Browse Month: กุมภาพันธ์ 2019

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ

หนุ่มเสพยาจนหลอนกลัวโดนจับ เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ เอี่ยมอ่อน สวป.สน.หัวหมาก ออกปฏิบัติหน้าที่รับแจ้งเหตุประชาชนจะกระโดดจากที่สูง ภายในซอยรามคำแหง 43/1 เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงหัวหมาก และประสานสถานีดับเพลิงห้วยขวางนำเบาะลมสนับสนุนที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งสูง 6 ชั้น พบชาย อายุประมาณ 20-30 ปี ยืนอยู่นอกระเบียงชั้นที่ 5 สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ในมือถือมีดปลอกผลไม้ ทั้งนี้บริเวณขอบระเบียงชายคากระเบื้องที่ชายคนนี้ออกมายืนมีความกว้างประมาณ 80 ซม.

ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เจรจาให้กลับเข้าไปในห้องแต่ไม่เป็นผล ต่อมาจากการสอบถามทราบว่า ชายดังกล่าว ชื่อ นายอดุลย์หรือเบส ไม่ทราบนามสกุล อายุ 25 ปี โดยปีนออกมานอกระเบียงตั้งแต่เมื่อช่วง 06.00 น. ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงห้วยขวางได้นำเบาะลมมากางไว้ที่บริเวณชั้นล่าง เพื่อป้องกันชายคนดังกล่าวตกลงมา ขณะเดียวกันก็ได้พูดเจรจาให้ใจเย็นลง เจ้าหน้าที่ได้นำน้ำดื่มให้ดื่มเพื่อลดความตึงเครียด

เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1.30 ชม. ชายคนดังกล่าวจึงยอมกลับเข้าไปในห้องแต่โดยดี แต่ยังคงล็อคประตูห้อง และถือมีดเดินอยู่ภายในห้อง

นายทศพร อันชัยยะ อาสาสมัครมูลนิธิสยามรวมใจ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับชายคนดังกล่าวมีอาการหวาดระแวงเจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมาจับ ผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมา แต่ไม่ได้คลุ่มคลั่งเรียกร้องให้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ โดยอ้างว่าได้คุยกับบุคคลที่2 ไม่ได้เอ่ยชื่อ ได้นำยาเสพติดมาให้ จากการสังเกตภายในห้องพบถุงยาอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเป็นยาอะไร

ต่อมาเวลา 11.45 น. นายอดุลย์ ยอมเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่เข้าคุมตัวแต่โดยดี โดยนำตัวไปสอบสวน ที่ สน.หัวหมาก และตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จับแล้วผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก12ปี

จับแล้วผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก12ปี

จับแล้วผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก12ปี

จับแล้วผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก12ปี

จับแล้วผู้ต้องหาข่มขืนเด็ก12ปี จากกรณี แม่ของเด็กหญิง อายุ 12 ปี เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สน.หัวหมาก ว่าลูกสาวถูกคนร้ายล่อลวงไปข่มขืนที่อาคารร้าง ย่านถนนรามคำแหง

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายสำรวย จิตรชื้น หรือ บังนัท อายุ 42 ปี จึงดำเนินการขออนุมัติหมายจับ จากศาลในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และพรากผู้เยาว์ ความคืบหน้าล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจาก กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ ตำรวจ 191 สามารถดำเนินการจับกุม บังนัท ได้จากชุมชนแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง เมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา หลังชุดสืบสวนเฝ้าบ้านเป้าหมาย กว่า 5 แห่ง ที่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหาน่าจะใช้เป็นที่กบดาน จนในเวลาต่อมาพบว่ามีการนำรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ มาซุกซ่อนไว้ที่ชุมชนแห่งนี้ จึงเข้าตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ จากข้อมูลการสืบสวนขณะนี้ยังยืนยันได้เพียงว่า ผู้ที่ลงมือกระทำชำเรามีเพียงบังนัท เพียงคนเดียว ส่วนเพื่อนของบังนัท ที่แม่เด็กแจ้งความ พบว่ามีเพียงพฤติกรรมร่วมกันมั่วสุมเสพยาเสพติด ไม่ได้ร่วมก่อเหตุแต่อย่างใด ซึ่งจะมีการแยกการดำเนินคดีไปอีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงเย็นวันนี้ ส่วนการทำแผนประกอบคำรับสารภาพคาดว่าจะสามารถดำเนินการในวันพรุ่งนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ครอบครัวเด็กเทคโนฯ

