ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

รวมลิงค์ดูบอลออนไลน์ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv ดูบอลสด ผ่านเน็ตฟรี

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv อัพเดททุกวันตลอด 24 ชม. ดูบอลสดฟรี. สะดวกทุกที่ทุกเวลา. ดูบอลออนไลน์ผ่านมือถือ. และกีฬาอื่นๆ ฟุตบอลโลก 2019
ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ดู ผล บอล สด 7m ที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม ลิ้งค์ดูบอลก็จะโชว์ขึ้นมา แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆ ที่แสดง ดู ผล บอล สด วัน นี้ ทุก ลีก  ได้เลย

โดยเราคัดคุณภาพให้แล้ว ดูได้ทั้งคอมและมือถือ รองรับคนดูได้โดยไม่กระตุก มารวมไว้ในที่เดียวและเรายังอัพเดทลิ้งในตารางบอล ตลอด 24 ชม. ทำให้คุณไม่ต้องไปหาหลายที่ให้วุ่นวาย การดูบอลของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี แมน ยู
และตารางบอลของเราจะแสดงให้ทราบว่าแต่ละคู่จะถ่ายทอดสดช่องไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นช่อง PPTV, Bein Sport, TrueVision, True4U, ช่อง 3HD, ช่อง 7HD, ไทยรัฐทีวี, Bugaboo, FoxSport, SkyNet
ถ้าเป็นบอลคู่ใหญ่เราจะมีสัญลักษณ์ เป็นจุดสังเกตุให้คุณไม่พลาดในบอลคู่ที่น่าสนใจ ในลีกต่างๆ ดู ผล บอล ออนไลน์ ฟรี ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ว่าเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก,ไทย ดิวิชั่น 1, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส
แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ยังรวบรวม ลิ้งดูบาสสด, ดูวอลเลย์บอลสด เราจึงกล้าพูดได้เลยว่าเราเป็นเว็บรวมลิ้งดูบอลที่ดีที่สุดในไทย…

ไม่คิดว่าถึงตาย

ไม่คิดว่าถึงตาย หนุ่มพาเพื่อนรุมยำอดีตครู ดับสยองริมคลอง เหตุฉุนลวนลามแฟนสาว

ไม่คิดว่าถึงตาย  ..

หนุมพาเพื่อนรุมยำอดีตครู ดับสยองริมคลอง เหตุฉุนลวนลามแฟนสาว

ไม่คิดว่าถึงตาย

หนุ่มหัวร้อน พาเพื่อนรุมทำร้ายอดีตครู เสียชีวิตริมคลองในจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าตัวรับสารภาพ เหตุไม่พอใจที่มาลวนลามแฟนสาวในงานเลี้ยง แต่ ไม่คิดว่าจะถึงตาย

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 เว็บไซต์ ONB news รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกันที่บริเวณริมคลองชลประทานหวายเหนียว บ้านท่าตะคร้อ ตำบลแสนตอ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี จึงแจ้งให้ ร.ต.อ.จรัญ กระจ่างแจ่ม รองสารวัตร (สอบสวน) ส.ภ.ท่ามะกา พร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลมะการักษ์ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิลาเคิลออฟไลฟ์ ขุนรัตรวุธ เข้าทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

ไม่คิดว่าถึงตาย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถจักยานยนต์ 1 คัน ห่างไปไม่ไกล พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนหงายอยู่ในพงหญ้า สวมเสื้อยืดแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน โดยทั้งเสื้อและกางเกงยังคงเปียกน้ำอยู่ สภาพศพผู้เสียชีวิต มีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายที่บริเวณปากจนแตก ที่ท้ายทอยด้านหลัง มีบาดแผลถูกทำร้ายเป็นบาดแผลแตก แพทย์จาก รพ.มะการักษ์ ยังไม่สามารถลงความเห็นได้ว่า เป็นบาดแผลที่ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตหรือไม่ จึงต้องส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายเพชรทพงษ์ ลมพัด อายุ 37 ปี อดีตเคยรับราชการเป็นครู แต่ปัจจุบันได้ลาออกแล้ว และจากการสอบถามญาติของผู้เสียชีวิตทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเพชรทพงษ์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อจะไปนอนบ้านญาติ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร กระทั่งมาพบเป็นศพอยู่ที่บริเวณดังกล่าว

 

ด้านพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า ขณะกำลังขับรถผ่านไปตามเส้นทางจุดเกิดเหตุ เห็นนายเพชรทพงษ์ กำลังยืนทะเลาะมีปากเสียงกับกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 2 คน ก่อนที่ทั้งสองจะรุมทำร้ายชกต่อยนายเพชรทพงษ์ ทางพลเมืองดี จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

