Browse Month: ธันวาคม 2019

ฆ่าพ่อเลี้ยง

รวบลูกชายรักแม่ พาแฟนสาวไปช่วย ฆ่าพ่อเลี้ยง วางยาตีหัวดับ

รวบลูกชายรักแม่ พาแฟนสาวไป ฆ่าพ่อเลี้ยง

ชายหนุ่มวัย 29 ปีพร้อมแฟนสาวโดนจับ หลังร่วมกับแม่ คิดแผนวางยานอน ใช้ท่อนเหล็กตีหัว ฆ่าพ่อเลี้ยง ดับ ห่อศพหมกในห้อง เหตุเมาแล้วมักจะทำร้ายแม่ ยังให้การภาคเสธ สารภาพอยู่ด้วยแม้กระนั้นมิได้เป็นคนลงมือ

เวลา 11.00 น. วันที่ 23 เดือนธันวาคมที่กองสั่งการล้มล้าง พันตำรวจเอกปทักข์ ขวัญนา ผู้กำกับการ4 บกกรัมเปรียญ พันตำรวจโทณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม พันตำรวจโทมนูญ แก้วก่ำ รองผู้กำกับการ4 บก.เปรียญร่วมแถลงจับตัวนายสุชาติ กำเนิดรี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/1 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จ.ปทุมธานี แล้วก็ นางสาวศศิวิมล รักสหาย อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 มัธยม4 ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา

ทั้งคู่ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีขนคิ้ว ในข้อกล่าวหาด้วยกันฆ่าคนอื่น โดยสามารถจับนายสุชาติ ถึงที่เหมาะ อำเภอหนองแค จ.สระบุรี ส่วนนางสาวศศิวิมล จับได้ริมทางมาบตาพุด-หาดทรายทอง อ.เมืองจังหวัดระยอง

พันตำรวจเอกปทักข์ กล่าวมาว่า ช่วงวันที่ 24 ตุลาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กำเนิดคดีฆ่านายประกอบ ชำบำรุง อายุ 45 ปี คนทำงานก่อสร้าง ข้างในแคมป์ก่อสร้างถนนหนทางมอเตอร์เวย์ รอบๆหลังที่ทำการ อบต.หนองแดง อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ถัดมา ตำรวจสภ.ปากช่อง ได้เข้าจับตัวนางบุญพา เพ็ชชะ อายุ 53 ปี เมียของนายประกอบ ซึ่งเป็นคนทำงานก่อสร้างอยู่ร่วมกัน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายสุชาติ ลูกชาย

และก็นางสาวศศิวิมล แฟนสาวของลูก ลงมือฆ่านายประกอบจริง เพราะก่อนหน้าที่ผ่านมา นางสาวบุญพา ได้อยู่กินกับคนเสียชีวิตมาได้พักใหญ่แล้ว แม้กระนั้นผู้เสียชีวิตนั้นมีนิสัยเจ้าชู้ ถูกใจทำร้ายรังควานเสมอๆ มั่นใจว่าเป็นเนื่องจากนางบุญพานั้นมีแก่แล้ว เลยนำมาซึ่งความแค้นนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปขอคำแนะนำกับนายสุชาติ ก่อนที่จะด้วยกันคิดแผนฆ่า

ผู้ต้องหาอาศัยจังหวะนายประกอบเจ็บป่วยจำต้องรับประทานยานอนพัก ก็เลยใช้ยานอนหลับผสมของกินให้นายประกอบรับประทานจนถึงหลับไป ต่อจากนั้นได้ใช้ท่อนเหล็กตีหัวของนายประกอบจนถึงเสียชีวิต เสร็จแล้วห่อศพด้วยเสื่อก่อนที่จะนำไปทิ้งเอาไว้ในห้องคนทำงานก่อสร้างที่ไม่มีผู้ใดอยู่ ข้างในแคมป์คนงาน เพื่อปิดบังคดี ส่วนนายสุชาติรวมทั้งนางสาวแขบริสุทธิ์ ข้างหลังเกิดเหตุได้แยกย้ายกันแอบหนี จนถึงถูกตามจับได้ท้ายที่สุด

พื้นฐาน สอบปากคำผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ โดยเห็นด้วยว่าอยู่ร่วมในเรื่องราวจริง แม้กระนั้นมิได้เป็นคนที่ลงมือฆ่า ก็เลยนำตัวส่ง สภ.ปากช่อง ฟ้องร้องถัดไป…

ยิงน้องชายดับ

คัดค้านประกัน คุม ตั่วเฮีย ปืนโหด ยิงน้องชายดับ 2 ศพ ฝากขัง

ตำรวจควบคุมตัว พี่ชายปืนโหด ยิงน้องชายดับ 2 ศพ คาร้านอะไหล่ เขตวรจักร สังเวยปมขัดผลประโยชน์ครอบครัว ฝากขังผลัดแรก ค้านประกัน เหตุเป็นคดีความอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษสูง หวาดหวั่นผู้ต้องหาหลบซ่อน เจ้าหน้าที่คุมขังเรือจำพิเศษกรุงเทพ

ยิงน้องชายดับ 2 ศพ คาร้านอะไหล่ เขต.วรจักร

ตอนวันที่ 21 เดือนธันวาคม62 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 เจ้าหน้าที่สอบสวน สน.สําราญราษฎร์ คุมตัว นายภาณุ ศิริหงษ์ทอง อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนอื่นๆฯ จากเหตุยิง นายณัฐชัย ศิริหงษ์ทอง และก็ นายวศณัช ศิริหงษ์ทอง

ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆยิงเสียชีวิต จากเหตุทะเลาะเรื่องผลประโยชน์กิจการจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เขตวรจักร มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม62-1 มกราคม63 เพราะการสอบปากคำไม่เสร็จสิ้นจะต้องรอสอบพยานบุคคลเพิ่ม รวมทั้งตรวจตราความเป็นมาลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหากับอาวุธปืนหลักฐาน โดยศาลพิเคราะห์คำขอแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ถัดมาญาติของ นายภาณุ ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นฝากขัง ศาลวิเคราะห์ความประพฤติตามคำขอให้ช่วยฝากขังของพนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนแล้ว มีความคิดเห็นว่ามีผู้ตาย 2 คน ซึ่งเป็นคดีความอุกอาจมีอัตราโทษสูง แล้วก็เจ้าหน้าที่สอบสวนก็แย้งการปลดปล่อยชั่วครั้งคราว ถ้าหากอนุญาตเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบซ่อน ศาลก็เลยไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวปล่อยใจชั่วครั้งชั่วคราว โดยชูคำวิงวอนงผู้ต้องหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็เลยกักคุม นายแสง ผู้ต้องหาไปกักขังอย่างคุกพิเศษจ.กรุงเทพฯระหว่างฝากขังถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1731453

จับอดีตปลัดหนองคาย

จับอดีตปลัดหนองคาย ให้ต่างชาติสวมบัตรประจำตัวประชาชน เรียกหัวละ 1.5 แสน

ตำรวจกองปราบห้าม ร่วม ป.ป.ท.ตาม จับอดีตปลัดหนองคาย อำเภอสังคม จ.หนองคาย ทำซะเอง ให้ต่างประเทศสวมสิทธิ์บัตรประจำตัวประชาชนผู้ตาย หรือหาย เปิดโปงคนกลางเรียกค่าจัดการรายละ 1.5 แสนบาท

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม62 ที่กองกำกับการล้มล้าง (บก.เปรียญ) พลตำรวจตรีจิรโลก ปัญญาเดชะ ผบกรัมเปรียญพ.ต.อ.มีชัย เกิดประพรม รอง ผบกรัมเปรียญพันตำรวจเอกบุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ3 บก.เปรียญพันตำรวจโทนพรัตน์ คำมากมาย, พันตำรวจตรีเอนก บุญตา สว.กิโลกรัม3 บก.เปรียญ พร้อมกับ พันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 สำนักงานเปรียญเปรียญท.แถลงผลจับ นายกนกพงศ์ ทองจำปา อายุ 58 ปี อดีตกาลปลัดอำเภอสังคม จ.หนองคาย ตามหมายจับศาลอาญาคดีคดโกงแล้วก็ประพฤติผิดภาค 4 ที่ จังหวัด21/2562 ระบุวันที่ 21 เดือนพฤศจิกายน2562 ข้อกล่าวหา “ด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้องเพื่อกำเนิดความย่ำแย่แก่ผู้หนึ่งใครกันแน่ หรือปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยทุจริตรวมทั้งด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่มีบทบาททำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกเนื้อความลงในเอกสารฯ” พอดีรอบๆ ตำบลด่านศรีสุข อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดจังหวัดหนองคาย

แล้วก็ นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและก็กระทำไม่ดีภาค 4 ที่ จังหวัด23/2562 ระบุวันที่ 21 พฤศจิกายน2562 ข้อกล่าวหา “เป็นผู้ส่งเสริมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้องเพื่อกำเนิดความทรุดโทรมแก่ผู้หนึ่งคนใดกันแน่ หรือปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยคดโกงแล้วก็ด้วยกันเป็นเจ้าหน้าที่มีบทบาททำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกเนื้อความลงในเอกสารฯ” ได้รอบๆหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ขอบคลองหนึ่ง มัธยม3 ตำบลคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

พลตำรวจตรีจิรโลก บอกว่า เมื่อปี 2558 ข้าราชการ เปรียญเปรียญท.แล้วก็ตำรวจกองปราบห้าม ได้รับการร้องทุกข์ว่ามีบุคคลต่างประเทศทำบัตรประจำตัวประชาชนสวมสิทธิ์เป็นชาวไทยที่เสียชีวิตหรือหาย แต่ว่าทางพี่น้องมิได้แจ้งข้าราชการ จากการตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีการทำกันเป็นวิธีการ โดยมีปลัดอำเภอสังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย เป็นผู้ช่วยเหลือสำหรับในการจัดการ จนกระทั่งเมื่อปี 2559 ได้จับผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้ 22 ราย

สำหรับการกระทำของกรุ๊ปดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น เริ่มจากหาข้อมูลบุคคลที่เสียชีวิตสุดแท้แต่มิได้มีการแจ้งการเสียชีวิตต่อนายทะเบียน หรือบุคคลที่หายแต่ว่ายังมีชื่ออยู่ในทะเบียน หลังจากนั้นจะมีกรุ๊ปคนกลางติดต่อกับบุคคลต่างประเทศที่อยากมีบัตรประจำตัวประชาชนชาวไทยเพื่อเข้ามาสวมสิทธิ์ทำบัตรเสนอค่าปฏิบัติงานรายละ 150,000 บาท เมื่อมีการชำระเงินกันแล้วจะกระทำการย้ายที่อยู่บุคคลที่มิได้มีการแจ้งการเสียชีวิต

