชั้นศาล

ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่เป็นคนพามือยิงหลบหนีในวันเกิดเหตุ ได้เข้ามอบตัวแล้วเช่นกัน

พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เผยถึงสาเหตุการก่อเหตุ เป็นเพราะนายอำนาจ ผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจที่ทนายไฝ (ทนายของฝ่ายคู่กรณี) ไม่ยอมเจรจาไกล่เกลีย เรื่องไปยิงลูกความของทนายไฝในวัด เนื่องจากต้องการให้คดีจบในชั้นโรงพักเท่านั้น จากนั้น นายอำนาจยังหนีหมายจับของศาล

เบื้องต้น ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน // มีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร…

คดีน้องสาว สาดน้ำกรดพี่สาว

คดีน้องสาว สาดน้ำกรดพี่สาว ตำรวจตามแกะรอยจนเจอ จู่ๆ ดิ่งคอนโดหวังฆ่าตัวตายหนีความผิด !!!

คดีน้องสาว สาดน้ำกรดพี่สาว ตำรวจตามแกะรอยจนเจอ กำลังพยายามเข้าจับกุม อยู่ๆเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ดิ่งคอนโดย่านเมืองทองธานี หวังปลิดชีพหนีความผิด

คดีน้องสาว สาดน้ำกรดพี่สาว ..จากกรณีผู้ปกครองรายหนึ่ง ได้เดินทางเข้าร้องเรียนกับ นางปวีณา หงสกุล กรณีบุตรสาวคนโตอายุ 33 ปี พร้อมหลานชายอายุ 10 ขวบ และหลานสาวอายุ 6 ขวบ ถูกน้าสาวอายุ 31 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวคนรองใช้น้ำกรดสาด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยลูกสาวคนโตกับลูกสาวคนรองมีปัญหาทะเลาะกันมานานหลายปี เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ สน.ร่มเกล้า ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

(11 มี.ค.) เมื่อเวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุมีคนตกจากคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 16 ชั้น พบกองเลือดสาดกระเซ็นอยู่บนพื้นทางเดินชั้นล่าง บริเวณหน้าร้านขายผลไม้

นอกจากนี้ พบกันสาดผ้าใบหน้าร้านฉีกขาดได้รับความเสียหาย ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อ น.ส.ธนพร อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพยายามฆ่าของ สน.ร่มเกล้า ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ขาขวาหัก อาการสาหัส ถูกนำส่ง รพ.ชลประทานไปก่อนแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ธนพร เป็นผู้ต้องหาในคดีเอาน้ำกรดสาดหน้าพี่สาว เป็นเหตุให้พี่สาวและหลานอีกสองคนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้หลบหนีมาเช่าห้องเพื่อหลบซ่อนตัว โดยก่อนเกิดเหตุทางชุดสืบสวนของ สน.ร่มเกล้า แกะรอยสืบทราบว่าหนีมาหลบซ่อนที่ห้องดังกล่าว จึงเดินทางมาจับกุมตัว ขณะที่เคาะประตูเรียก น.ส.ธนพร ได้พุ่งหลาวลงมาจากห้อง

ทางด้าน น.ส.รัชนีพร อายุ 39 ปี เจ้าของร้านขายผลไม้ ให้การว่า ขณะนั่งอยู่ในร้านได้ยินเสียงเหมือนมีสิ่งของร่วงใส่ผ้าใบกันสาดหน้าร้าน จึงเดินออกมาดูปรากฏว่าพบร่าง น.ส.ธนพร นอนแน่นิ่งกองอยู่บนทางเดิน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ

ซึ่งขณะเกิดเหตุช่วงจังหวะที่ร่างของ น.ส.ธนพร หล่นใส่ผ้าใบกันสาด เฉียดทับพนักงานหญิงร้านสะดวกซื้อคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี เคราะห์ดีได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้อายัดตัว น.ส.ธนพร เพื่อดำเนินคดีต่อไปแล้ว…

