ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

รวมลิงค์ดูบอลออนไลน์ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv ดูบอลสด ผ่านเน็ตฟรี

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv อัพเดททุกวันตลอด 24 ชม. ดูบอลสดฟรี. สะดวกทุกที่ทุกเวลา. ดูบอลออนไลน์ผ่านมือถือ. และกีฬาอื่นๆ ฟุตบอลโลก 2019
ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ดู ผล บอล สด 7m ที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม ลิ้งค์ดูบอลก็จะโชว์ขึ้นมา แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆ ที่แสดง ดู ผล บอล สด วัน นี้ ทุก ลีก  ได้เลย

โดยเราคัดคุณภาพให้แล้ว ดูได้ทั้งคอมและมือถือ รองรับคนดูได้โดยไม่กระตุก มารวมไว้ในที่เดียวและเรายังอัพเดทลิ้งในตารางบอล ตลอด 24 ชม. ทำให้คุณไม่ต้องไปหาหลายที่ให้วุ่นวาย การดูบอลของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี แมน ยู
และตารางบอลของเราจะแสดงให้ทราบว่าแต่ละคู่จะถ่ายทอดสดช่องไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นช่อง PPTV, Bein Sport, TrueVision, True4U, ช่อง 3HD, ช่อง 7HD, ไทยรัฐทีวี, Bugaboo, FoxSport, SkyNet
ถ้าเป็นบอลคู่ใหญ่เราจะมีสัญลักษณ์ เป็นจุดสังเกตุให้คุณไม่พลาดในบอลคู่ที่น่าสนใจ ในลีกต่างๆ ดู ผล บอล ออนไลน์ ฟรี ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ว่าเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก,ไทย ดิวิชั่น 1, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส
แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ยังรวบรวม ลิ้งดูบาสสด, ดูวอลเลย์บอลสด เราจึงกล้าพูดได้เลยว่าเราเป็นเว็บรวมลิ้งดูบอลที่ดีที่สุดในไทย…

ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์

แค้นหมากัดไก่ชนตัวโปรด ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์ดับ ชายหนุ่ม 20 โผล่มอบตัว

ชายหนุ่มใจร้อน ใช้ 9 มิลลิเมตร ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์ เสียชีวิต ย่องมอบตัวแล้ว ยอมรับสารภาพโกรธแค้นผู้เสียชีวิตพูดจาว่ากล่าวเรียนหนังสือไม่จบ หน้าที่ไม่ทำ ชอบใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า เด็กก็ยังเป็นเด็กวันกระทั่งถึงเย็น แถมยังมีเรื่องมีราวหมากัดไก่ชนตัวโปรดเป็นทุนเดิม

ผู้ร้าย ยิงช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ย่องมอบตัวแล้ว

จากกรณีผู้ร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ก่อเหตุยิง นายฤดูใบไม้ผลิ สติปัญญาดี อายุ 49 ปี ช่างเฟอร์นิเจอร์ อยู่บ้านเลขที่ 42 มัธยม7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง

ได้รับบาดเจ็บและก็เสียชีวิตในเวลาถัดมา เหตุเพราะไม่ชอบใจที่ถูกสอน บวกกับมีความขุ่นเคืองเรื่องสุนัขของคนตายไล่กัดไก่ชนตัวโปรดตายเป็นทุนเดิม เหตุกำเนิดที่ถนนหนทางปากทางเข้าบ้านเลขที่ 191 บ้านไสนายขัน มัธยม7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง ดังที่มีข่าวสารเสนอไปแล้วนั้น

ความก้าวหน้าเมื่อเวลาโดยประมาณ 11.30 น. วันที่ 13 ธันวาคม62 นายระเบียบ เมืองสง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กลุ่ม 7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง นำตัว นายธนภูเขาไม่ เพชรรักษา อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 กลุ่ม 7 ต.ควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดจังหวัดพัทลุง ผู้ก่อเรื่องใช้อาวุธปืนยิง นายฤดูใบไม้ผลิ สติปัญญาดี อายุ 49 ปี เสียชีวิต เข้ามอบตัวต่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สภ.เขาชัยสน พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตรที่ใช้ก่อเหตุ โดยพื้นฐานสารภาพเป็นผู้ก่อเรื่อง โดยกล่าวถึงว่าอาวุธปืนที่ใช้เป็นของคุณลุงที่เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน

ส่วนปัจจัยที่ลงมือเพราะเหตุว่าไม่สบอารมณ์นายฤดูใบไม้ผลิผู้เสียชีวิตพูดจาว่ากล่าวเรื่องเรียนหนังสือไม่จบ งานการไม่ทำ โดยยิ่งไปกว่านั้นคำว่า เด็กก็ยังเป็นเด็กวันกระทั่งถึงเย็น บวกกับความรู้สึกไม่พอใจเรื่องสุนัขของนายฤดูใบไม้ผลิไปกัดไก่ชนตัวโปรดของตนเมื่อ 3 วันก่อนด้วย ยิ่งสร้างความไม่พึงพอใจมากเพิ่มขึ้น ก็เลยตกลงใจสำหรับในการก่อเหตุ

