Browse Month: ตุลาคม 2019

สาวขับเก๋ง

สาวขับเก๋ง เข้าเกียร์ผิด พุ่งชนคนล้ม ตกใจถอยทับซ้ำดับคาที่

สาวขับเก๋ง
สาวขับเก๋ง เข้าเกียร์ออโต้ผิด พุ่งชนหญิงวัย 45 ปี ด้วยความตกใจที่ชนคนและจักรยานยนต์อีกหลายคัน เข้าเกียร์ถอยอีกครั้งทับร่างคนเจ็บซ้ำดับคาที่

สาวขับเก๋ง เข้าเกียร์ออโต้ผิด วันที่ 30 ต.ค. 2562 เวลา 21.30 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนเสียชีวิต ภายในซอยเทศบาลนาป่า หมู่ 11 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งสีทอง พุ่งชน น.ส.วารี อายุ 41 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ถูกชนตัวกระเด็นไปอยู่กลางถนน ก่อนถูกรถเก๋งคันดังกล่าวถอยทับ จนเสียชีวิตคาที่ พร้อมกับชนรถจักรยานยนต์อีก 3 คัน ที่จอดอยู่ข้างถนนและลากรถจักรยานยนต์ไปอีก 1 คัน ไปชนรถกระบะอีซูซุ สีบอร์ดเงิน ที่ขับมาตามปกติ จนตาไฟซ้ายแตกได้รับความเสียหาย

การจากสอบถามเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ถูกชนลากไปชนกับรถกระบะซ้ำ เล่าว่าตนเองจอดรถจักรยายนต์เอาไว้แถวหน้าร้านสะดวกซื้อ หลังจากเข้าไปซื้องของเมื่อออกมาจากร้านก็ก็พบว่ารถจักรยานต์ถูกรถยนต์ชนลากไปไกลเป็น 10 เมตร จนไปชนเข้ากับกระบะอีกที

สาวขับเก๋ง

น.ส.สุวรรณ อายุ 34 ปี คนขับรถยนต์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านยำ หลังเกิดเหตุได้เข้าไปอยู่ภายในร้านยำของตนเอง และมีอาการตกใจกลัวสุดขีดร้องไห้เสียใจ พร้อมกับเล่าว่า ตนเองนั้นกำลังจะขยับรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อแต่ตกใจเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งพุ่งชนรถจักรยานยนต์จำนวนหลายคันและไปชนกับผู้ตาย ก่อนจะไปร้องไห้ไหว้ศพผู้เสียชีวิตอยู่กลางถนนพูดแต่เพียงว่าหนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจ

สาวขับเก๋ง

ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าเห็นรถเก๋งที่คาดว่าตอนแรกจะถอยหลังเพราะด้านหน้านั้นติดรถจักรยานยนต์อยู่โดยมีผู้ตายเดินอยู่ข้างถนน แต่รถก็เร่งเครื่องพุ่งไปข้างหน้าพุ่งชนผู้ตายและรถ รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ไถลไปชนกับรถกระบะ แต่จู่ๆรถเก๋งคันดังกล่าวก็เข้าถอยกลับมาทับร่างผู้ตายที่โดนชนล้มลงตอนแรก ก่อนจะเครื่องยนต์จะดับลง เมื่อชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ต่างก็ช่วยกันยกรถยนต์นำร่าง น.ส.วารีย์ ออกมาเพื่อช่วยชีวิต แต่ น.ส.วารีย์ เสียชีวิตแล้ว

สาวขับเก๋ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบรถเก๋ง พบว่าสามารถขับได้ตามปกติ ซึ่งคาดว่าคนขับน่าจะเข้าเกียร์ผิด พอพุ่งชนก็ตกใจเลยเข้าเกียร์ถอยทับร่างผู้ตาย จากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และรอสอบสวน น.ส.สุวรรณ ผู้ขับรถยนต์อีกครั้ง เนื่องจาก น.ส.สุวรรณ ร้องไห้เป็นลมไม่สามารถสอบสวนได้ พร้อมกับรอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

ทีมอาสาสมัคร

ทีมอาสาสมัคร พบศพถูกฆ่าทิ้งฝังหลุมอื่อ เหลือแต่โครงกระดูกเกือบครึ่งร้อย ในเม็กซิโก