ครอบครัวเด็กเทคโนฯ ถูกตร.ยิงดับ เลื่อนพบ ผบช.น.หลังสื่อเปิดคลิปเหตุการณ์ ตร.ยันไม่ได้ยิงซ้ำ

ครอบครัวเด็กเทคโนฯ

ครอบครัวเด็กเทคโนฯ

ครอบครัวเด็กเทคโนฯ กรณีนักศึกษาเทคโนโลยี ย่านบางกะปิ ถูกตำรวจนครบาล 4 ยิงเสียชีวิต วานนี้ (15 ก.พ.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรู้สึกเสียใจและเครียดที่มีสื่อบางสำนักเปิดเผยภาพคลิปวงจรปิด

จนมีกระแสสังคมเข้าไปกดดันต่อว่าครอบครัว คาดว่าขอเวลาทำใจอีก 2-3วัน ก่อนจะพิจารณายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอีกครั้ง รวมถึงเตรียมดำเนินการฟ้องร้องสื่อที่นำคลิปวงจรปิดไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต มองว่า หากได้เห็นเพียงแค่ภาพขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายยิงต่อสู้กัน จะเข้าใจว่าเป็นเรื่องการยิงป้องกันตัว แต่อย่างไรก็ตามทราบว่าภาพวงจรปิดยังมีอีกหลายคลิปหลายมุม ที่รอให้ตำรวจชี้แจงที่มาที่ไปก่อนเกิดเหตุ อีกทั้งเห็นว่านับตั้งแต่วันเกิดเหตุผ่านมาแล้ว 5 วัน ตำรวจควรมีการเรียกครอบครัวเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความสบายใจ

จากการพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า หากสามารถชี้แจงให้เข้าใจกันได้ เรื่องก็จบ ส่วนคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่ ส่วนตัวมองว่าไม่น่ามีผลต่อรูปคดี แต่ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากกว่า ต้องถามจริยธรรมผู้ที่นำไปเผยแพร่ด้วย สำหรับกรณีพยาน อายุ 17 ปี ที่จะพามาร้องขอความเป็นธรรม เบื้องต้นระหว่างที่สืบสวนคดี มีการเรียกไปสอบปากคำ และกดดันให้พยานเซ็นรับรองถ้อยคำ ซึ่งผิดหลักการสอบปากคำเยาวชน ทั้งที่ไม่มีทนาย สหวิชาชีพและอัยการเข้าร่วมสอบปากคำด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นที่ครอบครัวปรึกษาทนายความถึงสิ่งที่ยังติดใจสงสัย คือ เหตุการณ์ก่อนที่ลูกชายผู้เสียชีวิตจะยิงใส่ตำรวจ และเหตุการณ์ในช่วงท้ายของการยิงต่อสู้ ที่เห็นลักษณะตำรวจมีการยิงซ้ำ มองว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ

ขณะที่มีรายการว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต จากแพทย์สถาบันนิติเวช เพื่อพิสูจน์หัวกระสุนที่ฝังอยู่ตามร่างกายผู้เสียชีวิตและร่องรอย ว่ามาจากปืนกระบอกใด ใครเป็นคนยิง

ด้านพลตำรวจตรีธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยความคืบหน้าคดีว่า คดีมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 50 พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และรอผลตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานและความเห็นแพทย์ คาดว่าจะสรุปสำนวนคดีได้ภายในเดือนมีนาคม ยืนยันไม่หนักใจในการทำคดีเนื่องจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ค่อนข้างชัดเจน พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนกรณีที่ทนายความติดใจสงสัยการสอบปากคำคู่กรณีที่เป็นเยาวชนและบังคับในเซ็นชื่อรับรอง ยืนยันว่าเป็นการสอบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงในเบื้องต้น หลังจากนี้ต้องมีการเรียกสอบสวนอย่างเป็นทางการโดยมีสหวิชาชีพ และพนักงานอัยการร่วมสอบด้วย