หรือหายเข้ามาในใบสำมะโนครัวของกรุ๊ปกรรมวิธีเพื่อจะได้รับรองการเป็นญาติพี่น้องซึ่งจึงควรอยู่ข้างในพื้นที่ อำเภอสังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย เพื่ออยู่ในเขตรับผิดชอบของสมัยก่อนปลัดอำเภอสังคม แล้วผู้ต้องหาก็จะปฏิบัติงานออกบัตรประชาชนให้กับบุคคลต่างชาติโดยการใส่แทนผู้เสียชีวิตหรือคนหาย

พลตำรวจตรีจิรโลก กล่าวว่ากล่าว จากการพิสูจน์รู้ว่าเว้นแต่สมัยก่อนปลัดคนที่ใครๆก็รู้จักกล่าวแล้วยังมีเจ้าหน้าที่รัฐอีกรายที่ร่วมกระบวนการ แต่ว่าได้หลบซ่อนไปแล้ว

ถัดมา ข้าราชการ เปรียญเปรียญท. ก็เลยได้ร้องเรียนใส่ร้ายป้ายสีต่อพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวน สภ.สังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย รวมทั้งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการขอศาลอาญาคดีโกงรวมทั้งประพฤติผิด

ภาค 4 เพื่อขออนุมัติหมายจับกรุ๊ปผู้ทำความผิด ปริมาณ 9 ราย เป็นข้าราชการของเมือง 2 ราย ที่ออกบัตรประจำตัวประชาชน กรุ๊ปผู้ผลักดันและสนับสนุน 4 ราย ที่พักที่อยู่ในพื้นที่ แล้วก็ชาวต่างชาติ 3 ราย

ที่สวมบัตรประชาชนคนประเทศไทย เพื่ออยากได้ชนชาติไทยสำหรับในการทำธุรกิจภายในประเทศไทย ค้าสารเสพติด ผู้ต้องหาหนีคดีอุกฉกรรจ์จากต่างแดน และก็คดีเกี่ยวกับความมั่นคงและยั่งยืน ภายหลังมีการออกหมายจับกรุ๊ปผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวนแล้ว ปริมาณ 2 ราย ยังคงหลบซ่อน 7 ราย

ผบกรัมเปรียญกล่าวเพราะ จากการวิเคราะห์พื้นฐานรู้ว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้คนต่างด้าวมาแล้วกว่า 100 ราย ซึ่งในช่วงเวลานี้ได้สั่งให้ข้าราชการรีบทำงานติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว จากการสืบสวนพื้นฐานผู้ต้องหาให้การยอมรับตลอดข้อกล่าวหา ก็เลยนำเพศผู้ต้องหาทั้งคู่รายส่งเจ้าหน้าที่สอบสวน สภ.สังคม จังหวัดจังหวัดหนองคาย ฟ้องร้องโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป.…

ยาบ้าฝังดิน

จับคาหนังคาเขา ยาบ้าฝังดิน 1.5 แสนเม็ด คอยส่งลูกค้า

จังหวัดกาฬสินธุ์ ปลดปล่อยแถวระดมล้อมตรวจหา 6 จุดพื้นที่วัตถุประสงค์ จับเอเย่นต์ยานเกลื่อนกลาด ยาบ้าฝังดิน 1.5 แสนเม็ด ไว้ริมทาง รอคอยส่งโครงข่ายในพื้นที่

ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 19 ธันวาคม62 ที่หน้า สภ.กุฉิที่นารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พลตำรวจตรีสมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.จังหวัดกาฬสินธุ์ นายอดุล ประยูรสิทธิ์ ผอ.ปปส.ภาค 4 นายพิชัย ส่งสุขเลิศเลอสงบสุข นายอำเภอกุฉิทุ่งนารายณ์ พันตำรวจเอกออมสิน ตรารุ่งเรือง รองผบก.ภ.จว.จังหวัดกาฬสินธุ์ พันตำรวจเอกสมชาย ภูกองชนะ ผู้กำกับการสภ.กุฉินารายณ์ ด้วยกันปลดปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองข้าราชการปกรมประชาสงเคราะห์ภาค 4 รวมทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด ตามแผนดำเนินการ 1386 ล้มล้างพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติด โดยกำลังข้าราชการได้ล้อมตรวจหาพื้นที่จุดมุ่งหมาย 6 จุด โดยพร้อมกัน และก็ตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่จุดมุ่งหมาย

จนถึงถัดมา นำโดย พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบกรัมภ.จว.จังหวัดกาฬสินธุ์ และกำลังข้าราชการเข้าจับตัวนายวีระศักดิ์ เพิ่มสินธุ์ อายุ 28 ปี ชาว อ.กุฉินารายณ์ จังหวัดจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะกำลังขุดหลุมนำยาม้าฝังไว้รอบๆข้างทางหลีกเลี่ยงเมืองสายจังหวัดกาฬสินธุ์-กุฉินารายณ์ รอบๆเขตรอยต่อ ตำบลเหนือกับ ตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อคอยจัดเตรียมส่งให้กับลูกค้าที่เป็นโครงข่ายค้าสิ่งเสพติดในพื้นที่

ภายหลังข้าราชการกระทำการขยายผลจากกรุ๊ปผู้เสพมาจนกระทั่งตัวขั้นตอนใหญ่ แล้วก็สืบรู้ดีว่าจะมีการนำยาม้ามาพักไว้รอบๆดังที่กล่าวถึงมาแล้ว

จากการตรวจดูเจอมีการขุดหลุมไว้ข้างทางลึกแทบ 1 เมตร ในหลุมเจอห่อสีขาว หุ้มด้วยกระสอบปุ๋ย ตรวจดูข้างในใส่ยาม้า 25 ผูก ปริมาณกว่า 150,000 เม็ด ค่าราว 6 ล้านบาท ก็เลยคุมตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ

พื้นฐานนายวีระศักดิ์ ให้การยอมรับแล้วก็กล่าวถึงว่า ยาขยันทั้งปวงไปรับมาจากโครงข่ายค้าสารเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนลักลอบนำเข้ามาขุดหลุมฝังไว้ริมถนน ซึ่งจะอาศัยตอนเวลาดึกไม่มีคน และก็เพื่อเลี่ยงการตรวจหาของข้าราชการ แล้วต่อจากนั้นรอคอยให้ลูกค้ามารับยา กระทั่งมาถูกตามจับได้ซะก่อน ข้าราชการก็เลยนำตัวส่งฟ้องโดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกระทำการขยายผลถัดไป.

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1729571

จับได้แล้ว

จับได้แล้ว สมคิด พุ่มพวง หมดทางหนีบนรถไฟ

จับได้แล้ว สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรโรคจิต ฆ่าแม่บ้านโรงแรม นั่งรถไฟจากจังหวัดสุรินทร์ จัดเตรียมเข้าจ.กรุงเทพฯ

จากกรณี นายสมคิด พุ่มพวง หรือ คิด เดอะริปเปอร์ ฆาตกรโรคจิตวัย 55 ปี ซึ่งก่ออาชญากรรมโหดเหี้ยมฆ่าหญิงสาวในพื้นที่ อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการแอบหนีการเข้าจับกุม

ปัจจุบัน วันที่ 18 เดือนธันวาคม62 ผู้รายงานข่าวแถลงการณ์ว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สามารถจับกุมตัว นายสมคิด พุ่มพวง ได้แล้ว ที่สถานีปากช่อง ขณะนั่งรถไฟจากจังหวัดสุรินทร์ จะเข้าจ.กรุงเทพฯ ความก้าวหน้าจะรายงานให้รู้ถัดไป

 

แหล่งที่มา.. https://www.thairath.co.th/news/crime/1728698

สกัดยาลอตใหญ่

สกัดยาลอตใหญ่เกือบจะ 5 ล้านเม็ด กระบะแหกด่าน ผู้ขับทิ้งรถยนต์เผ่น

ทหารพราน สกัดยาลอตใหญ่

สกัดยาลอตใหญ่ 4.9 ล้านเม็ด หลังสืบรู้ขั้นตอนยานเกลื่อนกลาดตระเตรียมลำเลียงเข้าพื้นที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย จนถึงเจอรถยนต์จุดหมายวิ่งแหกด่านที่ อำเภอแม่จัน ในที่สุดพุ่งเข้าชนอาคารบ้านเรือนสามัญชน ผู้ร้ายทิ้งรถยนต์หนีหาย

ผู้รายงานข่าวกล่าวว่าเมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 16 ธันวาคม62 พันเอกสุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผู้บังคับบัญชาทพ. 31 สืบทราบดีว่าจะมีกรุ๊ปกระบวนการค้าสารเสพติดลักลอบลำเลียงยาขยันลอตใหญ่จากชายแดนเข้าพื้นที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดจังหวัดเชียงราย ก็เลยออกคำสั่งให้ ร้อยเอกสมคิด วงษาไฮ ผู้บังคับบัญชาร้อย ทพ.3109 นำกำลังออกกระทำซุ่มจู่โจม ตามแนวทางกระทำการร่วมเกี่ยวกับความร่วมแรงร่วมใจสำหรับการยับยั้งและก็กำจัด สารเสพติดตามแนวชายแดนระหว่างไทย-ภรรยานมา (15 – 31 เดือนธันวาคม 62 ) รอบๆพื้นที่ถนนหนทางตะเข็บชายแดน บริษัทเล่าสิบ (พิกัด NC 7727 ) กลุ่ม 3 ตำบลแม่สทดลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง กระทั่งเจอรถยนต์กระบะอีซูซุ สีดำ ทะเบียน 2958 จังหวัดเชียงราย ขนกระสอบสีรุ้งกินน้ำปรับเปลี่ยนเป็นกระเป๋าตะพาย บรรทุกเต็มคันรถยนต์ วิ่งออกมาจากป่าชายแดน โดยเลี่ยงจากจุดซุ่มจู่โจม ชเปรียญซุ่มจู่โจม 100 เมตร

เมื่อข้าราชการมองเห็นด้วยเหตุนั้นก็เลยรายงาน พันเอกสุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผู้บังคับบัญชาฉก.ทพ.31 พร้อม พ.ท.โสเพ่งดู สุขรุ่งเรือง รอง ผู้บังคับบัญชาทพ. 31 พ.ท.ธงชัย วันมหาดวงใจ รอง ผู้บังคับบัญชาทพ. 31 .นำกำลังหน่วยสอดแนม ฉก.ทพ.31 ตั้งขึ้นจุดสกัด (Frog Jump) รอบๆถนนหนทางทาง บริษัทห้วยมะหินฝน ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน ถัดมาเจอรถยนต์คันดังที่กล่าวมาข้างต้นวิ่งผ่านด่านมา ก็เลยให้คำปฏิญาณหยุดแต่ว่าผู้ขับได้เร่งเครื่องแหกด่านหลบซ่อนไปอย่างเร็ว เจ้าหน้าเจ้าตาก็เลยทำไล่ติดติดตามไป กระทั่งกระถั่งถึง บริษัทจะหยี (พิกัด NC 719230 ) ตำบลป่าตึง รถยนต์วิ่งไปถึงทางตัน เบรกไม่ทันพุ่งเข้าชนบ้านเลขที่ 25/3 บริษัทจะหยี กลุ่ม20 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน ส่วนคนขับได้อาศัยความมืดดำแอบหนีหายไป

