Browse Month: กุมภาพันธ์ 2019

ปืนตำรวจ

ปืนตำรวจ ล่องหน 11 กระบอก คาด “คนใน” ฉกจากห้องเก็บอาวุธ

ปืนตำรวจ 11 กระบอก หายจากห้องเก็บอาวุธ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน

ปืนตำรวจ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุเป็น “คนใน” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเป็นตำรวจ 3 นาย

วันนี้ (27 ก.พ.2562) พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์i99betรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อม ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบภายในห้องเก็บอาวุธปืน ของกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหาเบาะแสของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการหายไปของปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อซิกซาวเออร์ จำนวน 11 กระบอก

ปืนตำรวจ

“หลังออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 1 คน ก็สามารถจับกุมตัวได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล ผมยืนยันว่า อาวุธปืนเป็นของราชการ ถ้าบกพร่องถึงใคร ผู้กำกับการจังหวัดต้องดำเนินการ ทั้งมาตรการทางปกครอง และทางอาญา”
ด้าน พ.ต.ท.จักรพันธ์ ธูปเตมีย์ สารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี เปิดเผยว่า จากการสอบ ด.ต.นิกร ศิริเลี้ยง และ ด.ต.นิพล รักษาสนิท ซึ่งดูแลห้องคลังอาวุธ ได้ให้การว่า ไม่รู้ว่า ปืนที่เก็บไว้ในคลังได้หายไป เพิ่งมาทราบหลัง ตำรวจ สถานีตำรวจวังทองหลาง ยึดปืนกระบอกที่หายจากนายอาทิตย์ หาญพาณิชกิจ อายุ 25 ปี บริเวณร้านค้า ถ.ศรีวราทาวน์อินทาวน์ ตัด ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม กรุงเทพมหนคร

ทั้งนี้ ลูกกุญแจคลังอาวุธมี 3 ดอก ต้องไขพร้อมกัน และก่อนหน้านี้ ตำรวจในสังกัดมาขอยืมลูกกุญแจไปไข โดยอ้างว่าลืมของ ทำให้อาจมีบางคน นำไปก๊อบปี้ลูกกุญ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.thaipbs.or.th/…

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง ลวงนศ.สาว ม.ดัง เล่นบทช่วยตัวเอง เปิดวาร์ปว่อนเน็ต

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง ปอท.ยืนยัน นศ.สาวลูกครึ่ง ม.ดัง ในคลิปหลุดช่วยตัวเอง ตกเป็นผู้เสียหายแจ้งความเมื่อปลายปีที่แล้ว

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง  เผยมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง หลอกเทสต์หน้ากล้อง i99bet ให้เล่นบทฉาว แลกข้อเสนอเงิน 7 หลัก

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.พ.62 ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 โฆษก บก.ปอท. เปิดเผยว่า กรณีที่มีคลิปนักศึกษาสาวลูกครึ่ง อ้างอยู่ม.ดัง ขณะกำลังทำท่าคล้าย ช่วยตัวเอง เผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์นั้น เรื่องนี้อยากจะแจ้งให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงก่อนตำหนิหญิงสาวคนดังกล่าว

น้องผู้หญิงคนในคลิปเป็นนักศึกษาจริง ตกเป็นผู้เสียหายถูกคนร้ายที่แอบอ้างเป็นโมเดลลิ่ง หลอกลวงให้ทดสอบหน้ากล้อง ด้วยการแสดงผ่านวิดีโอคอล ในบทที่กำหนดมาให้ช่วยตัวเองสำเร็จความใคร่ แลกกับเงินจำนวนหลักล้านบาท ก่อนจะโดนคนร้ายแอบอัดคลิปการแสดงเอาไว้ จากนั้นคนร้ายก็บล็อกเฟซฯ หนีติดต่อไม่ได้อีกเลย

น้องผู้หญิงผู้เสียหายคนนี้ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทาง กก.3 บก.ปอท. รับเป็นคดีทำการสืบสวนสอบสวนอยู่ในเวลานี้ แจ้งว่าถูกบุคคลใช้เฟซบุ๊กอ้างตัวว่าเป็นโมเดลลิ่งต้องการนักแสดงหน้าใหม่ไปร่วมถ่ายหนัง มีการโน้มน้าวชักจูงผู้เสียหายด้วยเงินค่าตอบแทนสูงระดับล้านบาท