สำหรับกรณีที่ครอบครัวมีความสงสัยว่าตำรวจที่เข้าไปกอดรัดจะมีการจ่อยิงซ้ำนั้น จากการสอบสวนตำรวจตามภาพที่ปรากฎไม่มีปืน ขณะที่ผลตรวจไม่มีเขม่าปืนที่จะพิสูจน์ว่าเป็นการจ่อยิง แต่เป็นการยิงจากระยะไกล ยืนยันทุกฝ่ายต่างไม่เคยมีเรื่องหรือมีการบาดหมางมาก่อน พร้อมฝากถึงผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์และนำคลิปไปเผยแพร่ทางโซเชียล ก็ขอให้ระมัดระวังความเหมาะสม ส่วนผู้ที่ไปโพสต์แสดงความเห็นก็ขอให้ระมัดระวังการไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามกฎหมาย หากครอบครัวติดใจก็สามารถที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีได้

สำหรับคดีนี้เบื้องต้นต้องมีการพิจารณาทั้งหมด 3 คดี โดยคดีแรกในความผิดฐานฆ่าโดยเจตนา และร่วมกันฆ่า คดีที่ 2 เป็นคดีพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน คดีที่ 3 เป็นการชันสูจน์การเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

แม่ร้องเรียนลูกชายโดนฟันสาหัส

แม่ร้องเรียนลูกชายโดนฟันสาหัส

แม่ร้องเรียนลูกชายโดนฟันสาหัส

แม่ร้องเรียนลูกชายโดนฟันสาหัส

แม่ร้องเรียนลูกชายโดนฟันสาหัส แม่รายหนึ่งร้องเรียนกับเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ลูกชายวัย 16 ปี ถูกการ์ดร้านอาหารใช้มีดฟัน 7 แผล อาการสาหัส หลังไปฉลองวันเกิดกับเพื่อน กล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน

เหตุการณ์นี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพนาทีที่ผู้เสียหายเยาวชนชาย อายุ 16 ปี เดินเข้ามาในร้าน แล้วถูกการ์ดของร้านวิ่งเข้าไปหาพร้อมมีดในมือ ซึ่งได้มีการต่อสู้กันทำให้ ผู้ก่อเหตุล้มลงกับพื้นไปก่อน จากนั้นน้องผู้เสียหายล้มตาม จังหวะนั้นก็ถูกฟันเข้าไปที่ร่างกายหลายแห่ง

นอกจากนี้มีกล้องวงจรปิดอีกตัวสามารถจับภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นได้ จากภาพจะเห็นกลุ่มเยาวชนทั้งชายและหญิงหลายคนนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างร้าน จากนั้นก็มีเด็กชายคนหนึ่งลักษณะเหมือนมีอาการมึนเมาเดินตะโกนวนไปวนมา ไม่นานก็มีการ์ดของร้านมาไล่ เด็กกลุ่มนี้จึงยอมออกนอกพื้นที่

ซึ่งจะเห็นภาพเด็กชายคนหนึ่งทราบภายหลังคือ ผู้บาดเจ็บวิ่งลงจากรถจักรยานยนต์แล้วพุ่งตรงเข้าไปในร้าน โดยมีเพื่อนยืนรออยู่ แล้วไม่นานเด็กกลุ่มนี้ก็แยกย้าย วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทางอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นชายคนหนึ่งเดินบนถนน พร้อมมีอาวุธมีดในมือ เดินแกว่งไปมา

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้ไปคุยกับน้องบอย เยาวชนชายที่ถูกทำร้ายรายนี้ มีบาดแผลที่ถูกอาวุธมีดฟันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผล 7 แห่งทั่วร่างกาย ทั้งบริเวณศีรษะ แขน และหน้าท้อง แผลบางแห่งเป็นรอยยาวต้องเย็บมากกว่า 20 เข็ม ขณะนี้ผู้บาดเจ็บยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