พล.ต.ต. สุวิทย์ ชาวสีทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมชุดสืบสวนภ.จว.และ พ.ต.อ. ณัฐวุติ กันตะยศ ผู้กำกับ ส.ภ.ท่ามะกา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ส.ภ.ท่ามะกา เจ้าหน้าที่ ทหาร กกล.รส.มทบ.17 จ.ส.อ.สำราญ เสื้อผู้ หัวหน้าชุดพร้อมเจ้าหน้าที่ ชป.ลงตรวจสอบ สถานที่ที่เกิดเหตุและหาหลักฐานของคนร้ายเพิ่มเติม ก่อนจะเดินทางไปขอหมายจับผู้ก่อเหตุจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี

 

โดยทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นาย สายชล โกสุม อายุ 27 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี บ้านอยู่ในพื้นที่ตำบลแสนตอทั้ง 2 ราย เบื้องต้นทั้ง 2 รายได้รับสารภาพ โดยนายสายชล เป็นคนลงมือก่อเหตุ เนื่องจากโมโหที่ผู้เสียชีวิต พยายามเข้ามาลวนลามแฟนสาวของตน ขณะกลับออกจากงานเลี้ยง จึงได้ร่วมกับ นายบี ซึ่งมาด้วยกัน ชกต่อย และทำร้ายร่างกาย แต่ไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com

จับโชเฟอร์แท็กซี่สายโจร

จับโชเฟอร์แท็กซี่สายโจร ใส่กำไลข้อเท้าEM ยังฉกนาฬิกาโรเล็กซ์

จับโชเฟอร์แท็กซี่สายโจร ตำรวจ สน.ทองหล่อ จับโชเฟอร์แท็กซี่สายโจร ซึ่งอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัว ยังติดตั้งกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไว้ด้วย ก่อเหตุซ้ำปลดทรัพย์ผู้โดยสารตอนเมาและหลับ

จับโชเฟอร์แท็กซี่สายโจร เช้าวันนี้ (26ม.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ นำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ จับกุมตัว นายอานนท์ อายุ 34 ปี โชว์เฟอร์แท็กซี่ฉกทรัพย์ผู้โดยสาร พร้อมของกลาง นาฬิกาโรเล็กซ์ จำนวน 1 เรือน มูลค่า 250,000 บาท รถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีขาว-ชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ 9029 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยเอกมัย 7 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ม.ค.62 เวลาประมาณ 15.25 น. ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า ตนได้ไปสังสรรค์กับเพื่อน ที่สถานบริการแห่งหนึ่ง ย่านถนนเอกมัย จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. จึงเดินทางกลับที่พัก ย่านนนทบุรี โดยเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ซึ่งจอดอยู่ริมถนนปากซอยเอกมัย 7 เมื่อขึ้นรถแล้ว

จับโชเฟอร์แท็กซี่สายโจร

ผู้เสียหายรู้สึกผิดสังเกต พบว่ารถคันนี้ไม่มีมิเตอร์ คนขับบอกเพียงมิเตอร์เสีย จึงเหมาจ่ายในราคาเพียง 120 บาท ทำให้ตนรู้สึกว่าราคาถูกผิดปกติ แต่ก็ไม่คิดอะไร หนำซ้ำไม่มีการติดป้ายหมายเลขทะเบียนรถติดอยู่ที่ขอบประตูเหมือนเช่นรถแท็กซี่คันอื่นๆ จึงถ่ายภาพภายในห้องโดยสารไว้ จากนั้นได้เผลอหลับไป

จนกระทั่งต่อมารู้สึกตัวพบว่าตนเองกำลังเดินอยู่บริเวณหน้าห้างแห่งหนึ่ง ย่านถนนติวานนท์ และเมื่อสำรวจทรัพย์สินพบว่านาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อโรเล็กซ์ ราคาประมาณ 250,000 บาท ได้หายไป จึงเดินทางมาแจ้งความกับทางตำรวจไว้

จากนั้นทาง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ และ พล.ต.ต.มงคล ได้สั่งการเน้นย้ำ ให้ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้ทำการสืบสวนคดีนี้เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาให้ได้ กระทั่งสามารถแกะรอยเบาะแสที่ได้โดยตรวจสอบภาพถ่ายที่ผู้เสียหายถ่ายไว้ด้วยพบตำหนิพิเศษ

โดยปรากฏภาพสติ๊กเกอร์ สันนิษฐานว่าเป็นรูปพระ ติดอยู่ที่บริเวณเสาโครงรถ ซึ่งจากเบาะแสดังกล่าว ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการ และจัดกำลังออกเฝ้าจุดตรวจสอบรถแท็กซี่ที่จอดรับผู้โดยสารบริเวณหน้าสถานบริการในเขตรับผิดขอบโดยเฉพาะละแวกที่เกิดเหตุ

