Browse Month: มิถุนายน 2019

แพทย์ติดตามอาการ

แพทย์ติดตามอาการ อย่างใกล้ชิด จ่านิวฟื้นแล้ว คาดแก๊งเดิมก่อเหตุ

แพทย์ติดตามอาการ อย่างใกล้ชิด จ่านิวฟื้นแล้ว คาดแก๊งเดิมก่อเหตุ

ความคืบหน้าอาการของ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง ที่ถูกดักทำร้ายด้วยอาวุธไม้คมแฝกและไม้เบสบอล เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ (28 มิ.ย.) ที่บริเวณปากซอย

รามอินทรา 109 (พระยาสุเรนทร์) และถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.นวมินทร์ 1ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า  บาคาร่า  จ่านิวได้รับบาดเจ็บหัวแตก ดั้งหัก เบ้าตาแตก เลือดคั่งในเบ้าตา และตอบสนองช้า ทางแพทย์โรงพยาบาล

นวมินทร์ 1 จึงส่งตัวไปสแกนสมองที่ รพ.นวมินทร์ 9 ก่อนจะส่งตัวกลับมาที่เดิม โดยในเวลานี้ จ่านิวรู้สึกตัวดี เรียกแล้วตอบสนอง แต่ยังต้องติดตามดูอาการอีกครั้งขณะที่ด้านตำรวจคาดว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ลงมือทำร้าย

จ่านิว น่าจะเป็นกลุ่มเดิมที่เคยลอบทำร้ายมาแล้ว…

บาดเจ็บหนัก

บาดเจ็บหนัก ตามล่าลูกสาวขี้ยา คว้ามีดฟันหัวพ่อ

บาดเจ็บหนัก ตามล่าลูกสาวขี้ยา คว้ามีดฟันหัวพ่อ

กองปราบ ตามจับลูกสาวทรพี ใช้มีดฟันหัวพ่อบาดเจ็บ หลังติดยาจนมีอาการประสาทหลอน

นางสาวปัทมา อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงรายที่ 20/2557 ลง 29 ม.ค.2557 ข้อหา พยายามฆ่า บุพการี และเป็นผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 289 ประกอบมาตรา 80 และ  บาคาร่า   พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 ถูกตำรวจกองปราบปราม จับกุมได้ที่ หน้าบ้านเลขที่ 97 ม.8 ต.บุญทัน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2557 ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ได้รับแจ้งเหตุ เมาสุรา อาละวาดมีอาวุธมีดไล่ทำร้ายผู้คน ในพื้นที่ ต.ป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย จึงได้แจ้งสาย

ตรวจรถยนต์ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบกับนายจันแก้ว อายุ 56 ปี ถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ หลายแผลจึงได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งรพ.เวียงป่าเป้า จากนั้นได้ช่วย

กันตามหาตัวผู้ก่อเหตุที่ทำร้ายและพยายามฆ่านายจันแก้วฯ ซึ่งรับแจ้งว่าเป็นลูกสาวของผู้บาดเจ็บเองคือ น.ส.ปัทมา อายุ 35 ปีพยานในที่เกิดเหตุให้การว่า น.ส.ปัทมาฯ ติดยาเสพติดและติดสุราเรื้อรังหากเมาสุรามักก่อเหตุ

อาละวาดหลายครั้งบิดาได้ห้ามปรามและว่ากล่าว น.ส.ปัทมาฯ เกิดอาการไม่พอใจจึงคว้ามีดกระหน่ำฟันศีรษะบิดาของตนเองเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผลนายจันแก้วฯ ได้พยายามวิ่งหนีแต่ น.ส.ปัทมาฯ ไม่หยุดยั้งวิ่งตามไล่

ฟันจนเลือดหยดเป็นทางยาวจนมีชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือและ น.ส.ปัทมาฯ ได้อาศัยความมืดหลบหนีไปได้จากนั้น ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ พงษ์ทิตย์ ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ เพื่อจะติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี

ตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

แก๊งทาเคดะถูกบุกรวบ

แก๊งทาเคดะถูกบุกรวบ คดีรุมยำคู่อริ ช่วงสงกรานต์

แก๊งทาเคดะถูกบุกรวบ คดีรุมยำคู่อริ ช่วงสงกรานต์

ตำรวจกองปราบรวบ ร่วมมือหน่วยสวาท บุกจับ แก๊งทาเคดะ ย่านลาดกระบัง จากคดียกพวกรุมยำคู่อริ เมื่อช่วงสงกรานต์ ได้รับเจ็บ 4 ราย(21 มิ.ย.) ตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมตัว แก๊งทาเคดะ

ซอยลาดกระบัง 24 ได้ผู้ต้องหา 5 คน ได้แก่ นายสุรชัย หรือ โต้ง อายุ 35 ปี, นายลือชัย หรือ แป๊ะ อายุ 39 ปี, นายประสิทธิชัย หรือ ฟิวส์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรีลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 ใน

ความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ห้า

คนขึ้นไป จนผู้ถูกข่มขืนใจจำยอมเช่นว่านั้น และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายส่วน นายวีรพล อายุ 26 ปี  บาคาร่า  ถูกแจ้งข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

และ นายอัครณุพล อายุ 38 ปี ได้รับข้อหาครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องหาแต่ละคนได้ที่บ้านพักภายในซอยลาดกระบัง 24ทั้งนี้ สืบ

เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2562 ในช่วงวันสงกรานต์ ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาได้ยกพวกกว่า 10 คนไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย บริเวณหน้าร้านศรีสวัสดิ์ ย่านลาดกระบัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 คนจากการสอบถาม

ประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง ทราบว่า รถที่กลุ่มผู้ก่อเหตุ มีลักษณะตำหนิรูปพรรณเป็นรถที่ติดสติ๊กเกอร์ที่บริเวณกระจกหลัง มีข้อความว่า จึงทำการสืบสวนหาข่าว

จนพิสูจนทราบชื่อ นามสกุลจริง และขอศาลออกหมายจับไว้ จึงดำเนินการสืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีจนกระทั่งได้เริ่มปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมพร้อมกำลังหน่วยสวาท (SWAT) กองปราบปราม บุกเข้าจับกุม

คนร้ายทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีกเป็นจำนวน 10-15 คน อยู่ระหว่างการขยายผลสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดี…

บุกจับ

บุกจับ ครู เจ้าของสถาบันเตรียมทหาร ทำร้าย น้องชายแดน จนตาย

บุกจับ ครู เจ้าของสถาบันเตรียมทหาร ทำร้าย น้องชายแดน จนตาย

จากกรณีที่เมื่อวาน (17 มิ.ย.62) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ศึกษาธิการจังหวัด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันนำกำลังพร้อมกับหมายค้นเข้าตรวจสอบสถาบันกวด

เตรียมทหาร กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ ซึ่งตั้งอยู่ภายในต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อเก็บรายละเอียด และตรวจค้นหาหลักฐานการพัวพันเกี่ยวกับการ เสียชีวิต ของ ด.ช.ฐปกร หรือ น้องชายแดน อายุ 15 ปี ที่เข้าไปศึกษา

และเก็บตัวอยู่ที่สถาบันดังกล่าว แล้วถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส  บาคาร่า  ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลโดยแพทย์ระบุสาเหตุการตายเกิดจากการบาดเจ็บของตับอ่อน จากการกระทบต่อช่องท้อง ซึ่งเจ้าสถาบันกวด

วิชา อ้างว่าเป็นการเล่นกันเองของเด็กในสถาบันเดียวกัน และไม่เกี่ยวข้องกับการที่น้องชายแดนได้รับบาดเจ็บจนเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้นยามหมู่บ้านแฉเห็นกับตา “สถาบันนรก” โหดจัด เด็ก

เคยปีนหนีตายกลางดึกความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 01.30 น. ของวันนี้ (18 มิ.ย.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองปราบปราม ได้ร่วมกันนำกำลัง พร้อมหมายจับข้อหาร่วมกัน

ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ไปที่สถาบันกวดเตรียมทหาร กวดวิชาบ้านพี่ณัฐ เพื่อจับกุมตัว นายณัฐพล อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดเตรียมทหารดังกล่าวมีรายงานว่า การออกหมายจับกุมตัวในครั้งนี้ สืบ

