Browse Category: ข่าวทั่วไป

เมียสะอื้น

เมียสะอื้น แฉปม “เสี่ยเดี่ยว” ถูกยิงตายดับคาผับ แค่เต้นเหยียบเท้า

เมียสะอื้น แฉปม “เสี่ยเดี่ยว”  ร.ต.อ.จตุพล เทสิมทโชติ รอง สว.สส.สภ.แสนสุข ได้รับแจ้งว่า มีเหตุทะเลาะวิวาท

เมียสะอื้น แฉปม “เสี่ยเดี่ยว” ใช้อาวุธปืนยิงกันที่บริเวณสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ใน อ.บางแสน จ.ชลบุรี ซึ่งบริเวณลานจอดรถ พบนายวีรภัทร หรือ เสี่ยเดี่ยว ผักซิ่ง อายุ 33 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุออกเบ้าตาซ้าย อาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยมีนายภานุพันธ์ หรือ โน้ต อายุ 31 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครง กระสุนฝังใน นอนหายใจรวยริน บาดเจ็บสาหัส ก่อนนำส่งโรงพยาบาล

เมียสะอื้น

วันที่ 14 ธ.ค. 61 นางสาวเสาวลักษณ์ อายุ 31 ปี ภรรยาของนายวีรภัทร นำศพของสามีตั้งบำเพ็ญกุศลยังศาลาธรรมสังเวชสาม วัดท้ายดอน พร้อมเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ สามีตนขออนุญาตไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่สถานบันเทิงที่บางแสน

ต่อมา เวลาประมาณ 02.00 น. ตนโทรตามสามี บอกว่าให้กลับบ้านได้แล้ว แต่สามีบอกว่ากำลังจะกลับบ้าน และบ่นกับตนว่ามีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่น เรื่องท่าเต้น และเขม่นกัน และเกิดการชกต่อยกันในผับ

จากนั้น สามีตนกับกลุ่มเพื่อนออกจากสถานบันเทิง และเดินมาที่ลานจอดรถยนต์ จากนั้นคนร้ายซึ่งดักรออยู่ที่รถพร้อมอาวุธปืนสั้น จ่อยิงสามีตนที่เบ้าตาซ้ายจนทะลุท้ายทอย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเพื่อนอีกคนที่เข้าไปช่วย ก็โดนยิงที่ซี่โครงได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส

ส่วนที่มีกระแสข่าวที่ออกมาว่า คนร้ายกับสามีตนมีปัญหาเรื่องชอบผู้หญิงคนเดียวกันนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากสามีตนไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง และมีลูกที่น่ารักอีก 2 คน รออยู่ที่บ้าน

ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถยนต์ ซึ่งสามารถจับภาพวินาทีเกิดเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน และอยู่ในระหว่างตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ด้าน นายณัฐชัย อายุ 26 ปี รุ่นน้องคนสนิทของผู้เสียชีวิต เผยความรู้สึกว่า ก่อนที่จะแต่งงานเสี่ยเดี่ยวเป็นคนไม่ดี และคนอารมณ์ร้อน แต่เมื่อมีครอบครัว ภรรยา และลูก 2 คน ก็กลับตัวเป็นคนดี ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับใคร ปกติเสี่ยเดี่ยวเป็นคนชอบดื่มสุรา และมักพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนพี่น้องที่บ้านอยู่ประจำ และที่รักใคร่ของเพื่อนๆ

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปมชู้สาว แต่มีสาเหตุจากเรื่องเขม่น เพราะเต้นชนกันเหยียบเท้ากัน จนเกิดการวิวาทกัน ตนฝากถึงคนร้ายว่า ให้มามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ พุ่งชนท้ายกระบะ บีเอ็มดับเบิ้ลยูชนอัดซ้ำ พังเละ 3 คัน

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ อุบัติเหตุรุนแรงใกล้วัดบึงทองหลาง หนุ่มขับเก๋งคัมรี่ก้มหยิบโทรศัพท์มือถือ เงยหน้าขึ้นมาพุ่งชนท้ายกระบะ