น้องบอย เล่าวว่าเหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เขาและเพื่อนอีก 13 คน นัดกันไปฉลองวันเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง นั่งดื่มกินกันตั้งแต่ 20.00 น. จนถึงเวลาประมาณ 05.00 น. จากนั้นออกมานอกร้านเพราะเพื่อนที่ไปด้วยกันทะเลาะกับแฟนสาว ตัวบอยจึงเข้าไปห้าม จากนั้นไม่นานก็มีพนักงานของร้านคนหนึ่งตะโกนออกมาต่อว่า บอยเองก็ตอบกลับไปว่า ไม่ต้องมายุ่งขอเคลียร์กันเอง จึงทำให้พนักงานของร้านไม่พอใจ ใช้อาวุธมีดดาบยาว พยายามฟันไปที่ใบหน้า แต่เขาใช้ท่อนแขนบัง ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนและศีรษะ

ทางด้านแม่ของบอยเดินทางมาที่ สภ.บางบัวทอง นนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี หลังจากที่เกิดเหตุมาแล้ว 4 วัน คดีกลับไม่คืบ โดยแม่เปิดเผยว่าจากภาพกล้องวงจรปิดที่เห็นลูกชายเหมือนจะมีปากเสียงกับพนักงานร้านก่อนถูกทำร้าย แต่ก็ไม่สามารถเห็นและระบุเหตุการณ์อย่างแน่ชัดว่าฝ่ายไหนเริ่มก่อน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดทางร้านถึงอนุญาตให้เยาวชนเข้าไปนั่งดื่มกินในร้าน เพราะทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ส่วนคนที่อายุน้อยที่สุดอาจมีอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่าปกติลูกชายเป็นคนดี คืนเกิดเหตุก็ขออนุญาตมางานวันเกิดเพื่อนตามปกติ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นการฉลองในร้านที่มีการจำหน่ายสุรา

ต่อมาทีมข่าวของลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ ปกติที่นี่จะเปิดเป็นร้านอาหารและมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังเกิดเหตุเมื่อวานร้านยังคงถูกปิดเงียบ ขณะที่เจ้าของร้านเปิดใจกับทีมข่าวว่า วันเกิดเหตุมีลูกค้ามาจัดงานวันเกิด ซึ่งเจ้าของวันเกิดอายุเกิน 20 ปี ส่วนเด็กกลุ่มที่เป็นเยาวชนนั้นเป็นรุ่นน้องเจ้าของวันเกิด หลังร้านปิดตอนตี 2 มีการนั่งดื่มกินกันต่อ แต่ไม่มีการขายสุรา แต่เด็กกลุ่มดังกล่าวพยายามขอซื้อเหล้า แต่ทางร้านยืนยันไม่ขายให้ และไล่ให้เด็กกลับบ้านไป ซึ่งทำให้เด็กกลุ่มนี้เริ่มมีปากเสียงไม่พอใจ และก่อนจะออกไปก็บอกว่า รู้จัก 357 รึป่าว ก่อนจะขับรถออกไป และมีเด็กผู้ชายบุกเดี่ยวเข้ามาพร้อมกับตะโกนถามว่า ไหน ใครเจ๋งออกมา ทำให้พนักงานร้านเข้าใจว่าการกลับมาครั้งนี้น่าจะมีอาวุธปืนมาด้วย จึงเข้าไปชาร์ตและเกิดการชุลมุน

และทางร้านยังให้ภาพวงจรปิดอีกมุม ซึ่งเป็นเหตุการณ์เช้าวันต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น. เด็กกลุ่มเดิมขับรถมาที่ร้านอีกครั้ง ขับรถจักรยานยนต์มา 3 คัน คันละ 2 คน วนเวียนบริเวณหน้าร้าน จากนั้นก็มีคันหนึ่ง ชายซ้อนท้ายสวมหมวกปกคลุมใบหน้า มีท่าทีเหมือนจะชักอาวุธปืนออกมายิงใส่พนักงานร้าน แต่เคราะห์ดีที่ตอนนั้น พนักงานร้านบอกไปว่าเป็นเวรกลางวัน ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น เด็กกลุ่มนี้จึงขับรถออกไป

