ช็อกคลั่งบุกแทงเพื่อนซี้เหตุเข้าใจผิด

ช็อกคลั่งบุกแทงเพื่อนซี้เหตุเข้าใจผิด

ช็อกคลั่งบุกแทงเพื่อนซี้เหตุเข้าใจผิด

ช็อกคลั่งบุกแทงเพื่อนซี้เหตุเข้าใจผิด

ช็อกคลั่งบุกแทงเพื่อนซี้เหตุเข้าใจผิด

ช็อก!คลั่งบุกแทงเพื่อนซี้7แผล กราบขอโทษ’เจ้าของบ้าน
เจ้าของบ้านช็อก! โจ๋วัย 22 กราบ “ผมขอโทษที่ทำแบบนี้ลงไป” หลังบุกบ้านกระหน่ำแทงเพื่อนซี้วัย 19 ร่างพรุนอาการสาหัส รับสารภาพวางแผนหวังฆ่าเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเพื่อนพาแฟนหนี
อังคารที่ 29 มกราคม 2562 เวลา 06.40 น

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางวรนาท โพธิ์ทอง อายุ 53 ปี ว่าเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ระหว่างกำลังพักอาศัยอยู่ภายในบ้านเลขที่ 173/2 หมู่ 3 ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กับแม่สามีอายุกว่า 100 ปีและลูกสะใภ้อายุ 19 ปี จู่ๆ มีชายวิ่งเข้ามาจากทางประตูหลังบ้าน ขอความช่วยเหลือในสภาพเลือดท่วมตัว เนื่องจากถูกมีดแทง จึงตกใจนำแม่สามีเข้าไปแอบในห้องนอน ก่อนที่ตนจะพาลูกสะใภ้วิ่งหนีออกมาเพื่อตามให้คนมาช่วย จากนั้นได้มีชายอีกคนวิ่งถืออาวุธมีดเข้าไปภายในบ้าน พร้อมก้มลงกระหน่ำแทงชายที่นอนได้รับบาดเจ็บไปอีกหลายแผล รวมระยะเวลาแล้วประมาณ 4 นาที ลูกสะใภ้จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ทางคนร้ายเห็นแทนที่จะหยุดกระทำ กลับลากคนเจ็บไปที่หน้าบ้านแล้วกระหน่ำแทงซ้ำอีกหลายรอบ จากนั้นชายผู้ก่อเหตุได้เข้ามากราบขอโทษและพูดว่า “ผมขอโทษที่ทำแบบนี้ลงไป” ก่อนจะวิ่งหนีหายไปท่ามกลางความตกใจ

ต่อมา นางวรนาท ได้แจ้ง ร.ต.อ.วิทวัส ไพบูรณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปะเหลียน ว่ามีคนถูกแทงด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนทราบชื่อต่อมาคือ นายวิญญู วรรณขาว อายุ 19 ปี ถูกมีดปลายแหลมแทงเข้าที่ลำคอ จนเส้นเลือดใหญ่ขาด มีแผลที่บริเวณหน้าอก ไหปลาร้า และสีข้างด้านขวาทะลุปอดรวม 7 แผล ส่วนตัวผู้ก่อเหตุคือ นายอนิรุต สิงห์อินทร์ อายุ 22 ปี เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังบุกเข้าไปจับถึงภายในบ้านขณะนั่งดื่มน้ำกระท่อม โดยพบของกลางเป็นมีดปลายแหลม และเสื้อผ้าที่ใส่ตอนก่อเหตุ

เมื่อนำตัวไปสอบเค้น นายอนิรุต ยอมให้การรับสารภาพว่าตนกับผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ภรรยาตนหนีออกจากบ้านไป ทำให้เกิดความเครียด คิดว่าเพื่อนเป็นคนพาแฟนสาวหนีไป จึงวางแผนลวงเพื่อนให้ช่วยมาขับรถอ้างว่าจะไปทำธุระ ก่อนสบโอกาสให้เข้าที่เปลี่ยวแล้วใช้มีดกระหน่ำแทงร่าง จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติต้องคดีมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดีลักทรัพย์เมื่อปี 61 ที่ผ่านมา พื้นที่ของ สภ.ปะเหลียน.
ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th

ใส่ความเห็น