Browse Month: พฤษภาคม 2019

ยึดรถหรู

ยึดรถหรู ซูเปอร์คาร์ 10 คัน มูลค่าความเสียหาย 200 ล้าน

ยึดรถหรู ซูเปอร์คาร์ 10 คัน มูลค่าความเสียหาย 200 ล้าน

(30 พ.ค. 62) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม แถลงผลการจับกุม ตรวจยึดรถหรู Super Car รวม 10 คัน

มูลค่าความเสียหาย ร่วม 200 ล้านบาทโดย พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า ปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้ารถยนต์รถซุปเปอร์คาร์ที่มีมูลค่าสูงจากประเทศ

เพื่อนบ้านโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร หรือวิธีการลักลอบเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ เมื่อรถยนต์หรูต่างๆผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว

จะมีกระบวนการนำมาสวมซากสวมทะเบียนปลอมเอกสารให้ตรงกับรถที่ถูกต้องนำออกมาขายในท้องตลาด ซึ่งประชาชนผู้ที่มีความต้องการรถยนต์

ดังกล่าวตกเป็นเหยื่อของกระบวนการนี้ได้สูญเงินจำนวนมาก และมีความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารของทางราชการปลอม และฐานรับซื้อของหนี

ภาษีศุลกากร ตามมาตรา 27 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร ปี พ.ศ.2469 ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมาก

ทั้งนี้ กองบังคับการปราบปรามขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน ก่อนทำการซื้อรถยนต์ขอให้ตรวจสอบโดยเช็คประวัติรถยนต์ก่อน

ซื้อและตรวจสภาพก่อนการจดทะเบียนหรือการโอนนำรถเข้าตรวจสภาพกับกรมการขนส่งทางบกด้วยตนเอง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกจะมีเจ้าหน้าที่

ที่มีความชำนาญเรื่องสภาพการประกอบอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆว่ามีร่องรอยการถอดประกอบมาหรือไม่ และควรตรวจสอบราคากลางตามท้องตลาดว่า

เป็นราคาที่เหมาะสมหรือไม่ ส่วนการตัดสินใจซื้อไม่ควรซื้อเงินสดควรผ่านกระบวนการของระบบไฟแนนซ์ถือว่าเป็นอีกขั้นตอนที่ช่วยตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง

และหากมีข้อสงสัยหรือเบาะแสสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่สายด่วน 1195

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

 …

บุกผับดัง

บุกผับดัง ปาร์ตี้ชุดนักเรียน มั่วยาเกลื่อน

บุกผับดัง ปาร์ตี้ชุดนักเรียน มั่วยาเกลื่อน

สน.โคกคราม รวมมือกับ ปปส. บุกสถานบันเทิงย่านถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ทลายปาร์ตี้ชุดนักเรียน จัดเฉพาะกิจเกือบโต้รุ่ง พบมั่วสุมยาเกลื่อน

ตรวจเจอฉี่ม่วงกว่า 120 คน(29 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกคราม ร่วมกับตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี และ ปปส.

กรุงเทพมหานคร รวมกว่า 50 คน ได้สนธิกำลังเข้าค้นผับชื่อดัง ริมถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตบางเขน หลังพบว่าแอบลักลอบจัดปาร์ตี้ชุดนักเรียน

มั่วสุม ยาเสพติด พบนักท่องเที่ยวเกือบ 300 คน และเกิดความชุลมุนนเพราะวิ่งหลบหนีการจับกุมพ.ต.อ.อภิวัชร์ ไชยศรีสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ

นครบาลโคกคราม เปิดเผยว่า ร้านดังกล่าวเปิดมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ไม่ได้เปิดให้บริการทุกวัน โดยจะเลือกเปิดเฉพาะจัดงานเฉพาะกิจเท่านั้น

สำหรับเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีจัดปาร์ตี้ให้นักท่องเที่ยว ในธีมชุดนักเรียน กระทั่งสืบทราบว่าจะมีการมั่วสุมยาเสพติดด้วยหลังจากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่

พบยาอี ยาเคประเภทผงและประเภทเกล็ด บุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง ตกอยู่เกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะนักท่องเที่ยวเพื่อหาสารเสพติด