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ ก่อนแฉลบไปโดนรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซ้ำ พังยับเยินทั้ง 3 คัน ตำรวจเร่งตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับ เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อธิปัตย์ ไหมสุข รอง สว.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณถนนลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ จึงเข้าตรวจสอบพร้อมประสานรถยกและมูลนิธิสยามร่วมใจ

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากวัดบึงทองหลาง ประมาณ 200 เมตร เป็นถนน 4 เลนบริเวณกลางถนน พบรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีดำ สภาพรถพลิกคว่ำหงายท้อง กระจกหน้ารถแตก โดยมี นายชัชชัย อายุ 33 ปี เป็นคนขับขี่ ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ ใกล้กันพบรถยนต์บีเอ็มดับบลิว 330e สีขาว สภาพหน้ารถด้านซ้ายพังยับ มี นายเกรียงพล อายุ 28 ปีเป็นคนขับ

ส่วนในช่องจราจรเลนซ้ายสุด พบรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สีเทา-ดำ จอดอยู่ในสภาพถูกชนท้ายด้านขวา ทำให้ล้อดุ้งพังเสียหาย เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

นายชัชชัย ให้การว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถเพื่อกลับบ้าน ระหว่างที่ขับรถวิ่งผ่านวัดบึงทองหลาง ตนพยายามค้นหาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ภายในรถ โดยช่วงที่ก้มหน้าและมือหยิบโทรศัพท์อยู่นั้น ทำให้รถพุ่งไปชนท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ริมถนน

เป็นเหตุทำให้รถของตนเสียหลักพลิกตะแคงขวางอยู่กลางถนน เมื่อตนรู้สึกตัวจึงรีบออกมาจากรถทันที และในช่วงที่ตนยืนมึนงงอยู่ริมถนน อยู่ๆ ก็มีรถยนต์บีเอ็มดับบลิว สีขาว ขับวิ่งฝ่าเข้ามาพุ่งชนรถ ทำให้รถพลิกคว่ำหงายท้องดังกล่าวอีกคัน

ร.ต.อ.อธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จะนำตัวผู้ขับขี่ทั้ง 2 รายมาสอบสวนและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ว่าเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตม.คุมอดีตนักบอล

ตม.คุมอดีตนักบอล ทีมชาติบาห์เรนฝากขัง เตรียมส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ตม.คุมอดีตนักบอล ทีมชาติบาห์เรน ฝากขังศาลอาญา ก่อนทำเรื่องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ใน 60 วัน ระบุ ไทย-บาเรนห์ ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ตม.คุมอดีตนักบอล นายฮาคิม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายของตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ที่ออกตามคำร้องขอของทางการบาห์เรน มายังศาลอาญา ตามที่อัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นคำร้องขอให้ขังไว้ก่อนเป็นเวลา 60 วัน เพื่อรอการยื่นคำร้องขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตามคำร้องขอของรัฐบาลต่างประเทศ

ตม.คุมอดีตนักบอล

ซึ่งศาลต้องสอบถามนายฮาคิมว่าจะยินยอมหรือคัดค้านอย่างไร โดยจะนำตัวนายฮาคิมไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

หลัง นายฮาคิม ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะเดินทางจากประเทศออสเตรเลียมาพักผ่อนที่ประเทศไทยพร้อมกับภรรยา นายฮาคิม กล่าวทันทีที่ลงจากรถควบคุมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่า “ผมไม่ได้กระทำความผิด ช่วยหยุดพวกเขา อย่าให้ส่งผมไปบาห์เรน” ขณะที่ทนายความของนายฮาคิม จะดำเนินการยื่นคัดค้านการฝากขัง แต่หากศาลไม่อนุญาต จะยื่นขอประกันตัว

สำหรับนายฮาคิม ได้เปิดเผยกับฮิวแมนไรต์วอตช์ ว่าเขาถูกทางการบาห์เรนจับกุมและซ้อมทรมานในช่วงการลกฮือประท้วงอาหรับสปริงในตะวันออกกลางเมื่อปี 2555 ก่อนที่นายฮาคิม จะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย แต่สุดท้ายก็ถูกศาลบาห์เรนตัดสินลับหลังจำคุก 10 ปี กรณีสร้างความเสียหายให้สถานีตำรวจ ซึ่งนายฮาคิมปฏิเสธอ้างว่าตนเองแข่งฟุตบอลอยู่ที่ประเทศการ์ตาในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาคดีดังกล่าว

นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้อธิบายขั้นตอนการยื่นคำร้องขอให้ขังเพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนว่า กรณีของฮาคิม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ตร.สากล ตามคำร้องขอของทางการบาห์เรน นั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

ได้จับกุมตามหมายจับไว้แล้ว จึงส่งตัวมาที่ศาลเพื่อที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ขังไว้ก่อนเป็นเวลา 60 วันตามกฎหมาย เพื่ออัยการจะดำเนินการยื่นคำร้องขอ ให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนในลำดับต่อไปภายหลังที่จากทางการไทย ได้รับเอกสารคำร้องจากทางการบาห์เรนอย่างเป็นทางการแล้ว

อย่างไรก็ดีในชั้นนี้ หากนายฮาคิมแสดงความยินยอม ต่อศาลจะกลับไปต่อสู้คดีที่ประเทศบาห์เรนผู้ร้องขอ เช่นนี้ก็ไม่ต้องดำเนินคดีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในไทยต่อไปแต่ศาลจะให้ขังไว้เพื่อรอการส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน โดยกระบวนทั้งการติดตามตัวและยื่นคำร้องขอให้ขังเพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

ก็เป็นไปตามคำร้องขอ ของทางการบาห์เรน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศเราไม่ได้มีสนธิสัญญาต่อกัน แต่เราก็ดำเนินการในลักษณะต่างตอบแทนกัน โดยกระบวนการร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นก็สามารถทำได้ทั้ง 2 รูปแบบ คือถ้ามีสนธิสัญญาต่อกันก็ปฏิบัติกันตามรูปแบบนั้น หรือดำเนินการตามรูปแบบลักษณะต่างตอบแทนกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

ประกาศลั่น

ประกาศลั่น ไม่เคยกลัวคุก ชายขี้ยาบุกห้องสาวขอเงิน-เปลี่ยนใจปล้ำ

ประกาศลั่น ไม่เคยกลัวคุก มีเหตุหนุ่มบุกห้องสาวหวังข่มขืน แต่เกิดการต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ

ประกาศลั่น ไม่เคยกลัวคุก จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้บาดเจ็บคือ นางสาวนาวรรณา อายุ 44 ปี มีบาดแผลตามร่างกาย เนื่องจากถูกคนร้ายชกต่อย และกระทืบหน้าอกหลายสิบครั้ง โดยเล่าว่า ขณะเกิดเหตุ เวลาประมาณ 04.00 น. ตนนอนหลับอยู่ในห้อง แต่เกิดสะดุ้งตกใจตื่น

เพราะได้ยินเสียงคล้ายคนเปิดประตูห้องและเปิดไฟ จากนั้นพบว่า ชายคนดังกล่าวชื่อ ต๋อย คนรู้จักกัน บุกเข้ามาในห้องโดยถือมีดปอกผลไม้เป็นอาวุธ ด้วยความกลัวตนจึงพูดจาดีด้วย โดยนายต๋อยบอกให้ตนนำเงินมาให้เพื่อจะไปซื้อยา ตนจึงรีบหยิบเงินให้ แต่ขณะกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์ นายต๋องกลับบอกว่าไม่เอาเงินแล้ว แต่จะขอนอนกับตนแทน

ประกาศลั่น

จังหวะนั้น ตนผลักร่างนายต๋อยออก แต่คนร้ายไม่ยอม โดยใช้มืออุดปากและชกต่อยอย่างแรง เพื่อให้ตนยอม จากนั้นตนจึงยื้อแย่งมีดกับคนร้าย กระทั่งคนร้ายทำมีดหลุดมือ และเห็นท่าไม่ดี ตนจึงหนีออกจากห้องไป