จนกระทั่งเมื่อกลางดึกของวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบพบรถยนต์แท็กซี่สีชมพู-ขาว หมายเลขทะเบียน ทษ-9029 กรุงเทพมหานคร ต้องสงสัยจอดอยู่ภายในซอยเอกมัย 7 ซึ่งไม่พบผู้ขับขี่ เมื่อทางตำรวจสังเกตการณ์จากภายนอกรถพบตำหนิพิเศษถูกต้องตรงกันกับรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ จึงทำการเฝ้าอยู่ละแวกนี้ จนพบ นายอานนท์ เดินตรงเข้ามาที่รถ ทางตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจสอบ ซึ่งนายอานนท์ แสดงตนว่าตนเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวจริง จึงได้เชิญตัวมาสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ

จากการสอบสวน นายอานนท์ ให้การยอมรับสารภาพว่าตนเป็นผู้ลงมือก่อเหตุลักทรัพย์นาฬิกาโรเล็กซ์ ของผู้เสียหายไปจริง โดยเมื่อวันที่ 12 ม.ค. เวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีผู้เสียหายว่าจ้างให้ตนไปส่งที่ย่านนนทบุรี เมื่อผู้เสียหายขึ้นมาบนรถแล้วได้หลับไปอันเนื่องมาจากเมาสุรา และตนได้ทดลองเรียกหลายครั้งผู้เสียหายไม่ยอมตื่นขึ้นมา

ตนจึงจอดรถ และเอื้อมไปปลดนาฬิกาข้อมือมาเก็บไว้ จากนั้นเมื่อขับรถผ่านไปยังบริเวณหน้าห้างแห่งหนึ่ง ย่านถนนติวานนท์ จึงได้เรียกให้ผู้เสียหายตื่นขึ้น และได้ให้ลงจากรถไป จากนั้นตนจึงได้นำเอานาฬิกาข้อมือที่ได้ไปฝากไว้กับคนรู้จัก ชื่อนายสุพรรณ แสงระ เก็บไว้เพื่อที่จะได้นำออกจำหน่ายในภายหลัง

ต่อมานายอานนท์ ได้พาตำรวจ ไปยังบ้านพักของนายสุพรรณ ที่บ้านเลขที่ 29/31 ชั้น 4 แฟลตห้วยขวาง แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. โดยเมื่อพบนายสุพรรณ ได้พาไปตรวจค้นยังตู้โชว์ภายในห้องนอน พบนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อโรเล็กซ์ ซึ่งนายอานนท์ ยืนยันว่าเป็นนาฬิกาข้อมือที่ตนลักเอามาจากผู้เสียหายจริง

จึงมีหลักฐานเชื่อได้ว่า นายสุพรรณมีพฤติการณ์ ช่วยซ่อนเร้น หรือช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งอันทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฯ จึงได้ทำการจับกุมนายสุพรรณ พร้อมด้วยของกลางนาฬิกาโรเล็กซ์ ดำเนินคดีโดยกล่าวหาว่า “รับของโจร” ดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากเมื่อตรวจสอบประวัติของนายอานนท์ พบว่า เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยพฤติการณ์คือ นายอานนท์ ซึ่งเป็นผู้ขับรถแท็กซี่ จะฉวยโอกาสปลดทรัพย์ผู้โดยสารซึ่งเมาสุราหรือหลับบนรถ โดยถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 16 ส.ค.61 สน.ทองหล่อ และมีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ซึ่งปัจจุบัน นายอานนท์ อยู่ระหว่างได้รับการประกันตัว และพบว่าที่ข้อเท้าของนายอานนท์ ยังติดตั้งกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไว้ด้วย

นอกจากนี้เจ้าตัวยังมีประวัติ เมื่อปี 2558 ลักทรัพย์ ในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว และเมื่อปี 2561 ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในพื้นที่ สน.วังทองหลาง ตลอดจนเมื่อตรวจสอบใบขับขี่ ผู้ต้องหาไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะแต่อย่างใด จึงทำให้เชื่อว่าคนร้ายรายนี้ก่อเหตุลักษณะนี้อีกหลายครั้ง

หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อได้ทันที

ทั้งนี้ อยากจะฝากเตือนภัยแก่ประชาชน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยามราตรี หากต้องใช้บริการรถแท็กซี่ ควรสังเกตว่า มีการติดป้ายประจำตัวผู้ขับไว้ที่หน้ารถหรือไม่ รวมทั้งมีการติดป้ายหมายเลขทะเบียนรถไว้บริเวณขอบประตูทุกบานหรือไม่ หากพบว่าไม่มีควรหลีกเลี่ยง ให้เชื่อว่าเป็นมิจฉาชีพ รวมทั้งหากจำเป็นต้องใช้บริการรถแท็กซี่ทุกครั้ง ควรถ่ายภาพภายในรถไว้

จากนั้นส่งให้คนในครอบครัวหรือคนที่รู้จัก ไว้ใจได้ พร้อมทั้งแจ้งจุดหมายปลายทาง เพื่อสะดวกแก่การติดตาม ที่สำคัญไม่ควรหลับบนรถ อีกทั้งขอแนะนำไม่ควรใส่ของมีค่า หากมีต้องเก็บให้มิดชิด เพื่อไม่ให้ล่อตาล่อใจเหล่ามิจฉาชีพที่แฝงมาในคราบโชเฟอร์แท็กซี่ ซึ่งเชื่ออีกว่าน่าจะมีกลุ่มมิจฉาชีพทำลักษณะนี้อีก ทางตำรวจต้องทำการสืบสวนขยายผลอีกครั้ง

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

ลวงรักหลอกโอน

ลวงรักหลอกโอน ! จับ “แก๊งโรแมนซ์สแกม” ไนจีเรียพร้อมแฟนสาวไทย

ลวงรักหลอกโอน สืบภาค 5 จับแก๊งโรแมนซ์สแกมชาวไนจีเรียร่วมแฟนสาวคนไทย หลอกโอนเงิน เหยื่อสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท ตำรวจเชื่อยังมีเหยื่ออีกเพียบที่ไม่กล้าแจ้งความ

ลวงรักหลอกโอน ตำรวจสืบสวนภาค 5 จับกุมนายเค ซี ชาวไนจีเรีย วัย 40 ปี พร้อมนางสาวกศิณ์นันท์ อายุ 28 ปี แฟนสาวชาวไทยกับพวกรวมทั้งหมด 4 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กในการกระทำความผิดหลอกลวงเหยื่อ คุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา

ลวงรักหลอกโอน

“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น” และ “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เผยว่า ผู้ต้องหาจะนำภาพที่ไม่ใช่ตนเอง เป็นหนุ่มหน้าตาดีชาวต่างชาติ ติดต่อกับหญิงไทยที่มีอยากมีแฟนเป็นชาวต่างชาติผ่านทางเฟซบุ๊ก อ้างว่าเป็นคนมีฐานะชักชวนพูดคุยจนสนิทสนม ก่อนจะขอแต่งงาน เหยื่อรายล่าสุดเป็นหญิงชาวเชียงใหม่ถูกหลอกว่าจะส่งเงินมาให้ซื้อบ้านและทรัพย์สินในประเทศไทย 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากนั้นจะให้แฟนสาวชาวไทย โทรศัพท์ไปอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร หลอกเหยื่อว่าจะต้องเสียภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามประเทศ พูดจาหว่านล้อมจนเหยื่อหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้ให้หลายครั้ง เป็นเงินกว่า 1 ล้านบาท สุดท้ายรู้ว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งตำรวจ

ตำรวจบอกว่าเหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงอายุ 40 ปี ขึ้นไปจนถึงวัยเกษียณ จากการตรวจสอบในเฟซบุ๊กมีรายชื่อหญิงไทยเป็นเพื่อนจำนวนมาก เชื่อว่าน่าจะถูกหลอกหลายรายแต่ไม่กล้าแจ้งความ ขณะที่แก๊งโรแมนซ์สแกมแก๊งนี้มีทั้งหมด 18 คน จับกุมมาได้เกือบทั้งหมดแล้ว พร้อมฝากเตือนอย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติกรรมหว่านล้อมให้มีการโอนเงินหรือทรัพย์สินอื่นๆ เพราะเกือบทั้งหมดเป็นแก๊งต้มตุ๋น

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.sanook.com…

ลูกสาวช็อก

ลูกสาวช็อก ! พ่อหายจากบ้านนาน 4 เดือน เจออีกทีกลายเป็นศพถูกเผา

ลูกสาวช็อก ร.ต.อ.จตุพล เทสินทโชติ รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแสนสุข ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบโครงกระดูกมนุษย์ ที่บริเวณหลังหมู่บ้านอรินสิริ@อ่างศิลา

ลูกสาวช็อก พบผู้ตายเป็นชายเหลือแต่โครงกระดูกอยู่บริเวณป่ากระถินหลังหมู่บ้านดังกล่าว จึงได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคนหายพบว่า น.ส.อรเนตร พรชนะธนมาศ อายุ 45 ปี ลูกสาวได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเสม็ดว่า นายสุชิน บุญธรรม อายุ 72 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 49/59 หมู่ 2 ตำบลบ้านปึก อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

