Browse Month: ธันวาคม 2018

เมียสะอื้น

เมียสะอื้น แฉปม “เสี่ยเดี่ยว” ถูกยิงตายดับคาผับ แค่เต้นเหยียบเท้า

เมียสะอื้น แฉปม “เสี่ยเดี่ยว”  ร.ต.อ.จตุพล เทสิมทโชติ รอง สว.สส.สภ.แสนสุข ได้รับแจ้งว่า มีเหตุทะเลาะวิวาท

เมียสะอื้น แฉปม “เสี่ยเดี่ยว” ใช้อาวุธปืนยิงกันที่บริเวณสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ใน อ.บางแสน จ.ชลบุรี ซึ่งบริเวณลานจอดรถ พบนายวีรภัทร หรือ เสี่ยเดี่ยว ผักซิ่ง อายุ 33 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณท้ายทอย กระสุนทะลุออกเบ้าตาซ้าย อาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยมีนายภานุพันธ์ หรือ โน้ต อายุ 31 ปี ถูกยิงเข้าที่ชายโครง กระสุนฝังใน นอนหายใจรวยริน บาดเจ็บสาหัส ก่อนนำส่งโรงพยาบาล

เมียสะอื้น

วันที่ 14 ธ.ค. 61 นางสาวเสาวลักษณ์ อายุ 31 ปี ภรรยาของนายวีรภัทร นำศพของสามีตั้งบำเพ็ญกุศลยังศาลาธรรมสังเวชสาม วัดท้ายดอน พร้อมเปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ สามีตนขออนุญาตไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่สถานบันเทิงที่บางแสน

ต่อมา เวลาประมาณ 02.00 น. ตนโทรตามสามี บอกว่าให้กลับบ้านได้แล้ว แต่สามีบอกว่ากำลังจะกลับบ้าน และบ่นกับตนว่ามีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่น เรื่องท่าเต้น และเขม่นกัน และเกิดการชกต่อยกันในผับ

จากนั้น สามีตนกับกลุ่มเพื่อนออกจากสถานบันเทิง และเดินมาที่ลานจอดรถยนต์ จากนั้นคนร้ายซึ่งดักรออยู่ที่รถพร้อมอาวุธปืนสั้น จ่อยิงสามีตนที่เบ้าตาซ้ายจนทะลุท้ายทอย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเพื่อนอีกคนที่เข้าไปช่วย ก็โดนยิงที่ซี่โครงได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส

ส่วนที่มีกระแสข่าวที่ออกมาว่า คนร้ายกับสามีตนมีปัญหาเรื่องชอบผู้หญิงคนเดียวกันนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากสามีตนไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง และมีลูกที่น่ารักอีก 2 คน รออยู่ที่บ้าน

ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถยนต์ ซึ่งสามารถจับภาพวินาทีเกิดเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน และอยู่ในระหว่างตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ด้าน นายณัฐชัย อายุ 26 ปี รุ่นน้องคนสนิทของผู้เสียชีวิต เผยความรู้สึกว่า ก่อนที่จะแต่งงานเสี่ยเดี่ยวเป็นคนไม่ดี และคนอารมณ์ร้อน แต่เมื่อมีครอบครัว ภรรยา และลูก 2 คน ก็กลับตัวเป็นคนดี ไม่เคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับใคร ปกติเสี่ยเดี่ยวเป็นคนชอบดื่มสุรา และมักพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนพี่น้องที่บ้านอยู่ประจำ และที่รักใคร่ของเพื่อนๆ

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ปมชู้สาว แต่มีสาเหตุจากเรื่องเขม่น เพราะเต้นชนกันเหยียบเท้ากัน จนเกิดการวิวาทกัน ตนฝากถึงคนร้ายว่า ให้มามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ พุ่งชนท้ายกระบะ บีเอ็มดับเบิ้ลยูชนอัดซ้ำ พังเละ 3 คัน