ด้าน พันตำรวจโทจิตร ยิงขำ รอง ผู้กำกับการสส.สภ.เขาชัยสน กล่าวมาว่า พื้นฐานผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แจ้งฟ้องร้องพื้นฐานกับนายธนภูเขาไม่ 3 ข้อกล่าวหา เป็น ข้อกล่าวหาฆ่าคนอื่นๆโดยตั้งใจ ข้อกล่าวหานำพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควรจะ รวมทั้งถือครองอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาต ต่อจากนี้ตำรวจจะรีบไต่สวนเพื่อสรุปสำนวนคดีนำผู้ต้องหาฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทลุงด้านในบ่ายวันนี้

ส่วนเรื่องของอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ แล้วก็มีใจความสำคัญสงสัยว่า ผู้ครอบครองอาวุธปืนจะมีความผิดด้วยหรือเปล่า ข้าราชการจะมีการไต่สวนนายธนภูเขาไม่ถึงการได้มาของอาวุธปืน แม้เป็นการลักขโมยมา ดังที่คนก่อเหตุอ้าง ผู้ครอบครองปืนก็จะปราศจากความไม่ถูก.…

หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต

หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต บอดี้สแลม ร้องปอท. 18 มงกุฎ บวกเพิ่มสองร้อย

กรุ๊ปผู้เสียหายร้องปอท. ลากคอ 18 มงกุฎ หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต บอดี้สแลม นับ 1 ถึง 7 ได้เงินไปแล้วหายจ้อย ติดต่อมิได้ สมกับวงร็อกชั้น 1 ของประเทศ บัตรขายหมดภายใน 4 นาที

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม62 ที่กองสั่งการกำจัดพฤติกรรมข้อผิดพลาดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ถนนหนทางแจ้งวัฒนะ กรุ๊ปผู้เสียหายที่ถูกหลอกซื้อบัตรการแสดงดนตรีบอดี้สแลม ไปพบ ร้อยตำรวจโทหญิง ปิ่นปักผมวรางค์ กลิ่นหวล รอง สว.(สอบปากคำ) กิโลกรัม2 บก.ปอท. ข้างหลังมิได้รับบัตรการแสดงดนตรี และก็รู้ดีว่าผู้เสียหายบางรายถูกนำบัตรประจำตัวประชาชนมาสวมเพื่อใช้เพื่อการฉ้อฉลผู้เสียหายรายอื่นต่อ

นางสาวเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย บอกว่า ตนซื้อบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน ก็เลยไปพบซื้อต่อผ่านคนที่ซื้อทันรวมทั้งประกาศขายผ่านกรุ๊ปเฟซบุ๊ก เจอผู้ร้ายรายนี้ขายบัตรในราคาที่บวกเพิ่มเพียงแค่ 200 บาท ตนเลือกซื้อราคา 2,700 บาท จาก 2,500 บาท รวม 3 ใบ

โดยเงินมัดจำไว้ราว 4,500 บาท ก่อนจ่ายเต็มเมื่อได้รับบัตร ซึ่งฆาตกรได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง อีกทั้งแชตเสวนาเกลี้ยกล่อม และก็เจาะจงข้อมูลต่างๆของการแสดงดนตรีตรงกับบัตรจริง ก็เลยไว้ใจแล้วก็สั่งซื้อ โดยผู้ร้ายให้โอนเงินฝากบัญชีทรูวอลเล็ต

ที่วันหลังพบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์ของเด็กอายุ 13 ปี ที่คาดว่ารู้จักกับฆาตกร ด้วยเหตุว่าพบว่าได้โอนเงินแม้กระทั่งกับบุคคลที่ฉ้อโกงในคราวนี้

ถัดมาปรากฏว่ามิได้รับของ และไม่สามารถติดต่อได้อีก จนถึงไปพบผู้ครอบครองบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงที่ถูกนำบัตรมาสวม ก็เลยรู้ดีว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกอีกรวม 4 ราย ความทรุดโทรมโดยประมาณกว่า 10,000 บาท และก็ไปฟ้องร้องกับสถานีตำรวจท้องที่
ดังนี้ตนไม่เคยเสวนากับฆาตกรทางโทรคำศัพท์ หรือได้เผชิญกันก่อน เพียงแค่แชตคุยกันเพียงแค่นั้น แม้กระนั้น ที่ตนต้องการดูการแสดงดนตรีการบุญคราวนี้ เนื่องจากว่าหัวใจหนึ่งต้องการทำบุญสุนทานช่วยเหลือตามจุดมุ่งหมายของงาน ดังนี้เวรกรรมมีจริง คนใดกันทำอะไรก็ให้ระวังผลไว้

นายบี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายอีกรายที่ถูกสวมบัตรประจำตัวประชาชน บอกว่า ตนเคยถูกมิจฉาชีพหลอกขอดูหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนจากการที่เคยได้ขายของออนไลน์ ซึ่งตนก็ลืมปกปิดเลขที่บัตร หรือกำหนดเป้าประสงค์การใช้ ทำให้ถูกผู้ร้ายใช้ประโยชน์ก่อเหตุคดโกงคนอื่น จนถึงตำรวจได้ชวนมาสอบสวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

พื้นฐานเจ้าหน้าที่สอบสวนไต่สวนผู้เสียหายพร้อมพิเคราะห์ประกอบกับหลักฐานที่เอามามอบ ก่อนรายงานเสนอผู้สั่งการพิเคราะห์ออกคำสั่งถัดไป