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาที่ห้องเช่า พบว่าห้องเช่าดังกล่าวมีสภาพค่อนข้างเปลี่ยว โดยมีพ่อของผู้เสียหาย อายุ 70 ปี แม่อายุ 60 ปี และหลานชาย มาอยู่ดูแลผู้เสียหาย

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อผู้ต้องหาแล้ว คือ นายพิเชษฐ์ หรือ ต๋อย หลังก่อเหตุได้ประกาศบอกใครต่อใครว่า ไม่เคยกลัวคุก เพราะก่อนหน้านี้ เพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติด และมักมีอาการคลั่งยาบ่อยครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ทราบว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ที่ ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่จึงขอหมายจับเพื่อเร่งตามตัวแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

แจ้งข้อหาหนุ่มป.โทเจ้าของบ้าน หลังล็อกคอ “โจร” จนขาดใจตายคามือ

แจ้งข้อหาหนุ่มป.โทเจ้าของบ้าน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รองผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี

แจ้งข้อหาหนุ่มป.โทเจ้าของบ้าน เผยความคืบหน้าคดีคนร้ายลักทรัพย์ในบ้านเรือนประชาชน และมีการต่อสู้กับเจ้าของบ้านจนคนร้ายเสียชีวิต เหตุเกิดในซอยงามวงศ์วาน 17 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เวลา 22.00 น. ของวันที่ 30 พ.ย.

แจ้งข้อหาหนุ่มป

โดยพ.ต.ท.สันติ กล่าวว่า จากการสืบสวนในที่เกิดเหตุพบโทรศัพท์มือถือของคนร้าย แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จึงได้เปลี่ยนซิมโทรศัพท์ พบเบอร์โทรศัพท์ที่มีการติดต่อค้างไว้ จึงได้ประสานไปยังเจ้าของเบอร์ดังกล่าว พบว่าเป็นผู้หญิงรับสาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงได้นำเบอร์โทรศัพท์ของคนร้ายไปตรวจสอบชื่อเจ้าของ พบว่าเป็นภรรยาของคนร้าย

จากการพิสูจน์ทราบว่าคนร้ายน่าจะเป็นคน จ.ศรีสะเกษ ตอนนี้อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.ศรีสะเกษ ให้ออกสืบสวนหาญาติอยู่ ด้านสาเหตุการเสียชีวิตนั้น จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยเลือดในที่เกิดเหตุ ตามร่างกายไม่มีบาดแผลถูกทำร้าย มีเพียงศีรษะแตกเล็กน้อย

สอบสวน นายทรงวุฒิ อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาโท เจ้าของบ้าน ระบุว่า มีการต่อสู้กัน และมีการใช้กระทะตีเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่สามารถทำอะไรคนร้ายได้ จากนั้นได้มีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่พักใหญ่ เจ้าของบ้านได้ใช้แขนล็อกตัวคนร้ายไว้จนนิ่งไป เบื้องต้นแพทย์ชันสูตรว่าขาดอากาศหายใจ ซึ่งต้องรอผลการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

หลังเกิดเหตุเจ้าของบ้านอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อรอให้ปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหากับเจ้าของบ้านว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยหลังจากนี้จะเรียกมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ช่างรับเหมา ผันตัวเป็นโจร ตระเวนขโมยอุปกรณ์ช่าง สารภาพอุปกรณ์ไม่พอใช้

ช่างรับเหมา ผันตัวเป็นโจร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรกุดรังจังหวัดมหาสารคาม

ช่างรับเหมา ผันตัวเป็นโจร นำทีมบุกรวบตัวนายพงษ์ศักดิ์ หรือเอก อายุ 55 ปี ขณะที่กำลังหาปลาอยู่ที่หนองน้ำข้างทาง พร้อมนำตรวจค้นที่บ้านพัก พบเครื่องมือช่างจำนวนมากจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบถามนายกำพล อายุ 33 ปี เบื้องต้นทราบว่า สืบเนื่องมาจากนายปรีชา อายุ 65 ปี บิดาของตน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคามว่า มีคนร้ายได้เข้าไปขโมยทรัพย์สินจำนวน 6 รายการ