ผลปรากฏว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วงประมาณ 120 คน แบ่งเป็นชาย 70 คน และหญิง 50 คน โดยไม่พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี มาใช้บริการแต่อย่างใด

สำหรับร้านดังกล่าวมี นายสุเมธ อายุ 28 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการร้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เปิดสถานบริการเกินเวลา

จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 พร้อมกับสั่งปิดร้าน 5 ปี ตามกฎหมาย ส่วนนักท่องเที่ยวที่เสพยาเสพติดได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่ สน.โคกคราม ต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

วางระเบิดป่วน

วางระเบิดป่วน ตลาดนัดปัตตานี ดับ 2 ศพ เจ็บ 22

วางระเบิดป่วน ตลาดนัดปัตตานี ดับ 2 ศพ เจ็บ 22

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายวางจักรยานยนต์บอมบ์ บริเวณตลาด นัดบ่อทอง ปัตตานี ยืนยันมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เจ็บอีก 22 รายจากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

จยย.บอมบ์ บริเวณตลาดนัดบ่อทอง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (27 พ.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ หนึ่งในนั้นคือเด็กชายวัย 14 ปี

ถูกแรงระเบิดเข้าที่ศีรษะและลำตัวหลายแห่ง และมีผู้บาดเจ็บกว่า 22 ราย ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ 4 ราย นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ต่ำว่า 10 คน

พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกมาเปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4

ได้แสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการกระทำของกลุ่มสุดโต่งนอกศาสนาพร้อมสั่งกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องให้การช่วย

เหลือเยียวยาเหยื่อของสถานการณ์โดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับให้รวบรวมวัถุพยานเพื่อติดตามกลุ่มก่อเหตุมาลงโทษตามกฏหมายต่อไปจากพฤติกรรมของกลุ่มคน

ร้ายที่มุ่งก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐของมุสลิมทั่วโลก ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการทำความดี ละเว้นจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง

ด้วยการทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ ซึ่งเป็นพฤติกรรมกับที่ขัดกับหลักคำสอนทางศาสนาอิสลามอย่างร้ายแรงและถือเป็น

มรดกบาปทางความคิดที่ถูกบิดเบือนและหลอกให้เข้าสู่วงจรอุบาทว์ซึ่งอาชญากรเหล่านี้นอกจากจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมายแล้วจะต้องได้รับ

ผลกรรมตามบทบัญญัติแห่งอิสลาม จึงขอให้ทุกภาคส่วนได้รวมพลังอันบริสุทธิ์ต่อต้านและประนาฌกันอย่างกว้างขวางเพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ยิงคู่บ่าวสาว

ยิงคู่บ่าวสาว แต่งงาน 10 วัน เมียเจ็บ-ผัวตาย ฝีมือผัวเก่า

ยิงคู่บ่าวสาว แต่งงาน 10 วัน เมียเจ็บ-ผัวตาย ฝีมือผัวเก่า

(26 พ.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ควนขนุน พัทลุง พร้อมด้วยกู้ภัยเขตควนขนุน เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ หลังได้รับแจ้งมี เหตุยิงกัน บนถนนสายไทรโกบ-วัดล้อ ในพื้นที่ ม.9 ต.ชะมวง อ.ควนขนุน

จ.พัทลุง ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะแค๊ปอีซูซุ สีน้ำเงิน จอดเปิดไฟ ภายในพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นางรัตนา อายุ 32 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือด้านขวา และ นายสราวุธ อายุ 40 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณ มือ 1 นัด เอว 1 นัด

ต้นแขน 2 นัด และลำคออีก 1 นัด และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และทราบว่าคนเจ็บทั้ง 2 รายเป็นสามีภรรยากันและเพิ่งแต่งงานไปเมื่อวันที่ 16 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา

จากการสอบสวนนางรัตนา ผู้บาดเจ็บ ทราบว่า ตนและผู้ตายเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน แต่สามีเก่านายเกรียงไกรก็ยังตามมาหึงหวง และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเกรียงไกร ได้ใช้อาวุธปืนไปยิงข่มขู่ที่หน้าบ้านมารดาของตัว