สำหรับการแสดงดนตรี บอดี้สแลม นับ 1 ถึง 7 เป็นการแสดงดนตรีครั้งพิเศษศูนย์รวมเพลงจากทุกอัลบั้ม โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดทั้งปวงมอบให้มูลนิธิธรรมาภิบาลด้านการแพทย์ เพื่อส่งต่อไปยังโรงหมอเมืองที่ขาด ซึ่งมีการเปิดจองบัตรเมื่อ 26 เดือนพฤศจิกายน 2562 มี 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 25 แล้วก็วันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. 2563 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองคำเมือง ขายบัตรราคา 1,000 / 1,500 (ยืน) / 2,500 บาท แล้วก็ VIP 5,500 บาท ดังนี้บัตรได้ถูกจำหน่ายหมดตั้งแต่ 4 นาทีแรกที่มีการเปิดขายบัตร ทำให้คนที่จองบัตรไม่ทันแล้วก็อยากมาดูการแสดงดนตรีได้โพสต์เนื้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อหาซื้อบัตรการแสดงดนตรีต่อจากคนที่จองบัตรได้ ซึ่งมีการนำบัตรมาขายต่อในราคาแพง ทำให้มีมิจฉาชีพชุบมือเปิบการฉ้อโกงขายบัตรการแสดงดนตรี.…

ค้ามนุษย์

ยกฟ้อง 5 จำเลย ค้ามนุษย์ บังคับลวงล่อ 4 สาวโมร็อกโก ขายประเวณี

ค้ามนุษย์ 4 สาวชาวโมร็อกโกในดิสโก้เธค บริเวณนานาเหนือ เหตุยังมีข้อพิรุธสงสัยว่ากระทำผิดตามฟ้องหรือเปล่า จัดเตรียมปล่อยเนื้อปล่อยตัวจากคุก

ศาลอุทธรณ์ พิพากษ์ยกฟ้อง 5 จำเลยคดี ค้ามนุษย์

เวลา 09.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม ที่ห้องไตร่ตรอง 901 ศาลอาญา ถนนหนทางรัชดาภิเษก ศาลนัดหมายอ่านอ่านคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์คดีค้ามนุษย์ เลขลำดับดำ คม.64/2560

ที่บุคลากรอัยการพิเศษข้างคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายไมเคิล เพิร์ล อายุ 47 ปี ชาวซูดาน เชื้อชาติประเทศออสเตรเลีย นายแคสสัน วาคีย์ อายุ 38 ปี ชนชาติซีเรีย นายฉลาดหลักแหลม หรือชัยรัตน์ นราจันทร์ อายุ 64 ปี นายอารีย์ หรือชยากร ใหม่เอี่ยมสารี อายุ 42 ปี รวมทั้ง นางฮาทุ่งนา เตายูรี อายุ 39 ปี เชื้อชาติโมร็อกโก ด้วยกันเป็นเชลยที่ 1-5 ฐานด้วยกันค้ามนุษย์ เป็นธุระหาให้มีการขายประเวณีฯ

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 11ตุลาคม59-26 เดือนมีนาคม60 พวกเชลยได้คิดแผน แบ่งภาระหน้าที่กันทำ บังคับลวงล่อหญิงสาวชาวโมร็อกโก 4 คนมาค้าบริการทางเพศที่ดิสโก้ผับเขตนานาเหนือ ตำบลลำคลองเตย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พวกเชลยไม่ยอมรับต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำตัดสินให้ติดตะรางนายไมเคิล เชลยที่ 1 รวม 19 ปี ส่วนเชลยอื่นๆติดคุกคนละ16 ปี

ศาลอุทธรณ์ สัมมนาขอความเห็นกันแล้วมีความเห็นว่าหลักฐานโจทก์จากการเบิกความของผู้เสียหายนั้นยังมีข้อพิรุธสงสัยว่าผู้เสียหายถูกยึดหนังสือเดินทางใช่หรือไม่เพราะจากการตรวจทานแล้วไม่ปรากฏว่ามีการยึดหนังสือเดินทางของผู้เสียหาย ทั้งผู้เสียหายบางบุคคลยังดำเนินการในไนต์คลับชนิดเดียวกับของเชลยที่ 1 ที่จังหวัดภูเก็ตได้อีก

หลักฐานโจทก์ก็เลยยังมีข้อพิรุธสงสัย ว่าเชลยทั้งยัง 5 กระทำผิดตามฟ้องหรือเปล่าก็เลยชูคุณประโยชน์ที่ความข้องใจให้เชลยทั้งยัง 5 ตัดสิน ยกฟ้องให้ปลดปล่อยเชลยอีกทั้ง 5

นักข่าวแถลงการณ์ว่า ในระหว่างการอ่านคำวินิจฉัยนั้นเชลยที่ 5 มีลักษณะเป็นลมบ้าหมูกำเริบเสิบสาน เพราะว่าความระทึกใจสำหรับเพื่อการฟังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ทำให้ข้าราชการจำต้องเข้ามาช่วยดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นพื้นฐานจนถึงอาการดียิ่งขึ้นก็เลยนำตัวส่งโรงหมอคุกพิเศษจังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อกระทำการเยียวยารักษาและก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัวถัดไป…