เนื่องจากมีเด็กที่เรียนอยู่ในสถาบันเดียวกัน ทั้งศิษย์เก่าที่ออกไปแล้ว และศิษย์ปัจจุบันที่ยังศึกษาอยู่ หลายปาก ที่ให้ปากคำกับพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน นักสังคมสงเคราะห์ ยืนยันชัดว่า นายณัฐพลมีส่วนร่วมใน

การกับศิษย์ที่เป็นหัวโจกอีก 4 คน ทำร้ายน้องชายแดนจนเสียชีวิต แต่ขณะนี้ นายณัฐพล ยังคงให้การปฏิเสธกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเตรียมจะให้ทนายเตรียมยื่นหลักฐานขอประกันตัวแล้ว…

สั่งเสียให้ดูแลช้าง

สั่งเสียให้ดูแลช้าง ก่อนยิงตัวตายต่อหน้า ลูกชายวัย 14 เห็นภาพช็อกพ่อฆ่าแม่

สั่งเสียให้ดูแลช้าง ก่อนยิงตัวตายต่อหน้า ลูกชายวัย 14 เห็นภาพช็อกพ่อฆ่าแม่

(16 มิ.ย. 62) ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรกระโพ ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งว่ามี เหตุฆ่ากันตาย บริเวณที่เลี้ยงช้าง ภายในบ้านพักในโครงการคชอาณาจักร (คต-ชะ-อา-นา-จัก) องค์การสวนสัตว์ ใน

พระบรมราชูปถัมภ์ บ้านพักเลขที่ 17 หลังจากได้รับแจ้งแล้วประสาน พ.ต.ต.ณรงค์ คำบุญ พนักงานสอบสวนเวร ร.ต.อ.วีระชัย ยอดอาจ บาคาร่า  เจ้าหน้าที่สายตรวจ ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับ เจ้าหน้าที่

ฝ่ายปกครอง อ.ท่าตูม. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จังหวัดสุรินทร์ กู้ภัย สุรินทร์ จุด อ.ท่าตูมซึ่งบ้านที่เกิดเหตุพื้นที่สำหรับจัดสรร แบ่งเป็นที่ปลูกต้นไม้ให้อาหารช้าง และสร้างบ้าน ให้กับควาญช้างได้อยู่อาศัย และใช้พื้นที่

สำหรับเลี้ยงช้าง ของโครงการคชอาณาจักร บ้านหลังที่เกิดเหตุ เป็นบ้านไม้ ยกสูงจากพื้น ชั้นล่างโล่ง มีประชาชนที่ทราบเหตุการณ์ได้เดินทางมาดู ด้วยความตกใจ เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปตรวจที่เกิดชั้นบนของบ้าน พบศพผู้

เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ซึ่งเป็นฝ่ายหญิง ขณะที่ผู้ชายถูกยิงเข้าที่ศีรษะเช่นกัน ได้รับบาดเจ็บนอนหายใจรวยริน และมีอาวุธปืนสั้น ตกในที่เกิดเหตุ 1 กระบอก อาสากู้ภัยสุรินทร์ ได้รีบนำตัวส่งรักษาที่โรง

พยาบาลท้าตูม แต่เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บหนักจึงส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นางลัดดา อายุ 40 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บคือ นายแสน อายุ 42 ปี เป็นสามีภรรยากัน

สั่งเสียให้ดูแลช้าง ก่อนยิงตัวตายต่อหน้า ลูกชายวัย 14 เห็นภาพช็อกพ่อฆ่าแม่

เจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน สภ.กระโพ ได้สอบถามชาวบ้านที่มีบ้านเรือนใกล้เคียงกัน พอทราบว่า เป็นเรื่องเหตุหึงหวงผัวระแวงเมียจะมีกิ๊กก็เลยตัดสินใจยิงเมียตายแล้วก็จะยิงตัวเองหวังฆ่าตัวตายตาม ก่อนเกิดเหตุ

สามีผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์ กลับมาจากบ้านตากลาง ต.กระโพ เข้ามาที่บ้านพักสำหรับดูแลช้าง เมื่อลงจากรถได้ ได้ถืออาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 มิลลิเมตร ตรงขึ้นบันไดบ้าน แล้วใช้อาวุธปืนยิงเมียเสียชีวิต จากนั้นก็ได้ใช้

