ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

รวมลิงค์ดูบอลออนไลน์ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv ดูบอลสด ผ่านเน็ตฟรี

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv อัพเดททุกวันตลอด 24 ชม. ดูบอลสดฟรี. สะดวกทุกที่ทุกเวลา. ดูบอลออนไลน์ผ่านมือถือ. และกีฬาอื่นๆ ฟุตบอลโลก 2019
ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ดู ผล บอล สด 7m ที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม ลิ้งค์ดูบอลก็จะโชว์ขึ้นมา แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆ ที่แสดง ดู ผล บอล สด วัน นี้ ทุก ลีก  ได้เลย

โดยเราคัดคุณภาพให้แล้ว ดูได้ทั้งคอมและมือถือ รองรับคนดูได้โดยไม่กระตุก มารวมไว้ในที่เดียวและเรายังอัพเดทลิ้งในตารางบอล ตลอด 24 ชม. ทำให้คุณไม่ต้องไปหาหลายที่ให้วุ่นวาย การดูบอลของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี แมน ยู
และตารางบอลของเราจะแสดงให้ทราบว่าแต่ละคู่จะถ่ายทอดสดช่องไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นช่อง PPTV, Bein Sport, TrueVision, True4U, ช่อง 3HD, ช่อง 7HD, ไทยรัฐทีวี, Bugaboo, FoxSport, SkyNet
ถ้าเป็นบอลคู่ใหญ่เราจะมีสัญลักษณ์ เป็นจุดสังเกตุให้คุณไม่พลาดในบอลคู่ที่น่าสนใจ ในลีกต่างๆ ดู ผล บอล ออนไลน์ ฟรี ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ว่าเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก,ไทย ดิวิชั่น 1, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส
แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ยังรวบรวม ลิ้งดูบาสสด, ดูวอลเลย์บอลสด เราจึงกล้าพูดได้เลยว่าเราเป็นเว็บรวมลิ้งดูบอลที่ดีที่สุดในไทย…

สาวอุดรธานี ผวาหนัก

สาวอุดรธานี ผวาหนัก หนุ่มโรคจิต สไลด์หนอนโชว์

สาวอุดรธานี ผวาหนัก เจอ โรคจิตป่วน

สาวอุดรธานี ผวาหนัก ..เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 7 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ห้องสุขา สวนสาธารณะหนองประจักษ์ ถ.เทศา ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี

หลังจากได้รับการประสานข้อมูลจาก น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ชาว ต.นิคมสงเคราะห์ อ

.เมืองอุดรธานี ว่า เมื่อเวลา 21.08 น. วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ขณะตนกำลังปิดร้านขายน้ำ

ดื่มและขนมขบเขี้ยว มีชายโรคจิตมากระทำอนาจารช่วยตัวเองต่อหน้าต่อตาตนเอง ประมาณ

1 นาทีเศษ และไม่ทราบว่าทำสำเร็จหรือไม่ เพราะตอนนั้นรู้สึกตกใจอย่างมากจนตัวสั่น เห็น

ท่าไม่ดีจึงรีบโทรแจ้ง 199 สายด่วนของสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนคร

อุดรธานี ที่อยู่ใกล้กัน ขณะที่ชายโรคจิตเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินไปขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ทราบสี

ยี่ห้อและทะเบียน ที่จอดอยู่ข้างร้านนวดแผนโบราณหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว


น.ส.เอ (นามสมมติ) เปิดเผยว่า โดยปกติตนเองจะอยู่เฝ้าร้านกันสองคนน้าหลาน แต่คืนวันเกิดเหตุ น้าสาวขอกลับบ้านไปก่อน ตนเองจึงอยู่ปิดร้าน และขณะกำลังปิดร้านใกล้จะแล้วเสร็จ สังเกตเห็นมีผู้ชายวัยกลางคน อายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อยืดสีแดงแขนสั้น กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เดินผ่านหน้าร้านไปทางสำนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครอุดรธานี และมองมาที่ตนเอง แต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะที่ร้านจะมีคนเดินผ่านไปมาประจำ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะเดินกลับและล้วงอวัยวะเพศออกมาช่วยตัวเองต่อหน้าต่อตา ขณะตนนั่งอยู่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าตู้เย็น บริเวณหลังร้าน