ช่างรับเหมา

ประกอบด้วยแท็บเล็ต, เลื่อยวงเดือนไฟฟ้า, สว่านไฟฟ้า, เครื่องไฟเบอร์ตัดเหล็ก, เครื่องเจีย และเงินสดจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดที่เพิงพักคนงานก่อสร้างเขตบ้านโสกขุ่น ต.กุดรัง อ.กุดรัง จ.มหาสารคาม

ต่อมาตนได้ทำการตรวจสอบสัญญาณ GPS ของเครื่องแท็บเล็ตที่สูญหายไปพบว่ามีการเปิดใช้งานที่พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรกูรัง จึงได้ประสานมายังชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์

โดยตรวจสอบสัญญาณของเครื่องแท็บเลตพบว่าอยู่ภายในรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิรุ่นไทรตันสีดำ หมายเลขทะเบียน บย9906 กาฬสินธุ์ ซึ่งจอดอยู่ริมถนนสายกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด

จึงได้เข้าตรวจสอบซึ่งพบนายพูนศักดิ์กำลังหาปลาอยู่หนองน้ำใกล้เคียงกับรถ จึงได้แสดงตัวขอค้นภายในรถ พบแท็บเลตอยู่ในช่องเก็บของข้างเบาะแค็บบริเวณด้านหลังคนขับ และพบกล่องพลาสติกสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินวางอยู่ตรงกลางเบาะแค็บ

ภายในกล่องพบสว่านไฟฟ้าอยู่ภายในกล่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อนายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ได้ยอมรับโดยสมัครใจว่าได้ก่อเหตุลักขโมยอุปกรณ์ช่างมาจากบริเวณสถานที่ก่อสร้างบ้านโสกขุ่น อำเภอกุดรังจังหวัดมหาสารคามจริง

หลังจากนั้นชุดจับกุมจึงพาไปตรวจค้นที่บริเวณบ้านพร้อมยึดเอาทรัพย์สินอื่น ที่ซุกซ่อนไว้ที่บ้านพักและได้พบของกลางที่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านพักจำนวนหลายรายการ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางประกอบการสอบสวน

โดยผู้ต้องหาอ้างว่าสาเหตุที่ขโมยอุปกรณ์การช่างเนื่องจากตนเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง ช่วงนี้มีงานก่อสร้างเยอะหาอุปกรณ์ใช้งานไม่เพียงพอ จึงได้ก่อเหตุขโมยอุปกรณ์ช่างมาดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฝากประชาสัมพันธ์ผู้ที่คิดว่าถูกหัวขโมยรายนี้เข้าขโมยทรัพย์สินภายในบ้านของตนเอง สามารถมาตรวจดูทรัพย์สินเครื่องมือต่างๆ ได้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ได้ในเวลาราชการ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

สารวัตรกำนัน

สารวัตรกำนัน เลือดร้อนยิงวัยรุ่นดับ 1 สาหัส 1 หลังเจอคำท้า “แน่จริงก็ยิงเลย”

สารวัตรกำนัน เลือดร้อนยิงวัยรุ่นดับ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุระทึก สารวัตรกำนันในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นในหมู่บ้านจนเสี่ยชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ก่อนที่สารวัตรกำนันคนดังกล่าวจะยอมเข้ามอบตัว

สารวัตรกำนัน เลือดร้อนยิงวัยรุ่นดับ โดยเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งคนถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต 1 ราย และ มีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านดงป่างิ้ว หมู่ที่ 7 ตำบลมะขุนหวาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ จึงเข้าตรวจสอบพร้อมกับชุดสืบสวน แพทย์ และ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กู้ภัยนพรัตน์พรกุศล เชียงใหม่ เข้าร่วมตรวจสอ

ที่เกิดเหตุพบศพ นายไพโรจน์ อายุ 24 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณกลางหลังทะลุปอด นอนเสียชีวิต ใกล้กันพบร่างนายวิษณุ อายุ 22 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณด้านหลังจำนวน 1 นัด กระสุนฝังในอาการสาหัส หน่วยกู้ภัยรีบนำส่งโรงพยาบาล