ลูกสาวช็อก

ได้หายไปจากบ้านเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา จึงได้ประสานงานกับ น.ส.อรเนตร หลังจากนั้นจึงได้รุดมาดูโครงกระดูกดังกล่าวพบว่าเป็นนายสุชินจริง โดยดูจากเศษเสื้อผ้าที่หลงเหลือ กะโหลกศีรษะยุบจากการผ่าตัด เข็มขัด และสายรัดข้อมือในหลวงรัชกาลที่ 9 (ริสแบนด์)

หลังจากนั้นตำรวจได้นำโครงกระดูกส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต และพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้ตาย โดยขอดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้มของ น.ส.อรเนตร นำไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง น.ส.อรเนตร เผยว่า 99 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าเป็นโครงกระดูกพ่อแน่นอน จากรอยผ่าตัดกะโหลกศีรษะ สายเข็มขัด เสื้อยืดกล้ามที่เหลือเศษอยู่

และริสแบนด์สีส้มอมเหลืองที่พ่อใส่ติดมืออยู่ประจำ ยังทำใจไม่ได้เนื่องจากคิดว่าพ่อหลงไปที่อื่นและยังมีชีวิตอยู่ โดยตำรวจภูธรแสนสุขบอกว่า ก่อนพบโครงกระดูกได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านนำสุนัขมาขับถ่ายและหลุดเข้ามาในป่ากระถิน จึงได้เข้ามาดูและพบโครงกระดูกดังกล่าวและแจ้งให้ตำรวจทราบ

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

เคล็ดลับอาบน้ำ

เคล็ดลับอาบน้ำ อย่างไรให้หุ่นผอม แถมได้ผิวสวยใสสุขภาพดีเป็นธรรมชาติ

เคล็ดลับอาบน้ำ รู้ไหมว่าการดูแลผิวให้สวยใสและรักษาหุ่นให้ผอมเพรียว ทำได้ง่ายๆ แค่อาบน้ำเท่านั้น ซึ่งก็เป็นวิธีที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

เคล็ดลับอาบน้ำ ว่าแต่จะมีวิธีการอาบน้ำอย่างไรให้ผอมและผิวสวยได้ ตามเราไปดูกันเลยนะคะสาวๆ

วิธีอาบน้ำกระตุ้นรูปร่างให้ผอมดั่งใจ
การอาบน้ำให้รูปร่างผอมเพรียว จะใช้วิธีการปรับอุณหภูมิในร่างกาย เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น โดยมีขั้นตอนการอาบน้ำดังนี้

เคล็ดลับอาบน้ำ
1.อาบน้ำด้วยอุณหภูมิกลางๆ
เริ่มจากการอาบน้ำที่อุณหภูมิกลางๆ ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไปก่อน โดยทำความสะอาดร่างกายตามปกติให้เรียบร้อย จากนั้นจึงอาบน้ำด้วยอุณหภูมิที่เย็นลงจากเดิมแต่ยังไม่ถึงกับเย็นจัด เพื่อให้ร่างกายได้ปรับอุณหภูมิภายในแบบค่อยเป็นค่อยไป จะได้ไม่เกินผลเสียจากการปรับอุณหภูมิไม่ทันนั่นเอง

2.อาบน้ำเย็นจัด
เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว ก็ให้อาบน้ำที่อุณหภูมิเย็นจัด ซึ่งร่างกายจะชาเล็กน้อย โดยให้อาบน้ำที่อุณหภูมิเย็นจัดประมาณ 1 นาที วิธีนี้จะกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานมากขึ้น และมีการดึงเอาไขมันส่วนเกินมาใช้มากกว่าเดิม เพื่อพยายามปรับอุณหภูมิในร่างกายให้สมดุล จึงช่วยในการลดน้ำหนักและทำให้คุณมีหุ่นที่สวยเป๊ะในที่สุด

วิธีอาบน้ำให้ผิวสวยใส มีสุขภาพดี
การอาบน้ำไม่เพียงแต่จะทำให้ระบบเผาผลาญดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ผิวพรรณดูสวยใส มีออร่า และดูสุขภาพผิวดีกว่าเดิมอีกด้วย โดยการอาบน้ำเพื่อผิวสวยต้องทำอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย

1.อาบน้ำร้อนสลับเย็น
เป็นการอาบน้ำที่อุณหภูมิร้อนแล้วมาสลับกับน้ำเย็น ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณดูชุ่มชื้น เนียนนุ่ม และช่วยกระชับรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้คุณมีผิวที่สวยใสดูมีสุขภาพผิวที่ดีมากกว่าเดิม และไม่มีปัญหาแห้งกร้านมากวนใจอีกด้วย

2.เช็ดตัวแรงๆ
หลังอาบน้ำเสร็จ ให้ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวแรงๆ นั่นก็เพื่อกระตุ้นให้เลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเซลล์ผิว จึงทำให้ผิวพรรณดูเนียนใส เกลี้ยงเกลา และดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งคุณแทบไม่ต้องใช้ครีมบำรุงผิวมาเป็นตัวช่วยเลยทีเดียว

การอาบน้ำจะไม่ใช่แค่การชำระล้างร่างกายให้สะอาด หมดจดอีกต่อไป หากเรารู้วิธีและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง การอาบน้ำที่ดูธรรมดา ก็จะกลายเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดไขมันส่วนเกิน ฟิตหุ่นสวย และดูแลผิวพรรณให้เนียนนุ่ม สวยใสกันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นลองทำตามวิธีการข้างต้นกันดูนะคะ แล้วคุณจะพบว่าวิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากแค่ไหน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

หนุ่มแค้นใจใครๆ

หนุ่มแค้นใจใครๆ ก็ไม่รัก บุกฆ่าปาดคอน้องชายคนละแม่ กระหน่ำแทงเมียใหม่พ่อ

หนุ่มแค้นใจใครๆ ตำรวจตามจับได้ทันควัน หนุ่มใจอำมหิตบาดหมางกับเมียใหม่ของพ่อ-น้องชายคนละแม่ ตามจ้วงแทงให้ตายรายทาง สารภาพคับแค้นใจมานาน น้อยใจพ่อแท้ๆ ยังไม่เห็นหัว

หนุ่มแค้นใจใครๆ พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.กก.สส.จ.ปทุมธานีพ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร ผกก.สภ.ลำลูกกา พ.ต.ท.วิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์ รอง ผกก.สส.สภ.ลำลูกกา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลำลูกกา ได้ร่วมกันจับกุม นายอาทิตย์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีเลขที่ 27/2562 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พกพาอาวุธ(มีด)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

หนุ่มแค้นใจใครๆ

โดยถูกจับกุมตัวได้ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธมีด 1 เล่ม เสื้อผ้าที่สวมใส่ในเวลาก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX จึงถูกควบคุมตัวมายัง สภ.ลำลูกกา เพื่อทำการสืบสวนสอบสวน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานนี้ (18 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด โดยพลเมืองดีนำผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ส่งโรงพยาบาลสายไหม ก่อนจะเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายวรวุฒ อายุ 24 ปี และ นางอุบล อายุ 61 ปี ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน

เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในบ้านหลังหนึ่งใน ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าทีพบคราบเลือดเป็นทางยาวและอาวุธมีดตกอยู่ ซึ่งจากการสอบสวนพยานทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายอาทิตย์ ซึ่งเป็นพี่ชายต่างมารดาของนายวรวุฒ และเป็นลูกเลี้ยงของนางอุบล หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายอาทิตย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจำลองเหตุการณ์บริเวณข้าง สภ.ลำลูกกา โดยจุดแรกบริเวณทางเข้าบ้าน เป็นจุดที่คนร้ายและนายวรวุฒขับขี่จักรยานยนต์สวนทางกัน โดยผู้ก่อเหตุได้ออกอุบายยืนโบกรถ เพื่อให้ผู้ตายจอด และทำทีเป็นรถเสีย ก่อนจะให้ผู้ตายจะลงมาช่วย ผู้ก่อเหตุจึงใช้อาวุธมีดที่พกมาในกระเป๋าจ้วงแทง

ปรากฏว่า ผู้ตายตกใจและพยายามวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่วิ่งไปได้ประมาณ 10 เมตร นายอาทิตย์ก็ตามไปแทงซ้ำหลายครั้ง ก่อนจะหมดสติล้มฟุบไปกับนอนกับพื้นถนน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุขึ้นขี่รถเข้าไปที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างกับจุดแรกประมาณ 40 เมตร จอดรถและเดินปรี่เข้าไปหา นางอุบล แม่เลี้ยงที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน

นายอาทิตย์ ได้ใช้เข่ากดเข้าที่ขาแม่เลี้ยง ก่อนจะใช้อาวุธมีดด้ามเดียวกันจ้วงแทงใส่หลายครั้ง กระทั่งนอนแน่นิ่งไป แล้วจึงหลบหนีไปขึ้นจักรยานยนต์ที่จอดไว้หน้าบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่ นายสมบุญ ผู้เป็นพ่อจะเข้ามาเห็นและพยายามจับตัวลูกชายเอาไว้ แต่ นายอาทิตย์ สามารถสะบัดตัวดิ้นหลุดออกไปได้