เอง แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บช่วงเย็นที่ผ่านมา ตนและสามีใหม่ กำลังนั่งรถยนต์กระบะกลับจากตัดหญ้าไว้ให้วัวกิน ก่อนถึงบ้านมากี่ร้อยเมตร นายเกียงไกรได้ขับรถจักรยานยนต์ มาดักรอที่บนสะพาน ก่อนโบกรถให้หยุด

แล้วเดินมาเคระประตูรถ ตรงฝั่งที่ตนนั่งอยู่ แต่สามีได้ล็อคประตู ทำให้นายเกรียงไกรสามีเก่าชักอาวุธปืนออกมาจ่อยังเข้ามา กระสุนถูกสามีใหม่และตนเองได้รับบาดเจ็บ ก่อนเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามนายเกรียงไกร อดีตสามี ที่กำลังหลบหนี โดยติดตามไปที่บ้านญาติที่คาดว่าไปซ่อนตัว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามจับกุมมาได้แต่อย่างใด แม้เจ้าหน้าที่จะติดตามอย่างต่อ

เนื่องแล้วก็ตาม

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ตำรวจจับกุมขมับ

ตำรวจจับกุมขมับ หนุ่มขโมยรถ ซิ่งไปไกล 100 กม.ชนเสาไฟแดงพินาศ

ตำรวจจับกุมขมับ หนุ่มขโมยรถ ซิ่งไปไกล 100 กม.ชนเสาไฟแดงพินาศ

เมื่อเวลา 01.00 น. (26 พ.ค.62) ร.ต.อ.สนิท นุ้ยพิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.หลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งเหตุมีรถยนต์ชนไฟสัญญาณจราจร

และ เสาไฟฟ้า ที่สามแยกวังตะกอ หมู่ที่ 4 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน พร้อมด้วย กำลังตำรวจรุดที่เกิดเหตุที่เกิดเหตุบนถนนเอเชีย41 ขาขึ้น กทม.

พบว่าที่สามแยกวังตะกอ ซึ่งเป็นสามแยกจากถนนเอเชีย จ.ชุมพรไป ยัง จ.ระนอง มีทั้งเศษชิ้นส่วนของเสาไฟจราจร เสาไฟจราจร 3 ต้น ล้มระเนระนาด

ขวางเส้นทาง ในจุดดังกล่าว ห่างจากจุดไฟจราจรไปร่วม 50 เมตร พบว่า มีรถยนต์กระบะตอนครึ่ง โตโยต้ารีโว่ สีบรอนซ์เงิน คาดด้วยสีน้ำตาล ก็เป็นที่ตกตะลึง

เมื่อด้านข้างรถเขียนไว้ ว่า สภ.เมืองสุราษฏร์ธานี ในสภาพอัดติดกับเสาไฟฟ้า พังยับเยิน ด้านหน้ารถยุบเกือบถึงห้องโดยสาร ตัวรถหักครึ่งกลาง

ภายในห้องโดยสารถุงลมนิรภัยทั้ง 2 ลูกถูกดันออกมา ทะเบียนตราโล่ 17240 ข้างๆ รถพบ นายอัครเดช อายุ 20 ปี ในสภาพได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

อยู่ในสภาพคล้ายคนเมายาเสพติดอย่างหนัก พูดจาวกไปวนมานายอัครเดช พยายามอ้างว่า ผู้ที่ขับรถยนต์สายตรวจจราจรสุราษฏร์ธานี

เป็น ตำรวจ ชื่อ ร.ต.ท.อัครเดช เช่นกัน เป็นพี่ชาย ที่จะขับรถยนต์คันดังกล่าวไปส่งบ้านที่ จ.เลย แต่ไม่รู้หายไปไหน คาดว่าน่าจะกระเด็นออกนอกรถ

ทำให้หน่วยกู้ภัยหลังสวน ต้องค้นหาในคูระบายน้ำริม แต่ไม่พบ และเมื่อตรวจภายในห้องโดยสารของรถ พบรองเท้าของ นายอัครเดชหล่นอยู่ในจุดที่นั่งคนขับ

จึงมั่นใจว่า นายอัครเดชขับรถยนต์มาเพียงลำพัง แต่ด้วยอาการหลอน ทำให้คิดว่ามีหมวดอัครเดชขับมาแล้วให้ตนเองนั่งจากการตรวจค้นในกระเป๋าสะพาย