คนขับสิบล้อ

ผลตรวจออกแล้ว คนขับสิบล้อ โดนจับยาบ้า 1 เม็ด พบเพียงสารในพืชกระท่อม

ผลตรวจพิสูจน์สารเสพติดในเส้นผม โสภณ วงษ์สวัสดิ์ คนขับสิบล้อ ที่กล่าวถึงว่าถูกตำรวจโรงพักสามร้อยยอดตั้งด่านยัดยาบ้า 1 เม็ด เจอสารในพืชกระท่อม มีฤทธิ์ในการกดประสาท เจ้าตัวสารภาพรับประทานใบกระท่อมเพื่อรักษาลักษณะของการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร

ต่อเนื่องจากกรณีถูกผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สภ.สามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จับตัว นายงาม วงษ์ความเจริญรุ่งเรือง สิงห์รถบรรทุก โดยกล่าวโทษว่ามียาม้าไว้ภายในครองโดยผิดกฎหมาย ปริมาณ 1 เม็ด โดยผู้ร้องมั่นใจว่าตนถูกแกล้ง เหตุกำเนิดตอนวันที่ 13 พฤศจิกายน62 จากที่เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

คนขับสิบล้อ ถูกตำรวจโรงพักสามร้อยยอดตั้งด่านยัดยาบ้า

ความก้าวหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 เดือนธันวาคม62 ที่รอบๆข้างหน้าตึกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (รัฐมนตรีว่าการกรมโยธาธิการ) แถลงผลตรวจพิสูจน์ยาเสพติดในเส้นผมของ นายงาม จากสถาบันนิติเวช ข้างหลังเดินทางมาร้องขอความชอบธรรมที่กระทรวงยุติธรรม กรณีโดนจับในคดีสารเสพติด ช่วงวันที่ 22 เดือนพฤศจิกายนก่อนหน้านี้

นายสมอำนาจ เผยออกมาว่า ข้างหลังได้รับเรื่องร้องทุกข์ดังที่กล่าวมาแล้วมอบหมายให้สถาบันนิติเวชจัดการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดจากเส้นผมของผู้ร้อง เพื่อเป็นการการันตีความจริงใจว่าผู้ร้องมิได้ข้องแวะกับสารเสพติด โดยผู้ร้องตกลงยินยอมให้สถาบันนิติเวช กระทำตรวจพิสูจน์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และก็ได้ใช้เทคโนโลยีสำหรับเพื่อการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดจากเส้นผม สามารถกำหนดได้ว่าบุคคลนั้นๆเคยใช้สิ่งเสพติดมาก่อนไหม

คนขับสิบล้อ

นายสมอำนาจ เผยอีกว่า สำหรับผลของการตรวจพิสูจน์สามารถตรวจเจอสิ่งเสพติดได้ตอนหลังการใช้ยาเสพติด มาเป็นระยะเวลานับเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน เนื่องมาจากเมื่อยาเสพติดไปสู่ร่างกายจะไปสะสมในศูนย์กลางของเส้นผม แล้วก็จะคงทนถาวรอยู่ภายในร่างกายเป็นระยะเวลานาน ยากต่อการที่จะกำจัดสารพวกนี้ออกไปจากเส้นผมได้ และก็การตรวจนี้ยังสามารถตรวจสิ่งเสพติดได้คราวเดียวกันถึง 26 จำพวก เกี่ยวข้องถึง กรุ๊ปยาขยัน ยาเค ผงขาว กัญชา อื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งยารักษาโรคที่ถูกเอามาชดเชยสารเสพติดได้ อาทิเช่น ทรามาดอล

ส่วนผลของการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดในเส้นผมของ นายงาม เจอสารไมทราไจนิน (Mitragynine) ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์ในพืชกระต๊อบ มีฤทธิ์สำหรับเพื่อการกดประสาท และก็เจาะจงได้ว่ามีการเสพพืชกระต๊อบในตอนช่วงเวลาราว 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ว่าไม่เจอการเสพสิ่งเสพติดประเภทอื่นๆในระยะเวลา 1 เดือนนี้ กระทรวงยุติธรรมก็เลยได้แจ้งผลของการตรวจพิสูจน์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นให้ผู้ร้องรู้เพื่อนำไปใช้ในวิถีทางที่ถูกต้องแห่งกฎหมายถัดไป อย่างไรก็ดี การตั้งด่านตรวจก่อนหน้านี้ยังมีช่องโหว่ ไม่สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขได้หมดแต่ว่ากระทรวงยุติธรรมมีการใช้นิติเวชมาช่วยจัดการกับปัญหาให้กับบุคคลที่บางทีอาจมิได้รับความยุติธรรม

ด้าน นายงาม พูดว่า ผลตรวจดังที่กล่าวมาข้างต้นรับรองได้ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวโยงกับสิ่งเสพติด แต่ว่ายอมรับได้รับประทานใบกระต๊อบเพื่อเป็นยารักษาลักษณะของการปวดท้องจากโรคกระเพาะของกิน ส่วนผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมืออยู่ในวิธีการของข้อบังคับ ดังนี้ ตนรู้สึกกลัวที่มีปัญหากับตำรวจ แม้กระนั้นจะต้องเดินหน้าถัดไป ด้วยเหตุว่าหลายๆคนได้รับผลพวงจากเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเพื่อเรียกร้องให้กับผู้ที่มิได้รับความเที่ยงธรรมเช่นเดียวกันและก็ขอบพระคุณกระทรวงยุติธรรมที่ให้ความให้การช่วยเหลือ

