ประหารอย่างเดียว

ประหารอย่างเดียว ญาติ “น้องชาร์ป” ไม่ให้อภัยชายเมายา ยิงเด็ก

ประหารอย่างเดียว ความคืบหน้า กรณีหนุ่มวัย 40 เสพยาจนคลั่ง ก่อนลากปืนลูกซอง 5 นัด ยิงกราดใส่ชาวบ้านในงานศพ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย คือ “น้องชาร์ป” เด็กชายยอดกตัญญู วัย 14 ปี ญาติต้องการให้ประหารชีวิตฆาตกร

ประหารอย่างเดียว ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีหนุ่มวัย 40 ปี เสพยาจนคลั่ง ก่อนลากปืนลูกซอง 5 นัด ยิงกราดใส่ชาวบ้านและช่างเครื่องไฟจนกระสุนหมด ขณะกำลังเตรียมงานศพ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ “น้องชาร์ป” เด็กชายยอดกตัญญู วัย 14 ปี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ยายของน้องชาร์ป วอนหน่วยงานภาครัฐช่วยเอาใจใส่ปัญหายาเสพติด ขณะที่ต้องการให้กฎหมายดำเนินคดีคนร้ายถึงที่สุด คือประหารชีวิต เพราะไม่ต้องการเห็นหน้าคนที่ฆ่าหลานชาย และไม่ต้องการให้คนร้ายไปก่อเหตุกับใครอีก

ประหารอย่างเดียว

สำหรับบรรยากาศที่ศาลาการเปรียญภายในวัดศรีรัตนาราม ภายในหมู่บ้านชอนสมบูรณ์ ตำบลชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของ เด็กชาย ภูบดี หรือ น้องชาร์ป อายุ 14 ปี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะครูและนักเรียนชาย-หญิง ชั้นมัธยมฯ ปีที่ 2 โรงเรียนบ้านชอนสมบูรณ์ เพื่อนห้องเดียวกับน้องชาร์ป ได้เดินทางมาร่วมงาน และเข้ากราบศพเป็นการไว้อาลัย

ขณะที่ นายชัย ภู่เจริญชัยวรรณ นายอำเภอหนองม่วง ได้นำพวงหรีดจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี มาร่วมแสดงความไว้อาลัยศพ พร้อมกันนี้นายอำเภอหนองม่วงได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 2,000 บาท ด้วย จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านของ นางสาว สำเริง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 4 ตำบลชอนสมบูรณ์ พร้อมด้วยทหารรักษาความสงบเรียบร้อย

เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและให้กำลังต่อ นางจำนง อายุ 87 ปี ยายทวดของน้องชาร์ป ที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ใต้ถุนบ้าน โดยได้นำถุงยังชีพไปมอบให้เบื้องต้น ซึ่งพบว่าบริเวณบ้านกำลังมีการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้น 1 หลัง โดยผู้เป็นยายเป็นผู้สร้างให้ และแบ่งเป็นห้องของน้องชาร์ป 1 ห้อง ภายในห้องทาสีเทาตามที่น้องใฝ่ฝันอยากจะได้ แต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงเสียก่อน

จากนั้นนายอำเภอหนองม่วงได้เดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 4 ห่างจากกบ้านน้องชาร์ปไปประมาณ 100 เมตร อยู่ติดถนนกลางหมู่บ้าน ซึ่งกำลังจัดงานพิธีสวดพระอภิธรรมศพของชายสูงอายุ โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณเต็นท์ข้างบ้านงาน ส่วนบ้านผู้ก่อเหตุอยู่ตรงข้ามกัน

ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่กำลังมีการลองเครื่องเสียง น้องชาร์ป มาช่วยเดินสายไฟอยู่กลางเต็นท์วิเคราะห์บอล ส่วนผู้บาดเจ็บยืนอยู่ด้านข้างเต็นท์ นายมนตรี อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เสพยาบ้าเข้าไปถึง 7 เม็ด ผสมกับดื่มสุราเข้าไป ทำให้ได้ยินเสียงเครื่องเสียงเปิดจนเกิดอาการประสาทหลอน คิดว่าจะมีคนมาฆ่า จึงเดินถือปืนลูกซองยาวนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว เดิมข้ามฝั่งตรงมาที่หน้าบ้านงาน ก่อนใช้อาวุธปืนยิงไปที่เครื่องเสียงบนรถ 1 นัด

 

จังหวะนั้นเอง น้องชาร์ป ยืนอยู่ในเต็นท์ มองเห็นตัวชัดเจน ทำให้ถูกนายมนตรีใช้อาวุธปืนจ่อยิง 1 นัด กระสุนถูกกลางอกทะลุหลัง ก่อนพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่น้องชาร์ปวิ่งไปได้เพียง 3 ก้าว ก็ล้มลงขาดใจตายต่อหน้าคนในงานหลายสิบคน

เท่านั้นยังไม่พอ นายมนตรียังยิงปืนอีก 1 นัด กระสุนถูกเจ้าของเครื่องไฟได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน ตำรวจได้นำกำลังมาดักซุ่มอยู่จนผู้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อหลบหนี จึงถูกชาร์จตัวเอาไว้ได้ทัน ส่วนอาวุธปืนของกลางเก็บซ่อนไว้ในบ้าน ทางตำรวจจึงไปตรวจยึดนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี

ด้าน พันตำรวจเอก สมศักดิ์ หน่องพงษ์ ผู้กำกับการ สภ.หนองม่วง ลพบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามยามฆ่าผู้อื่น มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยได้นำตัวคนร้ายส่งฝากขังศาลจังหวัดลพบุรี ยังไม่มีญาติขอประกันตัวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการสรุปสำนวนส่งฟ้อง

ขณะนี้ได้ส่งหลักฐานไปตรวจพิสูจน์ เพื่อรอผลคดี เมื่อครบแล้วจะสรุปส่งฟ้องโดยเร็ว

ในขณะเดียวกัน ชาวโซเชียลที่ได้ทราบเหตุการณ์น่าสลดดังกล่าว ซึ่งหลายคนรู้จักน้องชาร์ป ก็ได้โพสต์แสดงความอาลัยกันอย่างมากมาย ต่างก็สงสารและเสียดายในความเป็นเด็กดี มีความกตัญญูของน้องชาร์ป และต้องการให้มีบทลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างถึงที่สุด

โดยหนึ่งในผู้ที่แสดงความอาลัยต่อการจากไปของน้องชาร์ป คือ เฟซบุ๊ก รพ.สต.ชอนสมบูรณ์ อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า

“ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของ น้องชาร์ป ด.ช.ภูบดี ศิริพันธุ์ นะครับ น้องเป็นเด็กดีที่สุดเท่าที่หมอเห็นมาเลย น้องมาช่วยงานที่ รพ.สต.อยู่ตลอด ขอให้น้องไปอยู่บนสวรรค์ ความดีที่น้องทำมาเชื่อว่าทุกคนไม่มีใครลืม รวมทั้งหมอที่ รพ.สต.ชอนสมบูรณ์ทุกคนครับ

ขอเป็นกำลังใจให้ทวดและยายสำเริง (อสม.สำเริง ศิริพันธุ์) ผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้ หากมีสิ่งใดที่ รพ.สต.ชอนสมบูรณ์จะสามารถช่วยเหลือได้ ขอให้บอกได้เลยนะครับ

ปล.นี่เป็นเหตุการณ์ที่เสียใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงานที่ รพ.สต.ชอนสมบูรณ์เลยครับ”

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com/

ใส่ความเห็น