สารวัตรกำนัน

บริเวณเดียวกันพบรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน งลว 267 เชียงใหม่ ของผู้เสียชีวิตล้มอยู่ และ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จำนวน 3 ปลอก และ กระสุนปืนที่ถูกยิงแต่คาดว่ากระสุนด้านตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 นัด

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าคือ นายอานนท์ อายุ 51 ปี สารวัตรกำนันตำบลมะขุนหวานและอยู่บ้านติดกับที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้พยายามให้คนในครอบครัวเกลี้ยกล่อม จนในที่สุดยอมมอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายและผู้บาดเจ็บเคยถูกนายอานนท์จับกุมในคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองได้ไปดื่มสุราและขี่รถจักรยานยนต์มาพบเจอกับนายอานนท์โดยบังเอิญ ดูบอลออนไลน์ จึงจอดและเข้าไปต่อว่านายอานนท์เพราะไม่พอใจที่ถูกจับจนเกิดทะเลาะกัน ขณะที่นายอานนท์อ้างว่าอยู่คนเดียวเกรงถูกรุมทำร้าย จึงชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่

แต่อีกฝ่ายได้มีการท้าทายเกิดขึ้น บอกว่า “แน่จริงก็ยิงเลย” เพราะคิดว่านายอานนท์ คงไม่กล้า ด้วยความโมโห นายอานนนท์จึงยิงไปทางกลุ่มวัยรุ่น จำนวน 3 นัด กระสุนถูกกลุ่มวัยรุ่น 2 คน คนละ 1 นัด อีกนัดนึงยิงพลาด

ต่อมามีพลเมืองดีผ่านมา นายอานนท์พยายามจะยิงพลเมืองดีด้วย แต่กระสุนด้านทำให้ยิงไม่ออก จึงคัดกระสุนที่ด้านทิ้ง ก่อนจะรีบขี่รถหลบหนีไป กระทั่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้วิธีกดดันอย่างหนักและให้ทางครอบครัวเกลี้ยกล่อม นายอานนท์ จึงยินยอมเข้ามอบตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่า คุมตัวไว้สอบสวน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ประหารอย่างเดียว

ประหารอย่างเดียว ญาติ “น้องชาร์ป” ไม่ให้อภัยชายเมายา ยิงเด็ก

ประหารอย่างเดียว ความคืบหน้า กรณีหนุ่มวัย 40 เสพยาจนคลั่ง ก่อนลากปืนลูกซอง 5 นัด ยิงกราดใส่ชาวบ้านในงานศพ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย คือ “น้องชาร์ป” เด็กชายยอดกตัญญู วัย 14 ปี ญาติต้องการให้ประหารชีวิตฆาตกร

ประหารอย่างเดียว ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีหนุ่มวัย 40 ปี เสพยาจนคลั่ง ก่อนลากปืนลูกซอง 5 นัด ยิงกราดใส่ชาวบ้านและช่างเครื่องไฟจนกระสุนหมด ขณะกำลังเตรียมงานศพ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ “น้องชาร์ป” เด็กชายยอดกตัญญู วัย 14 ปี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ยายของน้องชาร์ป วอนหน่วยงานภาครัฐช่วยเอาใจใส่ปัญหายาเสพติด ขณะที่ต้องการให้กฎหมายดำเนินคดีคนร้ายถึงที่สุด คือประหารชีวิต เพราะไม่ต้องการเห็นหน้าคนที่ฆ่าหลานชาย และไม่ต้องการให้คนร้ายไปก่อเหตุกับใครอีก

ประหารอย่างเดียว

สำหรับบรรยากาศที่ศาลาการเปรียญภายในวัดศรีรัตนาราม ภายในหมู่บ้านชอนสมบูรณ์ ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของ เด็กชาย ภูบดี หรือ น้องชาร์ป อายุ 14 ปี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะครูและนักเรียนชาย-หญิง ชั้นมัธยมฯ ปีที่ 2 โรงเรียนบ้านชอนสมบูรณ์ เพื่อนห้องเดียวกับน้องชาร์ป ได้เดินทางมาร่วมงาน และเข้ากราบศพเป็นการไว้อาลัย