ตำรวจจับกุมขมับ หนุ่มขโมยรถ ซิ่งไปไกล 100 กม.ชนเสาไฟแดงพินาศ

แบบผู้หญิงที่นายอัครเดชสะพายพบ วิทยุสื่อสารของ ตำรวจอีก 4 เครื่อง บัตรประชาชน ของผู้หญิงชาวสุราษฏร์ธานี อีก 2 ใบ อุปกรณ์เสพยาบ้า1 อัน

ต่อมาศูนย์วิทยุ สภ.หลังสวน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 สุราษฏร์ธานี ให้ช่วยสังเกต รถยนต์กระบะตราโล่ด้านข้างเขียนไว้ว่า สภ.เมืองสุราษฏร์ธานี

เนื่องจากรถคันดังกล่าว ถูกคนร้ายขโมยไปจากป้อมตำรวจจราจร ใจกลางเมืองสุราษฏร์ธานี ในช่วง 1 ชม.ที่ผ่านมา ตำรวจหลังสวน จึงแจ้งตำรวจสุราษฏร์ธานีไปว่า

พบรถยนต์ของจราจรสุราษฏร์ธานีคันดังกล่าวแล้ว มาเกิดเหตุในพื้นที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ห่างจาก ป้อมตำรวจจราจรสุราษฏร์ธานี กว่า 100 กม. ยังทราบว่า

คนร้ายยังเข้าไปรื้อค้นในป้อมตำรวจ จร.สุราษฏร์ธานี จนทรัพย์สินกระจัดกระจายไปทั่ว ก่อนจะพบว่ารถยนต์สายตรวจหายไปด้วยจากการสอบสวน

นายอัครเดช ซึ่งยังให้การวกไปวนมาว่า พึ่งพ้นโทษจากเรือนจำมาได้เพียง 3 วัน ในข้อหาค้ายาบ้า และต้องการเดินทางกลับบ้านที่ จ.เลย พร้อมทั้งเสพยาเสพติดจำนวนมาก

ก่อนจะเดินไปพบป้อมตำรวจและเห็นกุญแจรถยนต์ตำรวจติดคาอยู่ จึงเข้าไปขับ และมาชนกับเสาไฟจราจร จนถูกจับได้ในที่สุด ต่อมารถยกได้มาลากรถตำรวจออกจากที่เกิดเหตุ

พบว่าพังยับเยินยู่ยี่อย่างหนัก ก่อนที่จะได้รับการติดต่อจาก นายตำรวจระดับสูงของ สภ.เมืองสุราษฏร์ธานี ว่าจะเดินทางมารับรถยนต์กลับไป ส่วน นายอัครเดช โจ๋ขี้ยา

ที่สร้างวีรกรรมสะเทือน สตช. ถูกนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดอย่างละเอียด ก่อนจะดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ดับสาวเวียดนาม

ดับสาวเวียดนาม โดด โรงแรมชั้น 5 ทำสาวล้างจานช็อก

ดับสาวเวียดนาม โดด โรงแรมชั้น 5 ทำสาวล้างจานช็อก

สาวเวียดนามโดดตึกชั้น 5 โรงแรมดังเมืองพัทยาเสียชีวิต ทำพนักงานสาวล้างจาน ตกใจผวา เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ

ร.ต.อ.ชานันท์ เกษรบัว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนพลัดตกที่สูงได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่

โรงแรมแห่งหนึ่ง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้บาดเจ็บทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวดั๋ง อายุ 25 ปี สัญชาติเวียดนาม นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด หายใจรวยริน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสมาก

ทีมแพทย์ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เสียชีวิตแล้ว

เสียชีวิตแล้ว พนักงานรีสอร์ท ถูก กระทืบ 3 รุม 1

เสียชีวิตแล้ว พนักงานรีสอร์ท ถูก กระทืบ 3 รุม 1

จากกรณีมีการโพสต์คลิปเหตุการณ์พนักงานสัญชาติเมียนมาของรีสอร์ท ในพื้นที่ ต.บึงปลาทู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน

รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ คิ้วและปากแตกจนต้องเย็บถึง 10 เข็ม เพียงเพราะพนักงานคนดังกล่าว ชี่อนายโอก้า หรือ มาย อายุ 41 ปี