ทีมอาสาสมัคร
ทีมอาสาสมัคร ค้นหาบุคคลที่หายสาบสูญในประเทศเม็กซิโก ค้นพบหลุมฝังศพ พร้อมโครงกระดูกผู้เสียชีวิต 44 ราย ในรัฐโซโนรา ประเทศเม็กซิโก เจ้าหน้าที่เร่งพิสูจน์ระบุตัวตนผู้เสียชีวิต

วันที่ 30 ต.ค. 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมอาสาสมัครค้นหาบุคคลที่หายสาบสูญในประเทศเม็กซิโก ได้ค้นพบโครงกระดูกกว่า 44 ราย ใน เมือง ปัวโต-ปีนาสโก ในรัฐโซโนรา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเม็กซิโก โดยตอนแรกกลุ่มอาสาสมัครดังกล่าว ได้พบกับโครงกระดูกมนุษย์ 13 ราย แต่เมื่อเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมก็พบว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นหลุมฝังขนาดใหญ่และทีมงานก็เริ่มพบศพของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆเป็น 44 ศพ

ทีมอาสาสมัคร

ซึ่งทางกลุ่มอาสาสมัครจำเป็นต้องหยุดภารกิจการค้นหาชั่วคราว เนื่องด้วยสถานที่เก็บศพภายในเมือง ยังไม่มีพื้นที่ที่ว่างพอจะรับร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม

ทีมอาสาสมัคร

เจ้าหน้าที่ของรัฐโซโนรา เปิดเผยข้อมูลกับสื่อว่า ในบรรดาศพที่ถูกขุดพบรอบนี้ มีเพียงศพเดียวเท่านั้นที่น่าจะเสียชีวิตมาได้ไม่นานนัก ขณะที่ศพอื่น ๆ นั้นกลายเป็นโครงกระดูกอย่างสมบูรณ์แล้วภายใต้เสื้อผ้าที่สวมใส่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างระบุเพศและตัวตนของเหยื่อทั้งหมด ซึ่งตอนนี้บอกได้เพียงว่ามี 4 ศพ ที่เป็นผู้หญิง

ทีมอาสาสมัคร

ทั้งนี้ หลุมฝังศพบริเวณดังกล่าว มักถูกใช้เป็นสถานที่ทิ้งศพจากการต่อสู้กันระหว่างขบวนการค้ายาเสพติดและเหยื่อที่ถูกลักพาตัว โดยเฉพาะในบริเวณดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ของขบวนการค้ายาเสพติดซึ่งเคยปะทะครั้งใหญ่กับเจ้าหน้าที่ของทางการมาแล้วเมื่อปี 2556

ออกหมายจับ คนขับสองแถว มือฆ่าเศรษฐินี

คนขับสองแถว.
วงจรปิดมัดตัว ออกหมายจับ คนขับสองแถว ทีม ฆ่าเศรษฐินี อ้างตัวเป็นหลานคนตาย รับมือถือของเศรษฐินี หลอกญาติว่าคนตายไปต่างประเทศ วงจรปิดฟ้องชัดขับบีเอ็ม
ตระเวนกดเงิน

คนขับสองแถว
จากกรณีพบศพ น.ส.วรรณี จิระเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรม ถูกฆ่าศพยัดตู้เย็นแล้วโบกปูน สภาพถูกมัดมือมัดขาในท่านั่งคุกเข่า ภายในตึกแถวเลขที่ 90/3 ม.3
ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ พบศพเมื่อวันที่ 27 ต.ค ที่ผ่านมา เบื้องต้นคาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการรื้อค้น รอยลาก ศพส่งกลิ่นเหม็น
ไปทั่วบริเวณ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คนขับสองแถว
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. รายงานข่าวจาก พนักงานสอบสวน สภ.จอมทอง ยื่นคำร้องขอศาลจังหวัดฮอด พิจารณาออกหมายจับ นายวิฑูรย์ หรือตั้ม ศรีตะบุตร์ อายุ 39 ปี ชาวจ.ลำปาง
พิจารณาหมายจับที่ 41/2562 ลงวันที่ 28 ต.ค.2562 ในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึง แก่ความตาย และรับของโจร

