นิสิตสาวปี 3

นิสิตสาวปี 3 ขึ้นตึกใน ม.เกษตรฯ ก่อนดิ่งจากชั้น 8 ดับ คาดเครียดจัด

นิสิตสาวปี 3 เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 6 มี.ค.2562 ร.ต.ท.ปณิภัค ศิลาโชติ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งเหตุหญิงสาวกระโดดตึกเสียชีวิต บริเวณภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน

นิสิตสาวปี 3 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ สวป.สน.บางเขน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน, กำลังสายตรวจ สน.บางเขน

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์แผนกนิติเวช รพ.ภูมิพลฯ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุหน้าอาคารศูนย์เรียนรวม 4 ซึ่งมีความสูง 10 ชั้นที่บริเวณด้านล่างพบศพ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ชาวจังหวัดระยอง นิสิตชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สภาพศพสวมชุดนิสิต ไม่สวมรองเท้า ตามร่างกายพบมีบาดแผล ศีรษะแตก นอนเสียชีวิต จากการตรวจสอบที่บริเวณระเบียงชั้นที่ 8 พบรองเท้าแตะ สีน้ำเงิน 1 คู่ ขวดน้ำเปล่า และกระเป๋าผ้า แบบสะพายลาย สีขาว-ฟ้า วางทิ้งไว้อยู่

นิสิตสาวปี 3

นอกจากนี้ พบมีการพิมพ์ข้อความบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ โดยข้อความท้ายสุดมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ พ่อและแม่ ข้อความทั้งหมดเขียนไว้ช่วงเวลา 19.07 น. วันที่ 5 มีนาคม 2562 เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.ภูมิพลฯ จากนั้นจึงประสานญาติให้ทราบต่อไป

จากการสอบสวนพยานซึ่งเป็นกลุ่มนิสิต ให้การว่า ขณะกำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบอยู่ใต้อาคารเรียน จู่ๆ ก็มีเสียงดังตกกระแทกพื้นอย่างแรง จึงเดินไปดูก็พบผู้ตายนอนแน่นิ่งอยู่ ก่อนจะรีบแจ้ง รปภ.ประจำอาคารทันที ส่วนอาคารดังกล่าวเป็นอาคารเรียนรวม และจะมีเรียนจนถึงเวลา 20.00 น. จากนั้น รปภ.จะปิดไม่ให้นักศึกษาอยู่ภายในบนอาคาร ส่วนผู้ตายนั้นไม่ทราบว่าขึ้นไปที่ชั้น 8 ตอนไหนคาดว่าคงจะหลบแอบอยู่ ช่วงที่ รปภ.เดินตรวจและปิดอาคาร จนกระทั่งเช้ามืดจึงกระโดดลงมาเสียชีวิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายน่าจะมีอาการเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัว จึงกระโดดจากตึกดังกล่าว ทั้งนี้ต้องรอทางญาติของผู้ตายเดินทางมาเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมก่อนสรุปสาเหตุอีกครั้งต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

รวบแล้ว

รวบแล้ว ! เขยโหดฆ่ายกครัว 5 ศพ ยิงทิ้งเมียท้อง ฉุนถูกขอเลิก หนีกบดานชุมพร

รวบแล้ว  คืบเหตุหนุ่มยิงเมียตั้งท้อง – ครอบครัวเมียรวม 5 ศพ อย่างเลือดเย็น ล่าสุดตำรวจเผยจับตัวได้แล้ว ขณะหลบหนีกบดานที่ จ.ชุมพร

รวบแล้ว  ความคืบหน้าเหตุสะเทือนขวัญ กรณี นายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 38 ปี ใช้อาวุธปืนยิงภรรยา ที่กำลังตั้งท้องลูก 4 เดือน และครอบครัวภรรยา เสียชีวิตรวม 5 ศพ ก่อนหลบหนีไป

ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2562 ส่วนสาเหตุ คาดว่าเกิดจากความไม่พอใจที่ภรรยาขอเลิก ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : เปิดคลิปนาทีผัวคลั่งสาดกระสุนฆ่ายกครัว 5 ศพ ยิงเมียท้องซ้ำ ก่อนหนี)