หนุ่มคลั่ง

หนุ่มคลั่งซิ่ง จยย.ไล่ยิงกระบะเจ็บ จอดขวางถูกชนดับ

หนุ่มคลั่ง ซิ่ง จยย.ไล่ยิงกระบะ เจ็บ 2 ตาหลานเจ็บ ก่อนหยุดขวางกลางถนน หวังหยุดกระบะ ถูกพุ่งเข้าชนกระเด็นดับคาที่ แม่หนุ่มคลั่ง เปิดเผย ทั้งคู่ไม่รู้จักกัน เห็นด้วยลูกชาย เสพยา อารมณ์แปรปรวนโกรธ เคยโดนจับเรื่องปืน ตำรวจคาดเป็นเหตุเฉพาะหน้า จะต้องสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์-หลักฐาน ไขสาเหตุ ให้ความเป็นธรรม 2 ฝ่าย

ช่วงวันที่ 10 มีนาคม63 พันตำรวจเอกอภิชาติ วรรณโก ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รับแจ้งเหตุคนขับไล่ยิงกันมีผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต บนถนนสายวัดเกาะ-เนินขุมทอง ชุมชนบ้านทุ่งคลองสอ หมู่ 3 ต.ควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็เลยรุดไปตรวจดู พร้อมพนักงานสอบสวน รวมทั้งตำรวจชุดสืบสวน รวมทั้งฝ่ายปราบปราม

จุดเกิดเหตุอยู่รอบๆสามแยกปากทางเข้าป่าช้าบ้านวังหรัง เจอรถจักรคุณยายนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 125 ไอ สีดำ เลขทะเบียน คมว 709 จังหวัดสงขลา ล้มอยู่กลางถนน ในสภาพถูกชนพังทลายเสียหาย ส่วนผู้ขับกระเด็นไปตกอยู่ในสวนแตงโมข้างทาง ไกลเกือบจะ 10 เมตร เสียชีวิต

จากการเช็ดมือถพุ่งชนอย่างแรง ยิ่งกว่านั้นในปากคนตาย ยังเจอกระสุนปืนขนาด 9 มม.อมอยู่ด้วย 1 นัดหมาย รู้ชื่อถัดมาเป็น นายชัยธวัช ทองขจร อายุ 26 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ข้างศพยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอกและก็ยังมีกระเป๋าสัมภาระของผู้เสียชีวิต

ที่ข้างในมีผ้าอ้อมเด็กแรกเกิดและก็โทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง ยิ่งกว่านั้นยังเจอรถปิคอัพอีซูซุ สีบรอนซ์ แค็บ เลขทะเบียน บษ 5981 จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นรถคู่แค้นที่ขับชน ตกลงไปอยู่ในแปลงแตงโมห่างจากศพโดยประมาณ 5 เมตร สภาพกระจกทางด้านขวาถูกยิง 1 รู ล้อหน้าอีกทั้งซ้ายรวมทั้งขวาแตก

นอกเหนือจากนั้นยังมีบุคคลที่นั่งมาในรถปิคอัพถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 คน เป็น นายศักดิ์ ประกอบสุข อายุ 57 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าแขนด้านขวา และก็ เด็กหญิงที่ปนันท์ ประกอบสุข อายุ 13 ปี หลานสาว ถูกลูกกระสุนปืนเฉี่ยวเข้าที่เข้าทางแก้มซ้ายกรามผิดรูปผิดรอย แล้วก็ลูกปืนเจาะไหปลาร้าขวาหัก หน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองควนลัง รีบนำตัวส่งโรงหมอหาดใหญ่ เบื้องต้นอาการไม่มีอันตรายแล้ว

จากการตรวจสอบเส้นทางเกือบจะ 1 กิโล ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เจอปลอกลูกปืนขนาด 9 มิลลิเมตรตกอยู่เป็นพักๆปริมาณ 5 ปลอก กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ในลักษณะขับไล่ไสส่งยิงกันมา รวมทั้งสอดคล้องกับคำกล่าวจากประชาชนที่มองเห็นเรื่อง เล่าว่า ตอนเกิดเหตุคนขับมอเตอร์ไซค์ได้ขับขี่รถไล่ยิงรถปิคอัพโกรธเคืองยะทางกว่า 500 เมตร รวมทั้งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นสามแยก