นายวิฑูรย์ หรือเอ็ม ทำงานขับรถสองแถวเหลืองเส้นทางสายจอมทอง-เชียง ใหม่ ซึ่งชุดสืบสวนสอบ สวนมีประจักษ์พยานรวมถึงพยานแวดล้อมว่า นายวิฑูรย์เป็นผู้รับโทรศัพท์มือถือ
ของ น.ส.วรรณี แล้วหลอกญาติที่ติดต่อเข้ามาว่า น.ส.วรรณี ไปต่างประเทศ และภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางขณะนั่งรถยนต์บีเอ็มดับบลิวของ น.ส.วรรณี อีกทั้งภาพวงจรปิด
จากตู้เอทีเอ็มทีสามารถยืนยันได้ว่านายวิฑูรย์ เป็นบุคคลที่ใช้บัตรเอทีเอ็มของ น.ส.วรรณี ทยอยกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ตามสถานที่ต่างๆ

คาดชิงทรัพย์

เศรษฐินีวัย 58 ถูกฆ่ายัดศพในตู้เย็น คาดชิงทรัพย์

คาดชิงทรัพย์
วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยช่วงบ่ายตำรวจรับแจ้งพบศพถูกฆ่ายัดตู้เย็นภายในอาคารพาณิชย์ หมู่ 3 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในซอยหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง คาดชิงทรัพย์

คาดชิงทรัพย์
หลังรับแจ้งตำรวจพิสูจน์หลักฐานพร้อมตำรวจ สภ.จอมทอง และ แพทย์เวร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านนับร้อยที่มามุงดูเหตุการณ์ บริเวณห้องครัวที่ต่อเติมด้านข้างตัวอาคาร พบตู้เย็นขนาดใหญ่ถูกวางนอนลงกับพื้น มีผ้าห่มคลุมทับไว้ แต่ยังเสียบปลั๊กไฟไว้อยู่ ข้างตู้เย็นพบถุงปูนซีเมนต์ 2 ถุง ถูกแกะใช้แล้ว ทั่วบริเวณอาคารมีกลิ่นเหม็น

คาดชิงทรัพย์
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือและร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะเปิดตู้เย็น พบร่าง น.ส.วรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี ชาว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตอยู่ภายใน สภาพศพนอนคว่ำ มือถูกมัดไขว้หลัง มีผงปูนซีเมนต์โรยทับอยู่ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วกว่าสัปดาห์

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า น.ส.วรรณี ได้มาซื้ออาคารนี้ไว้ประมาณ 1 ปี โดย น.ส.วรรณีเป็นคนมีฐานะ ชอบปฏิบัติธรรมและเป็นลูกศิษย์ของวัดพระธาตุศรีจอมทอง จึงได้มาซื้ออาคารพาณิชย์เพื่อพักอาศัยระหว่างเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัด

ระหว่างอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ น.ส.วรรณียังติดต่อพูดคุยกับญาติพี่น้องตามปกติ กระทั่งวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ได้ขาดการติดต่อกับครอบครัวไป ญาติพี่น้องโทรศัพท์มาหาก็ติดต่อไม่ได้ นายวรพันธ์ จิรเจริญยิ่ง อายุ 59 ปี พี่ชายจึงเดินทางมาหาที่ จ.เชียงใหม่ แต่เมื่อมาถึงบ้านพบว่าประตูบ้านถูกปิดล็อกไว้ และยังมีกลิ่นเหม็นโชยออกมา จึงให้ช่างกุญแจมาเปิดและพบตู้เย็นนอนอยู่ มีเลือดและน้ำเหลืองไหลออกมาจากตู้เย็น จึงแจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบ และพบว่าน้องสาวถูกฆ่าเป็นศพในตู้เย็น

พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง ผกก.สภ.จอมทอง เปิดเผยในเบื้องต้นว่า จากการตรวจสอบพบว่าโทรศัพท์มือถือและรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูของผู้ตายหายไป หลังจากนี้จะเร่งสอบสวนหาหลักฐานเพื่อติดตามคนร้าย ส่วนแรงจูงใจของคนร้ายวางไว้หลายประเด็น โดยให้นำหนักไปที่ฆ่าชิงทรัพย์