จากการตรวจตราที่ด้านหลังกระบะ เจอกระสอบปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงเป็นกระเป๋าตะพาย ใส่ยาขยันปริมาณ 25 กระสอบ ปริมาณรวม 4,996,000 เม็ด ห่างจากที่เกิดเหตุ 30 เมตร เจอรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน เลขลำดับทะเบียน กงค 325 จังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นรถยนต์นำทางกรุ๊ปกรรมวิธีค้าสารเสพติด ก็เลยยึดทั้งหมดทั้งปวงไว้เป็นของกึ่งกลางฟ้องร้องคดีโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป.…

ฆ่าสาวใหญ่

สาวใหญ่เปลือยท่อนล่าง ถูกฆ่าตายในบ้านพัก รีบตามหาชายหนุ่มคนสนิทสนม ล่องหนไป

ฆ่าสาวใหญ่ เปลือยท่อนด้านล่าง

เกิดเหตุ ผู้ร้าย ฆ่าสาวใหญ่ เปลือยท่อนด้านล่างในบ้านพัก ที่ขอนแก่น รีบตามชายหนุ่มคนรู้จักมักคุ้นสอบ เพื่อนบ้านมองเห็นอยู่ร่วมกันเป็นคนในที่สุด ก่อนล่องหนไป

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 ธ.ค. 2562 ผู้รายงานข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พันตำรวจเอกฟุ้งกระจายฤทธิ์ วงษ์ราช ผู้กำกับการสภ.กระนวน จังหวัดขอนแก่น ถึงการไต่สวนหาเพศผู้ถูกสงสัยเป็นผู้ก่อเรื่องลงมือฆ่า นางรัศมี (รักษาสกุล) อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน ตายในบ้าน พื้นที่ อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ว่า การเจอศพผู้เสียชีวิตนั้น ช่วงเวลาเย็นวันที่ 15 เดือนธันวาคม ก่อนหน้านี้ โดยตำรวจ สภ.กระนวน รับแจ้งจากประชาชนว่า เจอศพคนตายในบ้านพัก ซึ่งมั่นใจว่าคงจะถูกฆ่าตาย

คราวหลังรับแจ้ง ร้อยตำรวจโทชัชวิน ศรีแก้วหล่อ รอง สว.(ซักถาม) ได้รายงานให้บัญชาการรู้เป็นลำดับชั้น และก็พร้อมกับข้าราชการเกี่ยวเนื่อง ไปตรวจจุดเกิดเหตุ

เมื่อไปถึงหน้าบ้าน เจอบ้านปูนชั้นเดี่ยว ประตูมิได้ล็อก เมื่อเปิดเข้าไป พบว่า ไม่มีห้องนอน เป็นห้องเตียน มีเบาะปูเป็นที่พักผ่อน 2 ผืน กึ่งกลางระหว่างที่นอน เจอศพ นางรัศมี เจ้าของบ้าน อยู่ในภาวะถูกห่อด้วยผ้าที่มีไว้ห่ม ท่อนด้านล่างเปลือย ส่วนท่อนบนสวมเพียงแค่เสื้อยืด รอบๆคอถูกพันด้วยเทปใส ที่ข้อเท้าถูกผูกด้วยสายชาร์จโทรศัพท์ เสียชีวิตมาแล้วราวๆ 8 ชั่วโมง ร่างกายไม่มีร่องรอยการเช็ดกรังควาน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และไม่มีร่องรอยการถอดถอนค้นสิ่งของที่อยู่ในบ้านอะไร คาดว่าคนตายบางทีอาจถูกฆาตกรรมขณะที่กำลังหลับ ก่อนลักขโมยเอาเงินทองมีค่าของผู้เสียชีวิตหลบซ่อนไป

ผู้กำกับการ สภ.กระนวน เผยต่ออีกว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้ถามไถ่เพื่อนบ้านรู้ดีว่า ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่คนเดียว ดำรงชีพรับจ้างเป็นแม่บ้านอยู่บังกะโลแห่งหนึ่งในอำเภอกระนวน เป็นคนเฉยๆไม่สมาคมกับคนใดกันแน่ ก่อนเกิดเหตุ ประชาชนมีความเห็นว่าช่วงวันที่ 2 เดือนธันวาคม 2562 มีชายไทยอายุโดยประมาณ 35-40 ปี เข้ามาอาศัยกับผู้ตายในบ้าน ลักษณะคบเป็นคนรักกัน แต่ว่าทั้งสองก็ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน แล้วก็ดำเนินชีวิตตามเดิม

จนกระทั่งตอนเวลาสายๆวันที่ 15 ธ.ค. เพื่อนบ้านได้ยินเสียงทั้งสองทะเลาะกัน ตอนเที่ยงตรง ก่อนที่จะสูญเสียงเงียบไป จนกระทั่งเย็น ก็ไม่มีผู้ใดมองเห็นผู้เสียชีวิตออกไปปฏิบัติงาน และไม่มองเห็นข้างชายด้วย ราษฎรสงสัยก็เลยเชิญชวนกันไปเรียกผู้เสียชีวิต แต่ว่าไม่มีเสียงขานตอบ ก็เลยเปิดประตูแล้วก็เข้าไปมอง พบว่านางรัศมี ถูกฆ่าแล้ว และไม่เจอข้างชายในบ้าน