จากนั้นได้ขอให้น้องนักศึกษาหญิงสาวรายนี้ทดสอบหน้ากล้องผ่านวิดีโอคอล แสดงบทที่กำหนดให้เป็นหญิงสาวหน้าตาดี อยู่บ้านกับคุณแม่ ระหว่างรอจะออกไปธุระกับคุณแม่ก็ได้พูดคุยโทรศัพท์กับแฟนหนุ่มแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศก่อนจะช่วยตัวเอง

เหยื่อนักศึกษารายนี้หลงเชื่อเพราะอยากได้งานได้เงินตามที่มิจฉาชีพหลอกลวง จึงแสดงไปตามนั้นโดยไม่รู้ตัวว่าคนร้ายที่อ้างเป็นโมเดลลิ่งได้แอบอัดคลิปเอาไว้ ก่อนจะบล็อกเฟซบุ๊กปิดหนี ติดต่อไม่ได้อีกเลย

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นก็มีภาพนิ่งที่แคปฯ จากคลิปดังกล่าวออกมาปล่อยในเว็บไซต์ลามกก่อน ต่อจากนั้นก็มีตัวคลิปเต็มที่แอบบันทึกผู้เสียหายไว้ทยอยออกมาสู่โลกโซเชียลในเวลานี้

น้องนักศึกษารายนี้น่าสงสารมาก กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง เป็นคนที่สังคมออนไลน์รู้จักกว้างขวาง มีเพื่อนและผู้ติดตามในโลกโซเชียลจำนวนหลายหมื่น ข่าวที่นำเสนอออกไปในแนวที่ให้ร้ายเธอ ว่าสมัครใจช่วยตัวเองแล้วอัดคลิปก่อนหลุดออกไปมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทราบว่าตั้งแต่มีคลิปนี้แพร่กระจายออกไปเธอได้รับความอับอาย ประสบปัญหาชีวิตมากมายจนมีความเครียด ล่าสุดมีอาการซึมเศร้า ญาติพี่น้องพ่อแม่ต้องช่วยกันดูแลเกรงว่าจะคิดสั้นได้

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวถึงการดำเนินคดีคนร้ายว่า จากการสืบสวนของ บก.ปอท.เบื้องต้นพบว่าต้นตอเป็นเว็บไซต์เว็บฯ หนึ่ง เรากำลังดำเนินการจัดการอยู่ เว็บไซต์ลามกเหล่านี้เป็นเสมือนศูนย์กลางในการเผยแพร่แลกเปลี่ยนภาพ-คลิปหลุด โดยเฉพาะภาพ-คลิปที่ได้จากการหลอกลวง เช่น นักศึกษาหญิงสาวรายนี้ จะมีการตั้งกระทู้ ตั้งเว็บบอร์ด จากนั้นเมื่อมีคนเข้ามาดูแล้วก็จะเอาไปส่งต่อๆ ให้เพื่อนกัน ทำให้คลิปลามกมีการแพร่กระจายขยายไปในโซเชียลในเวลาอันรวดเร็ว

“ประชาชนบางท่านนิยมชมชอบก็จะส่งต่อให้เพื่อน ทำให้มันฟุ้งในโลกโซเชียล สร้างความเสื่อมเสียอับอายแก่ผู้ตกเป็นเหยื่อตลอดจนญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก”

โฆษก บก.ปอท. กล่าว ฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะสุภาพสตรีหญิงสาวตลอดจนเด็กๆ ผู้หญิงที่เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นสังคมออนไลน์ทุกชนิดว่า อยากจะให้ใช้งานอย่างมีสติ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ ไลน์ ในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นโมเดลลิ่ง มาชักชวนไปถ่ายแบบ แสดงหนัง บางรายมีเงื่อนไขมีเงินทองให้แค่เปลื้องผ้าให้ดูสัดส่วนก่อน เราจะไม่รู้เลยว่าคู่สนทนาเขาเป็นใคร อยากเอาแค่อยากได้เงิน อยากได้ค่าตอบแทนต่างๆ ขอให้ใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ดี อย่าไปหลงเชื่อดีกว่า เพราะโมเดลลิ่งจริงๆ ควรจะต้องมีตัวตน เป็นบริษัท มีที่ทำงานสถานที่ติดต่อชัดเจน คุยแบบเห็นหน้าเห็นตาจะดีกว่า

สำหรับสถิติผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้เปลื้องผ้าแล้วโดนถ่ายรูป อัดคลิป มาแจ้งความ ปอท.พบว่ามีอยู่ตลอดเวลา มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนกรณีถูกหลอกให้ช่วยตัวเองด้วยนั้น พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ที่มิจฉาชีพมักจะใช้โปรไฟล์เป็นรูปหญิงสาวสวยๆ มาหลอกลวง ก่อนจะชักชวนให้ช่วยตัวเองสำเร็จความใคร่ โดยคนร้ายแอบบันทึกภาพ-คลิปเอาไว้ จากนั้นก็จะเรียกเงินหลักหมื่นถ้าไม่โอนให้ข่มขู่จะเอารูป-คลิปไปส่งต่อญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก

ความผิดในคดีประเภทนี้ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ถ้ามิจฉาชีพมีการนำภาพหรือคลิปที่มีลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวพ์เตอร์ ที่มีประชาชนเข้าถึง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (4) อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นเพื่อการค้าก็จะมีความผิดตาม ป.อาญา ม.287

ส่วนกรณีที่มีการให้ช่วยสำเร็จความใคร่แล้วอัดคลิปเอามาเรียกเงิน ถ้าไม่ยินยอมจ่ายก็จะเอาไปโพสต์ประจานนั้น อันนี้จะมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ได้

ฝากเตือนพี่น้องประชาชน ถ้าได้รับคลิปมาแล้วดูก็ไม่เป็นอะไร แต่แนะนำว่าอย่าส่งต่อ เพราะการส่งต่อคลิปลามกดังกล่าวตัวท่านจะมีความผิดตามกฎหมายไปด้วย และอยากให้คิดถึงหัวอกเขาหัวอกเรา ถ้าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพบ้างจะสร้างความเสียหายได้รับความอับอาย ขออย่าไปส่งต่อกันเลย.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว จากกรณีพบศพหญิงอายุ 35 ปี ถูกฆ่าฝังดินหมกกองทราย ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยประชาอุทิศ 86 ลักษณะนอนคว่ำหน้า พบบาดแผลคล้ายถูกยิง ด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิด ที่ศีรษะด้านหลัง 1 แผล และที่แผ่นหลังเหนือสะโพก มีแผลถูกแทงด้วยของมีคม 1 แผล

สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่สามีของผู้ตายได้หายตัวไปและพบพิรุธหลายอย่างจนเชื่อว่าอาจเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมภรรยาตนเอง ก่อนนำศพไปฝังดินอำพรางไว้นั้น

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (25 ก.พ.) เวลา 13.00 น. ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับศพทำพิธีทางศาสนาโดยจะนำไปทำพิธีละหมาดที่มัสยิดชาฟีอี-มาเรียม ซอยสุขสวัสดิ์ 66 ก่อนจะนำไปทำพิธีฟังที่กูโบว์ภายในซอยประชาอุทิศ 69

ขณะที่ญาติเผยยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนต่อจิตใจเป็นอย่างมาก โดยได้ส่งตัวแทนครอบครัวมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ครอบครัวยังไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆได้ เพราะยังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น i99bet

แต่ทางครอบครัวอยากขอแก้ไขข้อมูลข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงว่า ตั้งแต่ผู้ตายหายตัวไปผู้เป็นสามีไม่เคยไปแจ้งบุคคลหายกับทางตำรวจ แต่เป็นพี่น้องของผู้ตายที่พบความผิดปกติเพราะไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. เพราะปกติผู้ตายจะติดต่อพูดคุยกับพี่น้องอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ หรือทางโซเชี่ยลฯ และประเด็นที่ว่าสามีผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่เท่าที่ทราบไม่เห็นว่าเขาเป็นแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายกันในครอบครัวหรือไม่นั้นยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้

สิ่งที่ครอบครัวผู้สูญเสียอยากสื่อสารคือ ไม่ว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียครั้งนี้ ทางครอบครัวให้อภัยต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง และอยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตในครั้งนี้ว่า อยากให้เขามีความยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า ให้เขากลับเนื้อกลับตัวและติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะมอบตัว

อยากให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองมากกว่าที่จะไปทำสิ่งไม่ดีต่อตนเองหรือผู้อื่นต่อไป ซึ่งหลังเกิดเหตุยังไม่สามารถติต่อสามีผู้ตายได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ครอบครัวยังมีการติดต่อกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่สำคัญคือเรื่องของลูกซึ่งทั้ง 2 ครอบครัวมีความพร้อมที่จะดูแลเด็กๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปที่ สน. บางขุนเทียน เพื่อประชุมทีมสืบสวน คดีกลุ่มวัยรุ่นในงานบวชที่วัดสิงห์ บุกเข้าทำร่างกายผู้อำนวยการ นักเรียน และพนักงานรักษาความปลอดภัย ในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