วอดทั้งคัน

วอดทั้งคัน รถบัสรับ-ส่งพนักงาน โชคดีโชเฟอร์หันไปเห็นพอดี รอดหวุดหวิด

วอดทั้งคัน รถบัสรับ-ส่งพนักงาน โชคดีโชเฟอร์หันไปเห็นพอดี รอดหวุดหวิด

วอดทั้งคัน รถบัสรับ-ส่งพนักงาน โชคดีโชเฟอร์หันไปเห็นพอดี รอดหวุดหวิด

วอดทั้งคัน
สมุทรปราการ ไฟไหม้วอด “รถบัสรับส่งพนักงาน” ขณะจอดบริเวณใต้สะพานภูมิพล โชเฟอร์เผย กำลังนั่งคุยกับเพื่อนอยู่หน้ารถ หันไปเห็นเพลิงกำลังลุกไหม้ด้านท้ายอย่างรุนแรง ชิงโดดเผ่นหนี รอดตายหวุดหวิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 26 ต.ค.62 ศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีเหตุเพลิงไหม้รถบัสรับส่งพนักงานบริเวณใต้สะพานภูมิพล ฝั่งถนนปู่เจ้าสมิงพราย ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วย รถดับเพลิงเทศบาลปู่เจ้าสมิงพราย จำนวน 2 คัน เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุ พบรถบัสสีชมพูขาว หมายเลขทะเบียน 30-794 กทม. เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็วบริเวณด้านหลังของตัวรถ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันฉีดน้ำดับเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบรถบัสเสียหายทั้งคัน

จากการสอบถาม นายเชาวริต ภูระดา อายุ 59 ปี ที่อยู่ 89 ม.3 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เล่าให้ฟังว่า ตนได้ขับรถมาส่งพนักงาน และได้จอดพักรถบริเวณจุดดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ระหว่างที่นั่งคุยกับเพื่อนอยู่หน้ารถ ได้หันไปเห็นเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณท้ายรถอย่างรุนแรง ตนและเพื่อนจึงตัดสินใจโดดหนีเอาตัวรอดออกมา และมีผู้คนบริเวณใกล้กับจุดเกิดเหตุได้โทรแจ้งรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ ส่วนสาเหตุสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หลังจากนี้จะต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.

ดาบตำรวจ

ดาบตำรวจ ขโมยปืนหลวง 49 กระบอก ขายและจำนำ สภ.ท่าหิน

ดาบตำรวจ ขโมยปืนหลวง 49 กระบอก ขายและจำนำ สภ.ท่าหิน

ดาบตำรวจ ขโมยปืนหลวง 49 กระบอก ขายและจำนำ สภ.ท่าหิน

ดาบตำรวจ
ขโมยปืนหลวง 49 กระบอก ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นฝีมือ “ดาบตำรวจ” คนดูแลคลังอาวุธโรงพักท่าหิน จ.ลพบุรี เปิดปากสารภาพให้พรรคพวกไปจำนำกับกลุ่มวัยรุ่น
ตามหมู่บ้านต่างๆ ในราคากระบอกละ 5-7 พันบาท

เมื่อวันที่ 26 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน จ.ลพบุรี ได้สั่งการให้ทำการตรวจสอบคลังอาวุธของ สภ.ท่าหิน โดยมี ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี เป็นผู้ควบดูแล
โดยผู้บังคับบัญชาได้แจ้ง ด.ต.ชรินทร์ ให้มาทำการไขกุญแจเปิดห้อง แต่ ต.ด.ชนินทร์ ไม่ยอมมาเปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำช่างทำกุญแจมาทำการไขกุญแจเพื่อเปิดห้อง

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ปืนพกสั้น ที่เป็นของทางราชการได้หายไป จำนวน 49 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 31 กระบอก ซิกซาวเออร์ ขนาด 9 มม. จำนวน 12 กระบอก และอาวุธปืน
กล๊อก ขนาด 9 มม. จำนวน 6 กระบอก

ต่อมา ร.ต.อ.สราวุธ มหาชัย รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่าหิน ได้ขอหมายจับจากศาลลพบุรี เลขที่ 206/2562 ลงวันที่ 24 ต.ค.62 เข้าทำการจับกุม ด.ต.ชรินทร์ บุตรดี อายุ 44 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลของหลวง
สภ.ท่าหิน ซึ่งพักอยู่ที่บ้านเลขที่ 125/15 ซอยเทพสตรี 2 ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรี มาทำการสอบสวน

ด.ต.ชรินทร์ ให้การรับสารภาพว่า ได้นำปืนดังกล่าวออกไปจากคลังจริง และนำไปให้พรรคพวกจำนำกับกลุ่มวัยรุ่น ตามหมู่บ้านต่างๆ ในราคากระบอกละ 5,000-7,000 บาท จึงแจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงาน
มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ก่อนนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (25 ต.ค.)