เรียกเก็บเงินค่าห้องพักกับกลุ่ม ชายฉกรรจ์ จนทำให้เกิดความไม่พอใจ โดยหาว่าไม่ให้เกียรติ และไม่รู้จักความยิ่งใหญ่ของกลุ่มตน

ซึ่งหลังเกิดเหตุหนึ่งในผู้ที่ก่อเหตุรุมทำร้ายนั้น มีนายศักดิ์ชัย อายุ 52 ปี พยายามเข้าไกล่เกลี่ยเพื่อขอชดใช้ค่าเสียหาย แต่ทางเจ้าของรีสอร์ท

และนายโอก้าต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นลูกค้ารีสอร์ทสุดกร่าง 3 รุม 1 กระทืบพนักงาน เหตุแค่เพราะ ไม่รู้จักว่าเป็นใคร

ล่าสุด (23 พ.ค.62) มีรายงานว่า นายโอก้า แรงงานสัญชาติเมียนมาของรีสอร์ทได้เสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

โดยมีรายงานจากนางพัทธนันท์ ไมลี่ย์ อายุ 39 ปี เป็นเจ้าของรีสอร์ท และเป็นนายจ้างของนายโอก้า เปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่อง นายโอก้า มีอาการปวดหัว

จึงขอลาหยุดงานเพื่อพักผ่อน จนกระทั่งเมื่อวานนี้ นายโอก้าปวดหัวอย่างรุนแรง จนต้องให้ภรรยาและพนักงานคนอื่น รีบนำตัวนายโอก้าส่งมารักษา

ที่โรงพยาบาลบรรพตพิสัยก่อนจะถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์แล้วเสียชีวิต เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ ซึ่งทำให้ภรรยาของโอก้า รวมถึงตน

และพนักงานคนอื่น รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากโอก้าทำงานอยู่ที่รีสอร์ทมาหลายปีแล้ว และเป็นคนอัธยาศัยดีมาโดยตลอดแต่อย่างไรก็ตาม

เสียชีวิตแล้ว พนักงานรีสอร์ท ถูก กระทืบ 3 รุม 1

นางพัทธนันท์ ยังไม่สามารถระบุได้ว่า การที่นายโอก้าเสียชีวิต มีสาเหตุเกี่ยวเนื่องมาจากการถูกกลุ่มชายฉกรรณ์รุมทำร้ายจนเสียชีวิตหรือไม่

คงต้องรอให้แพทย์ชันสูตรตรวจสอบศพอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งก่อน แต่นางพัทธนันท์ ก็ระบุด้วยว่า ในเหตุการณ์ที่นายโอก้าถูกรุมทำร้าย

นายโอก้าเสียหลักล้มลงแล้วหัวไปกระแทกพื้นอย่างรุนแรง จนสลบกองอยู่กับพื้นอยู่นานกว่า 5 นาที ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในอำเภอ

ซึ่งตอนนั้นแพทย์ได้เย็บรักษาแผล และตรวจอาการเบื้องต้น จนอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ก็ไม่คาดคิดว่า จะกลับมามีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตในที่สุด

ซึ่งก็คงต้องรอให้ผลการตรวจสอบศพว่า นายโอก้ามีโรคแทรกซ้อนด้วยหรือไม่ส่วนคดีที่นายโอก้าถูกรุมทำร้าย คงต้องไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีอีกครั้ง

เนื่องจากหลังแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ยังอยู่ในระหว่างรอผลใบการตรวจร่างกายจากแพทย์มาประกอบสำนวนคดีก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มชายฉกรรณ์ที่ถูกทำร้าย

แต่ตอนนี้นายโอก้าเสียชีวิตแล้ว ก็ต้องรอผลพิสูจน์การตรวจว่าการเสียชีวิตของนายโอก้าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ หากเกี่ยวข้องตนจะดำเนินคดีเอาเรื่องให้ถึงที่สุดอย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ฆ่าเผาอำพราง

ฆ่าเผาอำพราง สาว18 สามีเปิดใจไม่ได้ฆ่า

ฆ่าเผาอำพราง สาว18 สามีเปิดใจไม่ได้ฆ่า

ผบก.สุราษฎร์ธานีลงพื้นที่จุดเกิดเหตุคดีสาว 18 ถูกฆ่าเผาอำพรางสุดโหดเหี้ยม เปิดใจสามีหนุ่มย้ำชัดไม่มีส่วนร่วมฆ่า