ล่าสุด วันนี้ (15 มกราคม 2562) สำนักข่าว INN มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว นายธีรพล ปิ่นอมร อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงภรรยาและครอบครัวภรรยาจนเสียชีวิต 5 ศพ ได้แล้ว โดยเจ้าตัวหลบหนีจาก จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านหลังเกิดเหตุ ไปกบดานอยู่ที่ จ.ชุมพร

รวบแล้ว

เบื้องต้น อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวสอบสวน ซึ่งหากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com/

รวบไอ้เด๋อ

รวบไอ้เด๋อ โจรโฉดข่มขืนฆ่าเปลือยเมียเพื่อนที่ลพบุรี หนี 9 วันสุดท้ายจนมุม

รวบไอ้เด๋อ โจรโฉดข่มขืนฆ่าเปลือยเมียเพื่อนที่ลพบุรี หนี 9 วันสุดท้ายจนมุม โดยถูกจับกุมตัวในพื้นที่บ้านสะพานพุทธ ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

รวบไอ้เด๋อ จากกรณีที่มีการข่มขืนฆ่าหญิงเปลือยวัย 54 ปี ในพื้นที่ จ.ลพบุรี หลังจากสามีฝากไว้กับเพื่อน แต่เพื่อนกลายเป็นงูพิษ โดยภายหลังครอบครัวได้เผาศพเรียบร้อย ทว่ายังจับกุมคนร้ายไม่ได้ (อ่านข่าว เผาศพหญิงสาวถูกฆ่าเปลือยที่ลพบุรีแล้ว ครอบครัววอนตำรวจล่าคนร้ายสำเร็จ)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ไบรท์ ทีวี รายงานว่า นายมนตรี ปภัสสโร หรือเด๋อ วัย 32 ปี ผูต้องหา ถูกตำรวจจับกุมแล้วในพื้นที่บ้านสะพานพุทธ ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

รวบไอ้เด๋อ
ด้าน พ.ต.อ. ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.สภ.โคกสำโรง กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ ได้คุมตัวมาสอบสวนและจะให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง แถลงข่าวหลังจากนี้

สำหรับการหลบหนีของนายมนตรี เป็นเวลา 9 วันกว่าจะถูกจับกุมตัว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com/

ซึมเศร้าเล่นงานอีก

ซึมเศร้าเล่นงานอีก สาวนัดห้าทุ่ม ไลฟ์สดฆ่าตัว บอกโรคที่เป็นมันอยู่ยาก

ซึมเศร้าเล่นงานอีก ตำรวจเชียงใหม่บุกเคาะบ้านช่วยชีวิตสาวป่วยซึมเศร้า

ซึมเศร้าเล่นงานอีก จะไลฟ์สดฆ่าตัวตาย ไว้ได้สำเร็จ เผยเจ้าตัวนัดเวลาห้าทุ่มตรงคืนนี้ เคลียร์ทุกอย่างที่ค้างคาใจ โลกและโรคที่เป็นมันอยู่ยากแล้ว

เมื่อเวลา 17.50 น.วันที่ 2 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจสถานีตำรวจภูธรช้างเผือกเมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจาก พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ( รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่) ให้นำกำลังไปช่วยเหลือหญิงคนหนึ่ง ซึ่งได้ประกาศไว้หน้าเพจเฟซบุ๊กของตนเองว่า จะมีการไลฟ์สดฆ่าตัวตาย ในเวลา 23.00 น. ของคืนวันนี้ โดยทางเจ้าที่ตำรวจได้ทราบเบาะแสจากพลเมืองดีที่มีการแชร์ภาพนี้ทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าไอพีแอดเดรส (ip address) ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ ตั้งอยู่ที่ถนนมหาโชคซอย 14 ตำบลป่าตัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประสานให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเจ้าของพื้นที่ไปตรวจสอบร่วมกับญาติ

ซึมเศร้าเล่นงานอีก

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าว ได้โพสต์ข้อความว่า “วันนี้มาดูไลฟ์สดฆ่าตัวตายกันค่ะ โลกและโรคที่เป็นอยู่มันอยู่ยากแล้ว เดี๋ยวทำความสะอาดบ้านเสร็จ เคลียร์ทุกสิ่งอย่างช่วงเย็นเสร็จ เคลียร์ทุกอย่างที่ค้างคา จะไลฟ์ตอน 5 ทุ่มนะคะ ปักหมุดมาดูกันนะคะจะได้เห็นกันครั้งสุดท้าย คนเลวอย่างเราไม่ควรอยู่บนโลกi99bet ตัดสินใจแล้วค่ะ เหนื่อยมามากพอแล้ว งดให้กำลังใจใดทั้งสิ้นค่ะ