ทั้งนี้ นายอาทิตย์ ได้ให้การว่า มีเรื่องอัดอั้นตันใจกับครอบครัวของแม่เลี้ยงมานาน ประกอบกับเมื่อช่วงก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ขี่รถเข้าไปหาพ่อที่บ้านแม่เลี้ยง ก่อนจะถูกพ่อตำหนิที่ยังค้างจ่ายค่างวดรถ ทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ทำไมไม่มีใครช่วยเหลือเรื่องนี้บ้าง

ประกอบกับลูกชายของแม่เลี้ยงกับตนเอง ก็มีเรื่องบาดหมางกันมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ด้วยความคับแค้นจึงกลับไปที่บ้านเช่า แล้วหยิบมีดทำครัวมา แล้วย้อนกลับมาก่อเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำอย่างละเอียดและดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://www.sanook.com…

โผล่อีกคลิป

โผล่อีกคลิป “อาร์ตลาย” รับใบสั่ง “เทพโซโล” ยกแก๊งรุมกระทืบหนุ่มเจ็บสาหัส

โผล่อีกคลิป วินาทีโหดแก๊ง “อาร์ตลาย” เครือข่าย “เทพโซโล” รุมกระทืบหนุ่มสาหัส ขณะที่ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ

โผล่อีกคลิป โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆ ทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพแก๊ง อาร์ตลาย หรือ นายอรรถพล อายุ 22 ปี ชาวบ้านตำบลบ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่นำลูกทีมรุมทำร้ายชายคนหนึ่งจนเลือดอาบทั้งตัว โดยในคลิปจะได้ยินเสียงคล้ายกับไม้เบสบอลอะลูมิเนียม กระทบพื้นหลายครั้ง

พร้อมทั้งมีการฟาดเข้าที่ศีรษะและลำตัวของชายที่อยู่ในคลิปหลายครั้ง ซึ่งความยาวของคลิปเกือบ 2 นาที และเป็นหลังจากที่ถูกรุมทำร้ายจนเลือดอาบทั้งศีรษะทั้งตัว คาดว่าจะถูกรุมใช้อาวุธฟาดมาก่อนหน้าจะอัดคลิปหลายครั้ง

โผล่อีกคลิป

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังผู้ที่นำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ ซึ่งเจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุล บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำที่กลุ่มนายอาร์ตลาย ทำร้ายร่างกายชายไม่ทราบชื่อ

อายุประมาณ 20-25 ปี เนื่องจากนายอาร์ตลาย ได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของเฟซบุ๊ก “เทพโซโล” ให้ทำร้ายเครือข่ายค้ายาบ้า ที่ไม่ยอมจ่ายค่ายาเสพติด นายอาร์ตจึงนัดเป้าหมายมาที่บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ริมถนนเลี่ยงเมือง สายขอนแก่น-อุดรธานี ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น

แต่เมื่อถึงเวลานัด ปรากฏว่ามีผู้ชายขับขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 2 คน กลุ่มนายอาร์ตลายจึงรุมทำร้ายคนขับขี่รถจักรยานยนต์ เพราะคิดว่าเป็นเป้าหมาย ส่วนคนที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ได้วิ่งหนีไป แต่สุดท้ายเป็นการทำร้ายผิดคน เพราะเป้าหมายจริงๆ คือคนที่วิ่งหนีไป ส่วนคนที่ถูกทำร้ายเป็นขับขี่รถจักรยานยนต์มาส่งเท่านั้น

ขณะที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 3 ข้อหา ประกอบด้วยฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน

โทษสูงสุดคือประหารชีวิต และร่วมกันปล้นทรัพย์และอั้งยี่ซ่องโจร โดยได้คุมตัวส่งศาลฝากขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น 5 คน ประกอบด้วย นายอาร์ตลาย, นายมนตรี อายุ 23 ปี ,นายจารุพงษ์ อายุ 19 ปี ,นายเกียรติศักดิ์ อายุ 23 ปี และ น.ส.อาลิสา อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.ขอนแก่น และ นายอั๋น อายุ 16 ปี คุมตัวส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

หนุ่มเครียด

หนุ่มเครียด “แม่ไม่ซื้อจักรยานยนต์ให้” สุดท้ายน้อยใจผูกคอดับคาห้องพัก

หนุ่มเครียด ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ร.ต.อ.วริทธิ์ งอยกุดจิก พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนผูกคอตายที่ห้องพักแห่งหนึ่ง