ล่าสุดนายประสิทธิ์ สมดี อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และมอบอาวุธมีดของกลางให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบางบัวทอง มีการตั้งข้อหาพยายามฆ่า และข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อจากนั้นตำรวจจะรวบรวมพยายหลักฐานส่งอัยการพิจารณาคดีตามกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

สั่งเด้งเจ้าหน้าที่

สั่งเด้งเจ้าหน้าที่

สั่งเด้งเจ้าหน้าที่

สั่งเด้งเจ้าหน้าที่

สั่งเด้งเจ้าหน้าที่ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งเด้งเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร หลังปล่อยให้ผู้ถูกคุมขังชาวอุยกูร์ 7 คน หลบหนีออกจากห้องควบคุมเพราะลืมล็อกประตู ล่าสุดจับได้แล้ว 3 คน เหลืออีก 4 คนที่ยังหลบหนี

กรณีผู้ต้องขังชาวอุยกูร์ 7 คน ถูกจับข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และถูกส่งตัวมาจากกรุงเทพมหานครเพื่อมาฝากขังอยู่ที่ห้องควบคุมที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร กระทั่งเมื่อหัวค่ำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ทั้ง 7 คน หลอกให้เจ้าหน้าที่ไปหยิบของหลายครั้งจนเจ้าหน้าที่พลาดไม่ได้ล็อกกุญแจ และทั้ง 7 คน พากันหลบหนีออกมา

ล่าสุดตำรวจตามจนเจอตัวแล้ว 3 คน คนแรกตามจับได้ทันทีในคืนวันเกิดเหตุ อีกคนซ่อนอยู่ในป่าแคนตาลูป และอีก 1 คนซ่อนอยู่ในป่าริมฝั่งโขงบ้านนาโปน้อย เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร หลังออกมาขอข้าวกินในงานศพพอชาวบ้านจัดข้าวให้กินก็แจ้งตำรวจมาควบคุมตัว ส่วนผู้ต้องหา 4 คนที่เหลือยังอยู่ระหว่างปิดล้อมค้นหา

และทันทีที่จับได้ครบทั้ง 7 คน จะถูกส่งเข้าไปอยู่ในเรือนจำมุกดาหารรับโทษเพิ่มในข้อหาหลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทันที

ขณะที่พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีคำสั่งให้ ผกก., รอง ผกก. และ สว.ตม.มุกดาหาร มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักตรวจคนเข้าเมือง หรือ ศปก.ตม. ส่วนจะเป็นข้อบกพร่องหละหลวม หรือมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ และให้การช่วยเหลือหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ฆาตกรจากเมืองจีนฆ่าแม่หมกคอนโด

ฆาตกรจากเมืองจีนฆ่าแม่หมกคอนโด

ฆาตกรจากเมืองจีนฆ่าแม่หมกคอนโด

ฆาตกรจากเมืองจีนฆ่าแม่หมกคอนโด

 

ฆาตกรจากเมืองจีนฆ่าแม่หมกคอนโด ลูกชายขอรับศพแม่ค้าวัย 70 ถูกฆ่าคาคอนโดฯ เผยแม่ได้รับคำสั่งเสียจากบรรพบุรุษให้ดูแลญาติที่มาจาก “ซัวเถา” ผู้ต้องสงสัยก็เป็นญาติ มาเที่ยวเมื่อ 2 ปีก่อน ขโมยบัตรเอทีเอ็ม กดเงินไปถึง 4 แสน

เวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.พ. นายวีรวิชณ์ เชื้อสุขศาสตร์ทอง วัย 29 ปี บุตรชายของ นางสาวอารยา ทรัพย์สรรค์ อายุ 70 ปี ซึ่งถูกฆาตกรรมเสียชีวิตภายในคอนโดฯ ย่านสะพานใหม่ กทม. โดยมีภาพผู้ต้องสงสัยคล้ายชายชาวจีนออกจากห้องพักผู้ตาย เป็นคนสุดท้าย(อ่านข่าว แม่ค้าเสื้อผ้าวัย 70 ปี ถูกฆ่าชิงทรัพย์ หมกคอนโดย่านสะพานใหม่)ทั้งนี้ นายวีรวิชณ์ ได้เดินทางมายัง สภ.บางเขน เพื่อขอเอกสารในการติดต่อขอรับศพผู้เป็นแม่เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่โบสถ์อัคคลเทวดามีคาแอลนายวีรวิชณ์ เผยว่า มารดามีอาชีพขายปลาทูในตลาดยิ่งเจริญ และยังประกอบอาชีพค้าขายเสื้อผ้าปลีก-ส่ง ย่านสะพานใหม่ ครอบครัวตนมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เสียชีวิตไป 1 คน โดยก่อนหน้านี้ทางบรรพบุรุษเดินทางมาจากซัวเถา ประเทศจีน ได้สั่งเสียกับแม่ตนไว้ว่า ครอบครัวเรามาจากประเทศจีน หากมีญาติมิตรคนที่รู้จักเดินทางมาจากประเทศจีน แล้วเดือดร้อนต้องเป็นที่พึ่งคอยช่วยเหลือเขาเหล่านั้น ซึ่งแม่ได้พูดให้ลูกๆฟังตลอดเวลา และจะมีญาติพี่น้องจากซัวเถาผลัดเปลี่ยนมาที่บ้านตลอดเวลาเช่นกัน ได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่อตามปกติ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ”เมื่อ 2 ปีก่อน มีชายต้องสงสัย ทราบชื่อเพียง กุ๊กกู๋ ได้เดินทางมาพบกับแม่ โดยเป็นเครือญาติที่ประเทศจีนมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งแม่ก็ให้ที่พักและเลี้ยงอาหารตามปกติ จนกระทั่งพบว่ามีการขโมยบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินกว่า 400,000 บาท โดยตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร พบว่าชายคนนี้เป็นผู้นำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ญาติชาวจีนคนนี้ได้กลับมาพบกับแม่ และแม่กลายเป็นศพ โดยส่วนตัวแล้วเคยพบชายคนนี้ที่บ้านแม่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และหลังจากนี้ต่อไปคงจะต้องพิจารณาว่าจะสานต่อคำสั่งเสียของบรรพบุรุษอีกหรือไม่ ส่วนศพแม่จะเดินทางไปติดต่อขอรับศพที่นิติเวช โรงพยาบาลภูมิพล ภายหลังการชันสูตรเสร็จสิ้นในเวลา 13.00 น.”ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางเขนได้ประสานไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกที่ เพื่อติดตามจับกุมตัวชายชาวจีนคนดังกล่าวตามกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัย เกรงว่าจะพยายามหลบหนีออกไปตามแนวชายแดน.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th

เด็กแว้นซิ่งป่วนเมืองชนกันเองตาย1เจ็บระนาว

เด็กแว้นซิ่งป่วนเมืองชนกันเองตาย1เจ็บระนาว

เด็กแว้นซิ่งป่วนเมืองชนกันเองตาย1เจ็บระนาว

เด็กแว้นซิ่งป่วนเมืองชนกันเองตาย1เจ็บระนาว

เด็กแว้นซิ่งป่วนเมืองชนกันเองตาย1เจ็บระนาว

เมื่อเวลา 01.30 น. ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เด็กแว้นซิ่งเฉี่ยวชนกันบนถนนพระราม 2 ขาเข้ากรุงเทพฯ ใกล้ปั๊มน้ำมันเอสโซ่บางกระเจ้า ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์จำนวน 15 คัน ล้มระเนระนาดเกลื่อนถนน มีบาดเจ็บในที่เกิดเหตุรวม 18 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง แต่ละคนมีบาดแผลตามร่างกาย ศีรษะแตก และแขนหัก นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 คน เป็นชายไม่ทราบชื่อ สภาพศพศีรษะแตกเลือดไหลนองพื้น

ขณะเดียวกันพบว่ามีเด็กแว้นบางส่วน ขี่รถจักรยานยนต์วนเวียนมาดูที่เกิดเหตุและมีบางคนที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่ไม่เข้ารับการรักษา นอกจากนี้พบว่าเด้กแว้นส่วนหนึ่งขี่รถหลบหนีหลังเกิดเหตุ

จากการสอบถามทราบว่า กลุ่มเด็กแว้นนัดกันนำรถจักรยานยนต์ออกมาแข่งบนทางสาธารณะ โดยรถจักรยานยนต์ในกลุ่มเด็กแว้นเกิดเฉี่ยวชนกันเอง 2 คัน ทำให้รถคันอื่นๆที่ขี่ตามมาเบรคไม่ทัน ชนตามๆ กันจนล้มระเนระนาด รวม 15 คัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวเด็กแว้นไปสอบปากคำเพิ่มเติม และจะติดตามตัวเด็กแว้นที่ร่วมกันแข่งรถจักรยานยนต์บนทางสาธารณะมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วิทยุแจ้งให้ตำรวจสายตรวจทุกแห่ง ออกตรวจตราหาเด็กแว้นที่ขี่รถหลบหนีเข้าไปในตัวเมืองสมุทรสาคร หรือตามแหล่งชุมชนต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มเด็กแว้น จะนำรถออกมาแข่งบนทางสาธารณะเป็นประจำทุกคืนวันศุกร์และวันเสาร์ โดยจะนัดแข่งกันในช่วงกลางดึก บนถนนพระราม 2 และ ถนนเพชรเกษม ทั้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง

ขอบคุณแหล่งที่มา  http://news.ch3thailand.com

สกัดจับยาบ้า

สกัดจับยาบ้า เชียงราย 2,000,000 เม็ด ซุกท้ายรถกระบะ

สกัดจับยาบ้า เชียงราย 2,000,000 เม็ด ซุกท้ายรถกระบะ

สกัดจับยาบ้า

สกัดจับยาบ้า

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ลาว ประจำด่านตรวจป่าตึง ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ตั้งด่านตรวจเพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด บนถนนพหลโยธินสายเชียงราย-พะเยา

ระหว่างตั้งด่านตรวจ เจ้าหน้าที่เรียกตรวจตรวจพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน บษ 7589 ลำปาง ขับมาจาก อ.เมือง จ.เชียงราย มุ่งหน้าไปทาง จ.พะเยา จึงส่งสัญญานให้รถหยุด เพื่อขอตรวจค้น

จากการตรวจค้นท้ายกระบะ พบมีการดัดแปลงติดตั้งโครงเหล็กสำหรับบรรทุกสินค้าและมีผ้าใบสีดำปกคลุมเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงเปิดดู พบถุงพลาสติกสีดำ ภายในบรรจุยาบ้า ได้ประมาณ 2,000,000 เม็ด จากนั้นได้ควบคุมตัว นายสุธี มะโนเรือง อายุ 33 ปี คนขับรถกระบะไปสอบสวนขยายผล