ปืนกระบอกเดียวกันยิงตัวเองที่ศีรษะหวังฆ่าตัวตายตาม แต่ไม่ตายในที่เกิดเหตุจากสอบถาม นายสมัย อายุ 67 ปี ซึ่งพ่อของฝ่ายหญิง ก็ได้ความว่าศพผู้หญิงที่โดนยิงตายเป็นศพลูกสาวตนเองบอกว่า ครอบครัวของลูกเขย

ถือว่าเป็นครอบครัวที่มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควรในครอบครัวมีช้างเลี้ยง อยู่ 4 เชือกเลี้ยงไว้หารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่ที่ตนเองสังเกตเห็นบ่อยครั้งก็เห็นจะเห็นผู้ก่อเหตุคือลูกเขยตนเอง เป็นอาการหึงหวงเมีย เมียคุย

ผู้ชายคนไหน แม้แต่ญาติตนเองก็หึงหวง และด่าว่าเมียต่างๆ นานา เห็นเป็นอย่างนี้ประจำ และไม่คิดว่าวันนี้ลูกเขยจะมาคิดสั้นและหาทางออกแบบนี้จากการสอบถาม ด.ช. ฉัตรดนัย อายุ 14 ปี เป็นคนที่อยู่กับพ่อแม่ตอนเกิด

เหตุได้กล่าวว่า พ่อกับแม่มีลูก 3 คนตนเองเป็นคนที่ 2 ส่วนพี่และน้องพากันไปอาศัยอยู่กับตายาย ที่บ้านโนนตาลาน อ.ชุมพลบี กับยาย แต่ตนเองชอบเลี้ยงช้างก็เลยมาอยู่กับพ่อเพื่อช่วยเลี้ยงช้าง ตอนเกิดขณะที่ตนเอง

กำลังเอาอาหารให้ช้างอยู่ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมาจากบนบ้าน 2 นัดพอตนเองวิ่งขึ้นไปบนบ้านเพื่อไปดูเหตุการณ์ก็เห็นพ่อพูดกับตนเองว่าให้ดูแลช้างทั้ง 4 เชือกให้ดีนะ พ่อจะไม่อยู่แล้วจากนั้นพ่อก็ยิงตัวเองตาย

ตนเองทำอะไรไม่ถูกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อตั้งสติได้ ได้ไปแจ้งกับนางนัฐสุดา ซึ่งอยู่ห่างบ้านตนประมาณ 1 กิโลเมตร ให้ทราบและแจ้งให้เจ้าหน้าตำรวจเดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ แต่ตอนนี้ทราบว่าพ่อได้เสียชีวิต

ลงแล้วที่โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์…

หนุ่มฆ่าอริวัย 17 ปี

หนุ่มฆ่าอริวัย 17 ปี ฝังอำพราง เข้ามอบตัวกองปราบแล้ว

หนุ่มฆ่าอริวัย 17 ปี ฝังอำพราง เข้ามอบตัวกองปราบแล้ว

(16 มิ.ย.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สั่งการให้เจ้าพนักงานชุดจับกุม กก.6 บก.ป. ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายทิชานนท์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ในข้อหาร่วมกัน

ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พา อาวุธปืนติดตัว ไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนโดยใช้ดินระเบิดในเมืองใน

หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรโดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายทิชานนท์ได้ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรปาดังห์เบซาห์ บาคาร่า  ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

จากกรณีที่ นายปรีชา อายุ 17 ปี หรือ แอ ชาว ม.6 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา ได้หายตัวออกไปจากบ้าน ต่อมาพบว่าเป็นศพถูกฆ่ามัดมือมัดเท้าฝังดินภายในกุโบร์ หรือสุสานบ้านบ่อโชน ม.7 ต.สะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา

และทางญาติได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.จะนะจากการสืบสวน ทราบว่าสาเหตุการถูกฆาตกรรมในครั้งนี้เกิดจาก การถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่อริรุมทำร้ายและยิงจนเสียชีวิต และอำพรางศพด้วยการขุดหลุมฝังดินคล้ายกับการฝัง

