ซั่มก่อนฆ่า

ซั่มก่อนฆ่า หนุ่มบีบคอเมียตายคารถ เก็บกกน.ไว้ดูต่างหน้าแล้วหนีเข้าป่านับเดือน

ซั่มก่อนฆ่า นาทีบุกจับกลางป่าหนุ่มไทใหญ่บีบคอฆ่าเมียรักในรถ อ้างซดยาล้างห้องน้ำหวังตายตามแต่ไม่สำเร็จ

ซั่มก่อนฆ่า ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่ริม นำตัว นายชายยะ ไม่มีนามสกุล อายุ 37 ปี ชาวไทใหญ่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่จุดเกิดเหตุภายในโรงรถของส่วนจัดการต้นน้ำแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก การพบศพ นางติ้ง อายุ 34 ปี สาวชาวไทใหญ่ ลูกจ้างของส่วนจัดการต้นน้ำแม่สา บนเบาะรถยนต์ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ สีแดง ทะเบียน บว 6365 เชียงใหม่ ที่จอดในโรงรถของส่วนจัดการต้นน้ำแม่สา เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้า 12 พ.ย.ที่ผ่านมา

ซั่มก่อนฆ่า

พ.ต.อ.พิเชษฐ จิรนันตะสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า หลังก่อเหตุและหลบหนีไปนานกว่า 1 เดือน ล่าสุด ชุดสืบสวนตำรวจภูธรแม่ริม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และ เจ้าหน้าที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่สา , อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย กว่า 50 นาย นำกำลังบุกเข้าไปในป่าทึบบ้านห้วยดีหมี ต.โป่งแยง อ.แม่ริม

จับกุมตัว นายชายยะ ซึ่งหลบซ่อนตัวโดยสร้างกระท่อมเล็กๆ อยู่กลางป่า และจากการตรวจค้นภายในกระท่อมที่พัก พบโทรศัพท์มือถือและกางเกงใน 1 ตัว ซึ่งเป็นของนางติ้งผู้เสียชีวิต จึงยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวน นายชายยะ สารภาพว่า ไม่ได้ข่มขืนก่อนฆ่า แต่มีสัมพันธ์กันด้วยความยินยอมเพราะตนและนางติ้งเป็นสามีภรรยากัน ก่อนหน้านี้คบหากันนางติ้งมานาน 3 ปี แต่เนื่องจากครอบครัวของนางติ้งไม่ชอบตนเอง เพราะเคยมีภรรยามาก่อน จึงไม่ได้อยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยา โดยตนเองพักอยู่ใกล้สถานที่ทำงาน ใน อ.หางดง และ จะแอบไปมาหาสู่กับนางติ้งเป็นประจำ

ส่วนวันเกิดเหตุนางติ้งโทรศัพท์นัดให้มาหาและได้แอบมีเพศสัมพันธ์ในรถยนต์ จากนั้นตนจึงชวนนางติ้งหนีไปอยู่ด้วย แต่นางติ้งปฏิเสธและบอกว่าความรักของเราเป็นไปไม่ได้ จึงเกิดความโมโหที่นางติ้งไม่ตอบรับ จึงได้ชวนนางติ้งตายด้วยกัน ก่อนจะลงมือบีบคอจนเสียชีวิต

จากนั้นนายชายยะ อ้างว่า ได้ดื่มน้ำยาล้างห้องน้ำไปครึ่งขวด หวังฆ่าตัวตามตายภรรยา แต่ไม่ตายจึงเกิดความกลัวจึงหลบหนีไปอยู่ในป่าลึก โดยได้หยิบมือถือของนางติ้ง พร้อมกับกางเกงในของนางติ้งไปด้วย เพราะนางติ้งบอกให้เก็บไว้ดูต่างหน้า จากนั้นได้หลบซ่อนตัวในป่าลึก โดยอาศัยขโมยอาหารของชาวบ้านตามพื้นที่และหาผลไม้กินในป่า

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

ใส่ความเห็น