 …

อาม่าฮวย

อาม่าฮวย ยันยื่นฟ้องบุตรสาวฮุบ 253 ล้าน ปฏิบัติตามความต้องการ

ครอบครัว อาม่าฮวย จัดโต๊ะแถลงความเป็นจริง ยันหลักฐานชัด บุตรสาวผู้ที่สองปลอมเอกสารเบิกเบิกเงินในบัญชีกว่า 253 ล้านบาท

จากกรณี นางฮวย ศรีวิรัตน์ อายุ 82 ปี ร้องทุกข์ทางสื่อว่าถูก นางมาวดี ศรีวิรัตน์ อายุ 53 ปี ลูกผู้หญิงแท้ๆทยอยเบิกเงินในบัญชีกว่า 253 ล้านบาท

และก็ถ่ายโอนสินทรัพย์อื่นๆขณะอาม่าฮวยนอนพักฟื้นรักษาตัวด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่โรงหมอ โดยมีบุคลากรธนาคารรวม 4 ราย รอให้การเกื้อหนุน และเลียนแบบหนังสือมอบฉันทะเพื่อนำไปเบิกเงิน จนถึงบุคลากรอัยการ ศาลอาญาพระโขนง ได้ฟ้องร้องคดีลูกสาวรวมทั้งบุคลากรธนาคารทั้งยัง 4 ราย ในข้อกล่าวหาด้วยกันขโมย, เลียนแบบเอกสาร แล้วก็ใช้เอกสารเลียนแบบ

ความก้าวหน้าเวลา 10.10 น. วันที่ 9 ธันวาคม62 ที่โรงงานข้างในซอกซอยสรรเสริญ ราชการ9 ตำบลดอกไม้ เขตประเวศ จังหวัดกรุงเทพ นายมากชัย ไชยบารมี ทนาย พร้อม นางฮวย หรือ อาม่าฮวย แล้วก็ นายมานพ ลูกชาย นางสาวไม่นยี่ห้อ หรือ ใบเตย ศรีวิรัตน์ หลานสาว และก็ครอบครัวด้วยกันอธิบายความเป็นจริง แล้วก็แสดงหลักฐานสำคัญ ในคดีการร้องทุกข์ นางมาวดี ศรีวิรัตน์ ลูกหญิงผู้ที่สอง กรณีเปลี่ยนสิทธิ์การเบิกเบิกเงินในบัญชีโดยมิได้รับอนุญาต

นายมากชัย พูดว่า นางมาวดี รวมทั้งทนายกล่าวถึงว่าลูกสะใภ้รวมทั้งหลาน เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งปวง ซึ่งความจริง ทางครอบครัวมีหลักฐานแจ่มกระจ่างว่านางมาวดี มีความเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ โดยมีเอกสารความเคลื่อนไหวข้อแม้ การเบิกเบิกเงิน การเปลี่ยนข้อแม้จากการลงชื่อ เป็นการปั๊มลายพิมพ์นิ้วมือ โดยใช้หลักฐานเอกสารใบรับรองแพทย์ กล่าวว่าอาม่าฮวยได้เข้ารับการดูแลและรักษาอาการหลอดลมติดเชื้อโรค ไม่สามารถที่จะติดต่อได้ด้วยเหตุว่าเจาะคอ และไม่มีเรี่ยวแรงเซ็นเอกสารได้ เพื่อนำไปเปลี่ยนข้อจำกัดการเซ็นต์ชื่อเบิกชำระเงินแบบไม่ดีเหมือนปกติ แล้วก็หัวข้อนี้ ไม่ตรงกันกับความเป็นจริงที่ว่า นางฮวย สามารถเขียนชื่อจริงเองได้ ก็เลยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้การปั๊มลายพิมพ์นิ้วมือ เพื่อเบิกเบิกเงิน ทั้งเจอหลักฐานบัญชีธนาคาร รวมทั้งการซื้อกองทุนปริมาณหลายบัญชีในชื่อของนางมาวดี โดยในปริมาณพวกนี้ เจอมีทางการโอนเงินสูงถึงหลัก 100 กว่าล้านบาท ซึ่งไม่ตรงกันกับรายได้ของนางมาวดี ที่มีเงินเดือนละราวๆ 20,000 บาท แม้กระนั้นรายการเงินฝากบัญชีและก็ราคากองทุนสูงถึงราวๆ 300 ล้านบาท

ส่วน เมียนายมานพ ลูกสะใภ้ของนางฮวย ที่ถูกอ้างอิงว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังประเด็นนี้ไม่ยอมรับว่า ตนเองไม่เคยเกี่ยวพันกับเงินมรดก หรือ ยุยงครอบครัวนางฮวย เพราะเหตุว่ามีความคิดเห็นว่า คือเรื่องของครอบครัวผัว