ยืนยันฆ่าเมียใคร…ใครก็รักจากกรณีพบศพ น.ส.จรินยา อายุ 18 ปี เสียชีวิตในลักษณะถูกไฟเผาไหม้เกรียมทั้งตัว

ขณะที่ขาและแขนข้างซ้ายหัก และ กะโหลกแตก รอยร้าว เสียชีวิตเป็นปริศนากับซากรถจักรยานยนต์ที่ถูกเผาด้วยกัน

ในป่าข้างทางถนนสายห้วยโศก-ห้วยลึก อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ตามที่รายงานข่าวไปแล้วนั้นล่าสุดในวันนี้ (22 พ.ค.)

พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้า

ที่ชุดสืบสวน รวมถึงเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีพร้อมกับเดินทางไปตรวจจุดเกิดเหตุ

สวนยางพาราในละแวกใกล้ที่เกิดเหตุ และบ้านของนายสรายุทธ สามีของผู้เสียชีวิตพล.ต.ต.อภิชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจตรงจุด

ที่พบศพ น.ส.จรินยา หรือ น้องปลา ถูกพบเป็นศพถูกฆาตกรรมและเผาพร้อมกับรถจักรยานยนต์ ห่างจากบ้านพักที่ต้องสงสัย

ประมาณ 60 เมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำบุคคลในบ้านไปแล้วและให้การไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

ที่เกิดขึ้น แต่ต้องดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติด น้ำพืชกระท่อมไว้ในครอบครอง เนื่องจากลูกชายของบ้านหลังข้างต้นมีน้ำกระท่อม

ในครอบครองนอกจากนี้ยังได้เข้าตรวจสอบอีกจุดที่ บ้านนายสรายุทธ อายุ 35 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ทีอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ

ประมาณ 600 เมตร โดยนายสรายุทธอยู่ภายในบ้าน ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี

ฆ่าเผาอำพราง สาว18 สามีเปิดใจไม่ได้ฆ่า

โฆษณารีเพลย์โฆษณา

นายสรายุทธ เล่าว่า ก่อนที่ภรรยาจะหายตัวไปในช่วงเช้าได้อยู่กับตนเอง ภรรยาได้บอกว่าจะกลับบ้านตัวเอง เพื่อไปปัสสาวะ

และเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นภรรยา หลังจากที่ภรรยาหายตัวไปก็ได้ออกติดตามหาตัวมาโดย

ตลอด จนมาพบว่ากลายเป็นศพไปแล้วทั้งนี้ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของภรรยาในครั้งนี้ แต่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม

เนื่องจากทางญาติของภรรยาเข้าใจว่าตนมีส่วนร่วมในก่อเหตุ จึงร้องขอความเป็นธรรมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยเร่งติดตาม

จับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ส่วนตัวจะอยู่ที่บ้านและไม่คิดหนีไปไหน เพราะตัวเองไม่ได้มีส่วนรู้เห็น และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์

ที่เกิดขึ้นเพราะเมียใครใครก็รัก”พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวว่า ได้รับรายงานแนวทางการสืบสวนตั้งแต่วันที่พบศพของน.ส.จรินยา

ที่ถูกฆาตกรรมและเผาอำพรางศพ ซึ่งแนวทางการสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำญาติผู้เสียชีวิตและสามีมาสอบปากคำไปแล้ว

จำนวนหลายปาก ทางคดีก็มีความคืบหน้าไปมาก แต่ต้องขอเวลาให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำงานตามแนวทางการสืบสวนก่อน

นอกจากนี้ยังต้องรอผลการชันสูตรทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อน เพื่อประกอบกับคดี ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้

ทางเจ้าหน้าที่เองก็กำลังเร่งคลี่คลายคดี เพื่อติดตามตัวคนร้ายก่อเหตุมาดำเนินคดี และยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

คืบคดีสาว 18 ถูกเผาหลังหายตัวจากบ้านสามี พ่อเลี้ยงสงสัยเครื่องในศพหายไปไหนสาววัย 18 ปี หายตัวจากบ้านสามี