ล่าสุดศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 24 คน เป็นเยาวชน 4 คน ในข้อหาร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ ส่วนข้อหาอื่น คือร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ , ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และอนาจาร อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล i99bet

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 24 คน บางส่วนเดินทางเข้ามอบตัว และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมได้เมื่อคืนนี้ ยังคงถูกควบคุมตัวที่ สน.บางขุนเทียน โดยยังไม่ได้มีใครได้รับการประกันตัวแต่อย่างใด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า มาตรการหลังจากนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งกำชับให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบปัญหาในลักษณะเดียวกัน พร้อมเร่งทำความเข้าใจกับสถาบันการศึกษา และวัดที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อวางแนวทางร่วมกัน ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้อีก

ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.บางขุนเทียน กล่าวว่าจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 24 คน ให้การสอดคล้องกับหลักฐานคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่ากลุ่มผู้ต้องหากับโรงเรียนไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน ส่วนจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดจากความไม่พอใจของกลุ่มวัยรุ่นที่มาร่วมงานบวช และมีการจ้างวงดนตรีมาสร้างความสนุกสนาน แต่ถูกขอความร่วมมือให้ลดการใช้เสียง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

ระทึกโจรชิงเงินพนักงานขนเงินบริษัทดัง

ระทึกโจรชิงเงินพนักงานขนเงินบริษัทดัง

ระทึกโจรชิงเงินพนักงานขนเงินบริษัทดัง

ระทึกโจรชิงเงินพนักงานขนเงินบริษัทดัง

ระทึกโจรชิงเงินพนักงานขนเงินบริษัทดัง  จากกรณีคนร้าย จี้ชิงเงินจากพนักงานรถขนเงิน บริษัท Brink’s Security (Thailand) Limited จำกัด กวาดเงินสดไปได้จำนวน 7,270,000 บาท ที่หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า สาขาพุทธมณฑลสาย 3 ตัดเพชรเกษม ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (23 ก.พ.62)

 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู พร้อม พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ภิญโญ ผกก.สส.บก.น.9 , พ.ต.ท.วิเชียร เพชรเสนา รอง ผกก.สส.บก.น.9 และ พ.ต.ท.กฤติเดช จันทร์เพชร รอง ผกก.สส.สน.หนองค้างพลู นำกำลังฝ่ายสืบสวนทุกชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณละแวกใกล้เคียงลานจอดรถด้านหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี

โดยภาพวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน โดยรถขนเงินจอดอยู่หน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า ต่อมาเวลา19.57 น. พนักงานรถขนเงินได้แบกถุงเงิน โดยมีพนักงานอีกคนเดินตามประกบทำหน้าที่คุ้มกัน จากนั้นคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดด้านข้าง ก่อนที่คนร้ายจะลงจากรถแล้วใช้ปืนขู่ ทำให้พนักงานรถขนเงินที่ไม่ได้ถือถุงเงินวิ่งหนี จากนั้นคนร้ายได้ใช้ปืนขู่พนักงานอีกคนที่อยู่กับถุงเงิน ก่อนจะลากถุงเงินขึ้นรถจักรยานยนตห์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาในการก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที

สอบสวน นายนายชัยยุทธ สมงาม อายุ 31 ปี พนักงานขับรถและขนถุงเงินสด ระบุว่า คนร้ายที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มีรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขายาวสีเทา สวมหมวกนิรภัยเต็มใบสีดำ กระโดดลงจากรถชักปืนไม่ทราบขนาดยิงขึ้นฟ้า 1 นัด ขู่บังคับให้ตนโยนถุงเงินลงพื้น จากนั้นคนขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกัน สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดำลายทางขาว สวมหมวกนิรภัยเต็มใบสีเทา ได้ลงจากรถมาช่วยเพื่อนลากถุงเงินและพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ขณะนั้นทั้งตนและ นายสมยศ บุขุนเทศ ซึ่งเป็นพนักงานทำหน้าที่คุ้มกัน ต่างพากันวิ่งหนีเอาตัวรอดไปอย่างไม่คิดชีวิต

สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ เล่าว่ากำลังจอดรถแท็กซี่รอรับลูกค้าอยู่ตรงจุดดังกล่าวพอดี ตามปกติตนก็มารับส่งลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำบริเวณนี้อยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาพบว่า พนักงานรถขนเงิน จะเดินทางมารับเงินสดจากห้างร้าน ธนาคาร ที่นี่ทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเวลา 17.00 น.เป็นต้นไป สลับสับเปลี่ยนกันทั้งรถตู้และรถกระบะ

ขณะเกิดเหตุตนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ยังรู้สึกตกใจไม่หาย คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่นาน เหมือนเตรียมการเอาไว้เป็นอย่างดี โดยมีการยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อข่มขู่พนักงานให้โยนถุงเงินลงพื้น ก่อนที่คนร้ายจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ได้ยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 1 นัด

ด้าน พ.ต.อ.นภดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู กล่าวว่า ล่าสุดได้สั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดร่วมกับ กก.สส.บก.น.9 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ หาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้ทั้งเส้นทางหลบหนีและการเตรียมการ

เบื้องต้นตั้งประเด็นการสืบสวนไว้ 2 รูปแบบ คือ ผู้ก่อเหตุเป็นคนใน และ ผู้ก่อเหตุเป็นคนนอก ทั้งนี้จะยังไม่ขอยืนยันรายละเอียดใดๆ เนื่องจากต้องขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน โดยวันนี้ผู้บังคับบัญชาจะร่วมประชุม กับชุดคลี่คลายคดีอีกครั้ง เพื่อหาแนวทางการล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดี i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

ปลาบปลื้ม

ปลาบปลื้ม ร.10 พระราชทานดอกไม้ หนูน้อยฟินแลนด์ถูกสุนัขกัด

ปลาบปลื้ม ร.10 พระราชทานดอกไม้ หนูน้อยฟินแลนด์ถูกสุนัขกัด

ปลาบปลื้ม

ปลาบปลื้ม

เวลา 09.30 น.วันที่ 23 ก.พ.62 ที่โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อ.เมืองกระบี่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ร.อ.ขุมทรัพย์ เอี่ยมศรี ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ ระดับ 10 เป็นผู้แทนพระองค์ มอบแจกันดอกไม้พระราชทาน แก่เด็กชาย เอมมี่ นิคูล่า (EMMI NIKULA) อายุ 5 ขวบ สัญชาติฟินแลนด์ ที่ประสบอุบัติเหตุถูกฝูงสุนัขจรจัดรุมกัดจนได้รับบาดเจ็บ  โดยเหตุเกิดที่หน้าหาดอ่าวนาง ม.2 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้บาดเจ็บและครอบครัว โดยนายแอบโป นิคูล่า พ่อของเด็กชายเอมมี่กล่าวกับผู้แทนพระองค์ว่า รู้สึกปลื้มใจมาก ครอบครัวไม่คิดว่าจะได้รับสิ่งวิเศษนี้ รวมทั้งการดูแลอย่างดี ขณะที่ อาการของหนูน้อยเอมมี่ ในวันนี้ ดีขึ้นตามลำดับ สามารถลุกนั่งบนเตียงได้เอง และสภาพจิตใจดีขึ้น มีสีหน้าสดใส ส่วนบาดแผล ที่ลำคอ และตามร่างกายก็เริ่มดีขึ้น ไม่มีอาการบวม และไม่มีอาการติดเชื้อ แพทย์ได้ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า ไปแล้ว 2 เข็ม ทั้งหมด 5 เข็ม คาดว่า ประมาณ วันที่ 26 ก.พ.นี้ ก็สามารถออกจาก รพ.ได้ จากนั้น ร.อ.ขุมทรัพย์ ฯ พร้อมคณะ ก็ได้เดินทางไปที่บ้านของนายชัด อุบลจินดา อายุ 47 ปี เลขที่ 44/30 ถนนคู่เมือง ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ โดยนายชัดเป็นบุคคลที่ทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทน ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือสองสามีภรรยาชาวนอร์เวย์ ที่ประสบเหตุโคลนดูด บริเวณริมเขื่อนปากน้ำ หน้าเมืองกระบี่ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความประทับใจไปทั่วโลก นับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดกระบี่ และประเทศไทย โดยผู้แทนพระองค์ ได้มอบสิ่งของพระราชทานแก่นายชัด สร้างความปลื้มปิติแก่นายชัดและครอบครัว ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