อย่างไรก็ดี เดี๋ยวนี้ข้าราชการอยู่ระหว่างการสอบปากคำเครือญาติและก็คนสนิทรวมทั้งคู่หูในสถานที่ทำงานของคนเสียชีวิต เพื่อติดตามเพศผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี แล้วก็มองว่า มีสินทรัพย์อะไรหายไปบ้าง ช่วงเวลาที่มูลเหตุ อยู่ระหว่างการสืบสวน ซึ่งถ้าหากคนใดมีร่องรอยของฆาตกร สามารถแจ้งถึงที่เหมาะ พันตำรวจเอกแผ่กว้างฤทธิ์ วงษ์ราช ผู้กำกับการ สภ.กระนวน 09-1868-1868 ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน…

สาวพนักงานบัญชี

เจอแล้ว สาวพนักงานบัญชี กระโดดสะพานกรุงเทพ เป็นศพลอยน้ำที่บางคอแหลม

สาวพนักงานบัญชี ขี่รถยนต์จอดสะพานกรุงเทพ เป็นศพลอยน้ำที่บางคอแหลม

สาวพนักงานบัญชี อายุ 32 ปี ที่ขี่จักรยานยนต์ไปจอดบนสะพานกรุงเทพ เมื่อ 2 วันก่อนแล้วหายตัวไป ถูกเจอเป็นศพลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ท้องที่บางคอแหลม ทั้งเพื่อนแล้วก็ผัวไม่อยากเชื่อว่าจะฆ่าตัวตาย

เวลา 11.30 น. เมื่อ 14 ธันวาคม ร้อยตำรวจเอกอำนาจ ศักเจริญทรัพย์ รอง สว.สืบสวน สถานีตำรวจบางคอแหลม ได้รับแจ้งเจอศพคนเสียชีวิตลอยน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนหน้าวัดลำคลองบน ก็เลยนำเรือตรวจการณ์เดินทางไปพร้อมอาสาสมัครช่วยเหลือ มูลนิธิร่วมกตัญญูกตเวที ก่อนลากนำขึ้นที่ท่าน้ำโรงพัก

จากการตรวจทานพื้นฐาน พบว่าเป็นร่างศพหญิงสาว ภาวะศพ ใส่เสื้อที่มีสีสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน รู้ชื่อคนตายเป็น นางสาวจิราทิพย์ เทวดาไพเราะ อายุ 32 ปี เป็นพนักงานที่ทำหน้าที่บัญชีอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง บริเวณเขตพระราม 3 ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็เลยผสานพี่น้อง กลางแจ้งมีบุคคลหายให้เดินทางมาดูศพ ที่รอบๆท่าน้ำว่าใช้เครือญาติของตัวเองหรือเปล่า เมื่อพี่น้องและก็เพื่อนผู้ร่วมการทำงานเดินทางมาถึง เพียงพอมองเห็นภาวะศพต่างพากันร่ำไห้

จากการถามนายธีรชัย แก้วคำ อายุ 39 ปี สหายร่วมงาน บอกว่า ตัวเองปฏิบัติงานกับคนตายมานานพอควร รู้จักนิสัยใจคอกันอย่างดีเยี่ยม ธรรมดาแล้วคนตายเป็นคนนิสัยดี และไม่เคยมีเรื่องมีราวกับผู้ใดกันมาก่อน เป็นคนจิตใจเบิกบาน สหายร่วมงาน ถึงแม้ว่าจะหัวหน้าที่โรงงานก็สนิทกับผู้เสียชีวิตอย่างดีเยี่ยม รวมทั้งรู้สึกเศร้ากับการจากไปทันทีทันใดแบบงี้

ตอนที่นายประยงค์ เรืองอำนาจ อายุ 34 ปี ผัว กล่าวว่า อยู่กินมานานนับเป็นเวลาหลายปีแล้ว มีลูกร่วมกัน 1 คนเป็นเพศชาย กำลังเรียนหนังสืออยู่สถานที่เรียนแห่งหนึ่งที่บ้านนอก ธรรมดาแล้วเมีย เป็นคนนิสัยสนุกสนานรื่นเริง ตั้งแต่อยู่กินกันมาก็ไม่เคยมีเรื่องมีราววิวาทกันเลย ที่ผ่านมา พึ่งไปออกรถกระบะสี่ประตูป้ายแดงกันมา ก็ยังเป็นสุขกันดี ยังพูดจาหยอกเย้ากันธรรมดาตามประสาคู่สมรสกันเสมือนคู่อื่นทั่วๆไป แม้กระนั้นพอเพียงมาช่วงเวลาเช้าของวันที่ 12 เดือนธันวาคม เวลา 08.06 น. ตนนึกออกว่า คนข้างบ้านโทรมาพูดว่า แฟนโทรมาให้ไปเอารถยนต์ที่สะพานกรุงเทวดาด้วยนะ พอใช้ได้ยินแบบงั้นก็ตระหนกตกใจ ก็เลยรีบไปดูที่สะพานกรุงเทวดาโดยทันที เพียงพอตนไปถึงก็เจอกับตำรวจ แล้วก็ในจุดเกิดเหตุยังเจอรถยนต์ จักรยานยนต์ ที่แฟนขับมา รวมทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ของแฟนอยู่บนเบาะรถยนต์ 1 เครื่อง เมื่อมองเห็นโดยเหตุนี้ตนรีบวิ่งลงไปข้างล่างของสะพานเดินหาตามขอบริมฝั่งแล้วตะโกนเรียกชื่อของแฟน แม้กระนั้นก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลย จนกว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาปลอบประโลมใจ แล้วพามาสงบจิตสงบใจที่ สถานีตำรวจ เพียงพอทำใจได้เลยขอตัวกลับไปอยู่ที่บ้าน