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผล และสามารถติดตามนำปืนคืนมา จำนวน 18 กระบอก ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างติดตามอยู่ คาดว่าจะได้คืนทั้งหมดเร็วๆ นี้

ด้าน พ.ต.อ.ณัชภูม วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว และจะดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อผู้กระทำผิดตามระเบียบของทางราชการ.…

ทหารพรานยึดยาบ้า

ทหารพรานยึดยาบ้า 8.5 แสนเม็ด แต่คนร้ายหนีไปได้ เครือข่ายชายแดนแม่สาย

ทหารพรานยึดยาบ้า 8.5 แสนเม็ด แต่คนร้ายหนีไปได้ เครือข่ายชายแดนแม่สาย

ทหารพรานยึดยาบ้า 8.5 แสนเม็ด แต่คนร้ายหนีไปได้ เครือข่ายชายแดนแม่สาย

ทหารพรานยึดยาบ้า

ทหารพรานสนธิกำลังไล่ล่า สกัดจับเครือข่ายยาบ้าชายแดนแม่สาย ก่อนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน ยึดของกลาง 8.5 แสนเม็ด ส่วนคนร้ายหนีไปได้ เร่งสืบสวนขยายผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 24 ต.ค.62 พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผบ.ฉก.ทพ. 31 ได้รับรายงานว่า ขบวนการค้ายาเสพติดจะมีการลำเลียงยาบ้าจำนวนมาก จากชายแดนแม่สาย เข้าพื้นที่ชั้นใน จึงสั่งการให้ พ.ท.โสภิต สุขเจริญ รอง ผบ.ฉก.ทพ.31 นำกำลังชุดปฎิบัติการ 2 ชุด ร่วมกับทหาร ร้อย ม.3 ฉก.ม.2 ชุดสืบสวน สภ.แม่จัน เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 5 ตั้งจุดตรวจสกัด Frog Jump ปิดเส้นทางหัวท้ายบริเวณสามแยก บ.สันธาตุ (NC 966421) หมู่ 9 ต.แม่คำ อ.แม่จัน จำนวน 2 แห่ง ที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนแม่สายผ่าน เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน

จนกระทั่งในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่พบแสงไฟรถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและเลขทะเบียน วิ่งมาจาก บ.ด้าย หมู่ 6 ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย เข้ามาใกล้จุดตรวจสกัด แต่รถคันดังกล่าวไหวตัวทัน รีบจอดรถอย่างกะทันหันและรีบหันหัวรถขับย้อนกลับเส้นทางเดิมอย่างรวดเร็วมีพิรุธผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ล่าติดตามไปอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับวิทยุแจ้งตามด่านตรวจช่วยสกัดกั้นทุกจุด แต่รถคันดังกล่าวสามารถหลบหนีหายไปท่ามกลางความมืด

เมื่อทำการตรวจสอบตามเส้นทางที่หลบหนี พบเป้สะพายบรรจุยาบ้า จำนวน 8 เป้ รวมจำนวน 850,000 เม็ด ถูกทิ้งไว้บริเวณริมทางบ้านสันธาตุ หมู่ 19 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน พิกัด NC 960426 จึงยึดกระเป๋าเป้ยาบ้าทั้งหมด ไปตรวจสอบที่ ฐานปฎิบัติการ ฉก.ทพ. 31 กิ่วทัพยั้ง อ.แม่จัน พร้อมกับสืบสวนขยายผลออกติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดี และในเวลา 13.00 น.วันที่ 25 ต.ค. 62 จะมีการแถลงข่าวผลการจับกุมครั้งนี้ต่อไป.…

รองโฆษก

รองโฆษก ตร. ดึงสติหนุ่มแว่นอย่าใช้อารมณ์ ต้องรู้จักให้อภัย

รองโฆษก ตร. ดึงสติหนุ่มแว่นอย่าใช้อารมณ์ ต้องรู้จักให้อภัย

รองโฆษก ตร. ดึงสติหนุ่มแว่นอย่าใช้อารมณ์ ต้องรู้จักให้อภัย

รองโฆษก
วันที่ 23 ต.ค. 2562 พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการนำเสนอเกี่ยวกับหนุ่มขับรถเก๋งหัวร้อนด่ากราดรถกระบะคู่กรณีที่เฉี่ยวชนกัน พร้อมอ้างรู้จักผู้ใหญ่ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายว่า