สุดท้ายพบถูกไฟเผาเหลือแต่โครงกระดูกตำรวจบุกสืบ 4 เป้าหมาย คลี่ปริศนาสาว 18 เพิ่งแต่งงาน กลายเป็นศพถูกเผา

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หัวหน้าปภ

หัวหน้าปภ เมา ชักปืนขู่ร้านอาหารได้กินช้า

หัวหน้าปภ เมา ชักปืนขู่ร้านอาหารได้กินช้า

ผู้ว่าฯ บึงกาฬสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย “หัวหน้า ปภ.” คลิปฉาว เมากร่างชักปืนลูกซองข่มขู่ร้านอาหารตามสั่ง

เหตุได้กินแบบไม่ทันใจ กลายเป็นปมทะเลาะวิวาทจากกรณีเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เทศบาลตำบลพรเจริญ จ.บึงกาฬ คนหนึ่งได้แผลงฤกษ์โชว์พฤติกรรมข่มขู่ชาวบ้าน เนื่องจากมึนเมาและไปสั่งอาหาร

ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่รอคิวไม่ไหว เปิดฉากด่ากราดเจ้าของร้านและ ชกต่อย กัน ก่อนจะคว้าปืนลูกซองออกมาขู่ยิง

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ล่าสุดผู้ว่าฯ ได้มีการสั่งตั้งกรรมการสอบเอาผิดวินัยแล้ว

(20 พ.ค.) ร.ต.อ.เจริญ แก้วแสนคำ พนักงานสอบสวน สภ.พรเจริญ เจ้าของคดีได้เรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ

เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่จะเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาฐานข่มขู่ให้ผู้อื่นตกใจกลัว

และพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดย นางสมพิศ พยานฝ่ายผู้ก่อเหตุที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ได้เล่าว่า หลังเข้าไปในร้านสั่งอาหารผ่านไป 20 นาทีก็ยังไม่ได้กิน ชายคนดังกล่าวเข้ามาด้วยความเมา

หัวหน้าปภ เมา ชักปืนขู่ร้านอาหารได้กินช้า

ก็ส่งเสียงโวยวายว่าเก้าอี้ก็ไม่มีให้นั่ง น้ำก็ไม่มีให้กิน ทำไมร้านนี้บริการไม่ดี จะเปิดอีกทำไม บริการแย่แบบนี้

ก่อนจะมีปากเสียงกันกับเจ้าของร้านและเกิดชกต่อยกันในร้านตามล่า “หัวหน้า ปภ.” เมากร่างชักปืนขู่ยิงถล่มร้านข้าว

เหตุอาหารได้ช้าแต่ก็มีพลเมืองดีที่อยู่ในร้านเข้ามาช่วยห้ามปราม แต่เจ้าของร้านก็เดินตามออกมาชกหน้า 3 ครั้ง

ถึงในรถ ทำให้ชายคนดังกล่าวมีอาการตาปูดบวม เป็นสาเหตุทำให้ชายคนดังกล่าวโมโห ก่อนจะพาพวกตนไปส่งที่บ้าน

และจึงย้อนกลับไปเอาปืนมาก่อเหตุข่มขู่ ซึ่งในช่วงที่ข่มขู่นั้นพวกตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แล้วทางด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ภายหลังจากทราบเรื่องได้สั่งการให้ นายจรูญ บุหิรัญ นายอำเภอพรเจริญ สั่งการให้นายกเทศมนตรีตำบลพรเจริญ

ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงด่วน และหากผิดจริงก็จะดำเนินการทางวินัย ตามขั้นตอนของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

เพื่อไม่ให้เป็นเยื่องอย่างแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐคนอื่นที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบไปข่มขู่ประชาชนส่วนอาวุธปืนที่ใช้ข่มขู่

ประชาขนก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการแจ้งข้อหา เนื่องจากมีคลิปเหตุการณ์ ถือว่าเป็นหลักฐานที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ศพปริศนา

ศพปริศนา ถูกทิ้งร่างริมแม่น้ำชี สภาพถูกไฟฟ้าช็อต มีเงื่อนงำ

ศพปริศนา ถูกทิ้งร่างริมแม่น้ำชี สภาพถูกไฟฟ้าช็อต มีเงื่อนงำ

ชาวบ้านพบศพสองพี่น้องถูกทิ้งริมแม่น้ำชี คาดทิ้ง อำพรางศพ ร่างอยู่ห่างรถจักรยานยนต์จอดอยู่ห่างประมาณ 2 กิโลเมตร และมีรอยถูกไฟฟ้าช็อตตามร่างกาย