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ อุบัติเหตุรุนแรงใกล้วัดบึงทองหลาง หนุ่มขับเก๋งคัมรี่ก้มหยิบโทรศัพท์มือถือ เงยหน้าขึ้นมาพุ่งชนท้ายกระบะ

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ ก่อนแฉลบไปโดนรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูซ้ำ พังยับเยินทั้ง 3 คัน ตำรวจเร่งตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับ เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อธิปัตย์ ไหมสุข รอง สว.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันเสียหลักพลิกคว่ำ บริเวณถนนลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ จึงเข้าตรวจสอบพร้อมประสานรถยกและมูลนิธิสยามร่วมใจ

เก๋งคัมรี่ก้มหยิบมือถือ

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากวัดบึงทองหลาง ประมาณ 200 เมตร เป็นถนน 4 เลนบริเวณกลางถนน พบรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีดำ สภาพรถพลิกคว่ำหงายท้อง กระจกหน้ารถแตก โดยมี นายชัชชัย อายุ 33 ปี เป็นคนขับขี่ ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ ใกล้กันพบรถยนต์บีเอ็มดับบลิว 330e สีขาว สภาพหน้ารถด้านซ้ายพังยับ มี นายเกรียงพล อายุ 28 ปีเป็นคนขับ

ส่วนในช่องจราจรเลนซ้ายสุด พบรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สีเทา-ดำ จอดอยู่ในสภาพถูกชนท้ายด้านขวา ทำให้ล้อดุ้งพังเสียหาย เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

นายชัชชัย ให้การว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถเพื่อกลับบ้าน ระหว่างที่ขับรถวิ่งผ่านวัดบึงทองหลาง ตนพยายามค้นหาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ภายในรถ โดยช่วงที่ก้มหน้าและมือหยิบโทรศัพท์อยู่นั้น ทำให้รถพุ่งไปชนท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ริมถนน

เป็นเหตุทำให้รถของตนเสียหลักพลิกตะแคงขวางอยู่กลางถนน เมื่อตนรู้สึกตัวจึงรีบออกมาจากรถทันที และในช่วงที่ตนยืนมึนงงอยู่ริมถนน อยู่ๆ ก็มีรถยนต์บีเอ็มดับบลิว สีขาว ขับวิ่งฝ่าเข้ามาพุ่งชนรถ ทำให้รถพลิกคว่ำหงายท้องดังกล่าวอีกคัน

ร.ต.อ.อธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว จะนำตัวผู้ขับขี่ทั้ง 2 รายมาสอบสวนและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ว่าเกินกว่ากฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตม.คุมอดีตนักบอล

ตม.คุมอดีตนักบอล ทีมชาติบาห์เรนฝากขัง เตรียมส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ตม.คุมอดีตนักบอล ทีมชาติบาห์เรน ฝากขังศาลอาญา ก่อนทำเรื่องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ใน 60 วัน ระบุ ไทย-บาเรนห์ ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ตม.คุมอดีตนักบอล นายฮาคิม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายของตำรวจสากล หรือ อินเตอร์โพล ที่ออกตามคำร้องขอของทางการบาห์เรน มายังศาลอาญา ตามที่อัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นคำร้องขอให้ขังไว้ก่อนเป็นเวลา 60 วัน เพื่อรอการยื่นคำร้องขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตามคำร้องขอของรัฐบาลต่างประเทศ

ตม.คุมอดีตนักบอล

ซึ่งศาลต้องสอบถามนายฮาคิมว่าจะยินยอมหรือคัดค้านอย่างไร โดยจะนำตัวนายฮาคิมไปควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

หลัง นายฮาคิม ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะเดินทางจากประเทศออสเตรเลียมาพักผ่อนที่ประเทศไทยพร้อมกับภรรยา นายฮาคิม กล่าวทันทีที่ลงจากรถควบคุมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ว่า “ผมไม่ได้กระทำความผิด ช่วยหยุดพวกเขา อย่าให้ส่งผมไปบาห์เรน” ขณะที่ทนายความของนายฮาคิม จะดำเนินการยื่นคัดค้านการฝากขัง แต่หากศาลไม่อนุญาต จะยื่นขอประกันตัว