ทุกๆวันก็เฝ้าภาวนาขอให้แฟนไม่มีอันตราย แล้วก็ขอให้พบกันอีกที แต่ว่าแล้วเพียงพอมาวันนี้เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์จากตำรวจ ก็เกือบจะไม่เชื่อเลยว่าแฟนเสียชีวิตแล้วก็เป็นศพลอยมาติดที่ท่าน้ำ เพียงพอมาถึงเข้าไปมองก็พบว่าใช่ ก็ไม่ทราบจะบอกอะไร รู้สึกเศร้ามากมายกับการจากไปอย่างนี้ ภายหลังจากนี้ เมื่อผลพิสูจน์ออกมาก็จะขอรับศพของเมียไปบำเพ็ญบุญที่ถิ่นฐานบ้านช่องจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอชำนิ ถัดไป”

ดังนี้ ทางพนักงานที่ทำหน้าที่ในการสอบสวน ได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูรู้คุณนำร่างคนเสียชีวิตส่งพิสูจน์พื้นฐานที่นิติวิทยาศาสตร์โรงหมอศิริราช ก่อนให้พี่น้องรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา.…

ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์

แค้นหมากัดไก่ชนตัวโปรด ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์ดับ ชายหนุ่ม 20 โผล่มอบตัว

ชายหนุ่มใจร้อน ใช้ 9 มิลลิเมตร ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์ เสียชีวิต ย่องมอบตัวแล้ว ยอมรับสารภาพโกรธแค้นผู้เสียชีวิตพูดจาว่ากล่าวเรียนหนังสือไม่จบ หน้าที่ไม่ทำ ชอบใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า เด็กก็ยังเป็นเด็กวันกระทั่งถึงเย็น แถมยังมีเรื่องมีราวหมากัดไก่ชนตัวโปรดเป็นทุนเดิม

ผู้ร้าย ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ย่องมอบตัวแล้ว

จากกรณีผู้ร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ก่อเหตุยิง นายฤดูใบไม้ผลิ สติปัญญาดี อายุ 49 ปี ช่างเฟอร์นิเจอร์ อยู่บ้านเลขที่ 42 มัธยม7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง

ได้รับบาดเจ็บและก็เสียชีวิตในเวลาถัดมา เหตุเพราะไม่ชอบใจที่ถูกสอน บวกกับมีความขุ่นเคืองเรื่องสุนัขของคนตายไล่กัดไก่ชนตัวโปรดตายเป็นทุนเดิม เหตุกำเนิดที่ถนนหนทางปากทางเข้าบ้านเลขที่ 191 บ้านไสนายขัน มัธยม7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง ดังที่มีข่าวสารเสนอไปแล้วนั้น

ความก้าวหน้าเมื่อเวลาโดยประมาณ 11.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม62 นายระเบียบ เมืองสง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กลุ่ม 7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง นำตัว นายธนภูเขาไม่ เพชรรักษา อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 กลุ่ม 7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง ผู้ก่อเรื่องใช้อาวุธปืนยิง นายฤดูใบไม้ผลิ สติปัญญาดี อายุ 49 ปี เสียชีวิต เข้ามอบตัวต่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สภ.เขาชัยสน พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรที่ใช้ก่อเหตุ โดยพื้นฐานสารภาพเป็นผู้ก่อเรื่อง โดยกล่าวถึงว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นของคุณลุงที่เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน

ส่วนปัจจัยที่ลงมือเพราะเหตุว่าไม่สบอารมณ์นายฤดูใบไม้ผลิผู้เสียชีวิตพูดจาว่ากล่าวเรื่องเรียนหนังสือไม่จบ งานการไม่ทำ โดยยิ่งไปกว่านั้นคำว่า เด็กก็ยังเป็นเด็กวันกระทั่งถึงเย็น บวกกับความรู้สึกไม่พอใจเรื่องสุนัขของนายฤดูใบไม้ผลิไปกัดไก่ชนตัวโปรดของตนเมื่อ 3 วันก่อนด้วย ยิ่งสร้างความไม่พึงพอใจมากเพิ่มขึ้น ก็เลยตกลงใจสำหรับในการก่อเหตุ

ด้าน พันตำรวจโทจิตร ยิงขำ รอง ผู้กำกับการสส.สภ.เขาชัยสน กล่าวมาว่า พื้นฐานผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แจ้งฟ้องร้องพื้นฐานกับนายธนภูเขาไม่ 3 ข้อกล่าวหา เป็น ข้อกล่าวหาฆ่าคนอื่นๆโดยตั้งใจ ข้อกล่าวหานำพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควรจะ รวมทั้งถือครองอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาต ต่อจากนี้ตำรวจจะรีบไต่สวนเพื่อสรุปสำนวนคดีนำผู้ต้องหาฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทลุงด้านในบ่ายวันนี้

ส่วนเรื่องของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ แล้วก็มีใจความสำคัญสงสัยว่า ผู้ครอบครองอาวุธปืนจะมีความผิดด้วยหรือเปล่า ข้าราชการจะมีการไต่สวนนายธนภูเขาไม่ถึงการได้มาของอาวุธปืน แม้เป็นการลักขโมยมา ดังที่คนก่อเหตุอ้าง ผู้ครอบครองปืนก็จะปราศจากความไม่ถูก.…

หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต

หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต บอดี้สแลม ร้องปอท. 18 มงกุฎ บวกเพิ่มสองร้อย