ชายโรคจิตใช้เวลาช่วยตัวเองประมาณนาทีเศษ ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงหยิบโซ่ที่ใช้คล้องล็อกตู้เย็นไว้ในมือ พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาโทรแจ้ง 199 เพื่อเรียกเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ชายคนดังกล่าวจึงตกใจ และรีบขับรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งหน้าไปทางสามแยก ถ.โพศรี ทีแรกว่าจะไม่ไปแจ้งความ แต่มานอนคิดอยู่หลายวัน จึงคิดว่ากลัวว่าชายตนดังกล่าวจะไปทำกับผู้หญิงคนอื่น จึงนำเรื่องมาปรึกษาหัวหน้าและสื่อมวลชน เพราะอยากให้เป็นข่าวเตือนภัย อยากให้ผู้หญิงทุกคนระมัดระวังตัวไว้ ไม่อยากให้เกิดเหตุร้ายไปมากกว่านี้

“ขนาดที่ร้านติดกล้องวงจรปิดไว้ 5 ตัว มันยังกล้ามาก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง และหลังเลิกงานวันนี้ จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับไอ้โรคจิตรายนี้”.…

อารมณ์ชั่ววูบ ตา ฆ่าเหี้ยม

อารมณ์ชั่ววูบ ตา ฆ่าเหี้ยม หลานวัย 11ขวบ

อารมณ์ชั่ววูบ ตา ฆ่าเหี้ยม เหตุสลดใจ

อารมณ์ชั่ววูบ ตา ฆ่าเหี้ยม ..จากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธมีดขอฟันคอเด็กอายุ 11 ขวบ เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมที่บริเวณพื้นที่หมู่ 2 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นนายวัน อายุ 51 ปี สัญชาติเมียนมาซึ่งเป็นสามีใหม่ของยายผู้เสียชีวิตนั้น

ล่าสุด (7 เม.ย.63) เมื่อเวลา 11.30 น. พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยะฉาย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมกับตำรวจภูธรศรีราชา จำนวนกว่า 20 นาย บุกเข้าไปจับกุมตัวนายวัน ชาวเมียนมา ที่ก่อเหตุสังหารเด็กชายธนวัต อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นหลานของอดีตภรรยาที่เลิกรากันไปแล้ว เสียชีวิตในป่าหญ้า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา

ซึ่งหลังก่อเหตุก็ได้นั่งรถสองแถวหลบหนีข้ามพื้นที่เข้ามาในตัวเมืองศรีราชา มากบดานที่บ้าน ซอยท่าเรือจรินทร์ ตำบลศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งหลังก่อเหตุทางตำรวจหลายฝ่ายก็ได้ออกติดตามตัวแล้วไล่ดูกล้องวงจรปิด จนทราบว่าผู้ก่อเหตุมากบดานที่บ้านหลังดังกล่าวจนเข้ามาจับกุมตัวนำมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา

เบื้องต้นผู้ต้องหาสารภาพอ้างทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองขาม เจ้าของท้องที่นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป…

เพื่อนบ้านใจอำมหิต

เพื่อนบ้านใจอำมหิต ข่มขืนสาวพิการจนท้อง

เพื่อนบ้านใจอำมหิต ข่มขืนสาวพิการ ด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาตั้งแต่กำเนิด

วันที่(5 เม.ย.2020) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาวพิการ วัย 19 ปี ชาวอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ถูกเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันข่มขืนนานนับปีจนตั้งท้องได้ 2 เดือน หอบหลักฐานใบนำผู้บาดเจ็บให้แพทย์ตรวจของตำรวจ สภ.หนองบัวแดง ส่งตรวจการตั้งครรภ์ เข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าว เรียกร้องให้ตำรวจติดตามชายก่อเหตุข่มขืนตัวเองให้ได้โดยเร็ว หวั่นกลัวจะถูกฆ่าจากชายเพื่อนบ้านที่ข่มขืนตนเอง