เราต้องการแบบนี้เอง ได้เจอพ่อและแม่แล้วหนูตายตาหลับ ขอโทษป๊าและแม่นะ แต่หนูไม่ไหวที่จะอยู่จริงๆ” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปกดไลค์และแชร์กว่า 6 พันครั้ง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้การช่วยเหลือไว้ได้ทันเวลา ทาง พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หญิงสาวรายนี้นั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งหลังจากได้รับการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวส่งรับการรักษาที่โรงพยาบาลสวนปรุงเชียงใหม่ พร้อมกับญาติต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

คสช.แจ้งจับ

คสช.แจ้งจับ เพจปล่อยข่าว “พล.อ.ประวิตร” เบิกค่ากาแฟแก้วละ 12,000 บาท

คสช.แจ้งจับ พ.อ.บุรินทร์ เข้าแจ้งความหลังพบเว็บไซต์ปล่อยข่าวเท็จ เป็นภาพ พล.อ.ประวิตร นั่งดื่มกาแฟ โดยบรรยายใต้ภาพ “เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000 บาท”

คสช.แจ้งจับ (2 มี.ค.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับมอบอำนาจจาก คสช.เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้ตรวจพบเว็บไซต์จัดทำข่าวเท็จ เป็นภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำลังนั่งดื่มกาแฟร่วมกับนายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นภาพเก่าที่เกิดขึ้นมาหลายปี

คสช.แจ้งจับ

เว็บไซต์ดังกล่าวได้บรรยายใต้ภาพว่าi99bet “เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000 บาท” เป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นการทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/…

เดินหน้ากวาดลานวัด

เดินหน้ากวาดลานวัด จับอดีต ตร.รถไฟ รีดไถเงินผู้โดยสาร ตบหน้าด้วย

เดินหน้ากวาดลานวัด กองปราบเดินหน้ายุทธการ “กวาดลานวัด” บุกรวบอดีตตำรวจรถไฟ

เดินหน้ากวาดลานวัด หนีคดีรีดไถผู้โดยสารมาบวชเป็นพระที่ จ.สระบุรี แฉสมัยมียศ จ.ส.ต. ตบหน้าเหยื่อ แล้วล้วงกระเป๋าฉกเงินหน้าตาเฉย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ก.พ.62 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม พระชาญ สุชาโณ หรือ จ.ส.ต.ชาญ มีผลกิจ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 1 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสงที่ 295/2552 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2552 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” จับได้ที่วัดศรีอุทัย หมู่ 6 ต.บ้านยาง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายโสพิศ เมฆจันทร์ ชาว จ.นครศรีธรรมราช ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ว่า เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2542 ขณะโดยสารรถไฟจากสถานีรถไฟนครศรีธรรมราชเพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯ ระหว่างที่นั่งอยู่มีผู้หญิงคนหนึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนมานั่งใกล้ๆ เมื่อขบวนรถไฟวิ่งมาถึงสถานีทุ่งสง ได้มี จ.ส.ต.ชาญ ขณะนั้นรับราชการเป็นตำรวจ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจรถไฟ (กก.2 บก.รฟ.) กับ ส.ต.อ.สุนทร สมาพันธ์ ได้ขึ้นขบวนรถไฟมาปฏิบัติหน้าที่ และได้ตรวจค้นตัวนายโสพิศ เนื่องจากมีพิรุธ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวต่อว่า จากนั้น จ.ส.ต.ชาญ ได้ขอตรวจบัตรประจำตัวประชาชน แต่นายโสพิศ ไม่ได้นำติดตัวมา จ.ส.ต.ชาญ และ ส.ต.อ.สุนทร จึงได้นำตัวนายโสพิศและผู้หญิงที่นั่งใกล้กันไปที่ตู้เสบียง ข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีข้อหานำคนต่างด้าวเข้าเมืองและไม่พกบัตรประชาชน จากนั้น จ.ส.ต.ชาญ ได้ใช้มือตบหน้านายโสพิศ ก่อนนำตัวนายโสพิศและหญิงคนดังกล่าวไปที่ตู้ทำงานแล้วพูดว่า “ถ้าอยากให้เรื่องจบ ให้นำเงินมาให้ 20,000 บาท” แต่นายโสพิศบอกว่าไม่มีเงิน จ.ส.ต.ชาญ จึงล้วงกระเป๋ากางเกงของนายโสพิศ นำเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ มีเงิน 6,600 บาท เงินประเทศลาว 1 ฉบับ ราคา 1,000 กีบ และสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น และหนัก 1 สลึงอีก 1 เส้นไป