ดีเจเจ็มเผยนาทีระทึกคนขับสิบล้อชักปืนยิงเก๋ง

ดีเจเจ็มเผยนาทีระทึกคนขับสิบล้อชักปืนยิงเก๋ง

ดีเจเจ็มเผยนาทีระทึกคนขับสิบล้อชักปืนยิงเก๋ง

ดีเจเจ็มเผยนาทีระทึกคนขับสิบล้อชักปืนยิงเก๋ง

ดีเจเจ็มเผยนาทีระทึกคนขับสิบล้อชักปืนยิงเก๋ง ดีเจเจ็ม ณัฏฐ์ปวินท์ เผยคลิปกล้องหน้ารถขณะบันทึกเหตุการณ์ คนขับรถสิบล้อ ขับรถปาดหน้ากันไปมากับรถเก๋งอีกคันหนึ่ง จากนั้นคนขับรถสิบล้อชักอาวุธ ยิงใส่รถเก๋ง แต่ไม่รู้ว่ามีเรื่องกันมาก่อนหรือไม่

 

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jem Nutpawin Kulkalyadee หรือ ดีเจเจ็ม ณัฏฐ์ปวินท์ กุลกัลยาดี ได้โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถที่ไม่ได้ตั้งวันและเวลา ซึ่งบันทึกเหตุการณ์รถสิบล้อชักปืนยิงกลางถนน พร้อมข้อความว่า”น่ากลัวมาก ยิงกันเห็น ๆ เลย แชร์ไปให้โลกรู้ โหดเกินไป เหตุเกิด 20.25 น. วันที่ 21/02/2019 ช่วยแชร์กันด้วยครับ คนผิดต้องได้รับโทษ รถสิบล้อ ทะเบียน 71-8691 พิกัด หน้าร้านพหลวิว”

โดยคลิปบริเวณจุดเกิดเหตุบนถนนเทพรักษ์ ขณะที่ ดีเจเจ็ม กำลังจะเลี้ยวขวาออกถนนก็มีเสียงแตรดังขึ้นยาว 1 ครั้ง ก่อนจะเปิดไฟกะพริบจอดกลางถนน ต่อมารถยนต์สีขาวขับแซงขวาขึ้นไปไม่ไกล คนขับรถสิบล้อก็ชักปืนออกมายิง 1 นัด ขณะนั้นภรรยาของดีเจเจ็ม ก็ร้องห้ามปรามไม่ให้ขับรถเข้าไปใกล้รถสิบล้อคันนี้อีกทั้งในรถก็มีลูกอยู่ด้วย เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย โดยดีเจ็ม พูดด้วยว่าไม่รู้ว่าทั้ง 2 คันมีปัญหากันมาก่อนหรือไม่

ด้าน ดีเจเจ็ม เปิดเผยกับทีมข่าวเที่ยงวันว่า ขณะที่กำลังจะกลับรถไปตามถนนเทพรักษ์ พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวโดยรถสิบล้อและรถเก๋งขับตามกันมา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุรถสิบล้อชลอหยุด และเมื่อรถเก๋งคันสีขาวขับแซงไป คนขับสิบล้อก็ชักปืนออกมายิง ส่วนตัวไม่ทราบสาเหตุว่ารถทั้งสองมีปัญหาอะไร ก่อนหน้านั้น และเมื่อเกิดเหตุตนเองพยายามติดต่อตำรวจ สน.สายไหม แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงบอกว่าไม่ใช่พื้นที่ เขาจึงโทรแจ้งตำรวจ 191 ประสาน สน.บางเขน จนกระทั่งสามารถให้ข้อมูลเหตุการณ์กับตำรวจ

ขณะเกิดขึ้นนั้น ตนเอง อยู่ในรถกับภรรยา และลูกชายวัย 4 ขวบ ซึ่งขณะนี้ลูกชายที่พบเห็นการใช้ความรุนแรงต่อหน้าต่อตา ก็อยู่ในอาการตกใจ หวาดกลัว กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และล่าสุดได้รับการติดต่อจากตัวแทนประกันภัยของรถเก๋งคันสีขาว ส่งข้อความมาขอบคุณพร้อมกับบอกว่าขณะนี้คนขับรถเก๋งปลอดภัย มีเพียงรถเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย

โดยที่เกิดเหตุ เป็นถนนเทพรักษ์ ตลอดทั้งวันมีรถบรรทุกวิ่งผ่านจำนวนมาก และขณะนี้ตำรวจยังคงตามหาเบาะแสของคนขับสิบล้อคันที่ก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบตัว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ออกหมายจับครูสอนภาษาหื่นอนาจารข่มขืนเด็ก