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลถ้ำวัวแดง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เป็นบ้านปูน 1 ชั้น ไม่มีรั้ว ภายในบ้านมีผู้อาศัยอยู่ภายในบ้านจำนวน 3 คน ซึ่งเป็นตาและยาย พร้อมกับผู้เสียหาย ส่วนผู้เป็นพ่อและแม่สร้างกระท่อมอยู่ที่นา ไม่กลับมานอนที่บ้านในหมู่บ้าน

ทราบชื่อผู้เสียหายที่ถูกข่มขืนชื่อ น.ส.อุ่น (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ได้นำหลักฐานใบนำผู้บาดเจ็บให้แพทย์ตรวจของตำรวจ สภ.หนองบัวแดง ส่งตรวจการตั้งครรภ์ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ให้ผู้สื่อข่าวดู หลังจากได้ไปแจ้งความว่าถูกชายเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันข่มขืนตนเอง เมื่อเดือน มิ.ย. 2562

โดย นางสม (นามสมมุติ) อายุ 74 ปี ผู้เป็นยาย บอกว่า หลานป่วยด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาตั้งแต่กำเนิด ในช่วงตอนกลางวันตนไม่ค่อยที่จะได้อยู่กับหลาน ตนได้ปล่อยให้หลานพิการแขนขาอ่อนแรงมาตั้งแต่กำเนิดอยู่บ้านลำพัง และไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาทำร้ายหรือข่มขืนหลานของตน

มารู้ว่าหลานถูกข่มขืนหลังจากหลานได้ตั้งท้องแล้ว 2 เดือน ซึ่งผู้ที่ก่อเหตุเป็นคนที่รู้จักกันในหมู่บ้านซึ่งเมื่อก่อนเข้าออกบ้านประจำ แต่หลังจากเกิดเหตุแล้วไม่ค่อยเห็น

ด้าน น.ส.อุ่น อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองถูกชายเพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันข่มขืน ภายในบ้านของตนเองตอนกลางวัน เมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 2562 ขณะที่ตาและยายไม่อยู่บ้าน ไปทำสวนทำไร่ ปล่อยให้ตนเองอยู่บ้านตามลำพัง เนื่องจากมีความพิการแขนขาอ่อนแรงมาตั้งแต่กำเนิด เดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวก

ผู้ก่อเหตุจึงฉวยโอกาสปีนเข้ามาทางหน้าต่างบ้านในตอนกลางวัน แล้วลงมือข่มขืนตนเองจนสำเร็จความใคร ก่อนจะกลับไปกำชับห้ามบอกใคร หากไม่เช่นนั้นจะกลับมาทำร้ายและฆ่าทิ้ง ด้วยความกลัวจึงไม่กล้าไปบอกใคร หลังจากนั้นชายเพื่อบ้านคนดังกล่าวได้เข้ามาข่มขืนตนเรื่อยมา จนกระทั่งประจำเดือนของตนไม่มา ตนจึงได้ออกไปบอกพ่อที่ทุ่งนา ก่อนที่พ่อจะทราบข่าวแล้วพาเข้าแจ้งความ

ขณะที่ พ.ต.ต.วิฑูรย์ พาพลงาม พนักงานสอบสวน สภ.อำเภอหนองบัวแดง กล่าวว่า ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมได้ส่งเอกสาร ใบนำผู้บาดเจ็บ ให้แพทย์ตรวจของตำรวจ สภ.หนองบัวแดง ส่งตรวจการตั้งครรภ์ ให้ผู้เสียหายเข้าตรวจร่างกายว่ามีการตั้งครรภ์อย่างที่ผู้เสียหายเล่าหรือไม่ โดยแพทย์ รพ.หนอบัวแดง นัดตรวจการตั้งครรภ์ในวันอังคารที่ 7 เม.ย.นี้

และขณะนี้รู้ตัวผู้ก่อเหตุข่มขืนหญิงสาวพิการวัย 19 ปี แล้ว หากผลตรวจตั้งครรภ์จริงจะได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง เนื่องจากเหตุการณ์เกิดมานานแล้วถึงประมาณ 8 เดือน หากไม่มาจะออกหมายจับติดตามจับตัวชายเพื่อนบ้านผู้ก่อเหตุ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