ได้รับรายงานจาก สภ.พุทธมณฑล ภ.จว.นครปฐม ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นวันนี้(23 ต.ค.62) เวลาประมาณ 11.00 น. บริเวณจุดกลับรถ ด้านหน้าพุทธมณฑล บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยฝ่ายรถเก๋งขับมาจากฝั่งถนนเพชรเกษม มากลับรถบริเวณดังกล่าว ต่อมาฝ่ายรถกระบะได้ขับขี่มาในทิศทางตรงจากศาลายา แล้วมาถึงบริเวณจุดกลับรถจึงได้เกิดการเฉี่ยวชนกัน แล้วมีการกระทบกระทั่งพร้อมและพูดจาด่าว่ากัน ตามคลิปที่สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอไปแล้วนั้นอีกจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า คู่กรณีทั้งสองฝ่ายนั้นได้ใช้สิทธิกับบริษัท ประกันภัย ตกลงไกล่เกลี่ย และชดใช้ค่าเสียหายซ่อมรถที่เกิดจากการเกิดเฉี่ยวชนให้แก่กัน

รองโฆษก 
ส่วนในประเด็นที่มีการด่าว่าหรือดูหมิ่นกันนั้น คงต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัว หรือเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน หากเป็นความผิดต่อส่วนตัวแล้วฝ่ายที่เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเสียก่อน ส่วนหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความผิดต่ออาญาแผ่นดิน เจ้าหน้าที่รัฐก็สามารถกล่าวโทษเองเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า ในส่วนของคดีรถยนต์เฉี่ยวชนกันนั้นคู่กรณีได้สมัครใจใช้สิทธิกับบริษัทประกันภัย ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กันไปแล้ว ส่วนในกรณีที่มีการดูหมิ่นด่าว่ากันนั้นก็คงต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นความผิดอย่างไร มีผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้เสียหาย ตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งตามที่ชายคนดังกล่าวได้พูดในคลิปลักษณะที่ว่า “ตนเองอายุ 24 ปี เป็นลูกเศรษฐี มีรถป้ายแดงคันละล้านสอง มีทุกอย่างที่เจ้าของคลิปไม่มี และตนไม่แคร์ตำรวจ เพราะตนรู้จักนายตำรวจใหญ่” นั้น ถึงแม้จะเป็นการพูดส่วนตัวของคู่กรณี ก็ไม่อยากให้มาพูดพาดพิงหรือส่งผลเสียต่อองค์กรอื่น

โดยหากตรวจสอบแล้วพบว่าการกระทำจากเหตุการณ์ข้างต้น เข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายใด ก็จะดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน ไม่มีการยกเว้นว่ารู้จักผู้ใดหรือไม่ โดยที่ผ่านมามักมีการแอบอ้างลักษณะนี้เยอะ ทำให้ประชาชนมององค์กรตำรวจไม่ดี ซึ่งในคดีลักษณะนี้มักจะเกิดการบานปลายมาจากคดีรถเฉี่ยวชนแล้วทะเลาะกัน ทำร้ายร่างกายกัน จนนำไปสู่ความสูญเสีย บาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ขอฝากเตือนประชาชนว่าอย่าใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหา การใช้รถใช้ถนนในบางครั้งอาจเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันได้ จึงอยากให้ทุกคนมีสติ รู้จักให้อภัยกัน อย่าหวังเอาชนะกันบนท้องถนน ซึ่งเมื่อเกิดเหตุกันแล้วจะต้องเสียเวลาเกิดความลำบาก อีกทั้งอาจจะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย…

พบศพชาย

พบศพชาย ตายปริศนาคาห้อง คาดเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 วัน

พบศพชาย ตายปริศนาคาห้อง คาดเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 วัน

พบศพชาย ตายปริศนาคาห้อง คาดเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 วัน

พบศพชาย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 ต.ค. 62 ร.ต.อ.วิษณุ พาพานทอง รองสว.(สอบสวน) สน.บางยี่ขัน รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิต มาแล้วหลายวัน ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านปิ่นเกล้า