(19 พ.ค.) ร.ต.อ.วิศิษฐ ศรีจันทร์ ร้อยเวร สภ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่บริเวณริมแม่น้ำ

ชีติดกับทุ่งนาเขตรอยต่อบ้านโนนแดง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กับบ้านท่าตูม ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม หลังรับแจ้งจึงรายงาน

ไปยังผู้บังคับบัญชา และลงพื้นที่ตรวจสอบโดยที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนามีชาวบ้านมุงดูจำนวนมาก เจ้าหน้าที่พบศพชายสองคนอายุ 25-35 ปี

นอนเสียชีวิตในลักษณะร่างทับกันอยู่ริมแม่น้ำชี ทราบชื่อต่อมาคือ นายนิวัฒน์ อายุ 36 ปี และ นายวัคคี อายุ 24 ปี ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน

เป็นชาวบ้านท่าตูมจากการตรวจสอบเบื้องต้นศพแรกคือ นายนิวัฒน์ สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ

ตรวจสอบตามร่างกายพบรอยไฟไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้าซ็อตบริเวณหน้าอก หลัง และแขนทั้งสองข้าง ส่วนอีกศพคือ นายวัคคี สวมเสื้อแขนยาวสีฟ้าดำ

บริเวณนิ้วชีข้างซ้ายมือถูกไฟไหม้จนนิ้วขาด เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสภาพศพทั้งสองคาดว่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง

ศพปริศนา ถูกทิ้งร่างริมแม่น้ำชี สภาพถูกไฟฟ้าช็อต มีเงื่อนงำ

ผู้ที่พบศพคนแรกเล่าว่า ในช่วงเช้าตนออกจากบ้านมาหาปลาตามริมตลิ่งตามปกติ แต่ระหว่างที่หาปลาอยู่นั้น เหลือบไปมองเห็นเหมือนคนนอนอยู่บริเวณนั้น

จึงได้เข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าทั้งสองกลายเป็นศพ จึงได้รีบโทรเเจ้งผู้ใหญ่บ้านพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ให้ทราบจากการสอบถาม นายธงชัย พ่อของผู้เสียชีวิต

เล่าว่า ทั้งคู่เป็นลูกชาย ปกติจะชอบไปหาปลาตามแหล่งน้ำต่างๆ ในเขตพื้นที่ โดยล่าสุดเมื่อคืนวานนี้ (18 พ.ค.) ได้พบกับลูกชายคนโตครั้งล่าสุด

กระทั่งถึงช่วงสายของวันนี้มีคนโทรไปแจ้งจึงได้เข้ามาดูก็พบว่าเป็นลูกชายของตน ส่วนสาเหตุนั้นตนยังไม่ทราบเเน่ชัดพล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี

ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพศพทั้งสองศพมีรอยถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ทำให้เสื้อและถุงมือที่สวมไหม้เกรียม

รวมถึงผิวหนังก็ถูกไฟฟ้าช็อตเป็นรอยไหม้ ส่วนบาดแผลอย่างอื่นยังไม่พบ เพื่อความละเอียดรอบคอบทางเจ้าหน้าที่จะได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้งสอง

ไปตรวจที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัดเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากไฟฟ้าช็อตหรือไม่

จึงต้องรอคำยืนยันจากทางแพทย์ก่อน สำหรับจุดที่พบศพอยู่ห่างจากจุดที่จอดรถจักรยานยนต์ ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยจุดที่จอดรถจักรยานยนต์

พบรองเท้าของทั้งคู่ และพบลวดขึงตามคันนา ซึ่งทราบว่าเป็นการป้องกันหนูนาโดยจะปล่อยกระแสไฟบ้านในช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันหนูนามากัดกันต้นข้าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตจะถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต จากการลงไปหาปูนาและมีคนมาพบเห็นและได้นำศพทั้งสองไปทิ้งเอาไว้ที่ลำชีท้ายหมู่บ้าน

โดยจากการตรวจสอบคาดว่าจะทราบผู้ก่อเหตุในเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com