เดินหน้ากวาดลานวัด

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวอีกว่า ต่อมาตำรวจทั้งสองนายได้ยึดเอาเงิน 5,000 บาท และสร้อยคอทองคำ 2 สลึง 1 เส้น พร้อมด้วยเงินลาว 1,000 กีบไป แล้วให้ผู้เสียหายกลับไปนั่งที่เดิม พร้อมสั่งว่า หากผู้โดยสารอื่นถามให้บอกว่ามีเรื่องทะเลาะกับภรรยาจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปว่ากล่าวตักเตือน หลังจากนั้นนายโสพิศจึงเข้าร้องเรียน i99bet ป.ป.ช.จนกระทั่งมีการออกหมายจับไว้ กระทั่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้มีคำสั่งที่ 114/2546 ไล่ จ.ส.ต.ชาญ ออกจากราชการแล้ว ฐานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวต่ออีกว่า การจับกุมดังกล่าวมาจากยุทธการกวาดลานวัดของ พล.ต.ต.จิรภพ ที่ให้เร่งกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาบวชตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้พระพุทธศาสนามัวหมอง ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีคดีมาบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดศรีอุทัย จ.สระบุรี จึงนำกำลังจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้น จ.ส.ต.ชาญ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดทุ่งสงดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

ปืนตำรวจ

ปืนตำรวจ ล่องหน 11 กระบอก คาด “คนใน” ฉกจากห้องเก็บอาวุธ

ปืนตำรวจ 11 กระบอก หายจากห้องเก็บอาวุธ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน

ปืนตำรวจ ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุเป็น “คนใน” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเป็นตำรวจ 3 นาย

วันนี้ (27 ก.พ.2562) พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์i99betรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อม ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบภายในห้องเก็บอาวุธปืน ของกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหาเบาะแสของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการหายไปของปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อซิกซาวเออร์ จำนวน 11 กระบอก

ปืนตำรวจ

“หลังออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 1 คน ก็สามารถจับกุมตัวได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล ผมยืนยันว่า อาวุธปืนเป็นของราชการ ถ้าบกพร่องถึงใคร ผู้กำกับการจังหวัดต้องดำเนินการ ทั้งมาตรการทางปกครอง และทางอาญา”
ด้าน พ.ต.ท.จักรพันธ์ ธูปเตมีย์ สารวัตรสอบสวน เจ้าของคดี เปิดเผยว่า จากการสอบ ด.ต.นิกร ศิริเลี้ยง และ ด.ต.นิพล รักษาสนิท ซึ่งดูแลห้องคลังอาวุธ ได้ให้การว่า ไม่รู้ว่า ปืนที่เก็บไว้ในคลังได้หายไป เพิ่งมาทราบหลัง ตำรวจ สถานีตำรวจวังทองหลาง ยึดปืนกระบอกที่หายจากนายอาทิตย์ หาญพาณิชกิจ อายุ 25 ปี บริเวณร้านค้า ถ.ศรีวราทาวน์อินทาวน์ ตัด ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม กรุงเทพมหนคร

ทั้งนี้ ลูกกุญแจคลังอาวุธมี 3 ดอก ต้องไขพร้อมกัน และก่อนหน้านี้ ตำรวจในสังกัดมาขอยืมลูกกุญแจไปไข โดยอ้างว่าลืมของ ทำให้อาจมีบางคน นำไปก๊อบปี้ลูกกุญ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.thaipbs.or.th/…

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง ลวงนศ.สาว ม.ดัง เล่นบทช่วยตัวเอง เปิดวาร์ปว่อนเน็ต

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง ปอท.ยืนยัน นศ.สาวลูกครึ่ง ม.ดัง ในคลิปหลุดช่วยตัวเอง ตกเป็นผู้เสียหายแจ้งความเมื่อปลายปีที่แล้ว