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

พ่อซิ่งเก๋งส่งลูกสอบวูบชนต้นไม้ดับทั้งคู่

พ่อซิ่งเก๋งส่งลูกสอบวูบชนต้นไม้ดับทั้งคู่

พ่อซิ่งเก๋งส่งลูกสอบวูบชนต้นไม้ดับทั้งคู่

พ่อซิ่งเก๋งส่งลูกสอบวูบชนต้นไม้ดับทั้งคู่

พ่อซิ่งเก๋งส่งลูกสอบวูบชนต้นไม้ดับทั้งคู่

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ร้อยตำรวจเอก อุดม ตาใจ พนักงานสอบสวน สภ.เถิน จ.ลำปาง พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลเถินลำปาง ร่วมตรวจสอบหลังรับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิตคาที่รวม 2 ศพที่ เหตุเกิดบริเวณถนนพหลโยธินขาล่อง ลำปาง – ตาก เขตบ้านหนองบัวบน หลักกิโลเมตรที่ 613 – 614 ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CRV สีบรอนซ์เทาทะเบียน ฆญ 4483 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน แอร์แบ็คกันกระแทกคอนโซลด้านหน้าได้รับแรกกระแทกจนแตก ภายในรถพบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย รายแรกเป็นคนขับรถ ทราบชื่อคือ นายรองเทพ รัตนาพิพิธ อายุ 58 ปี อีกรายหนึ่งเป็นผู้หญิงคือ นางสาว ลัทธพรรณ รัตนาพิพิธ อายุ 22 ปี ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกัน มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ 4 ตำบลแม่เหี้ยะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลเถิน เพื่อให้ทางแพทย์เวร ทำการชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง จากการตรวจสอบภายในรถ พบเอกสารของ นางสาว ลัทธพรรณ เป็นหลักฐานการเตรียมตัวไปสอบชิงทุนเป็นนักเรียนทุนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และการสอบทุน กพ. ของรัฐบาล ที่ กทม. โดยผู้เสียชีวิตจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์บัณฑิต โดยมีผลการเรียน ระดับเกียรตินิยมฯ โดยได้คะแนนเฉลี่ย 3.25 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี 2559 ซึ่งคาดว่า นายรองเทพฯ ผู้เป็นบิดา ได้ขับรถเพื่อไปส่งบุตรสาวเดินทางไปสอบชิงทุนฯ ที่ กทม. แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบริเวณจุดเกิดเหตุโดยละเอียดไม่พบร่องรอยการเบรกของรถยนต์แต่อย่างใด โดยทราบว่าทั้งสองพ่อลูกได้เดิน ทางมาจาก จ เชียงใหม่ เพื่อมุ่งหน้าไป กทม ระหว่างถึงจุดเกิดเหตุผู้ขับขี่อาจจะเกิดการหลับใน ทำให้รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนต้นไม้บริเวณเกาะกลางถนน จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองคนดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ฉุนสามีต่อว่าลูกใช้มีดแทงบาดเจ็บ

ฉุนสามีต่อว่าลูกใช้มีดแทงบาดเจ็บ

ฉุนสามีต่อว่าลูกใช้มีดแทงบาดเจ็บ

ฉุนสามีต่อว่าลูกใช้มีดแทงบาดเจ็บ

ฉุนสามีต่อว่าลูกใช้มีดแทงบาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ควบคุมตัว แม่ของอาร์ตลาย สมาชิกเครือข่ายเทพบุตรโซโล

ไว้ในห้องขัง รอสร่างเมาก่อนเพื่อสอบปากคำดำเนินคดี หลังลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงสามีได้รับบาดเจ็บที่หลังจำนวน 3 แผล เพราะโมโหสามีบ่นเรื่องลูกร่วมแก๊งเทพบุตรโซโลฆ่าเรด บ้านตูม

โดยเช้านี้ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเลขที่ 44 ม.4 บ้านโคกฟันโปง ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนายอรรถพล หรืออาร์ ชัยสอน ฉายาอาร์ตลาย อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาฆ่าเรด บ้านตูม เสียชีวิตกลางสนามฟุตบอลโรงเรียน ทั้งนี้พบว่าบ้านปิดล็อค ไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน รวมทั้งเพื่อนบ้านก็ไม่มีใครอยู่เช่นกัน พบเพียงคราบเลือดติดอยู่บนพื้นหน้าบ้าน และร่องรอยการล้างคราบเลือดกองใหญ่ด้วย

พันตำรวจโท ธีร์ธัชช์ พงษ์สุวรรณ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการสอบถามผู้ต้องหา นางสาวนันท์ตยา โสมแสง อายุ 43 ปี ซึ่งยังอยู่ในอาการเมาสุรา พูดจาวกวน เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มสุราอยู่กับ นายประจวบ ชัยสอน สามี ที่บริเวณหน้าบ้าน มีการพูดคุยกันถึงเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเรื่องลูกชาย 2 คนที่อยู่ในคลิปทำร้ายเรดบ้านตูมจนเสียชีวิต คาดเกิดความไม่พอใจสามีที่บ่นเรื่องลูกชาย จึงก่อเหตุแทงสามีจากข้างหลังจำนวน 3 แผล อย่างไรก็ตามเบื้องต้นอาจจะไม่มีการเอาเรื่องกันเพราะเป็นเรื่องของผัวเมีย ขณะนี้ยังควบคุมตัวผุ้ก่อเหตุอยู่ภายในห้องคุมขังของ สภ.บ้านเป็ด รอให้สร่างเมาก่อน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา เมาสุรา ประพฤติตนวุ่นวาย และหากผู้ก่อเหตุสร่างเมาก็จะเริ่มทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมกับทำการตรวจหาสารเสพติดทั้งคู่ด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

  • 1
  • 2