ขณะที่ นายชัย ภู่เจริญชัยวรรณ นายอำเภอหนองม่วง ได้นำพวงหรีดจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มาร่วมแสดงความไว้อาลัยศพ พร้อมกันนี้นายอำเภอหนองม่วงได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 2,000 บาท ด้วย จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านของ นางสาว สำเริง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 ตำบลชอนสมบูรณ์ พร้อมด้วยทหารรักษาความสงบเรียบร้อย

เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและให้กำลังต่อ นางจำนง อายุ 87 ปี ยายทวดของน้องชาร์ป ที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ใต้ถุนบ้าน โดยได้นำถุงยังชีพไปมอบให้เบื้องต้น ซึ่งพบว่าบริเวณบ้านกำลังมีการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้น 1 หลัง โดยผู้เป็นยายเป็นผู้สร้างให้ และแบ่งเป็นห้องของน้องชาร์ป 1 ห้อง ภายในห้องทาสีเทาตามที่น้องใฝ่ฝันอยากจะได้ แต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงเสียก่อน

จากนั้นนายอำเภอหนองม่วงได้เดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 4 ห่างจากกบ้านน้องชาร์ปไปประมาณ 100 เมตร อยู่ติดถนนกลางหมู่บ้าน ซึ่งกำลังจัดงานพิธีสวดพระอภิธรรมศพของชายสูงอายุ โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณเต็นท์ข้างบ้านงาน ส่วนบ้านผู้ก่อเหตุอยู่ตรงข้ามกัน

ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่กำลังมีการลองเครื่องเสียง น้องชาร์ป มาช่วยเดินสายไฟอยู่กลางเต็นท์วิเคราะห์บอล ส่วนผู้บาดเจ็บยืนอยู่ด้านข้างเต็นท์ นายมนตรี อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสพยาบ้าเข้าไปถึง 7 เม็ด ผสมกับดื่มสุราเข้าไป ทำให้ได้ยินเสียงเครื่องเสียงเปิดจนเกิดอาการประสาทหลอน คิดว่าจะมีคนมาฆ่า จึงเดินถือปืนลูกซองยาวนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว เดิมข้ามฝั่งตรงมาที่หน้าบ้านงาน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงไปที่เครื่องเสียงบนรถ 1 นัด

 

จังหวะนั้นเอง น้องชาร์ป ยืนอยู่ในเต็นท์ มองเห็นตัวชัดเจน ทำให้ถูกนายมนตรีใช้อาวุธปืนจ่อยิง 1 นัด กระสุนถูกกลางอกทะลุหลัง ก่อนพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่น้องชาร์ปวิ่งไปได้เพียง 3 ก้าว ก็ล้มลงขาดใจตายต่อหน้าคนในงานหลายสิบคน

เท่านั้นยังไม่พอ นายมนตรียังยิงปืนอีก 1 นัด กระสุนถูกเจ้าของเครื่องไฟได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ตำรวจได้นำกำลังมาดักซุ่มอยู่จนผู้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อหลบหนี จึงถูกชาร์จตัวเอาไว้ได้ทัน ส่วนอาวุธปืนของกลางเก็บซ่อนไว้ในบ้าน ทางตำรวจจึงไปตรวจยึดนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี

ด้าน พันตำรวจเอก สมศักดิ์ หน่องพงษ์ ผู้กำกับการ สภ.หนองม่วง ลพบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามยามฆ่าผู้อื่น มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยได้นำตัวคนร้ายส่งฝากขังศาลจังหวัดลพบุรี ยังไม่มีญาติขอประกันตัวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการสรุปสำนวนส่งฟ้อง

ขณะนี้ได้ส่งหลักฐานไปตรวจพิสูจน์ เพื่อรอผลคดี เมื่อครบแล้วจะสรุปส่งฟ้องโดยเร็ว

ในขณะเดียวกัน ชาวโซเชียลที่ได้ทราบเหตุการณ์น่าสลดดังกล่าว ซึ่งหลายคนรู้จักน้องชาร์ป ก็ได้โพสต์แสดงความอาลัยกันอย่างมากมาย …