ด้าน นางสาว ไม่นยี่ห้อ บอกว่า กรณีนางมาวดี ใส่ร้ายป้ายสีว่าตนเลียนแบบลายเซ็นนั้น ทางครอบครัวมีหลักฐานที่อาม่าฮวยเซ็นเอกสารต่อหน้าต่อตาข้าราชการตั้งแต่ปี 2560 เป็นคลิปวิดีโอทั้งหมดทั้งปวง เนื่องจากเดี๋ยวนี้ไม่อาจจะแต่งหนังสือได้แล้ว

ส่วนกรณี นางมาวดี อ้างถึงว่ามิได้มีเงินในบัญชี 250 ล้านจากที่ถูกฟ้องร้อง โดยได้ปิดบัญชี แล้วก็แบ่งเงินกับนายมานพ พี่ชาย คนละ 30 ล้านบาท ที่เหลือได้กลับคืนอาม่าฮวยเป็นค่ารักษาพยาบาลตัวนั้น นายมานพ รับรองว่า ตนไม่รู้จักจำนวนเงินและก็ปริมาณบัญชีของอาม่าฮวยอะไร สารภาพว่าเคยได้รับเงิน 30 ล้านบาทจริง ซึ่งเงินส่วนนี้อาม่ารับทราบ แล้วก็เป็นคนเจาะจงให้ตนนำไปเป็นทุนทำธุรกิจ

ดังนี้ อาม่าฮวย ได้ยกมือขึ้นเพื่อการันตีว่าการฟ้องร้องความกับนางมาวดี บุตรสาวตัวเอง ทั้งสิ้นนี้เป็นความหวังของตน ปลอดคนในครอบครัวชักน.…

หนุ่มแบ็กโฮ

อนุมัติหมายจับ 3 ข้อกล่าวหา หนุ่มแบ็กโฮปืนโหดเหี้ยม ยิงชายหนุ่มวังกุ้งจังหวัดสมุทรสาครดับ

ตำรวจสมุทรสาคร ขอศาลอนุมัติออกหมายจับ หนุ่มแบ็กโฮ ยิงชายหนุ่มวังกุ้งดับ ใน 3 ข้อกล่าวหาหนัก ฆ่าผู้ตายโดยตั้งใจ มีอาวุธปืนและก็พกอาวุธปืนฯ โดยปมสังหารมุ่งเป้าที่การทะเลาะเบาะแว้ง รีบติดตามหาตัวผู้ร้าย

ออกหมายจับ หนุ่มแบ็กโฮ ยิงชายหนุ่มวังกุ้งดับใน 3 ข้อกล่าวหาหนัก ฆ่าผู้ตายโดยตั้งใจ มีอาวุธปืนและก็พกอาวุธปืนฯ โดยปมสังหารมุ่งเป้าที่การทะเลาะเบาะแว้ง รีบติดตามหาตัวผู้ร้าย

จากเรื่องราวที่ นายเจ้าเมือง หงษ์โต อายุ 41 ปี ผู้ครอบครองวังกุ้ง ถูกนายบูรภัช เพชรพรนุกูล อายุ 36 ปี อยู่บ้านข้างหลังหนึ่ง เขต ถนนเอกชัย ต.มหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งทำงานขับรถแบ็กโฮ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร ยิง 9 นัดหมาย เสียชีวิตด้านในรถยนต์กระบะนายเจ้าเมืองกำลังจะขับไปพบเครือญาติ เหตุกำเนิดรอบๆกึ่งกลางตรอกชุมชนปรับปรุง 1 กลุ่มที่ 6 ตำบลพันด้านหลังนรราชสีห์ อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลาโดยประมาณ 11.30 น. ของวันที่ 7 ธ.ค. 2562 ก่อนหน้าที่ผ่านมานั้น

ถัดมาเมื่อเวลาราว 09.30 น. ของวันที่ 8 เดือนธันวาคม 2562 ผู้รายงานข่าวได้เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าในคดี โดยทางด้านของ ร้อยตำรวจเอกจังหวัดสุรินทร์ ขุนป้องกัน รองสารวัตรสอบสวน สภ.โคกขาม (พนักงานที่ทำหน้าที่สอบสวนผู้จะรับผิดชอบคดี) ได้พูดว่า ในเวลานี้ทางตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อจับตัว นายบูรภัช เพชรพรนุกูล เป็นที่เป็นระเบียบแล้ว โดยศาลจังหวัดจังหวัดสมุทรสาครอนุมัติหมายจับเมื่อคืนนี้ก่อนหน้านี้ (วันที่ 7 ธ.ค. 2562) สำหรับในการทำผิด 3 ข้อกล่าวหา ฆ่าคนอื่นโดยจงใจ, มีอาวุธปืนและก็เครื่องลูกปืนเอาไว้ในครอง และก็พาอาวุธปืนไปในทางหมู่บ้าน ถนนสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต

ส่วนปัจจัยนั้น พื้นฐานจากการสืบสวนบุคคลสนิทสนมแล้วก็ผู้เห็นเหตุการณ์ ก็น่าเชื่อถือว่าน่าจะมาจากการทะเลาะถูกจุดจุดเกิดเหตุเพียงอย่างเดียว เพราะเหตุว่าคนตายกับผู้ต้องหาไม่รู้จักจะกัน และไม่เคยมีเรื่องมีราวไม่ตรงกันหรือผิดใจกันกันมาก่อนเลย ส่วนใจความสำคัญที่สังคมสงสัยว่า เพราะเหตุใดคนขับแบ็กโฮจะต้องนำพาอาวุธปืนประจำตัว ทั้งๆที่เพิ่งมาดำเนินการเป็นวันแรกนั้น ก็คงจะจะต้องให้จับตัวได้ผู้ต้องหามาก่อน เพื่อจะได้กระทำการไต่สวนให้เป็นที่แน่ชัดถัดไป เวลาที่ในกระบวนการติดตามตัวผู้ร้ายนั้น ก็อยู่ระหว่างหลักการทำงานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สืบสาวฯ ซึ่งได้ลงพื้นที่ค้นหาทางการแอบหนีของฆาตกรตั้งแต่เกิดเหตุเป็นต้นมา.…

หมื่นล้านบาท

พิพากษา คดี บ.ฟิลลิป มอร์ริส หลีกเลี่ยงภาษีบุหรี่นอกกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีบริษัทฟิลลิป มอร์ริส หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศ โดยสำแดงราคาอันเป็นเท็จไม่ตรงตามราคาที่แท้จริง รวมความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท

หมื่นล้านบาท

บริษัทเอกชนดัง หลีกเลี่ยงภาษีบุหรี่ 2 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 พ.ย.62 ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด หลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ หมายเลขดำ อ.185/2559 พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัทฟิลลิป มอร์ริสฯ ซึ่งเป็นนิติบุคคล มีนายเจอรัลด์ มาโกลีส ชาวสหรัฐอเมริกา ตำแหน่งผู้จัดการสาขา บ.ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์)
ลิมิเต็ด ผู้แทน พร้อมพวกจำเลยร่วมเป็นจำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยง
หรือพยายามหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร โดยเจตนาที่จะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 115 จัตวา, พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2490 มาตรา 3, พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 17 ) พ.ศ.2543 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4-9 ซึ่งคดีมี
อัตราโทษ ตามกฎหมายศุลกากร ให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่า ราคาที่รวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ทั้งปรับและจำคุก

ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 18 ม.ค.59 บรรยายพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 ก.ค.46-24 มิ.ย.49 บริษัท ฟิลลิปฯ กับพวก ได้ร่วมกันนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อดังจากต่างประเทศ เข้ามาในราชอาณาจักร และร่วมกันบังอาจสำแดงเท็จโดยฉ้อ
โกงและออกอุบายด้วยการยื่นใบขนส่งสินค้าขาเข้าต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร กรมศุลกากร เพื่อผ่านพิธีการศุลกากร โดยสำแดงราคาอันเป็นเท็จไม่ตรงตามราคาที่แท้จริงเพื่อหลีกเลี่ยงค่าภาษีศุลกากร ซึ่งเป็นความผิดทั้งสิ้น 272 ครั้ง โดยรวมราคาของสินค้าบุหรี่บวกกับราคาภาษีอากร ที่หลีกเลี่ยงเป็นเงินทั้งสิ้น 20,210,209,582.50 บาท จำเลยศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไป ด้วยหลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาท

ราดน้ำมันเผาเมีย

ฝากขังผัวโหด ราดน้ำมันเผาเมีย โดนข้อหาพยายามฆ่า

ราดน้ำมันเผาเมีย

ออกหมายจับแล้ว ผัวราดน้ำมันเผาเมีย เจอข้อหาหนักพยายามฆ่า ตัวเองก็ยังได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่ รพ. โดยมีตำรวจออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่า พร้อมที่
จะนำตัวไปฝากขังต่อศาล ขณะฝ่ายเมียยังไม่พ้นขีดอันตราย

ผัวโหด ราดน้ำมันเผาเมีย โดนข้อหาพยายามฆ่า

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดี นายอุเทน ธงศรี สามี อายุ 26 ปี ก่อเหตุราดน้ำมันเผาภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ นางสาวไหมทอง ปิ่นสา อายุ 23 ปี หลังมีปัญหาครอบครัว เลิกรากันไปได้ประมาณแค่ 2-3 เดือน แต่ฝ่ายสามีพยายามกลับมาง้อคืนดี แต่ไม่สำเร็จ ตัดสินใจประชดรัก ด้วยการนำน้ำมันเบนซินราดภรรยาก่อนจุดไฟเผา ทำให้ภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกไฟไหม้เกือบทั้งตัว ส่วนสามีคนเผาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ปลอดภัยแล้ว แต่ทางภรรยาอาการยังสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ จ.อุดรธานี เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ที่บ้านเลขที่ 202 หมู่ 18 บ้านหนองชาด ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม

ราดน้ำมันเผาเมีย

ภายหลัง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมประสานหน่วยงานตำรวจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปตรวจสอบดูแลตามขั้นตอน ขณะผู้เสียหายเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ จ.อุดรธานี หลังทางญาติผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ เกรงว่าจะไม่
ได้รับความเป็นธรรม และเป็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว อีกทั้งทั้งสองสามีภรรยายังมีบุตรชายอีก 1 คน อายุประมาณขวบเศษ ที่ยังต้องดูแลเลี้ยงดู ซึ่งทางตำรวจยืนยันได้ให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และดำเนินคดีตรงไปตรงมา ทั้งนี้ได้ฝากย้ำเตือนประชาชนให้มีสติในการใช้ชีวิตครอบครัว เนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาความรุน
แรงในครอบครัวบ่อยครั้ง คนในครอบครัวต้องช่วยกันใช้สติตัดสินปัญหา อย่าใช้ความรุนแรง