ออกหมายจับครูสอนภาษาหื่นอนาจารข่มขืนเด็ก

ออกหมายจับครูสอนภาษาหื่นอนาจารข่มขืนเด็ก

ออกหมายจับครูสอนภาษาหื่นอนาจารข่มขืนเด็ก

ออกหมายจับครูสอนภาษาหื่นอนาจารข่มขืนเด็ก จากกรณีที่ผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุ 13 ปี จำนวน 5 ราย เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา โดยกล่าวหาว่า บุตรสาวถูกกระทำอนาจาร และล่วงละเมิดทางเพศ จากอดีตข้าราชการครู วัย 65 ปี เจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ และนักจัดรายการชื่อดัง ของจังหวัดยะลา โดยเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากกรณีดังกล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผู้กำกับการ สภ.เมืองยะลา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 61 ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำต่อเด็กหญิง ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวน 5 ราย ถูกข่มขืนจำนวน 2 ราย ส่วนอีก 3 ราย ถูกกระทำอนาจาร

โดยครั้งสุดท้าย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 62 ผู้ปกครองของเด็กหญิงทั้ง 5 ราย ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 62 พนักงานสอบสวนได้สอบปากผู้เสียหาย ร่วมกับสหวิชาชีพ ขณะนี้ศาลจังหวัดยะลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหารายนี้แล้ว

พฤติการณ์โดยสรุปของผู้ต้องหาคือ เป็นเจ้าของโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ และสอนศาสนา ในช่วงกลางคืนก็จะพาเด็กนักเรียนซึ่งเป็นผู้หญิง ออกมานอกโรงเรียน โดยบอกว่าจะพาไปจัดรายการที่สถานวิทยุ แล้วก็พาเด็กไปที่บ้านพักภายในเขตเทศบาลนครยะลา แล้วกระทำอนาจารเด็ก ขณะนี้ชุดสืบสวน ออกติดตาม และเฝ้าตามจุดที่คาดว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ ซึ่งคาดว่ายังอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลา และน่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ ของผู้ต้องหา ได้ปิดการเรียนการสอน ไม่มีเด็กนักเรียนเดินทางมาเรียน พบเพียงรถกระบะ และรถจักรยานยนต์ จอดอยู่เทานั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จำคุกตลอดชีวิต

จำคุกตลอดชีวิต อดีตผู้เข้าประกวดนางงามฆ่าสาวใช้

จำคุกตลอดชีวิต

 

จำคุกตลอดชีวิต

จำคุกตลอดชีวิต  อดีตผู้เข้าประกวดนางงามฆ่าสาวใช้

ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.15 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดี หมายเลขดำ อ.3966/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องน.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์ อดีตผู้เข้าประกวดสาวงาม , น.ส.ปรารถนา หรือเม้า ท้วมทรัพย์ และนายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 และจำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งมารดา ผู้ตาย ได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยเป็นเงิน 1,465,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีด้วย

กรณี ช่วงเดือน ก.พ .55 น.ส.กฤษณา จำเลยที่ 1 ได้พา น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำอายุ 15 ปีเศษ มาทำงานรับใช้ในบ้าน จ.เพชรบุรี และเมื่อจำเลยที่ 1 เกิดโมโห อารมณ์ร้าย จะทุบตี น้องน้ำเสมอ กระทั่งวันที่ 11 เม.ย. 55 จำเลยที่ 1 ได้ใช้กระป๋องสเปร์ยยาวประมาณ 1 ฟุต ทุบตีที่ศีรษะหลายครั้ง อีกทั้งใช้กระบอกพลาสติกแข็งทุบตีบริเวณต้นขา และใช้ที่หนีบผมขณะที่ยังมีความร้อนจี้ตามลำตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกส่งตัวมาอยู่ที่บ้านเลขที่ 599/10 หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 12 เม.ย.55 ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะร่วมกับพวกนำศพใส่ท้ายรถ เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางโดโร ทิมพิทักษ์ มารดา ของจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 และ ที่3 ช่วยกันนำศพน้องน้ำไปฝังอำพรางคดีไว้บริเวณใต้ต้นตาล นอกรั้วบ้าน โดยจำเลยที่ 1-2 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 3 กลับคำให้การรับสารภาพก่อนเริ่มสืบพยานซึ่งทั้งสามได้รับการประกันตัว ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีพยาน ซึ่งเป็นบุตรสาว ของจำเลยที่ 1 ที่เห็นเหตุการณ์ทุบตีผู้ตายก่อนเสียชีวิต มาเบิกความ ซึ่งหากไม่เป็นความจริงบุตรสาวคงไม่ให้การถึงมารดาในพฤติการณ์ที่จะเป็นความผิดร้ายแรง นอกจากนี้ยังมีคำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนที่ให้การไว้ถึง 5 ครั้งโดยเป็นเหตุการณ์ที่ตรงกันหมดที่มีการทุบตีทำร้ายผู้ตาย จนมาเสียชีวิตภายหลัง ด้วยเหตุที่ว่าจำเลยที่ 1 เห็นว่าผู้ตายดื้อ ใช้อะไรก็ไม่ค่อยทำตาม ซึ่งจำเลยเป็นคนโมโหร้าย และยังเคยมีเหตุการณ์ทำร้ายจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทจนบาดเจ็บ และทำร้ายแฟนหนุ่มบุตรสาวจนหัวแตกเพราะไม่พอใจเรื่องพาไปเที่ยว