พบศพ ดารารุ่นใหญ่

พบศพ ดารารุ่นใหญ่ “ดวงชีวัน โกมลเสน” ในโรงแรมเขาใหญ่

พบศพ ดารารุ่นใหญ่ “ดวงชีวัน โกมลเสน” เจ้าของฉายา บั้นท้ายดินระเบิด

พบศพ ดารารุ่นใหญ่ วันที่ 3 เม.ย. 2563 เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ได้รับแจ้งมีผู้พบศพหญิงในโรงแรมแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ดวงชีวัน โกมลเสน อายุ 64 ปี อดีตดาราชื่อดังเจ้าของฉายาสะโพกดินระเบิด ในสภาพนอนหมดสติอยู่บนพื้นห้องพักภายในโรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมของลูกสาวผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือแต่ไม่ทัน ก่อนส่งศพชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
ประวัติ ดวงชีวัน โกมลเสน หรือ ไก่ เป็นนักแสดงสุดเซ็กซี่เจ้าของฉายา บั้นท้ายดินระเบิด ด้วยการปูภาพของการเป็นดาวเซ็กซี่และฉายาที่ได้รับทำให้ดวงชีวันได้รับบทเป็นนางร้ายและนางรองซะส่วนมาก แต่ด้วยสัดส่วนที่ถือว่าเขย่าใจเสือป่าให้ได้รับการปลุกใจทำให้เธอสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงได้เป็นเวลานาน แต่แล้วชีวิตของเธอก็ต้องผลิกผัน เมื่อหันไปทำธุรกิจแล้วเจ๊ง มีหนี้เป็นสินท่วมตัว ถึงขั้นต้องโกนหัวบวชชีเรียกสติ จากนั้นเธอก็ได้ก้าวสู่การเป็นคนทรงเจ้ามาจนถึงปัจจุบัน…

2 หนุ่มบุกทุบประตูร้านค้า

2 หนุ่มบุกทุบประตูร้านค้า ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

2 หนุ่มบุกทุบประตูร้านค้า โดนรวบแล้ว

2 หนุ่มบุกทุบประตูร้านค้า เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 3 เม.ย.63 ที่ว่าการอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล นายอำเภอบางใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.อ.ปณิธาน ยามานนท์ผกก.สภ.บางเเม่นาง นายสมพล สุระสัจจะ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายชมชน ขุนทวาท ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ได้ร่วมกันปล่อยแถวการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดย มี ตำรวจ สมาชิก อส.ร้อย.อส.อ.บางใหญ่ที่ 6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กว่า 200 นาย ลงพื้นที่ออกตรวจความสงบเรียบร้อย

นายชุ้น ณัฐเดช กังสุกุล กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีคำสั่งประกาศเคอร์ฟิวให้ประชาชน อยู่ในเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงร่วมกันออกตรวจพื้นที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยตาม พรก.ฉุกเฉินฉบับที่2 โดยเน้นย้ำคำสั่ง มท.1 ให้ยุติการมาพบปะกัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 และให้ประชาชนทุกคนอยู่ในเคหสถานของตนเอง อีกทั้งให้ประชาสัมพันธ์เรื่องการเว้นระยะห่างกัน (Social distancing )

นายอำเภอบางใหญ่ ยังกล่าวต่ออีกว่า ระหว่างออกตรวจพื้นที่พบวัยรุ่นชาย 2 ราย มีอาการมึนเมา ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงขาสั้นทั้ง 2 คน กำลังยืนทุบประตูร้านสะดวกซื้อ เพื่อที่จะซื้อสิ้นค้า จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00 น. จนถึงเวลา 04.00 น.โดยไม่มีเหตุจำเป็น และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกท่านให้ทำตามคำสั่งของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด และขอเน้นย้ำว่าฝ่ายปกครองอำเภอบางใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะออกตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากพบผู้ฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ทั้งนี้เพื่อหยุดการเเพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขอแค่ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกัน เราถึงจะฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้…

มอบตัวแล้ว ผู้ต้องหาคดี ข่มขืน

มอบตัวแล้ว ผู้ต้องหาคดี ข่มขืนอนาจารเด็กออทิสติก

มอบตัวแล้ว ผู้ต้องหาคดี ข่มขืน ผู้ต้องหาคดีทำอนาจารเเละข่มขืนเด็กชายวัย 8 ปี นายฐิติวุฒิ จุ้ยขาน หรือไนท์

มอบตัวแล้ว ผู้ต้องหาคดี ข่มขืน เข้ามอบตัวแล้วกับตำรวจสภ.เมืองสมุทรสาคร หลังเเม่ของเด็กชายเข้าเเจ้งความ ตั้งเเต่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ทันทีที่ญาติเเละเพื่อนผู้เสียหายเห็น นายฐิติวุฒิ ต่างกรูกันเข้าไปหวังรุมประชาทัณฑ์ จนตำรวจต้องพยายามป้องกัน เเละว่ากล่าวตักเตือนอยู่นาน

แม่เด็กบอกว่า รับไม่ได้ที่ นายฐิติวุฒิ ทำอนาจารลูกชายวัย8 ปี ของตัวเอง ทั้งที่ลูกก็เป็นเด็กออทิสติก เเละ นายฐิติวุฒิ ก็เคยเป็นเพื่อนที่ทำงาน เเละเคยเจอลูกชายตน ยังชมว่า หน้าตาดี ไม่เอะใจ เพราะ นายฐิติวุฒิ มีลักษณะเป็นสาวประเภทสอง

ซึ่งวันเกิดเหตุคือวันที่ 30 มีนาคม ตนไม่อยู่บ้าน เเต่ทราบจากเเม่เเละน้องสาวเเฟนว่า นายฐิติวุฒิ มาที่บ้าน ก่อนที่อาศัยจังหวะเผลอ ที่อยู่กับลูกชายตัวเองเพียง 2 คนนั้น กระทำอนาจารลูก โชคดีที่เเม่ของตัวเองมาเห็นทัน จึงนำลูกชายไปตรวจร่างกาย พบมีรอยเเดงบริเวณก้น และเข้าเเจ้งความ

ทั้งนี้ ยอมรับว่า เครียด เพราะได้ยินมาว่า นายฐิติวุฒิ ติดเชื้อ HIV ตั้งเเต่ติดคุกเมื่อ 2 ปีก่อน จากคดีลักทรัพย์ กลัวลูกจะติดเชื้อ ที่สำคัญลูกนอนไม่ไหว ยังมีอาการหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา พร้อมถามว่า มันจะมาอีกไหม จะมาทำอีกไหมเขาเจ็บ ตนเป็นเเม่สงสารลูกจับใจ

ด้านยายของเด็กวัย8 ขวบ บอกว่า ตัวเองได้ยินเสียงหลานร้อง จึงวิ่งออกมาดู เห็น นายฐิติวุฒิ ถอดกางเกง ภาพขณะนั้นทำให้ตนรู้ว่า เกิดอะไรขึ้น จึงตะโกนเสียงดัง “จะทำอะไรหลาน” นายฐิติวุฒิ จึงตกใจรีบวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที

ก่อนหน้านี้ คุณกานต์สินี ไปที่บ้านของ นายฐิติวุฒิ พบเพียงญาติห่าง ซึ่งไม่ขอให้สัมภาษณ์ บอกเพียงว่า นายฐิติวุฒิ ไม่ได้กลับบ้านเลย ส่วนเเม่ของ นายฐิติวุฒิ นั้น ก็เครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลบไปอยู่บ้านญาติที่อื่น

ขณะที่เพื่อนบ้าน บอกว่า เห็น นายฐิติวุฒิ มาตั้งเเต่ยังเล็ก ตกใจเมื่อทราบเรื่อง ยอมรับ นายฐิติวุฒิ มีลักษณะชอบเพศเดียวกัน และเคยก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ตัวเองด้วย ก่อนถูกตำรวจจับกุมเเละติดคุกไป ก่อนหน้านี้ เพิ่งพ้นคุกมา สงสารเเม่ นายฐิติวุฒิ มาก เพราะตั้งเเต่เกิดเรื่องก็ร้องไห้ตลอด วอนสังคมอย่าด่าว่าเเม่เขาเลย

ตำรวจเองก็เเจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเเละอนาจารเด็กอายุไม่เกิน13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุก7-20 ปี ปรับตั้งเเต่ 140,000-400,000บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต เบื้องต้น นายฐิติวุฒิ รับสารภาพ จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดสมุทรสาครทันทีภายในเวลาการสอบปากคำไม่ถึง 1 ชั่วโมง…

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ ลักลอบขายหน้ากากอนามัยเกินราคา กว่า3หมื่นชิ้น

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ โดนรวบแล้ว เหตุกักตุนหน้ากากอนามัย

ผัวเมียพยาบาลหัวหมอ ..เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง บุกจับ 2 ผัว-เมีย หัวใสลักลอบขายหน้ากากอนามัยเกินราคา ผ่านทางเฟซบุ๊ก ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ ขยายผลแกะรอยตามรวบต้นตอกักตุน พบแมสก์ของกลางอื้อหลากยี่ห้อ กว่า 3 หมื่นชิ้น ช้ำคนกักตุนแอบขายเป็นพยาบาล

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.63 พ.ต.อ.โรจน์ระวี คำเวียงสา ผกก.สส.ภ.จวพะเยา พ.ท.วสันต์ วังกรานต์ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดพะเยา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดพะเยา สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมเกินราคาที่กำหนด


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจสืบทราบว่า มีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านเฟซบุ๊ก “Peemai Nitiporn” โดยเสนอขายราคา 10 ชิ้น 200 บาท (20 บาทต่อหนึ่งชิ้น) และ 1 กล่องจำนวน 50 ชิ้น ในราคา 890 บาท (17 บาทต่อหนึ่งชิ้น) และหากเสนอซื้อจำนวนสองกล่องผู้ขายก็จะลดราคาให้ในราคา 830 บาท (16 บาทต่อหนึ่งชิ้น) จึงได้ดำเนินการวางแผนจับกุมโดยใช้วิธีการล่อซื้อ โดยผู้ขายได้นัดหมายให้มารับสินค้าที่ร้านแห่งหนึ่ง ใน อ.เมืองพะเยา หลังจากนั้นผู้ขาย ทราบชื่อคือ นายอนุรักษ์ ทองนิ่ม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 ถนนรอบเวียงประตูชัย ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา ได้นำหน้ากากอนามัยมาส่งมอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบธนบัตรล่อซื้อ จำนวน 1,700 บาท อยู่ในกระเป๋าผ้าคาดเอวสีดำ ที่นายอนุรักษ์ใส่อยู่ขณะถูกจับกุม

จากการสอบถาม นายอนุรักษ์ ให้การว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายหน้ากากอนามัยก่อนหน้านี้จริง จากนั้นตำรวจได้นำหน้ากากอนามัยที่สายลับล่อซื้อมาให้นายอนุรักษ์ดู ให้การรับว่าเป็นหน้ากากอนามัยที่เจ้าตัวจำหน่ายให้จริง จากการตรวจค้นยังพบหน้ากากอนามัย ยี่ห้อ FAMAPRO จำนวน 2 กล่อง วางอยู่บนโต๊ะ และหน้ากากอนามัย ยี่ห้อ FAMAPRO จำนวน 13 กล่อง หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ ILT จำนวน 7 กล่อง พบอยู่ในห้องเก็บของด้านหลังร้านดังกล่าว

นายอนุรักษ์ ให้การต่อว่า ของกลางทั้งหมดตนได้รับมาจาก น.ส.นิติภรณ์ วงค์ฟู ซึ่งเป็นภรรยา ต่อมาได้มี น.ส.นิติภรณ์ ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ กก.สส.ภ.จว.พะเยา จากการสอบถาม น.ส.นิติภรณ์ ยืนยันว่าตนได้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “Peemai Nitiporn” ทำการติดต่อขายหน้ากากอนามัยจริง และตนเป็นผู้สั่งให้นายอนุรักษ์เป็นผู้ขายให้กับลูกค้า ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายอนุรักษ์ และ น.ส.นิติภรณ์ ทราบและควบคุมตัวทั้ง 2 พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผล เข้าทำการตรวจค้นบ้านพัก นางณภาภัช เดินแปง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่งใน จ.พะเยา บ้านเลขที่ 101 ม.12 อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งทั้ง 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ยืนยันว่า ได้ซื้อหน้ากากอนามัยมาจากนางณภาภัช โดยได้ติดต่อซื้อขายกันทางเฟซบุ๊กในชื่อ “Kib Naphaphat” โดยซื้อขายกันในราคากล่องละ 750 บาท โดยครั้งสุดท้ายได้ซื้อมาจำนวน 50 กล่อง เมื่อวันที่ 25 มี.ค.63 โดยมีเหตุอันควรสงสัยว่า ที่บ้านพักของนางณภาภัชจะมีหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังกันเพื่อตรวจค้นบ้านพักดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ 1. หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ SMP จำนวน 411 กล่อง (จำนวน 20,550 ชิ้น) 2. หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ LIWORLDCO จำนวน 152 กล่อง (จำนวน 7,600 ชิ้น) 3. หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ FAMAPRO จำนวน 122 กล่อง (จำนวน 6,100 ชิ้น) รวมของกลางทั้งหมด จำนวน 685 กล่อง จำนวนประมาณ 34,250 ชิ้น จึงได้ตรวจยึดไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

หอยเป็นเหตุ

หอยเป็นเหตุ !!! หนุ่มใหญ่วัย47ปี เสียชีวิตต่อหน้าพี่สาว เพราะ “หอย”

หอยเป็นเหตุ หนุ่มใหญ่ เสียชีวิตคาอ่างเก็บน้ำบางพระ ผู้เสียชีวิตนั้น น่าจะเกิดเป็นตะคริว

หอยเป็นเหตุ ..ตำรวจภูธรศรีราชา จังหวัดชลบุรี รับแจ้งมีคนจมน้ำเสียชีวิต ภายในอ่างเก็บน้ำ บางพระ บริเวณชลประทานที่ 10 หมู่ 4 ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จึงประสานขอกำลังหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา นำชุดประดาน้ำงมหาศพ

ในที่เกิดเหตุพบนางทองใบ อายุ 62 ปี พี่สาวผู้เสียชีวิต พาเจ้าหน้าที่ไปชี้ยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งพบกะละมังภายในบรรจุหอยอยู่ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ กระจายกำลังดำน้ำหาร่างผู้เสียชีวิต

โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงพบร่างของนายทองสา อายุ 47 ปี ผู้เสียชีวิตจมก้นอ่าง และช่วยกันยกขึ้นมาบนฝั่งตรวจสอบ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

จากการสอบถามพี่สาวผู้เสียชีวิต ให้การว่า ครอบครัวตนเองขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ตลาดสดบางพระ แต่วันนี้ ไม่ได้ขายของ จึงได้ชักชวนกันมานั่งพักผ่อนกันที่บริเวณดังกล่าว

ระหว่างนั้น น้องชายตนก็ถือกะละมัง เดินลงน้ำไปงมหอย ในอ่างเก็บน้ำบางพระ โดยเดินลงไปคนเดียว ต่อมา เมื่อตนเองมองไปในอ่างเก็บน้ำ ก็ไม่พบตัวน้องชายตนเองแล้ว เห็นแต่กะละมังที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำ

ซึ่งตนเองก็คิดว่า น้องชายตนว่ายน้ำเป็น คงไม่เป็นอะไร เห็นว่า น้องชายดำน้ำนาน ไม่ขึ้นจนผิดสังเกต จึงรีบไปแจ้งให้คนช่วยงมหา แต่ไม่เจอ จึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยงม จนพบเป็นศพใต้ก้นอ่างเก็บน้ำ

ด้านเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตนั้น น่าจะเกิดเป็นตะคริว ขณะลงน้ำงมหาหอย เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตดังกล่าว…

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2 รุมโทรม

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2 ตั้งวงดื่มของมึนเมา ก่อนชวนเพื่อนรุมโทรม

รวบหนุ่มหื่น หลอกหญิง ม.2 ..หนุ่มหื่นวัย 22 ปีจนมุมกองปราบ ถูกบุกรวบริมถนนย่านบางใหญ่ นนทบุรี หลังก่อเหตุหลอกลวงเด็กหญิง นักเรียนชั้น ม.2 ไปร่วมสังสรรค์ดื่มเหล้ากัน ก่อนร่วมกับเพื่อน 6 คน รุมโทรมจนสำเร็จความใคร่ สารภาพทำตามเพื่อน
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.63 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายธงชัย หรือธง อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 429/2560 ลง 25 ธ.ค.2560 ในข้อหาร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร ร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร และร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะโทรมหญิง จับได้บริเวณริมถนน ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
พ.ต.อ.เนติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.2560 นายธงชัย พร้อมพวกรวม 6 คน ได้หลอกพา ด.ญ.นุ่น (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.2 ไปร่วมสังสรรค์ดื่มเหล้ากัน จากนั้นได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา ในลักษณะโทรมหญิง ทั้ง 6 คน จนสำเร็จความใคร่ บริเวณกระท่อมท้ายหมู่บ้าน หลังเกิดเหตุได้ทิ้งเด็กสาวไว้ในกระท่อม จนผู้ปกครองตามหาจนมาพบตัว ก่อนเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เขาดิน จนมีการออกหมายจับไว้ กระทั่งมาถูกตำรวจกองปราบจับกุมได้ดังกล่าว

สอบสวนให้การรับสารภาพ ทำไปเพราะความเมาและตามเพื่อน นำตัวส่ง สภ.เขาดิน ดำเนินคดีต่อไป.…

ฆ่าตกรต่อเนื่อง

ฆ่าตกรต่อเนื่อง ไอซ์ หีบเหล็ก ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี 5 เดือน

ฆ่าตกรต่อเนื่อง ไอซ์ หีบเหล็ก

ฆ่าตกรต่อเนื่อง “ ไอซ์ หีบเหล็ก ” ศาลตัดสินจำคุก 10 ปี 5 เดือน ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดียาเสพติด ส่วนคดีอื่นๆ ศาลยังไม่มีการนัดฟังคำพิพากษา

ฆ่าตกรต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 18 มี.ค. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 เผยถึงความคืบหน้ากรณีดำเนินคดีกับ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ “ไอซ์ หีบเหล็ก” อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังดินและฆ่าถ่วงน้ำหญิงสาวหลายรายในบ้านพักท้ายซอยเพชรเกษม 47 ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้ว่า ขณะนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้นายอภิชัย ถูกจำคุกนาน 10 ปี 5 เดือน ตามฐานความผิดครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และคดีตรวจพบยาเสพติดจำนวนหนึ่งในห้องนอนวันที่เจ้าตัวถูกตำรวจบุกจับกุม โดยหลังจากนี้ผู้ต้องหาจะอุทธรณ์ขอสู้คดีนี้หรือไม่ ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ส่วนคดีอื่นๆ นั้นศาลยังไม่มีการนัดฟังคำพิพากษาแต่อย่างใด

ฆ่าตกรต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า สำหรับคดีที่ นายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ “ไอซ์ หีบเหล็ก” อายุ 40 ปี ถูกพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม แจ้งข้อหาไปทั้งหมดนั้นมีอยู่จำนวน 6 คดี คือ 1.ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน และมียาเสพติดไว้ในความครอบครองขณะเข้าจับกุม ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินไปแล้ว 2.คดีตรวจยึดยาบ้า 2,200 เม็ดในห้องพักภายหลังถูกจับกุม 3.คดีฆาตกรรม น.ส.วรินทร์ธรณ์ หรือกุ๊กกิ๊ก ไชยเชษฐ อายุ 22 ปี ที่พบถูกฝังดินไว้ 4.คดีที่พบโครงกระดูกกระจัดกระจายกว่า 300 ชิ้น ในบ่อน้ำหลังบ้านก่อนหน้านี้ 5.คดีที่พบโครงกระดูกบรรจุอยู่ในหีบเหล็ก ถ่วงบ่อน้ำเดียวกัน และ 6.คดีข่มขืนที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความเพิ่มเติมโดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.2562

ฆ่าตกรต่อเนื่อง