สำหรับนายฮาคิม ได้เปิดเผยกับฮิวแมนไรต์วอตช์ ว่าเขาถูกทางการบาห์เรนจับกุมและซ้อมทรมานในช่วงการลกฮือประท้วงอาหรับสปริงในตะวันออกกลางเมื่อปี 2555 ก่อนที่นายฮาคิม จะได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย แต่สุดท้ายก็ถูกศาลบาห์เรนตัดสินลับหลังจำคุก 10 ปี กรณีสร้างความเสียหายให้สถานีตำรวจ ซึ่งนายฮาคิมปฏิเสธอ้างว่าตนเองแข่งฟุตบอลอยู่ที่ประเทศการ์ตาในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาคดีดังกล่าว

นายชัชชม อรรฆภิญญ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้อธิบายขั้นตอนการยื่นคำร้องขอให้ขังเพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนว่า กรณีของฮาคิม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ตร.สากล ตามคำร้องขอของทางการบาห์เรน นั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)

ได้จับกุมตามหมายจับไว้แล้ว จึงส่งตัวมาที่ศาลเพื่อที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ จะต้องดำเนินการยื่นคำร้องขอให้ขังไว้ก่อนเป็นเวลา 60 วันตามกฎหมาย เพื่ออัยการจะดำเนินการยื่นคำร้องขอ ให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนในลำดับต่อไปภายหลังที่จากทางการไทย ได้รับเอกสารคำร้องจากทางการบาห์เรนอย่างเป็นทางการแล้ว

อย่างไรก็ดีในชั้นนี้ หากนายฮาคิมแสดงความยินยอม ต่อศาลจะกลับไปต่อสู้คดีที่ประเทศบาห์เรนผู้ร้องขอ เช่นนี้ก็ไม่ต้องดำเนินคดีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนในไทยต่อไปแต่ศาลจะให้ขังไว้เพื่อรอการส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน โดยกระบวนทั้งการติดตามตัวและยื่นคำร้องขอให้ขังเพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

ก็เป็นไปตามคำร้องขอ ของทางการบาห์เรน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศเราไม่ได้มีสนธิสัญญาต่อกัน แต่เราก็ดำเนินการในลักษณะต่างตอบแทนกัน โดยกระบวนการร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นก็สามารถทำได้ทั้ง 2 รูปแบบ คือถ้ามีสนธิสัญญาต่อกันก็ปฏิบัติกันตามรูปแบบนั้น หรือดำเนินการตามรูปแบบลักษณะต่างตอบแทนกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

ประกาศลั่น

ประกาศลั่น ไม่เคยกลัวคุก ชายขี้ยาบุกห้องสาวขอเงิน-เปลี่ยนใจปล้ำ

ประกาศลั่น ไม่เคยกลัวคุก มีเหตุหนุ่มบุกห้องสาวหวังข่มขืน แต่เกิดการต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ

ประกาศลั่น ไม่เคยกลัวคุก จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้บาดเจ็บคือ นางสาวนาวรรณา อายุ 44 ปี มีบาดแผลตามร่างกาย เนื่องจากถูกคนร้ายชกต่อย และกระทืบหน้าอกหลายสิบครั้ง โดยเล่าว่า ขณะเกิดเหตุ เวลาประมาณ 04.00 น. ตนนอนหลับอยู่ในห้อง แต่เกิดสะดุ้งตกใจตื่น

เพราะได้ยินเสียงคล้ายคนเปิดประตูห้องและเปิดไฟ จากนั้นพบว่า ชายคนดังกล่าวชื่อ ต๋อย คนรู้จักกัน บุกเข้ามาในห้องโดยถือมีดปอกผลไม้เป็นอาวุธ ด้วยความกลัวตนจึงพูดจาดีด้วย โดยนายต๋อยบอกให้ตนนำเงินมาให้เพื่อจะไปซื้อยา ตนจึงรีบหยิบเงินให้ แต่ขณะกำลังหยิบกระเป๋าสตางค์ นายต๋องกลับบอกว่าไม่เอาเงินแล้ว แต่จะขอนอนกับตนแทน