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง  เผยมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นโมเดลลิ่ง หลอกเทสต์หน้ากล้อง i99bet ให้เล่นบทฉาว แลกข้อเสนอเงิน 7 หลัก

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.พ.62 ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 โฆษก บก.ปอท. เปิดเผยว่า กรณีที่มีคลิปนักศึกษาสาวลูกครึ่ง อ้างอยู่ม.ดัง ขณะกำลังทำท่าคล้าย ช่วยตัวเอง เผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์นั้น เรื่องนี้อยากจะแจ้งให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงก่อนตำหนิหญิงสาวคนดังกล่าว

น้องผู้หญิงคนในคลิปเป็นนักศึกษาจริง ตกเป็นผู้เสียหายถูกคนร้ายที่แอบอ้างเป็นโมเดลลิ่ง หลอกลวงให้ทดสอบหน้ากล้อง ด้วยการแสดงผ่านวิดีโอคอล ในบทที่กำหนดมาให้ช่วยตัวเองสำเร็จความใคร่ แลกกับเงินจำนวนหลักล้านบาท ก่อนจะโดนคนร้ายแอบอัดคลิปการแสดงเอาไว้ จากนั้นคนร้ายก็บล็อกเฟซฯ หนีติดต่อไม่ได้อีกเลย

น้องผู้หญิงผู้เสียหายคนนี้ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทาง กก.3 บก.ปอท. รับเป็นคดีทำการสืบสวนสอบสวนอยู่ในเวลานี้ แจ้งว่าถูกบุคคลใช้เฟซบุ๊กอ้างตัวว่าเป็นโมเดลลิ่งต้องการนักแสดงหน้าใหม่ไปร่วมถ่ายหนัง มีการโน้มน้าวชักจูงผู้เสียหายด้วยเงินค่าตอบแทนสูงระดับล้านบาท

จากนั้นได้ขอให้น้องนักศึกษาหญิงสาวรายนี้ทดสอบหน้ากล้องผ่านวิดีโอคอล แสดงบทที่กำหนดให้เป็นหญิงสาวหน้าตาดี อยู่บ้านกับคุณแม่ ระหว่างรอจะออกไปธุระกับคุณแม่ก็ได้พูดคุยโทรศัพท์กับแฟนหนุ่มแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศก่อนจะช่วยตัวเอง

เหยื่อนักศึกษารายนี้หลงเชื่อเพราะอยากได้งานได้เงินตามที่มิจฉาชีพหลอกลวง จึงแสดงไปตามนั้นโดยไม่รู้ตัวว่าคนร้ายที่อ้างเป็นโมเดลลิ่งได้แอบอัดคลิปเอาไว้ ก่อนจะบล็อกเฟซบุ๊กปิดหนี ติดต่อไม่ได้อีกเลย

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นก็มีภาพนิ่งที่แคปฯ จากคลิปดังกล่าวออกมาปล่อยในเว็บไซต์ลามกก่อน ต่อจากนั้นก็มีตัวคลิปเต็มที่แอบบันทึกผู้เสียหายไว้ทยอยออกมาสู่โลกโซเชียลในเวลานี้

น้องนักศึกษารายนี้น่าสงสารมาก กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยดังแห่งหนึ่ง เป็นคนที่สังคมออนไลน์รู้จักกว้างขวาง มีเพื่อนและผู้ติดตามในโลกโซเชียลจำนวนหลายหมื่น ข่าวที่นำเสนอออกไปในแนวที่ให้ร้ายเธอ ว่าสมัครใจช่วยตัวเองแล้วอัดคลิปก่อนหลุดออกไปมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทราบว่าตั้งแต่มีคลิปนี้แพร่กระจายออกไปเธอได้รับความอับอาย ประสบปัญหาชีวิตมากมายจนมีความเครียด ล่าสุดมีอาการซึมเศร้า ญาติพี่น้องพ่อแม่ต้องช่วยกันดูแลเกรงว่าจะคิดสั้นได้