ล่าสุด พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดี ว่า ล่าสุดทางตำรวจได้มีการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเสนอศาลจังหวัดนครพนมอนุมัติออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว คือ นายอุเทน ธงศรีอายุ 26 ปี เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ในข้อหาฐานความผิด พยายามฆ่า แต่ยังรอการควบคุมตัวมาสอบสวน นำตัวไปฝากขังดำเนินคดี แต่ยังรอขั้นตอนการตรวจรักษาของแพทย์ว่ามีความปลอดภัยก่อนที่จะนำตัวมาดำเนินคดี ซึ่งทางตำรวจยืนยันจะมีการดำเนินคดีตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

บึ้ม !!! รางรถไฟ สุไหงปาดี พังเสียหาย กระทบ 14 ขบวน

บึ้ม !!!

คนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟที่สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้รับความเสียหาย กระทบ 14 ขบวน ทั้งขาขึ้น-ขาล่อง นายสถานีรถไฟตันหยงมัส ประกาศเตือนผู้โดยสารเปลี่ยนสถานี

พังเสียหาย กระทบ 14 ขบวน ขาขึ้น-ขาล่อง

บึ้ม

27 พ.ย. 62 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก กองร้อย ฉก.ทพ.4812 ว่ามีเหตุระเบิดรางรถไฟบริเวณบ้านโต๊ะเด็ง – บ้านไอร์บาตู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เบื้องต้นรางรถไฟจำนวน 2 เส้นขาด โดยขณะนี้รถไฟขบวนท้องถิ่นที่ 448 สุไหงโก-ลก-สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นขาขึ้นต้องหยุดชะงักอยู่ที่สถานีรถไฟสุไหงปาดี เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ รวมทั้งทำการซ่อมแซมรางรถไฟ ซึ่งเหตุระเบิดในครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

นายมูฮัมหมัด ดือเลาะ รักษาราชการแทนนายสถานีรถไฟ ตันหยงมัส ได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่จะใช้บริการรถไฟต้องเปลี่ยนไปใช้การเดินทางด้วยยานพาหนะอื่นเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าทำการเคลียร์เส้นทางก่อนเพื่อความปลอดภัยของขบวนรถไฟทั้ง 14 ขบวนทั้งขึ้น-ล่อง อีกทั้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่จะใช้บริการของการรถไฟ

หนุ่มซิ่งมินิไบค์ ชนขอบสะพาน สูง 5 ม. แหลมฉบัง เผย ดับเป็นรายที่ 3

ชนขอบสะพาน แหลมฉบัง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

หนุ่มวัยเบญจเพส ซิ่งจักรยานยนต์ชนขอบสะพานกลับรถสูง 5 เมตร หลักกิโลเมตรที่ 2/600 ขาเข้าแหลมฉบัง สังเวยชีวิตเป็นศพที่ 3 เนื่องจากไม่มีที่กั้นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ดีพอ และมักเกิดอุบัติเหตุ
บ่อยครั้ง

หนุ่มซิ่งมินิไบค์ ชนขอบสะพาน แหลมฉบัง เผย ดับเป็นรายที่ 3

แหลมฉบัง

เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 26 พ.ย.62 ร.ต.อ.อัสวิน จันโท รอง สว.สอบสวน สภ.หนองขาม ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถจักรยานยนต์ชนขอบสะพานกลับรถ สูง 5 เมตร ตกลงมากระแทกเสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดบริเวณสะพานเกือกม้าบ่อยาง หลักกิโลเมตรที่ 2/600 ขาเข้าแหลมฉบัง ม.5 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา

ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์มินิไบค์ ยี่ห้อ GPX Legend รุ่น Gentleman สีเทา-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พลิกคว่ำอยู่บนสะพานกลับรถด้านล่างกลางถนน พบผู้บาดเจ็บ 1 คน คือ นายภูวนาถ โสภาพุฒ
อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 128 ม.3 ต.โพนครก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ อยู่ในสภาพนอนหงาย ที่ศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองพื้นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงได้รีบปิดช่องทางการจราจร พร้อมกับทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมาในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายภูวนาถ ได้ขับรถขึ้นมาบนสะพานกลับรถด้วยความเร็ว ก่อนจะเสียหลักพุ่งชนขอบสะพานจึงทำให้ตัวกระเด็นจากรถแล้วตกสะพานที่มีความสูง 5 เมตรจนได้รับบาดเจ็บก่อนจะเสียชีวิตลง สำหรับสะพานกลับรถจุดดังกล่าวได้เกิดอุบัติบ่อยครั้งและมีผู้เสียชีวิตรายนี้ถือว่าเป็นรายที่ 3 แล้ว สาเหตุจากไม่มีที่กั้นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ดีพอ จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบรีบเร่งดำเนินแก้ไข เพื่อป้องกันการเกิดเหตุจนทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ก่อนประสานญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป