แก๊งวัยรุ่นอุกอาจ

แก๊งวัยรุ่นอุกอาจ ใช้อาวุธสงครามกราดยิงถล่มคู่อริกลางกรุง นทท.โดนลูกหลง ดับ 1

แก๊งวัยรุ่นอุกอาจ ใช้อาวุธสงครามกราดยิงในซอยข้างห้างดังย่านราชเทวี มีผู้ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 4 ราย นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เสียชีวิต 1 ราย

แก๊งวัยรุ่นอุกอาจ ใช้อาวุธสงครามกราดยิงในซอยข้างห้างดังย่านราชเทวี มีผู้ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 4 ราย วันที่ 7 ตุลาคม 2561 เฟซบุ๊ก Workpoint News – ข่าวเวิร์คพอยท์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท ได้รับแจ้งเหตุมีชาวต่างชาติถูกยิงได้รับบาดเจ็บหลายรายบริเวณลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้าเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน ถนนราชปรารภ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

แก๊งวัยรุ่นอุกอาจ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวอินเดีย 3 คน ยังไม่ทราบชื่อ และมีชาวลาว 1 คน ถูกยิงตามร่างกายหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ชีพทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เสียชีวิตอีก 1 คน

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนและหัวกระสุนยังไม่ทราบขนาดตกอยู่หลายปลอก โดยมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเป็นปืนอาก้าหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าต้องรอตรวจสอบ เพราะวิถีกระสุนไกลมาก น่าจะเป็นปืนยาว นอกจากนั้นที่กันสาดตึกของครัวประตูน้ำพบรอยกระสุนปืน 1 รอย และที่ตู้ขายน้ำผลไม้อีก 3 รอย จึงเก็บรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน นางสาวจูลี่ สว่างอรุณ อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นไกด์ประจำห้างสรรพสินค้าดังกล่าวทราบว่า จุดเกิดเหตุเป็นที่จอดรถทัวร์ที่พานักท่องเที่ยวชาวอินเดียมารับประทานอาหาร ก่อนจะปล่อยให้เดินช้อปปิ้งก่อนขึ้นรถ ระหว่างนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 20 คน

ที่โต๊ะสนุกเกอร์ใกล้ที่เกิดเหตุ มีการพกอาวุธ มีด และปืน วิ่งเข้าไปในซอยข้าง ๆ ห้าง ก่อนจะมีกลุ่มวัยรุ่นอีก 3 คน เดินสวนออกมาและใช้อาวุธสงครามกราดยิงจนทำให้วัยรุ่นกลุ่มแรกแยกย้ายกันหลบหนี และทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า สาเหตุมาจากเรื่องทะเลาะวิวาทระหว่างวัยรุ่น 2 กลุ่ม แต่อีกฝ่ายที่น้อยกว่าน่าจะมีอาวุธปืนสงครามที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน เพื่อจะได้ติดตามกลุ่มที่มีเรื่องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://hilight.kapook.com

โชเฟอร์รถแดง ถือดาบมามอบตัว อ้างโดนด่าก่อน ซ้ำคู่กรณีมายืนกลางถนน

โชเฟอร์รถแดง ในคลิปฉาวเมื่อเช้านี้ นำมีดดาบเข้ามอบตัวกับตำรวจ สารภาพข่มขู่ตามคลิปจริง แต่เพราะอีกฝ่ายตะโกนด่าก่อน ซ้ำยังจอดรถขวางอยู่กลางถนน

โชเฟอร์รถแดง จากกรณีที่มีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง เป็นภาพเหตุการณ์ที่โชเฟอร์รถแดงเมืองเชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนอีกคน ถืออาวุธมีดดาบลงมาไล่ฟันทำร้าย บนถนนเชียงใหม่-ลำปาง หน้าร้านข้าวต้มครัวสุพรรณ เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

โดยหลังได้รับแจ้งความ ชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องหน้ารถ พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ารถแดงคันดังกล่าว มีชื่อ นายธีรเทพ เป็นผู้ครอบครอง จึงเชิญตัวมาสอบสวน ทำให้ทราบว่าโชเฟอร์ในคลิปดังกล่าวคือ นายพันกร อายุ 32 ปี เป็นญาติที่เช่ารถไปวิ่งรับผู้โดยสาร

โชเฟอร์รถแดง

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงเรียกตัว นายพันกร พร้อมกับ นายเอกชัย เพื่อนที่ร่วมกันก่อเหตุ ให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.ช้างเผือก กระทั่งเมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา นายพันกรและนายเอกชัย ได้ขับรถแดงคันที่ใช้ก่อเหตุ มาเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ พร้อมกับนำอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้ด้วย

จากการสอบสวน นายพันกรและนายเอกชัย สารภาพว่าได้ก่อเหตุตามคลิปภาพปรากฏจริง โดยอ้างว่า ขณะขับรถอยู่ดีๆ เมื่อผ่านจุดเกิดเหตุ รถของคู่กรณีมาจอดกีดขวางบนถนนเลนขวา ซึ่งถือว่าผิดกฎจราจรเช่นกัน ทำให้ตนขับแซงทางเลนซ้าย

แต่ปรากฏว่าตอนขับรถผ่านไป คู่กรณีที่ยืนอยู่กลางถนนได้ตะโกนด่า ตนได้ยินจึงโมโห ก่อนจะจอดรถถือมีดลงมาหวังเพียงข่มขู่และใช้ป้องกันตัวเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะทำร้าย เมื่อวิ่งไล่คู่กรณีไปได้สักพักจึงขับรถออกไปตามปกติ ส่วนมีดที่ใช้เป็นมีดที่เก็บได้ จึงนำมาเก็บไว้ใต้เบาะรถเพื่อใช้ป้องกันตัว

ขณะที่ นายธีรเทพ เจ้าของรถแดง บอกว่า นายพันกรขับรถแดงให้บริการมา 3 ปี ไม่เคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง เชื่อว่าสาเหตุจะมาจากคู่กรณีที่ตะโกนด่าท้าทายก่อน

ขณะที่พนักงานสอบสวนระบุพฤติกรรมของ 2 ผู้ถูกกล่าวหาเข้าข่ายพยายามฆ่า แต่ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใด รอให้ผู้เสียหายเข้ามาเจรจากันก่อน จึงจะแจ้งข้อหาอีกครั้งต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

นายช่างใหญ่คนดี

นายช่างใหญ่คนดี โดดน้ำตายปริศนา ขนลุก ตอนตี 4 แวะชวนน้องไปด้วยกัน

นายช่างใหญ่คนดี โดดน้ำตายปริศนา ขนลุก นายช่างใหญ่ บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ จ.ตรัง เขียนจดหมายลาตายสั่งเสียญาติเรื่องทรัพย์สิน ก่อนกระโดดแม่น้ำตรัง

นายช่างใหญ่คนดี โดดน้ำตายปริศนา ขนลุก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (6 ต.ค.) สภ.บ้านคลองเต็ง อ.เมือง จ.ตรัง รับแจ้งเหตุมีคนกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย แม่น้ำตรัง ที่บริเวณสะพานท่าส้ม ระหว่าง ม.1 ต.หนองตรุด กับ ม.1 ต.นาท่ามใต้ อ.เมือง จ.ตรัง

นายช่างใหญ่คนดี

ที่เกิดเหตุบนสะพานดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งอยู่บนสะพาน ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ขจฉ 235 ตรัง ทิ้งจดหมายพร้อมข้อความลาตาย ซึ่งทราบว่าเป็นของ นายปริญญา อายุ 39 ปี และยังพบรองเท้าแตะ 1 คู่ บัตรประจำตัวประชาชน และใบขับขี่

นอกจากนี้ ยังพบจดหมายลายตาย 1 ฉบับ ซึ่งมีข้อความขอโทษญาติพี่น้อง ที่ต้องทำแบบนี้เพราะไม่อยากเป็นภาระใคร และสั่งเสียให้ช่วยจัดการเรื่องทรัพย์สินของบ้าน โดยระบุว่าตนเองไม่มีหนี้สิน

ญาติผู้ตายอีกคน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า นายปริญญา ตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 ชวนน้องอีกคนไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่น้องชายบอกว่า “อย่ามาบ้า ไม่กระโดดด้วย” หลังจากนั้นนายปริญญาก็ออกมาจากบ้านพัก

จนมีคนมาพบรถจักรยานยนต์และจดหมายลาตายดังกล่าว อยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำตรัง บ้านท่าส้ม พื้นที่ รอยต่อ ต.หนองตรุด และ ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง ญาติยังบอกว่านายปริญญา ไม่เล่นแชทคุยกับเพื่อนๆ และญาติมาร่วม 2 เดือนแล้ว

ด้าน เจ้าของห้างหุ้นส่วนผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ใน อ.สิเกา ซึ่งเดินทางมาที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ผู้ตายเป็นนายช่างใหญ่ฝ่ายสำรวจ ทำงานมากับห้าง 10 กว่าปี เป็นเพื่อนลูกชาย ทำงานดี มีความรับผิดชอบ ไม่มีปัญหา ไม่มีหนี้สิน ซึ่งตนเองมอบรถยนต์เก๋งให้ใช้ 1 คัน

และ นายปริญญา มีน้องชายคนหนึ่ง ที่มีอาการป่วยไปไหนด้วยกัน โดยนายปริญญาก็คอยดูแล ให้กินข้าวกินน้ำตลอด มองไม่ออกว่านายปริญญามีโรคซึมเศร้าจนคิดฆ่าตัวตายหรือไม่

เพราะเมื่อวานก็ยังคุยกับตนเอง มีงานถนนอยู่ 1 สายหลังสุสานสมาคมฮกเกี้ยน อ.เมือง ก็ยังเฮฮา ตามปกติ ไม่คิดว่านายปริญญาจะฆ่าตัวตาย ซึ่งทำให้บริษัทขาดช่างฝีมือดีไปอีกคน

จากการสอบถาม นางดารณี อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นญาติของนายปริญญา กล่าวว่า นายปริญญาทำงาน เป็นนายช่างใหญ่ฝ่ายสำรวจ ห้างหุ้นส่วนรับเหมาก่อสร้างถนนรายใหญ่ อ.สิเกา จ.ตรัง

นายปริญญา เป็นคนโสด ที่บ้านพักอยู่กับน้องชาย 2 คน ไม่เคยมีเรื่องบ่นฆ่าตัวตายมาก่อน ส่วนโรคประจำตัวก็ไม่มี ปกติทุกอย่าง โดยส่วนตัวจะพูดคุยกับนายปริญญาทางโทรศัพท์มีมากกว่า

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตำรวจรวบทันควัน-หนุ่มมีพิรุธขี่

ตำรวจรวบทันควัน-หนุ่มมีพิรุธขี่ จยย.โยนยาบ้าทิ้งกลางด่านจราจร

ตำรวจรวบทันควัน-หนุ่มมีพิรุธขี่ พ.ต.อ.ไกรสิทธิ พรหมปฏิมา ผกก.สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง ได้ทำการตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจร บริเวณถนนวชิราวุธดำเนิน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเนชั่น ตำบลพระบาท อำเภอเมืองจังหวัดลำปาง

ตำรวจรวบทันควัน-หนุ่มมีพิรุธขี่ ซึ่งขณะทำการตั้งด่านตรวจนั้น เพื่อทำการตรวจใบขับขี่ และตรวจหมวกกันน็อกของผู้ใช้รถใช้ถนนดังกล่าว และได้เรียกตรวจ รถจักรยายนต์คันหนึ่ง หลังจากพบว่า มีพิรุธ มีอาการลุกลี้ลุกลน ทราบชื่อต่อมาคือ นายปิยะ อายุ 26 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง

ตำรวจรวบทันควัน-หนุ่มมีพิรุธขี่

หลังจากขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านเข้ามาในด่านตรวจขาเข้าเมืองลำปาง ซึ่งขณะนั้นโดยทาง ดาบตำรวจอนุชา พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรอีกหลายนายที่นำกำลังตั้งด่านตรวจได้ทำการเรียกตรวจใบขับขี่นั้น นายปิยะ ผู้ต้องหาได้เดินลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วได้ล้วงกระเป๋ากางเกง ทิ้งสิ่งของอะไรบางอย่าง พร้อมกับกระเป๋าเงิน บริเวณริมถนน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้เห็นจึงเข้าไปทำการตรวจสอบ พบว่า สิ่งของที่ทิ้งนั้น มีกระเป๋าเงินและเงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมกับยาบ้า ที่บรรจุในห่อพลาสติก และจากการตรวจค้นในตัวนำยาบ้ามาตรวจนับได้ทั้งสิ้น 26 เม็ด

จากการสอบถามนายปิยะผู้ต้องหารายนี้ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ขับรถออกมาจากบ้านไปรับยาบ้า ทั้งหมด มาจากพ่อค้าย้าที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง และกำลังเดินทาง จะกลับเข้าบ้าน ช่วงที่ขับรถมานั้นเห็นเจ้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจก็เลยเกิดอาการตกใจ

หลังจากโดนเรียตรวจ และตนเองจึงนำยาบ้าที่อยู่ในกระเป๋าทิ้งไปบนฟุตปาธริมถนน ใกล้จุดตั้งด่านตรวจดังกล่าว โดยตนเองนั้น ได้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ สีน้ำเงินทะเบียน ขทค 144 ลำปาง มาด้วย

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีที่โรงพัก สภ.เมืองลำปาง โดยนายปิยะให้การบอกว่ายาบ้าทั้งหมด 26 เม็ดนั้น ตนเอง จะนำมาเสพ แต่นายปิยะนั้นให้การวกวน ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจะได้ทำการขยายผลหาผู้ร่วมกระบวนการ และนำตัวนายปิยะ ไปตรวจร่างกายและตรวจปัสสาวะ

ปรากฎว่า ยังพบว่า ผู้ต้องหายังมีปัสสาวะเป็นผลบวกหรือมีสีม่วงอีกด้วย อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาก็รับสารภาพว่า ไปรับยาบ้ามาเพื่อจะนำมาขายให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานในพื้นที่เมืองลำปาง

ด้าน พ.ต.ท.ศราวุธ วะเท รอง ผกก. ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง กล่าวว่า ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ทำการตั้งด่านเพื่อกวดขันวินัยการจราจร ทั้งการตรวจใบขับขี่ ตรวจหมวกกันน็อกและตรวจจับความเร็วในพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่สำคัญ บริเวณทางลงเขาดอยพระบาทลงมา

ซึ่งเป็นการตั้งด่านเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและตักเตือน ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนต่างๆ ให้ใช้ความระมัดระวัง เพราะจุดทางลงเขาดอยพระบาทเมืองลำปางเคยเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งแล้ว เพราะว่าเคยมีรถบรรทุกเบรกแตก เพราะว่ามีการขับรถเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองลำปาง ได้ทำการตั้งด่านเพื่อเตือนประชาชนและกวดขันวินัยการจราจรเพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุดังกล่าว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สุดจะทน

สุดจะทน ! โจรแสบลักทรัพย์เพื่อนบ้าน สารภาพติดยาบ้าหนัก ต้องหาเงินมาซื้อเสพ

สุดจะทน ! ตำรวจเมืองหนองคาย รวบหัวขโมยสุดแสบ ย่องเข้าขโมยของเพื่อนบ้านหลายครั้ง เจ้าของบ้านไม่อยากเอาเรื่องแต่สุดท้ายทนไม่ไหวเพราะบ่อยเกินไป แจ้งตำรวจจับ สารภาพติดยาบ้าหนักต้องหาเงินซื้อมาเสพ

สุดจะทน ! วันที่ 3 ต.ค. 61 เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ได้ร่วมกันจับกุมนายสุรชัย อายุ 35 ปี พร้อมของกลาง พระเครื่องหลวงพ่อพระใส รุ่น ภปร. ปี 2524 จำนวน 1 องค์, พระเครื่องสมเด็จ 3 องค์, ลำโพงเครื่องเสียง, อุปกรณ์งัดแงะ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทา ทะเบียน ขจท718 หนองคาย

สุดจะทน

พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความว่ามีคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินในบ้าน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เร่งติดตามผู้กระทำผิด

จนกระทั่งล่าสุดมีผู้เสียหายเป็นหญิงคนหนึ่งแจ้งว่า นายสุรชัย ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน เข้ามาขโมยพระเครื่องภายในบ้าน จึงนำกำลังไปจับกุมนายสุรชัย ซึ่งไปอาศัยอยู่ที่บ้านแฟนสาวที่หมู่บ้านหนองหมื่น ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย

โดยพบของกลางตรงตามที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ นอกจากนี้ยังได้พาเจ้าหน้าที่ไปเอาของกลางที่เหลือซึ่งขโมยมาเก็บไว้ที่บ้านของตนเองด้วย

ผู้เสียหายหญิง รายหนึ่งบอกว่า ที่บ้านของตนถูกคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินหลายครั้ง จนทราบว่าเป็นนายสุรชัย แต่ด้วยความที่บ้านอยู่ใกล้กัน หากแจ้งตำรวจจับทันทีเกรงว่าจะถูกปองร้าย

จึงพยายามพูดจาหว่านล้อมกับญาติและแฟนของนายสุรชัย ให้เลิกพฤติกรรมลักขโมยและให้คืนทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งก่อนหน้านี้มีทั้งเงินสด เครื่องเพชร เครื่องทอง หลายรายการ แต่นายสุรชัยอ้างว่าไม่ได้ขโมย จนสุดท้ายตนทนไม่ไหว จึงแจ้งตำรวจมาช่วยจับกุม

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุรชัย รับสารภาพว่า ได้เข้าไปขโมยของภายในบ้านของหญิงผู้เสียหายจริง โดยตนติดยาบ้า ต้องหาเงินมาเสพยาบ้า แต่ไม่มีงานประจำ

จึงหาทางลักขโมยเพื่อได้ทรัพย์สินมาขายนำเงินไปซื้อยาบ้า แต่ไม่ยอมรับว่าขโมยของคนอื่นด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ และเสพยาเสพติดให้โทษ ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

ชายชาวจีน

ชายชาวจีน ต้องสงสัยฆ่าสาวดับคาน้ำตกโตนงาช้าง ชี้จุดที่พัก-ดูศพ

ชายชาวจีน ต้องสงสัยฆ่าสาวจีนเสียชีวิตปริศนาที่น้ำตกโตนงาช้าง ไปดูศพและพาชี้จุดที่พักใน อ.หาดใหญ่ นำประกอบคดีว่าพบพิรุธหรือไม่ หลังให้การว่าไม่รู้จักกับผู้ตาย ล่าสุด ตร.พบปมขัดแย้งเงิน 10 ล้านบาท

ชายชาวจีน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.เทียน เหล่ย นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนที่ถูกพบกลายเป็นศพที่น้ำตกโตนงาช้าง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกฆาตกรรมอำพราง และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ต้องสงสัย ซึ่งเบื้องต้นมีอย่างน้อย 2 คน

ชายชาวจีน

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิสมัย หัวหน้าชุดศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกส่งมาคุมคดีนี้พร้อมชุดสืบสวนของตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ ได้นำตัว นายไห้ หลง จ่าว หนึ่งในผู้ต้องสงสัยออกจากศูนย์กักคนเข้าเมืองสะเดา จ.สงขลา เพื่อมาดูศพของ น.ส.เทียน เหล่ย ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อยืนยันอีกครั้งว่ารู้จักกับผู้ตายหรือไม่ แต่ก็ยังคงยืนยันว่าไม่รู้จักแต่อย่างใด และมีท่าทีที่เรียบเฉยเหมือนเดิม

นอกจากนี้ ยังนำตัวไปชี้จุดยังโรงแรมที่พักย่านซีกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ที่เดินทางเข้ามาพักในช่วงเกิดเหตุกับเพื่อนชายชาวจีนอีกคนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย และเดินทางกลับประเทศจีนไปแล้ว แต่ไม่ได้นำตัวลงจากรถตู้แต่อย่างใด ซึ่งการนำตัว นายไห้ หลง จ่าย ออกมาดูศพและชี้จุดต่างๆ ทางชุดสืบสวนเผยว่า เพื่อดูว่าตรงหรือขัดแย้งกับผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่หรือไม่ และพบพิรุธในจุดใดบ้าง

พ.ต.ท.เขมรินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ เนื่องจากคำให้การบางประเด็นยังไม่ชัดเจน คำให้การยังเป็นข้อสงสัยอยู่ ส่วนปมความขัดแย้งที่ญาติเชื่อว่าจะถูกฆาตกรรม จากคำให้การของอาผู้ตาย ซึ่งพ่อแม่ให้เป็นตัวแทนมาดูศพและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

ก่อนหน้านี้พบว่า ผู้ตายได้ขายอะพาร์ตเมนต์ที่ประเทศจีน ระดมเงินจากญาติราว 2 ล้านหยวน หรือ 10 ล้านบาท และบอกว่าจะนำเงินไปลงทุนทำธุรกิจที่ประเทศมาเลเซีย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาบอกว่าถูกโกง ญาติจึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นอุบัติเหตุแต่ถูกฆาตกรรม แต่ญาติไม่รู้จักกับผู้ต้องหาทั้งสองคน และแทบจะไม่รู้เรื่องราวส่วนตัวของผู้ตาย เนื่องจากออกมาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง

ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ จะเป็นการประสานข้อมูลจากทางการจีนมาประกอบการสอบสวน เพราะไทยเป็นแค่พื้นที่เกิดเหตุส่วนข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ที่จะเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ต้องได้รับความร่วมมือจากจีน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เจ้าของรถยกอึ้ง ! มีผู้ว่าจ้างให้นำรถเก๋งป้ายแดง จากปทุมธานี

เจ้าของรถยกอึ้ง ! มีผู้ว่าจ้างให้นำรถเก๋งป้ายแดง จากปทุมธานี ไปส่งที่หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่เอะใจ เปิดกระโปรงหลังรถ พบยาไอซ์ 100 กก. รีบแจ้ง จนท.ตรวจสอบ

เจ้าของรถยกอึ้ง ! เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 ต.ค. 61 ร.ต.ต.ประธาน จตุพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. ประตูน้ำพระอินทร์ ได้ขับรถวิทยุหมายเลขข้างรถ 1131 ได้รับการแจ้งจากเจ้าของรถยกว่า มีผู้ว่าจ้างให้ยกรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีเทา ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ก-1178 กระบี่ บริเวณที่ตรงข้าม ร้านอาหารแห่งหนึ่ง อยู่ริมถนนหมายเลข 9 บางประอิน-บางบัวทอง (มุ่งหน้าบางบัวทอง) ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

เจ้าของรถยกอึ้ง

เจ้าของรถได้ประสานมาทางโทรศัพท์ว่าจ้างให้ยกรถไปส่งที่หาดใหญ่ โดยแจ้งว่ารถเสีย ในราคา 2 หมื่นบาท และให้มารับรถยังจุดนัดหมาย เมื่อนำรถขึ้นรถยกแล้วตนเห็นว่ารถหนักผิดปกติ จึงได้ตรวจสอบภายในรถ ก็ไม่พบอะไร แต่เมื่อเปิดฝากระโปรงท้ายรถ พบถุงหูหิ้ว 2 ถุง ภายในมียาไอซ์ ถุงละ 50 กก. รวม 100 กก. มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

จนท.จึงให้รถยกนำรถคันดังกล่าวมาเก็บที่หน่วยสอบสวนทางหลวงประตูน้ำพระอินทร์ เพื่อติดตามผู้ว่าจ้างพร้อมเจ้าของรถมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

กู้ภัยรีบไปช่วย สาวน้อยใจแฟน วีดีโอคอลกรอกยาพาราฯ โชว์ต่อหน้า

กู้ภัยรีบไปช่วย สาววัย 32 ปี น้อยใจแฟน วีดีโอคอลโชว์กรอกยาพาราใส่ปากต่อหน้าแฟนหนุ่ม หลังมีปัญหาคุยกันไม่ลงตัวพร้อมเขียนข้อความลาตาย สุดท้ายหมดสติคาห้องพัก กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

กู้ภัยรีบไปช่วย  เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (29 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งมีผู้หญิงพยามกินยาฆ่าตัวตายใน ซ.สุขสวัสดิ์ 74/2 ม.3 ถ.สุขสวัสดิ์ ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงรีบเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบ น.ส.เจน (นามสมมติ) อายุ 32 ปี นอนหมดสติภายในห้องบนเตียงนอน

อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจึงเร่งให้ความช่วยเหลือ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกอก 3 อย่างเร่งด่วน

กู้ภัยรีบไปช่วย

ดาบตำรวจถาวร มาลาวัน เผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.เจน พยายามจะฆ่าตัวตายด้วยกันกินยาพาราจำนวนมาก หลังมีปัญหากับแฟนหนุ่มและพยายามพูดคุยแก้ปัญหาแต่ไม่เป็นผล น.ส.เจน จึงได้เปิดวีดีโอคอล ก่อนเทกระปุกยาพาราใส่มือแล้วกินโชว์ให้แฟนหนุ่มดู พร้อมเขียนข้อความลาตายที่แขนซ้าย จากนั้นแฟนหนุ่มจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.พระประแดง เพื่อขอความช่วยเหลือให้ไปตรวจสอบ

กระทั่งเจ้าหน้าที่ไปถึงบ้านที่เกิดเหตุ สอบถามคนในบ้านยังไม่รู้เรื่องว่า น.ส.เจนได้กินยาเพื่อฆ่าด้วยตาย เนื่องจากเห็นปิดตัวอยู่ในห้อง จากนั้นตำรวจและญาติจึงไปเคาะเรียกหน้าประตูห้องนอน แต่ไม่มีเสียงตอบ ก่อนตัดสินใจงัดประตูเข้าไปจึงพบ น.ส.เจน นอนหมดสติอยู่ มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลบางปะกอก3 ขณะนี้แพทย์ได้ให้การช่วยเหลือจนปลอดภัยแล้ว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ผงะ พ่อค้ารับซื้อมะม่วง

ผงะ พ่อค้ารับซื้อมะม่วง พบโครงกระดูกมนุษย์ ซุกกอผักตบชวา

ผงะ พ่อค้ารับซื้อมะม่วง พบโครงกระดูกของหนุ่มใหญ่วัย 44 ปี เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ คาดเสียชีวิตมาแล้ว 1 เดือน

ผงะ พ่อค้ารับซื้อมะม่วง พบโครงกระดูกของหนุ่มใหญ่วัย 44 ปี  วันที่ 29 ก.ย. 61 พ.ต.ท.วิเชียร ทะน้อม สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งพบโครงกระดูกที่ข้างประตูระบายน้ำบ้านหัวป่าน้อย หมู่ 4 ต.พิหารแดง ไปตรวจสอบพร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน แพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวง

ผงะ พ่อค้ารับซื้อมะม่วง

ที่เกิดเหตุพบศพเน่าเหม็นเริ่มแห้งเหลือแต่โครงกระดูกของมนุษย์ อยู่ในกอผักตบชวาที่เริ่มแห้ง ส่งกลิ่นเหม็นโชยรอบบริเวณ เบื้องต้น พบกะโหลกศีรษะ ซี่โครง ชิ้นส่วนกระดูก กางเกงยีนส์ขาสามส่วนเข็มขัดหนังสีดำ เสื้อยืดแขนสั้นสีขาวลายฟ้า

ตรวจค้นในกระเป๋ากางเกงพบเอกสาร เป็นบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตายชื่อ นายคำนวณ อายุ 44 ปี เบื้องต้น ไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตได้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 เดือน จึงส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชฯ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

จากการสอบถามนายกรศรัณย์ ฐานาอิทธิโรจน์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 เล่าว่า ช่วงสายวันนี้ได้รับแจ้งจากพ่อค้ารับซื้อมะม่วงว่า ระหว่างที่รอเข้าไร่ไปซื้อมะม่วง ได้ขับรถกระบะเข้ามาจอดตรงจุดที่พบศพ

หลังจากจอดคนขับรถได้กลิ่นเหม็นสาบคล้ายกลิ่นศพ จึงขยับรถออกแล้วลงไปดูก็แทบช็อก เนื่องจากสิ่งที่เห็นนั้นคือโครงกระดูกมนุษย์ จึงรีบไปแจ้งให้ตนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มาดู และตนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

แทงบอลออนไลน์

นายกรศรัณย์ เล่าต่อว่า ผู้เสียชีวิตไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร แต่เป็นคนติดสารระเหยดมกาว ก่อนหน้าประมาณ 1 เดือนมีผู้ที่รู้จักกับผู้เสียชีวิต เล่าว่า พบผู้ตายยืนดมกาวอยู่บริเวณริมคลองซึ่งมีผักตบชวาขึ้นอยู่หนาแน่น จึงตะโกนเตือนให้ระวัง

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นผู้เสียชีวิตอีก กระทั่งมาพบกลายเป็นศพเหลือแต่โครงกระดูก ส่วนสาเหตุนั้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

 …

สุดเศร้า-ลุงวัย

สุดเศร้า-ลุงวัย 61 ปีจูงจักรยานคู่ใจ เจอกระบะซิ่งอัดยับดับริมถนน

สุดเศร้า-ลุงวัย 61 ปีจูงจักรยานคู่ใจ ร.ต.อ.กฤษณะ คำกังวาน รอง สว.สอบสวน สภ.สามโคก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานปั่น มีผู้เสียชีวิต

สุดเศร้า-ลุงวัย 61 ปี  ร.ต.อ.กฤษณะ คำกังวาน รอง สว.สอบสวน สภ.สามโคก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานปั่น มีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน มุ่งหน้าบางปะหัน กม.ที่ 9+800 ตรงข้ามทางเข้าวัดโพธิ์นิ่ม ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แพทย์เวร รพ.สามโคก

สุดเศร้า-ลุงวัย
ในที่เกิดเหตุช่องทางขวาสุดพบรถจักรยานปั่นสีฟ้าถูกชนจนได้รับความเสียหายสภาพคดงอ ข้างกันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายมนูญ อายุ 61 ปี ริมทางพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า แบบตอนเดียว สีขาว ทะเบียน ฒช-9105 กทม.จอดอยู่ริมทางสภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน

นายไพโรจน์ อายุ 38 ปี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองนำสินค้ามาส่งให้ลูกค้าที่ย่านคลองหลวงเสร็จสิ้นและกำลังจะเดินทางกลับ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุวิ่งอยู่ในช่องทางขวา โดยมีรถเก๋งอยู่เลนซ้าย จู่ๆ ก็มีผู้เสียชีวิตจูงรถจักรยานออกมาจากซอยเพื่อข้ามถนนตนเองเบรกรถไม่อยู่จึงจนเข้าอย่างแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

แทงบอลออนไลน์

ทางด้าน ร.ต.อ.กฤษณะ คำกังวาน รอง สว.สอบสวน สภ.สามโคก เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับนำคู่กรณีไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อรอญาติรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางสาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com