ศพทั่วไปต่อมาตำรวจ สภ.เทพา ได้เรียกตัวผู้ที่เกี่ยวข้องและญาติมาสอบสวนแล้ว และสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาล ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ได้แล้ว 3 ราย โดยหนึ่งในนั้น คือ นายทิชานนท์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.6 บก.ป.ได้รับการติดต่อจากญาติของนายทิชานนท์ ว่านายทิชานนท์ มีความประสงค์จะมอบตัวโดยนัดมอบตัวที่หน้า สภ.ปาดัวเบซาร์ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงหน้า สภ.ปาดังเบซาร์ และได้พบกับนาย

ทิชานนท์ จึงได้แสดงหมายจับให้นายทิชานนท์ดูนายทิชานนท์รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และแจ้งว่าไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เทพา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น ผู้

ต้องการให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา…

ร่างห้อยสยองคาวัดดัง

ร่างห้อยสยองคาวัดดัง สามเณรวัย 14 ปี ผูกคอตายคาตึกเรียน

ร่างห้อยสยองคาวัดดัง สามเณรวัย 14 ปี ผูกคอตายคาตึกเรียน

สามเณร วัย 14 ปี ผูกคอตายกับราวระเบียงของบันไดอาคารเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ภายในวัดชื่อดัง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (15 มิ.ย.) ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน

เชียงใหม่ แพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกัน ชันสูตรศพ สามเณรปรเมษฐ์ อายุ 14 ปี ซึ่งผูกคอเสียชีวิต กับราวระเบียงของบันไดชั้น 4 หน้าห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ห้อง 233 ชั้น 3 ของโรงเรียนแห่ง

หนึ่ง ซึ่งอยู่ภายในวัดชื่อดัง อ.เมือง จ.เชียงใหม่จากการตรวจสอบพบสามเณรผู้ตาย  บาคาร่า  ใช้ผ้ารัดอกแขวนคอจากราวบันไดชั้น 4 ลงมา โดยมีสายประคตพาดไว้ที่คอ ลักษณะการแต่งกายสวมอังสะ และสบง แต่ไม่พบ

ร่องรอยของการถูกทำร้าย สภาพศพลำตัวเริ่มเขียวคล้ำคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 – 12 ชั่วโมงสอบสวนทราบว่าวันนี้ อาคารเรียนดังกล่าวไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ขณะที่ก่อน

เกิดเหตุในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีพระและเณรของวัดเดินมาใกล้อาคารเพื่อใช้สัญญาณไวไฟ และมาพบศพสามเณรปรเมษฐ์จึงรีบแจ้งอาจารย์ให้ทราบก่อนจะแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ เบื้องต้น ทราบว่าสามเณรผู้ตายมีบ้านอยู่

ใกล้กับวัด และได้มาบวชอยู่ที่วัดดังกล่าว แต่ไม่ได้เรียนที่โรงเรียนแต่อย่างใดก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีเพื่อนสามเณรของวัด พบกับสามเณรปรเมษฐ์ เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่ง

สามเณรปรเมษฐ์มีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด และบ่นอยากกลับบ้าน กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ก็พบว่าสามเณรปรเมษฐ์แอบขึ้นมาบนอาคารเรียนและผูกคอเสียชีวิตแล้วหลังชันสูตรศพในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพสามเณร

ปรเมษฐ์ไปยังแผนกนิติเวช โรงพายาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนจะติดต่อญาติให้มารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป…

ข่มขืนถึงบ้าน

ข่มขืนถึงบ้าน ครูสาวร้องถูกภารโรงบุกข่มขืนรุ่งเช้า ไปทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ข่มขืนถึงบ้าน ครูสาวร้องถูกภารโรงบุกข่มขืนรุ่งเช้า ไปทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ครูสาวโรงเรียนมัธยมดังแห่งหนึ่งโร่แจ้งความ อ้างถูกนักการภารโรงบุกงัดบ้านพักเข้ามาทำการ ข่มขืน ในยามดึก ขณะที่คู่กรณียังให้การปฏิเสธผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 3 จ.นครราชสีมา