หนุ่มเครียด เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุพบว่าเป็นห้องแถวตึกชั้นเดียวติดกัน 4 ห้อง โดยภายในห้องพบสายสะพายกระเป๋าสีเทาผูกกับช่องลมห้องน้ำ และผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายอนุชา อินทร์หอม อายุ 33 ปี สภาพสวมเสื้อกีฬาสีขาว กางเกงขาสามส่วนสีดำ จากการชันสูตรไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ จากการสอบถามเจ้าของห้องเช่าเล่าว่า ผู้ตายมาเช่าห้องพักได้ประมาณ 1 เดือน

หนุ่มเครียด

โดยแม่เป็นคนเช่าและเดินทางมาหาลูกชายเดือนละครั้ง โดยก่อนเกิดเหตุตนได้รับโทรศัพท์จากแม่ผู้ตายว่า ฝากดูแลลูกชายด้วยเพราะทะเลาะกัน เนื่องจากผู้ตายได้โทรศัพท์มาขอให้แม่ซื้อรถจักรยานยนต์ให้ แต่แม่ไม่ยอมซื้อให้ ด้วยความโมโหแม่ก็จึงว่ากล่าวตักเตือนลูกชาย ว่าแม่ไม่มีเงินซื้อให้หรอก หากอยากได้ก็ออกไปหางานทำซื้อเอาเอง

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ ที่ 11 มกราคม 2562 เจ้าของห้องเช่าได้โทรศัพท์ไปหาแม่ผู้ตายเพื่อแจ้งบอกกับแม่ผู้ตายว่า ลูกชายยังอยู่ที่ห้องไม่ได้ออกไปไหนหลายวันแล้ว แม่ผู้ตายจึงได้โทรศัพท์มาหาผู้ตายหลายครั้งแต่ไม่รับสาย จนคนข้างห้องผู้ตายได้กลิ่นเหม็นคล้ายกลิ่นของเน่าและมีแมลงวันเยอะผิดปกติที่ห้องของผู้ตาย จนทนกลิ่นและแมลงวันไม่ไหวต้องออกไปนอนที่อื่น

จึงแจ้งให้เจ้าของห้องพักทราบ ทางเจ้าของห้องพักจึงเข้ามาเคาะประตูเรียกผู้ตายแต่ก็ไม่มีการตอบรับ เมื่อลองเปิดประตูพบว่าประตูไม่ได้ล็อก จึงเปิดเข้าไปพบว่านายอนุชาเสียชีวิตแล้ว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า นายอนุชาอาจจะเครียดเพราะน้อยใจแม่ ประกอบกับเรื่องเงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงตัดสินใจผูกคอดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพไปไว้ที่โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com…

สิบล้อเบรกพัง

สิบล้อเบรกพัง พุ่งชนท้าย 11 คันรวด กีดขวางถนนราชพฤกษ์-รถติดสาหัส

สิบล้อเบรกพัง เกิดอุบัติเหตุบนถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก ใกล้สถานีบางหว้า รถสิบล้อเบรกเสื่อมสภาพ เบรกไม่อยู่ชนท้ายรถคนอื่นๆ ระเนระนาดทั้งสิ้น 11 คัน แนะเลี่ยงเส้นทางชั่วคราว

สิบล้อเบรกพัง เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา มีรายงานเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนท้ายกันต่อเนื่อง 11 คัน บริเวณถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก ทางโค้งก่อนถึงจุดตัดทางแยกถนนเพชรเกษม ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางหว้า เป็นเหตุทำให้สภาพการจราจรติดขัดสะสมเป็นทางยาว เนื่องจากกีดขวางเส้นทาง เลือกเพียงช่องจราจรเดียว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแล้ว

สิบล้อเบรกพัง

สวพ.91 รายงานว่า ผลจากอุบัติเหตุรถชน 11 คันซ้อนครั้งนี้ ทำให้สภาพการจราจรบนถนนราชพฤกษ์ ฝั่งขาออก มีปริมาณรถมาก ติดสะสมต่อเนื่องไปถึงถนนกรุงธนบุรี สะพานตากสิน หางแถวยาวไปถึงถนนสาทรเหนือ แนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอการเคลียร์พื้นที่และเปิดเส้นทางอีกครั้ง

สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่ได้รับการยืนยันแน่ชัด สันนิษฐานว่ารถบรรทุกสิบล้อเบรกไม่อยู่ เนื่องจากเบรกเสื่อมสภาพ ทำให้พุ่งชนรถคันอื่นๆ ต่อเนื่อง รวมจำนวนที่ประสบเหตุครั้งนี้ทั้งสิ้น 11 คัน หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…