กรุ๊ปผู้เสียหายร้องปอท. ลากคอ 18 มงกุฎ หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต บอดี้สแลม นับ 1 ถึง 7 ได้เงินไปแล้วหายจ้อย ติดต่อมิได้ สมกับวงร็อกชั้น 1 ของประเทศ บัตรขายหมดภายใน 4 นาที

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม62 ที่กองสั่งการกำจัดพฤติกรรมข้อผิดพลาดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ถนนหนทางแจ้งวัฒนะ กรุ๊ปผู้เสียหายที่ถูกหลอกซื้อบัตรการแสดงดนตรีบอดี้สแลม ไปพบ ร้อยตำรวจโทหญิง ปิ่นปักผมวรางค์ กลิ่นหวล รอง สว.(สอบปากคำ) กิโลกรัม2 บก.ปอท. ข้างหลังมิได้รับบัตรการแสดงดนตรี และก็รู้ดีว่าผู้เสียหายบางรายถูกนำบัตรประจำตัวประชาชนมาสวมเพื่อใช้เพื่อการฉ้อฉลผู้เสียหายรายอื่นต่อ

นางสาวเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย บอกว่า ตนซื้อบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน ก็เลยไปพบซื้อต่อผ่านคนที่ซื้อทันรวมทั้งประกาศขายผ่านกรุ๊ปเฟซบุ๊ก เจอผู้ร้ายรายนี้ขายบัตรในราคาที่บวกเพิ่มเพียงแค่ 200 บาท ตนเลือกซื้อราคา 2,700 บาท จาก 2,500 บาท รวม 3 ใบ

โดยเงินมัดจำไว้ราว 4,500 บาท ก่อนจ่ายเต็มเมื่อได้รับบัตร ซึ่งฆาตกรได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง อีกทั้งแชตเสวนาเกลี้ยกล่อม และก็เจาะจงข้อมูลต่างๆของการแสดงดนตรีตรงกับบัตรจริง ก็เลยไว้ใจแล้วก็สั่งซื้อ โดยผู้ร้ายให้โอนเงินฝากบัญชีทรูวอลเล็ต

ที่วันหลังพบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเด็กอายุ 13 ปี ที่คาดว่ารู้จักกับฆาตกร ด้วยเหตุว่าพบว่าได้โอนเงินแม้กระทั่งกับบุคคลที่ฉ้อโกงในคราวนี้

ถัดมาปรากฏว่ามิได้รับของ และไม่สามารถติดต่อได้อีก จนถึงไปพบผู้ครอบครองบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงที่ถูกนำบัตรมาสวม ก็เลยรู้ดีว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกอีกรวม 4 ราย ความทรุดโทรมโดยประมาณกว่า 10,000 บาท และก็ไปฟ้องร้องกับสถานีตำรวจท้องที่
ดังนี้ตนไม่เคยเสวนากับฆาตกรทางโทรคำศัพท์ หรือได้เผชิญกันก่อน เพียงแค่แชตคุยกันเพียงแค่นั้น แม้กระนั้น ที่ตนต้องการดูการแสดงดนตรีการบุญคราวนี้ เนื่องจากว่าหัวใจหนึ่งต้องการทำบุญสุนทานช่วยเหลือตามจุดมุ่งหมายของงาน ดังนี้เวรกรรมมีจริง คนใดกันทำอะไรก็ให้ระวังผลไว้

นายบี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายอีกรายที่ถูกสวมบัตรประจำตัวประชาชน บอกว่า ตนเคยถูกมิจฉาชีพหลอกขอดูหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนจากการที่เคยได้ขายของออนไลน์ ซึ่งตนก็ลืมปกปิดเลขที่บัตร หรือกำหนดเป้าประสงค์การใช้ ทำให้ถูกผู้ร้ายใช้ประโยชน์ก่อเหตุคดโกงคนอื่น จนถึงตำรวจได้ชวนมาสอบสวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

พื้นฐานเจ้าหน้าที่สอบสวนไต่สวนผู้เสียหายพร้อมพิเคราะห์ประกอบกับหลักฐานที่เอามามอบ ก่อนรายงานเสนอผู้สั่งการพิเคราะห์ออกคำสั่งถัดไป

สำหรับการแสดงดนตรี บอดี้สแลม นับ 1 ถึง 7 เป็นการแสดงดนตรีครั้งพิเศษศูนย์รวมเพลงจากทุกอัลบั้ม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดทั้งปวงมอบให้มูลนิธิธรรมาภิบาลด้านการแพทย์ เพื่อส่งต่อไปยังโรงหมอเมืองที่ขาด ซึ่งมีการเปิดจองบัตรเมื่อ 26 เดือนพฤศจิกายน 2562 มี 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 25 แล้วก็วันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. 2563 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองคำเมือง ขายบัตรราคา 1,000 / 1,500 (ยืน) / 2,500 บาท แล้วก็ VIP 5,500 บาท ดังนี้บัตรได้ถูกจำหน่ายหมดตั้งแต่ 4 นาทีแรกที่มีการเปิดขายบัตร ทำให้คนที่จองบัตรไม่ทันแล้วก็อยากมาดูการแสดงดนตรีได้โพสต์เนื้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อหาซื้อบัตรการแสดงดนตรีต่อจากคนที่จองบัตรได้ ซึ่งมีการนำบัตรมาขายต่อในราคาแพง ทำให้มีมิจฉาชีพชุบมือเปิบการฉ้อโกงขายบัตรการแสดงดนตรี.…

  • 1
  • 2