เดินทางเข้าตรวจสอบบ้านพักครูโรงเรียนมัธยมดังแห่งหนึ่งใน อ.ด่านขุนทด หลังครูสาวเข้าร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.กุศล แก้วสารพัดนึก พนักงานสอบสวน สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ว่าถูก นักการภารโรงของโรงเรียนเข้า

ข่มขืน เมื่อช่วงเช้ามืด เวลา 03.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งครูสาว บาคาร่า  ไปพบแพทย์ที่ รพ.ด่านขุนทด เพื่อตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นได้เข้าตรวจสอบบ้านพักครูสาว พบร่องรอยการงัดที่

กระจกบานเกล็ดหน้าต่าง และเข้าเก็บหลักฐานที่ห้องพักครูสาวเพื่อส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์พ.ต.ท.อิษฏ์ บุญญะฤทธิ์ รอง.ผกก.สส.สภ.ด่านขุนทด พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนกว่า 10 นาย ได้เข้าเชิญตัว

นายจารึก (ขอสงวนนามสกุล) นักการภารโรง มาทำการสอบสวนที่ สภ.ด่านขุนทดจากการสอบสวนนายจารึก ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายจารึกส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดสีคิ้วเป็นผลัดแรก

เนื่องจากคำให้การของครูสาวพร้อมพยานหลักฐานแวดล้อมมัดตัวผู้ต้องหาดังกล่าวจากการลงพื้นที่พบว่า บ้านพักครูของโรงเรียนอยู่ด้านหลังโรงเรียนมีประมาณ 4-5 หลัง แต่ละหลังห่างกันกว่า 10 เมตร และมีป่าที่รกทึบ

และเปลี่ยว ซึ่งสภาพบ้านบางหลังมีสภาพเก่าทรุดโทรม ไม่เหมาะที่จะให้ครูสาวที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวเข้าไปพักอาศัย โดยมีการปล่อยปะละเลยให้หญ้าขึ้นรกจนมองแทบไม่เห็นเพื่อนบ้านข้างเคียง…

เสียลูกค้าข้าไม่ยอม

เสียลูกค้าข้าไม่ยอม เหวี่ยงหมัดชกแม่ค้าตลาดเดียวกัน เพราะขายของคล้ายกัน

เสียลูกค้าข้าไม่ยอม เหวี่ยงหมัดชกแม่ค้าตลาดเดียวกัน เพราะขายของคล้ายกัน

เสียหน้าได้ เสียลูกค้าไม่ได้ พ่อค้าตลาดนัดเปิดฉากทะเลาะแม่ค้าคนใหม่ เหวี่ยงหมัดชกท้อง เตะขาล้ม เพราะโมโหสุดขีด ที่อีกฝ่ายมาเปิดร้านขายผลไม้ แทบเหมือนกันทุกอย่าง(12 มิ.ย.) น.ส.ณฎาพัณณ์ อายุ 33 ปี แม่ค้า

ขายของในตลาดนัดวัดเขาวงจินดาราม บาคาร่า ถูกชายหนุ่มวัย 39 ทำร้ายร่างกาย ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน โดยระบุว่า ตลาดนัดแห่งดังกล่าวมีพื้นที่ว่างอยู่ประมาณ 3 เมตร ตนเลยติดต่อแม่ค้าผลไม้ จากนั้นก็นำสินค้ามา

ลงขายตามปกติต่อมา นายสมประสงค์ อายุ 39 ปี เป็นพ่อค้าขายของในนัดเดียวกัน เกิดความไม่พอใจที่ตนไปตั้งขายของที่มีสินค้าคล้ายๆ กันหลายอย่าง จึงเดินมาหาพูดจาด้วยถ้อยคำหยาบคายว่า “ใครให้มึงมาตั้งที่นี่ มึง

ก็รู้ว่ากูขายของแบบนี้ มึงจะมาตั้งตรงนี้ทำไม ตนไม่ได้รู้จักอะไรกันเป็นการส่วนตัวกับชายคนดังกล่าว ตนจึงแย้งไปว่าก็พื้นที่ตรงนี้ยังว่าง จึงนำของมาขาย ทำไมถึงต้องด่าทอหยาบคายแบบนี้ ก็แค่ต่างคนต่างขายไปก็จบ

หลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวก็เริ่มมีอาการหัวร้อนและโมโหจัด ก่อนจะตรงเข้าชกใส่ท้องของตน 2 ครั้ง พร้อมกับเตะสกัดขาถึงกับทรุดลง ทำให้รู้สึกจุกท้องเป็นอย่างมาก ช่วงจังหวะนั้นตนไม่มีแรงจะต่อสู้ใดๆ อีกแล้ว ชาย

คนดังกล่าวยังคุยโวอีกว่า ไม่กลัวตำรวจ ไปแจ้งความได้เลย ทำให้ตนรู้สึกว่าต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะไม่เห็นต้องทำรุนแรงกันถึงขนาดนี้ ตนต้องบาดเจ็บ ภาระก็ยังต้องแบก มาทำมาค้าขายก็มาเจอเหตุการณ์เช่นนี้

อีกขณะที่ทางด้าน นายสมประสงค์ พ่อค้าฝ่ายคู่กรณี ได้ยอมรับว่าก่อเหตุทำร้ายแม่ค้าอีกฝ่ายจริง แต่ย้ำว่าไม่เคยได้ข่มขู่และอาฆาตให้ร้ายแต่อย่างใด สาเหตุที่ทำไปเพราะอีกฝ่ายมาลงของขายที่มีสินค้าลักษณะเหมือนกัน

แทบจะทุกอย่าง ทำให้ให้เกิดมีปากเสียงกัน และตนรู้สึกโมโหมาก จึงพลั้งลงมือทำร้ายร่างกายลงไปล่าสุด ร.ต.อ สนิท สิงห์สกุล รอง สว.สอบสวน สภ.บ่อพลอย ขณะนี้ยังรอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ และ รอการ

ประเมินราคาค่าเสียหายโทรศัพท์ 1 เครื่อง จากนั้นก็จะทำการออกหมายเรียก มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีต่อไป…

เจ้าสัวเปรมชัย

เจ้าสัวเปรมชัย ลุ้นคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน อยู่หน้าศาล

เจ้าสัวเปรมชัย ลุ้นคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน อยู่หน้าศาล

สื่อมวลชนรอปักหลักที่ศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 รอ เจ้าสัวเปรมชัย

เข้าฟังคำตัดสินคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน(11 มิ.ย.) บรรยากาศที่ศาล อาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม

พบบรรดาสื่อมวลชนจำนวนมาก ต่างเดินทางมาติดตามเฝ้ารอ  บาคาร่า  นายเปรมชัย กรรณสูต นักธุรกิจชื่อดังโดยในวันนี้ศาลอาญา

คดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ได้นัดฟังคำพิพากษากรณีพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 ยื่นฟ้อง

นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 และ

นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 ข้อหาร่วมกันให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจ

ให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144

ประกอบมาตรา 83 (เสนอให้สินบนเจ้าพนักงาน กรณี นายยงค์ พูดลักษณะพยายามจะติดสินบนเจ้าหน้าที่ เพื่อให้

ปล่อยตัวนายเปรมชัยและพวก) ซึ่งคดีดังกล่าวศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ดำเนินกระบวนการสืบ

พยานโจทก์ และจำเลยเสร็จสิ้นแล้วสำหรับคดีดังกล่าวเกิดจากกรณี นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์

ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เข้าจับกุม นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 64 ปี ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย

ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ขณะลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาน้ำโจน อยู่ระหว่าง

หน่วยพิทักษ์ป่าทิคองกับหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เป็นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์

พร้อมตรวจพบซากเสือดำและสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2561 เวลากลางวันและ

กลางคืนต่อเนื่องกัน ซึ่งระหว่างถูกควบคุมตัว นายเปรมชัย และนายยงค์ โดดเครือ ได้ร่วมกันเสนอว่าจะให้รับสินบนแก่เจ้า

พนักงานผู้จับกุม เพื่อแลกกับการปล่อยตัวไม่ดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าวต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น. นายเปรมชัย กรรณสูต

พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางมาถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม แล้ว ซึ่งเมื่อเดิน

ทางมาถึง นายเปรมชัย ได้เดินลงจากรถ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย โดยมีไม้เท้าช่วยพยุงเดิน พร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน…

  • 1
  • 2