คิดก่อนกด

คิดก่อนกด คลิกเดียวโดนล้วง เสียสิทธิส่วนตัว เอาผิดไม่ได้

คิดก่อนกด เตือนเหล่าโซเชียลลิซึ่ม เล่นแอพฯ ต้องระวัง อ่านสัญญาให้ชัด ก่อนคลิก พลาดพลั้ง ถูกล้วงข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น แถมเอาผิดใครไม่ได้…

คิดก่อนกด จุดเริ่มต้นของสกู๊ปชิ้นนี้ เกิดจากกระแสข่าวที่โด่งดังขึ้นมาบนโลกออนไลน์ว่า “เกมโปเกมอน โก มีพิษล้วงลับข้อมูลส่วนตัว” กระแสข่าวนี้ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทุกวันนี้ อาจมีหลายคนกำลังพะวงในเรื่องนี้อยู่….

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงมีความตั้งใจอย่างยิ่งในการจัดทำสกู๊ปชิ้นนี้ขึ้น เพื่อเตือนให้ทุกๆ ท่าน ได้พึงระวังตัว เพราะทุกๆ ข้อมูลที่ ถูกนำไปผูกไว้บนโลกเทคโนโลยี มันมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยไปใช้งาน

“โดยที่บางครั้ง คุณก็ไม่รู้ตัวว่า ข้อมูลของคุณกำลังถูกใช้งานอยู่”

ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ไปพบกับทุกแง่มุมของภัยที่เกิดจากการสมัครเล่นเกมและเล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่คุณอาจถูกล้วงข้อมูลส่วนตัว โดยที่ ตัวคุณนั่นแหละ เป็นผู้อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลของตัวคุณเอง……

ทางทีมข่าวจึงได้เชื้อเชิญ รศ.คณาธิป ทองรวีวงศ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น และนักวิชาการด้านกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล และ ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท T-NET ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (สวทช.) มาบอกเล่าทุกแง่มุมของการสูญเสียข้อมูลจากการเล่นแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เกม โซเชียลมีเดีย ว่าความจริงแล้ว ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลอะไรได้บ้าง?.. หรือ เอาข้อมูลที่ได้ไปใช้ทำอะไร?…

คิดก่อนกด

แล้วเกมที่กำลังฮอตฮิตทั่วบ้านทั่วเมือง ทั่วโลก อย่าง โปเกมอน โก เหล่าเทรนเนอร์ ได้สูญเสียข้อมูลส่วนตัวอะไรไปให้บริษัทเกม บ้าง?…

การขอเข้าถึงข้อมูลของแอพฯ มี 2 แบบ เพื่อให้แอพฯทำงานดี-เอาไปใช้เกินวัตถุประสงค์
ทางทีมข่าวฯ ขอเริ่มต้นการสนทนา ด้วยการรัวคำถามเป็นชุด ว่า…แอพพลิเคชั่นที่ถูกสร้างมาในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อยากเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไปเพราะอะไร ข้อมูลอะไรที่ต้องการ และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว…เอาไปใช้ทำอะไร ที่สำคัญมีกฎหมายควบคุมเรื่องนี้หรือไม่?

โดย รศ.คณาธิป เลกเชอร์ ให้ทีมข่าวฯ ฟังว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ข้อมูลของผู้ใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้าไปอยู่ในมือ ของผู้ให้บริการแล้วในระดับหนึ่ง….

ดังนั้น หากถามว่า ทำไมผู้ให้บริการ ต้องเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน?

ในประเด็นนี้ต้องอธิบายว่า แอพพลิเคชั่นบางตัว มีความจำเป็น ต้องเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน เพื่อทำให้แอพพลิเคชั่นนั้นๆ สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ปัญหาที่มักจะตามมา หลังจากผู้ให้บริการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานคือ การนำข้อมูลไปใช้ โดยในเรื่องนี้ แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

แบบที่ 1 การนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ในการใช้งานแอพพลิเคชั่นนั้นๆ เช่น การนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาแอพพลิเคชั่น เป็นต้น

แบบที่ 2 การนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ในการใช้งานแอพพลิเคชั่น เช่น นำข้อมูลไปใช้ในเชิงธุรกิจ หรือ นำข้อมูลผู้ใช้ไปขายต่อ

ซึ่งหากผู้ให้บริการนำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้ในแบบที่ 1 ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น แต่หากนำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้ ในแบบที่ 2 การกระทำในลักษณะนี้อาจสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้งาน และทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ใส่ความเห็น