โดยการกระทำของจำเลยที่ 1 ในการใช้กระป๋องสเปรย์น้ำยาปรับอากาศที่มีน้ำยาอยู่ด้วยจึงมีน้ำหนักพอสมควร ไปทำร้ายผู้ตายด้วยการตีที่ศีรษะอย่างแรง และต่อมายังใช้ท่อข้อต่อพลาสติกเครื่องดูดฝุ่นตีตามร่างกายผู้ตายอีก

รวมทั้งใช้เครื่องม้วนผมที่มีความร้อนจี้ตามลำตัวเป็นบาดแผลนั้น เป็นการเล็งเห็นผลว่าจะถึงแก่ความตายได้ จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามมาตรา 288 และต้องชดใช้ให้มารดาผู้ตาย ที่ต้องขาดไร้อุปการะจากบุตรสาวที่เสียชีวิต รวมทั้งค่าปลงศพ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,065,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีที่ผิดนัดชำระ นับตั้งแต่วันที่มานดาผู้ตายยื่นคำร้องให้ชดใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.55

ส่วนจำเลยที่ 2-3 มีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยคำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 1 ปี 4 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 3 รับสารภาพก่อนสืบพยาน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ซึ่ง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพแต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แล้วเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ซึ่งแม้จำเลยที่ 3 จะเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านทำคุณงามความดีมาก่อนและเยียวยามารดาผู้ตายแล้วก็ตาม ก็ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ เอี่ยมอ่อน สวป.สน.หัวหมาก ออกปฏิบัติหน้าที่รับแจ้งเหตุประชาชนจะกระโดดจากที่สูง ภายในซอยรามคำแหง 43/1 เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงหัวหมาก และประสานสถานีดับเพลิงห้วยขวางนำเบาะลมสนับสนุนที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งสูง 6 ชั้น พบชาย อายุประมาณ 20-30 ปี ยืนอยู่นอกระเบียงชั้นที่ 5 สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ในมือถือมีดปลอกผลไม้ ทั้งนี้บริเวณขอบระเบียงชายคากระเบื้องที่ชายคนนี้ออกมายืนมีความกว้างประมาณ 80 ซม.

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เจรจาให้กลับเข้าไปในห้องแต่ไม่เป็นผล ต่อมาจากการสอบถามทราบว่า ชายดังกล่าว ชื่อ นายอดุลย์หรือเบส ไม่ทราบนามสกุล อายุ 25 ปี โดยปีนออกมานอกระเบียงตั้งแต่เมื่อช่วง 06.00 น. ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงห้วยขวางได้นำเบาะลมมากางไว้ที่บริเวณชั้นล่าง เพื่อป้องกันชายคนดังกล่าวตกลงมา ขณะเดียวกันก็ได้พูดเจรจาให้ใจเย็นลง เจ้าหน้าที่ได้นำน้ำดื่มให้ดื่มเพื่อลดความตึงเครียด

เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1.30 ชม. ชายคนดังกล่าวจึงยอมกลับเข้าไปในห้องแต่โดยดี แต่ยังคงล็อคประตูห้อง และถือมีดเดินอยู่ภายในห้อง

นายทศพร อันชัยยะ อาสาสมัครมูลนิธิสยามรวมใจ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับชายคนดังกล่าวมีอาการหวาดระแวงเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมาจับ ผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมา แต่ไม่ได้คลุ่มคลั่งเรียกร้องให้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ โดยอ้างว่าได้คุยกับบุคคลที่2 ไม่ได้เอ่ยชื่อ ได้นำยาเสพติดมาให้ จากการสังเกตภายในห้องพบถุงยาอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นยาอะไร

ต่อมาเวลา 11.45 น. นายอดุลย์ ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวแต่โดยดี โดยนำตัวไปสอบสวน ที่ สน.หัวหมาก และตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com