ได้หยุดมอเตอร์ไซค์ขวางกลางถนนเพื่อรถปิคอัพหยุด ทำให้ถูกรถปิคอัพพุ่งเข้าชนอย่างแรง จนถึงกระเด็นเสียชีวิตดังที่กล่าวถึงแล้ว ส่วนรถปิคอัพก็เสียหลักตกลงไปข้างทางเหมือนกัน รวมทั้งตากับหลานที่นั่งมาในรถยนต์ก็ถูกยิงเจ็บ จากการสอบถาม นางประทีป ขุนราชภักดี อายุ 50 ปี แม่ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ไม่ทราบสถานะการณ์เป็นยังไง ทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน โดยลูกชายพึ่งจะเดินทางกลับมาจาก จังหวัดพัทลุง เพื่อมาพักอยู่ที่บ้านได้เพียงแค่ 3 วัน

ภายหลังที่ไปดูบุตรสาวที่เพิ่งจะคลอดได้ 15 วัน อีกทั้งลูกชายกับคู่กรณีก็มิได้รู้จักกัน แต่ว่าหมู่บ้านอยู่ใกล้ๆกัน โดยลูกชายอยู่หมู่ 1 ตำบลทุ่งตำเสา ส่วนคู่กรณีอยู่หมู่ 4 ต.ควนลัง แม้กระนั้นเห็นด้วยว่าลูกชายเสพยารวมทั้งบางครั้งก็มีอารมณ์ผันแปรโกรธ แล้วก็เคยมีประวัติโดนจับเรื่องปืนด้วย รวมทั้งเท่าที่ฟังจากการบอกเล่าของประชาชนนั้น ทั้งสองคงจะมีเรื่องมีราวเฉพาะหน้ากัน ก็เลยทำให้ลูกชายโกรธแล้วก็ขับขี่รถไล่ยิงคู่กรณีจนเกิดเหตุขึ้น

ด้าน นายสมบูรณ์ ปัญญาธนากร นายกเทศมนตรีเมืองควนลัง ซึ่งไปดูสถานะการณ์และก็รู้จักกับครอบครัวของคนเสียชีวิต พูดว่า ยังไม่ชัดแจ้งว่าทั้งสองมีเรื่องมีราวกันมาก่อนไหม หรือเป็นเพียงแต่เหตุที่มีเรื่องมีราวกันเฉพาะหน้า รู้แต่เพียงว่าทั้งสองขับขี่รถไล่ยิงกันมาเพียงแค่นั้น

ด้าน นางสาวอ้อมใจ สุขพงษ์ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาว นายศักดิ์ รวมทั้งเป็นแม่ เด็กหญิงที่ปนันท์ ที่ถูกยิง เล่าว่า บิดาพึ่งจะมาก่อสร้างบ้านข้างหลังใหม่ และก็ทำสวนอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ห่างจากจุดเกิดเหตุโดยประมาณ 1 กิโล

รวมทั้งพึ่งจะมาอยู่เมื่อตอนปีใหม่ และก็ทุกวี่วันจะเดินทางมาที่สวนตอนเช้า-เย็นทุกวี่ทุกวัน เพื่อเก็บมะนาวแล้วก็ผักที่ปลูกไว้ วันนี้ลูกสาวตนติดรถยนต์มาด้วย ปกติบิดาจะเป็นคนใจเย็นมากมายและไม่เคยมีเรื่องมีราวแตกคอกับคนไหนกัน

โดยยิ่งไปกว่านั้นกับผู้เสียชีวิตก็เคยไม่เคยทราบกันมาก่อน เท่าที่รู้ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจักรคุณยายนต์ไปเบิ้ลเครื่องใส่ที่หน้าบ้าน ซึ่งบิดาก็มิได้ว่าอะไรรวมทั้งปิดประตูบ้าน พราะไม่ต้องการมีเรื่องมีราว กระทั่งมั่นใจว่าคู่อาฆาตขี่รถยนต์ออกไป ก็เลยได้ขับขี่รถกระบะพร้อมหลานสาวออกมา จนถึงมาเจอกับคู่ความกลางทางรวมทั้งถูกไล่ยิงจนได้รับเจ็บตามรูปการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน พันตำรวจโทฉัตรชัย บำรุงกรณ์ รองผู้กำกับการสอบปากคำ สภ.หาดใหญ่ บอกว่า จากการสอบปากคำพื้นฐาน ทราบดีว่าเป็นเรื่องราวเฉพาะหน้าจนถึงมีการไล่ยิงกัน แม้กระนั้นจะมีเรื่องมีราวกันมาก่อนแล้วก็เรื่องอะไรนั้น ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ จะต้องสอบสวนคนเจ็บและก็ผู้เห็นเหตุการณ์แวดล้อมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในทางคดีตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

แหล่งที่มา.. teuscherfashionisland.com

กักตุนหน้ากากอนามัย

กักตุนหน้ากากอนามัย ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ แจงยิบปมร้อน

กักตุนหน้ากากอนามัย สืบนครบาลนำหมายศาลค้นตึกไทยเฮลท์ พบ หน้ากากอนามัย 2 ลัง 12,500 ชิ้น ช่วงเวลาที่ พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานที่มีความสำคัญในการรบพรรคภราดรภาพ ยอมรับรู้จัก บอย ศรสุวีร์ ยืนยันเป็นเพียงแค่ตัวกลางสำหรับในการติดต่อหาหน้ากากอนามัยให้หน่วยงานภาครัฐของเมืองจีน

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 เดือนมีนาคม63 พันตำรวจโทนิติกร ระวัง รอง ผู้กำกับการ1 บก.สส.บช.น. พร้อม พันตำรวจโทเทพฤทธิชาวนาวิก รอง ผู้กำกับการสส.สถานีตำรวจหนองแขม เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน สนธิกำลังข้าราชการรวมกว่า 30 นายนำหมายศาลอาญาตลิ่งชัน เลขที่ ค.57/2563 ระบุวันที่ 9 เดือนมีนาคม 2563 เข้าตรวจหาตึกไทยเฮลท์ เลขที่6/32 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ตำบลหนองแขม เขตหนองแขม จังหวัดกรุงเทพมหานคร หลังสืบทราบดีว่าตึกดังกล่าวเป็นตึกเดียวกับที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลที่มีผู้ชายลักษณะคล้ายนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศมี หรือบอย อายุ 47 ปี บอกว่า พร้อมขายหน้ากากอนามัยมีสินค้าราวๆ 200 ล้านชิ้น โดยรายละเอียดมีการโพสต์ใจความคล้ายกับชวนให้มีการสั่งซื้อหน้ากากอนามัย และก็ยังบอกว่ารู้จักกับนายพิตนิความสำราญ รักเอียด คณะทำงานของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและก็สหกรณ์

กักตุนหน้ากากอนามัย

จุดเกิดเหตุเป็นตึกพาณิชย์ปลูกติดกัน 7 คูหา มีความสูง 4 ชั้นครึ่ง พื้นที่กว่า 1 ไร่ ภายในเปิดเป็นที่ตั้งทำพรรคภราดรภาพ สมาพันธ์นักธุรกิจหนองเดือนม และก็สถาบันปรับปรุงประสิทธิภาพผู้ประกอบธุรกิจไทย-จีน ซึ่งเล็กน้อยแบ่งเป็นโรงเก็บของรวมทั้งหอพักที่พักอาศัย ซึ่งตึกทั้งปวงเป็นของนายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานที่มีความสำคัญในการรบพรรคภราดรภาพ

จากการตรวจสอบภายในพื้นที่ส่วนมากเป็นออฟฟิสของบริษัทไทยเฮล์ท จำกัด ที่เป็นธุรกิจอาหารเสริมความสวยเพื่อสุขภาพ ซึ่งในตอนนี้ได้ปิดกิจการไปแล้ว จากการตรวจดูห้องเก็บของรอบๆด้านล่างเจอ หน้ากากอนามัยใส่อยู่ในลังกระดาษใหญ่ ปริมาณ 2 ลัง แบ่งเป็นกล่องเล็ก ปริมาณ 250 กล่อง กล่องละ 50 ชิ้น รวมเป็น 12,500 ชิ้น รอบๆหน้าลัง มีเนื้อความกล่าวว่า “k’อลิส ฝากบริจาค ปอง 5 เดือนมีนาคม 0929987899” พื้นฐานข้าราชการมิได้กระทำตรวจยึดอะไร ก่อนที่จะยกเลิกภารกิจถอนนำกำลังกลับ

ด้านนายพันธ์ตำแหน่ง เผยออกมาว่า ตึกดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเป็นของตน เมื่อก่อนเคยเปิดเป็นบริษัทไทยเฮลท์ จำกัด เป็นธุรกิจอาหารเสริมความสวยงามเพื่อสุขภาพ แม้กระนั้นเวลานี้ได้เลิกกิจการไปแล้ว ส่วนหลักสำคัญที่ปรากฏเป็นคลิปบนโลกโซเซียลนั้น ตนเห็นด้วยว่าเป็นบริษัทของตัวเองจริงและก็สารภาพว่ารู้จักกับนายนายศรสุวีร์ หรือบอย ภู่รวีร์รัศมี จริง รู้จักกันมาได้โดยประมาณ 1 เดือน มีคนแก่ในกรุ๊ปนักธุรกิจชี้แนะให้รู้จัก

ต่อจากนั้นคุณบอยก็ได้ผสานขอให้ตนหาหน้ากากอนามัยในตลาด เพื่อจะเอามาบริจาคในปริมาณ 1 ล้านชิ้น แต่ว่าเพียงแค่อยู่ระหว่างคุยหลายละเอียด เนื่องจากว่าตนทำธุรกิจกับคนจีนเป็นส่วนมาก แล้วก็เมื่อตอนโรควัววิด-19 ระบาดที่เมืองจีนนั้น ตนก็ได้ผสานอ้อนวอนจากทางการจีนในส่วนของฆณทลต่างๆเพื่อเป็นธุระหาหน้ากากอนามัยในประเทศไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือพสกนิกรที่จีน

กักตุนหน้ากากอนามัย

โดยตนขอรับรองว่าเป็นเพียงแค่ตัวกลางสำหรับเพื่อการติดต่อหาหน้ากากอนามัยให้หน่วยงานภาครัฐของเมืองจีน เพื่อนำไปช่วยเหลือคนประเทศของจีน โดยตนมิได้เป็นพ่อค้าคนกลางหรือบุคคลที่กักตุนสินค้าอย่างที่สังคมกำลังรู้เรื่อง การจัดหาแต่ละครั้งตัวเองได้เพียงแค่ค่าทำงาน และก็สุดแล้วแต่หน่วยงานภาครัฐของจีนจะปฏิบัติการให้ ส่วนการนำออกนอกประเทศนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานจีนที่ผสานอ้อนวอน แต่ว่าตนไม่รู้จักจริงๆว่าผู้ใดกันแน่จะนำออกไปยังไง

กักตุนหน้ากากอนามัย

ส่วนหัวข้อของนายศรสุวีร์ ตนเพียงแค่คุยกันแค่นั้น เพราะเหตุว่ามีความเห็นว่าคุณบอย จะนำหน้ากากอนามัยไปบริจาค ตนก็เลยรับเป็นธุระสำหรับการหาของในตลาดออนไลน์เพียงแค่นั้น แม้กระนั้นยังไม่ทันได้ปฏิบัติการก็มากำเนิดเป็นใจความสำคัญซะก่อน ส่วนที่พูดว่าตนรู้จักกับ ร้อยเอกธรรมนัส พระพรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรแล้วก็สหกรณ์ นั้น ตนขอปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง

ส่วนหลักสำคัญในที่สุดที่มีภาพในโซเซียลปรากฏมีกล่องผลิตภัณฑ์หน้าอนามัยเป็นจำนวนมากอยู่ในออฟฟิสตนนั้น สารภาพว่ามีจริงแม้กระนั้นมิได้เป็นการสะสมอะไร ตนมีการสั่งหน้ากากอนามัยเยอะๆ เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐของจีนที่เข้ามาขอร้อง มันก็ไม่แปลกที่จะมีของอยู่ในออฟฟิสตน แต่ว่าพอเพียงผลิตภัณฑ์มาได้ไม่ถึงวัน หน่วยงานของจีนก็จะมารับไป โดยเหตุนั้นตนขอรับรองว่าไม่มีการตุนผลิตภัณฑ์อะไร.

 

แหล่งที่มา.. teuscherfashionisland.com

  • 1
  • 2