ประกาศลั่น

จังหวะนั้น ตนผลักร่างนายต๋อยออก แต่คนร้ายไม่ยอม โดยใช้มืออุดปากและชกต่อยอย่างแรง เพื่อให้ตนยอม จากนั้นตนจึงยื้อแย่งมีดกับคนร้าย กระทั่งคนร้ายทำมีดหลุดมือ และเห็นท่าไม่ดี ตนจึงหนีออกจากห้องไป

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาที่ห้องเช่า พบว่าห้องเช่าดังกล่าวมีสภาพค่อนข้างเปลี่ยว โดยมีพ่อของผู้เสียหาย อายุ 70 ปี แม่อายุ 60 ปี และหลานชาย มาอยู่ดูแลผู้เสียหาย

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อผู้ต้องหาแล้ว คือ นายพิเชษฐ์ หรือ ต๋อย หลังก่อเหตุได้ประกาศบอกใครต่อใครว่า ไม่เคยกลัวคุก เพราะก่อนหน้านี้ เพิ่งพ้นโทษในคดียาเสพติด และมักมีอาการคลั่งยาบ่อยครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ทราบว่า หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ที่ ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่จึงขอหมายจับเพื่อเร่งตามตัวแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

แจ้งข้อหาหนุ่มป.โทเจ้าของบ้าน หลังล็อกคอ “โจร” จนขาดใจตายคามือ

แจ้งข้อหาหนุ่มป.โทเจ้าของบ้าน เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองนนทบุรี พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รองผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี

แจ้งข้อหาหนุ่มป.โทเจ้าของบ้าน เผยความคืบหน้าคดีคนร้ายลักทรัพย์ในบ้านเรือนประชาชน และมีการต่อสู้กับเจ้าของบ้านจนคนร้ายเสียชีวิต เหตุเกิดในซอยงามวงศ์วาน 17 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี เวลา 22.00 น. ของวันที่ 30 พ.ย.

แจ้งข้อหาหนุ่มป

โดยพ.ต.ท.สันติ กล่าวว่า จากการสืบสวนในที่เกิดเหตุพบโทรศัพท์มือถือของคนร้าย แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จึงได้เปลี่ยนซิมโทรศัพท์ พบเบอร์โทรศัพท์ที่มีการติดต่อค้างไว้ จึงได้ประสานไปยังเจ้าของเบอร์ดังกล่าว พบว่าเป็นผู้หญิงรับสาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงได้นำเบอร์โทรศัพท์ของคนร้ายไปตรวจสอบชื่อเจ้าของ พบว่าเป็นภรรยาของคนร้าย

จากการพิสูจน์ทราบว่าคนร้ายน่าจะเป็นคน จ.ศรีสะเกษ ตอนนี้อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.ศรีสะเกษ ให้ออกสืบสวนหาญาติอยู่ ด้านสาเหตุการเสียชีวิตนั้น จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยเลือดในที่เกิดเหตุ ตามร่างกายไม่มีบาดแผลถูกทำร้าย มีเพียงศีรษะแตกเล็กน้อย

สอบสวน นายทรงวุฒิ อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาโท เจ้าของบ้าน ระบุว่า มีการต่อสู้กัน และมีการใช้กระทะตีเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่สามารถทำอะไรคนร้ายได้ จากนั้นได้มีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่พักใหญ่ เจ้าของบ้านได้ใช้แขนล็อกตัวคนร้ายไว้จนนิ่งไป เบื้องต้นแพทย์ชันสูตรว่าขาดอากาศหายใจ ซึ่งต้องรอผลการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

หลังเกิดเหตุเจ้าของบ้านอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อรอให้ปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหากับเจ้าของบ้านว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยหลังจากนี้จะเรียกมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com