อ้างเป็นโมเดลลิ่ง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวถึงการดำเนินคดีคนร้ายว่า จากการสืบสวนของ บก.ปอท.เบื้องต้นพบว่าต้นตอเป็นเว็บไซต์เว็บฯ หนึ่ง เรากำลังดำเนินการจัดการอยู่ เว็บไซต์ลามกเหล่านี้เป็นเสมือนศูนย์กลางในการเผยแพร่แลกเปลี่ยนภาพ-คลิปหลุด โดยเฉพาะภาพ-คลิปที่ได้จากการหลอกลวง เช่น นักศึกษาหญิงสาวรายนี้ จะมีการตั้งกระทู้ ตั้งเว็บบอร์ด จากนั้นเมื่อมีคนเข้ามาดูแล้วก็จะเอาไปส่งต่อๆ ให้เพื่อนกัน ทำให้คลิปลามกมีการแพร่กระจายขยายไปในโซเชียลในเวลาอันรวดเร็ว

“ประชาชนบางท่านนิยมชมชอบก็จะส่งต่อให้เพื่อน ทำให้มันฟุ้งในโลกโซเชียล สร้างความเสื่อมเสียอับอายแก่ผู้ตกเป็นเหยื่อตลอดจนญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก”

โฆษก บก.ปอท. กล่าว ฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะสุภาพสตรีหญิงสาวตลอดจนเด็กๆ ผู้หญิงที่เล่นอินเทอร์เน็ต เล่นสังคมออนไลน์ทุกชนิดว่า อยากจะให้ใช้งานอย่างมีสติ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ ไลน์ ในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นโมเดลลิ่ง มาชักชวนไปถ่ายแบบ แสดงหนัง บางรายมีเงื่อนไขมีเงินทองให้แค่เปลื้องผ้าให้ดูสัดส่วนก่อน เราจะไม่รู้เลยว่าคู่สนทนาเขาเป็นใคร อยากเอาแค่อยากได้เงิน อยากได้ค่าตอบแทนต่างๆ ขอให้ใช้วิจารณญาณพิจารณาให้ดี อย่าไปหลงเชื่อดีกว่า เพราะโมเดลลิ่งจริงๆ ควรจะต้องมีตัวตน เป็นบริษัท มีที่ทำงานสถานที่ติดต่อชัดเจน คุยแบบเห็นหน้าเห็นตาจะดีกว่า

สำหรับสถิติผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้เปลื้องผ้าแล้วโดนถ่ายรูป อัดคลิป มาแจ้งความ ปอท.พบว่ามีอยู่ตลอดเวลา มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนกรณีถูกหลอกให้ช่วยตัวเองด้วยนั้น พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ที่มิจฉาชีพมักจะใช้โปรไฟล์เป็นรูปหญิงสาวสวยๆ มาหลอกลวง ก่อนจะชักชวนให้ช่วยตัวเองสำเร็จความใคร่ โดยคนร้ายแอบบันทึกภาพ-คลิปเอาไว้ จากนั้นก็จะเรียกเงินหลักหมื่นถ้าไม่โอนให้ข่มขู่จะเอารูป-คลิปไปส่งต่อญาติพี่น้อง เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก

ความผิดในคดีประเภทนี้ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ถ้ามิจฉาชีพมีการนำภาพหรือคลิปที่มีลักษณะลามกเข้าสู่ระบบคอมพิวพ์เตอร์ ที่มีประชาชนเข้าถึง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (4) อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นเพื่อการค้าก็จะมีความผิดตาม ป.อาญา ม.287

ส่วนกรณีที่มีการให้ช่วยสำเร็จความใคร่แล้วอัดคลิปเอามาเรียกเงิน ถ้าไม่ยินยอมจ่ายก็จะเอาไปโพสต์ประจานนั้น อันนี้จะมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ได้

ฝากเตือนพี่น้องประชาชน ถ้าได้รับคลิปมาแล้วดูก็ไม่เป็นอะไร แต่แนะนำว่าอย่าส่งต่อ เพราะการส่งต่อคลิปลามกดังกล่าวตัวท่านจะมีความผิดตามกฎหมายไปด้วย และอยากให้คิดถึงหัวอกเขาหัวอกเรา ถ้าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพบ้างจะสร้างความเสียหายได้รับความอับอาย ขออย่าไปส่งต่อกันเลย.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว

ญาติหญิงถูกฆ่าฝังดินให้อภัยวอนคนร้ายมอบตัว จากกรณีพบศพหญิงอายุ 35 ปี ถูกฆ่าฝังดินหมกกองทราย ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยประชาอุทิศ 86 ลักษณะนอนคว่ำหน้า พบบาดแผลคล้ายถูกยิง ด้วยกระสุนปืนไม่ทราบชนิด ที่ศีรษะด้านหลัง 1 แผล และที่แผ่นหลังเหนือสะโพก มีแผลถูกแทงด้วยของมีคม 1 แผล

สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่สามีของผู้ตายได้หายตัวไปและพบพิรุธหลายอย่างจนเชื่อว่าอาจเป็นผู้ลงมือฆาตกรรมภรรยาตนเอง ก่อนนำศพไปฝังดินอำพรางไว้นั้น

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (25 ก.พ.) เวลา 13.00 น. ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อติดต่อขอรับศพทำพิธีทางศาสนาโดยจะนำไปทำพิธีละหมาดที่มัสยิดชาฟีอี-มาเรียม ซอยสุขสวัสดิ์ 66 ก่อนจะนำไปทำพิธีฟังที่กูโบว์ภายในซอยประชาอุทิศ 69

ขณะที่ญาติเผยยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนต่อจิตใจเป็นอย่างมาก โดยได้ส่งตัวแทนครอบครัวมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ครอบครัวยังไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆได้ เพราะยังสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น i99bet

แต่ทางครอบครัวอยากขอแก้ไขข้อมูลข่าวที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงว่า ตั้งแต่ผู้ตายหายตัวไปผู้เป็นสามีไม่เคยไปแจ้งบุคคลหายกับทางตำรวจ แต่เป็นพี่น้องของผู้ตายที่พบความผิดปกติเพราะไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. เพราะปกติผู้ตายจะติดต่อพูดคุยกับพี่น้องอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์ หรือทางโซเชี่ยลฯ และประเด็นที่ว่าสามีผู้ตายป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แต่เท่าที่ทราบไม่เห็นว่าเขาเป็นแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายกันในครอบครัวหรือไม่นั้นยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้

สิ่งที่ครอบครัวผู้สูญเสียอยากสื่อสารคือ ไม่ว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียครั้งนี้ ทางครอบครัวให้อภัยต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง และอยากฝากถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตในครั้งนี้ว่า อยากให้เขามีความยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า ให้เขากลับเนื้อกลับตัวและติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะมอบตัว

อยากให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองมากกว่าที่จะไปทำสิ่งไม่ดีต่อตนเองหรือผู้อื่นต่อไป ซึ่งหลังเกิดเหตุยังไม่สามารถติต่อสามีผู้ตายได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ครอบครัวยังมีการติดต่อกันอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่สำคัญคือเรื่องของลูกซึ่งทั้ง 2 ครอบครัวมีความพร้อมที่จะดูแลเด็กๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ

จับแล้วโจ๋งานบวชบุกห้องสอบ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปที่ สน. บางขุนเทียน เพื่อประชุมทีมสืบสวน คดีกลุ่มวัยรุ่นในงานบวชที่วัดสิงห์ บุกเข้าทำร่างกายผู้อำนวยการ นักเรียน และพนักงานรักษาความปลอดภัย ในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

ล่าสุดศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 24 คน เป็นเยาวชน 4 คน ในข้อหาร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ ส่วนข้อหาอื่น คือร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บ , ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และอนาจาร อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล i99bet

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 24 คน บางส่วนเดินทางเข้ามอบตัว และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมได้เมื่อคืนนี้ ยังคงถูกควบคุมตัวที่ สน.บางขุนเทียน โดยยังไม่ได้มีใครได้รับการประกันตัวแต่อย่างใด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า มาตรการหลังจากนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งกำชับให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบปัญหาในลักษณะเดียวกัน พร้อมเร่งทำความเข้าใจกับสถาบันการศึกษา และวัดที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อวางแนวทางร่วมกัน ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้อีก

ด้าน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สน.บางขุนเทียน กล่าวว่าจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 24 คน ให้การสอดคล้องกับหลักฐานคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่ากลุ่มผู้ต้องหากับโรงเรียนไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน ส่วนจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดจากความไม่พอใจของกลุ่มวัยรุ่นที่มาร่วมงานบวช และมีการจ้างวงดนตรีมาสร้างความสนุกสนาน แต่ถูกขอความร่วมมือให้ลดการใช้เสียง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…