พบศพชาย

ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเห็นเป็นคอนโด สูง 26 ชั้น จากการตรวจสอบ ภายในห้องเลขที่ 89/637 ชั้น26 พบศพนายฤทธี  รัตนประทีป อายุ 59 ปี สภาพศพนอนอืด เสียชีวิตนุ่งกางเกงขาสั้นสีนำเงิน เพียงตัวเดียว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 5 วัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในห้อง ไม่มีการรื้อค้นทรัพย์สิน และไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ทั้งนี้จากการตรวจสอบ จากกล้องวงจรปิด พบว่า ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตเดินมา เข้าไปยังห้องพักดังกล่าวใน วันที่17 ต.ค. ก่อนจะไม่มีผู้ใดพบเห็น ออกมาจากห้องทั้งนี้ห้องดังกล่าว มีนายฤทธีพักอาศัพอยู่เพียงผู้เดียว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งผ่าพิสูจน์ที่นิติเวช รพ.ศิริราชเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า นายฤทธีตกเป็นข่าว เกี่ยวข้องในคดีเกี่ยวกับการปลูกป่า 4,200 ไร่ ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดนพบรายชื่อในบริษัทที่พัวพันในการปลูกป่าดังกล่าว…

กระทืบจนอ่วม

กระทืบจนอ่วม หนุ่ม 24 หื่นซุ่มแอบถ่ายในห้องน้ำหญิง ตรงข้าม ม.เกษตรฯ

กระทืบจนอ่วม หนุ่ม 24 หื่นซุ่มแอบถ่ายในห้องน้ำหญิง ตรงข้าม ม.เกษตรฯ

กระทืบจนอ่วม หนุ่ม 24 หื่นซุ่มแอบถ่ายในห้องน้ำหญิง ตรงข้าม ม.เกษตรฯ

กระทืบจนอ่วม
พลเมืองดีช่วยกันจับตัวหนุ่มหื่น แอบถ่ายคลิปสาวขณะเข้าห้องน้ำฝั่งตรงข้าม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ก่อนรุมประชาทัณฑ์เลือดท่วม แจ้งตำรวจรับตัวดำเนินคดี เจ้าตัวยอมรับผิด ขอโทษที่ทำลงไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 ต.ค.62 พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.แหลมฉบัง ได้รับแจ้งว่า มีพลเมืองดีได้ช่วยกันจับตัวคนร้ายกระทำอนาจารแอบถ่ายคลิปภายในห้องน้ำหญิงไว้ได้ เหตุเกิดบริเวณห้องน้ำหญิงฝั่งตรงข้าม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ถ.สุขุมวิท ฝั่งขาเข้าศรีราชา ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนสุขุมวิท พบกลุ่มพลเมืองดี และ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้เสียหายที่อยู่ในอาการตกใจ กำลังรุมล้อมจับผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายธีรยุทธ ซ้อนเปียยูง อายุ 24 ปี อาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งใน ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อยู่ในสภาพหน้าตาปูดบวม ศีรษะแตก เนื่องจากถูกรุมประชาทัณฑ์ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใช้ในการบันทึกภาพแอบถ่าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

สอบถาม นายอุดม จบเจนไพร อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงหญิงสาวรายดังกล่าวร้องลั่นที่บริเวณห้องน้ำหญิง ตนจึงได้รีบวิ่งขึ้นไปตรวจสอบ ระหว่างนั้นก็ได้เห็นนายธีรยุทธวิ่งสวนทางออกมา ตนจึงได้รีบตามออกไปยังถนนสุขุมวิท จนกระทั่งมีพลเมืองดี วิ่งเข้ามาช่วยจับไว้ได้ หลังจากนั้นก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบสวนนายธีรยุทธ ผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพว่า ใช้โทรศัพท์แอบถ่ายหญิงสาวขณะกำลังปลดทุกข์ในห้องน้ำจริง โดยทำทีเข้าไปรออยู่ในห้องน้ำหญิง เมื่อมีเหยื่อเข้ามาก็จะใช้โทรศัพท์หย่อนทางด้านใต้เพื่อแอบบันทึกภาพหญิงสาวขณะปลดทุกข์ โดยคลิปที่ถ่ายนั้นตนได้กดลบไปแล้ว อย่างไรก็ตามตนต้องขอโทษผู้เสียหายในครั้งนี้ด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ปรีชา สมสถาน ผกก.สภ.แหลมฉบัง กล่าวต่อว่า สำหรับคดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับหญิงสาวที่กำลังจะเข้าห้องน้ำสาธารณะ ทั้งนี้ก็ขอให้ระวังตัว ก่อนที่จะเข้าห้องน้ำก็ขอให้มองหน้ามองหลังก่อน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุเช่นนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาในความผิดฐานอนาจาร

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาจนมุมถูกพลเมืองดีจับกุมตัวไว้ได้ขณะไปแอบในเล้าไก่.…