รถเครื่องประสานงา

รถเครื่องประสานงา-ชนยับอัดเละกลางถนน ตายคาที่ 1 ศพ

รถเครื่องประสานงา ร้อยตำรวจเอกธนกานต์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต

รถเครื่องประสานงา ที่บริเวณหน้าร้านคำไผ่วัสดุ บ้านคำไผ่ ต.หนองกุง อ.เมือง ถนนสายกาฬสินธุ์ – อ.สหัสขันธ์
จึงเข้าทำการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมหน่วยกู้ชีพหน่วยกู้ภัย ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นายอัมริน อายุ 62 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.บึงวิชัย อ.เมือง ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กฎ 3467 กาฬสินธุ์

รถเครื่องประสานงา

ใกล้พบผู้บาดเจ็บเป็น ชายอาการสาหัส ทราบชื่อ คือ นายภาณุพล อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเทน่า หมายเลขทะเบียน กธล 113 กาฬสินธุ์ สภาพพังเสียหายยับเยินทั้งสองคัน

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เทน่า ได้ขับมาจากทางอำเภอสหัสขันธ์ กำลังมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ รถจักรยานยนต์ของผู้ตายได้ขับออกมาจากซอยกะทันหัน ทำให้รถทั้งสองคันพุ่งชนกันอย่างจัง ทำให้มีผู้เสียชีวิตคาที่และบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ซึ่งพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เปิดคำสารภาพ

เปิดคำสารภาพ ผัวหึงโหด นาทียิงเมียดับคาร้านชำ อ้างปืนลั่น

เปิดคำสารภาพ หนุ่มหึงโหดใช้ปืนลูกซองจ่อยิงเมียดับคาร้านขายของชำ เข้ามอบตัวแล้วเพราะทนแรงกดดันตำรวจไม่ไหว

เปิดคำสารภาพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 พ.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น. นายรณชัย อายุ 28 ปี เข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.ดิเรก เอี่ยมแล พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาบางแกรก อ.หนองฉาง หลังก่อเหตุใช้ปืนลูกซองสั้นยิง น.ส.รัตติกาล อายุ 28 ภรรยาของตนจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อบ่ายวานนี้ (3 พ.ย.) เหตุเกิดบริเวณร้านขายของชำ หมู่ 1 ทางแยกบ้านเขาน้อย ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี

เปิดคำสารภาพ

แล้วขี่จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กทจ 640 อุทัยธานี หลบหนีไปหลบซ่อนตัวในไร่อ้อยหมู่ที่ 15 ต.ทุ่งโพ อ.หนองฉาง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 13 กิโลเมตร ทั้งคืน หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจับกุมกดดันอย่างหนัก จนกระทั่งตัดสินใจเข้ามอบตัว

โดยเจ้าหน้าที่นำตัวไปชี้จุดจอดรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุที่ไร่อ้อย ส่วนปืนลูกซองสั้นที่ใช้ก่อเหตุผู้ต้องหาอ้างว่าทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเพราะยังไม่พบปืนกระบอกดังกล่าว

เบื้องต้น นายรณชัย อ้างว่า ไม่ได้ตั้งใจยิงภรรยาทีแรกตั้งใจขู่ขอคืนดี แต่เนื่องจากระหว่างที่ภรรยาหนีลงจากจักรยานยนต์เข้าไปของความช่วยเหลือจากคนในร้านขายของชำ

ตนถือปืนตามลงไปดึงตัวกลับนั้น เกิดยื้อแย่งปืนกันขึ้นจนปืนลั่นโดนภรรยาเสียชีวิต ตนจึงตัดสินใจทิ้งปืนแล้วขับจักรยานยนต์หลบหนีไปกบดานในไร่อ้อยทั้งคืนกระทั่งช่วงบ้ายวันนี้จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว

ขณะที่ นางดรุณี เจ้าของร้านขายของชำ ที่มีคนไปยิงกันในร้านจนเสียชีวิต เปิดเผยว่า ยังตกใจและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาต้องให้ญาติหลายคนไปอยู่เป็นเพื่อน และตั้งใจจะนิมนต์พระมาปัดเป่าให้เกิดความเป็นมงคลต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com