ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

รวมลิงค์ดูบอลออนไลน์ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv ดูบอลสด ผ่านเน็ตฟรี

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv อัพเดททุกวันตลอด 24 ชม. ดูบอลสดฟรี. สะดวกทุกที่ทุกเวลา. ดูบอลออนไลน์ผ่านมือถือ. และกีฬาอื่นๆ ฟุตบอลโลก 2019
ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ดู ผล บอล สด 7m ที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม ลิ้งค์ดูบอลก็จะโชว์ขึ้นมา แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆ ที่แสดง ดู ผล บอล สด วัน นี้ ทุก ลีก  ได้เลย

โดยเราคัดคุณภาพให้แล้ว ดูได้ทั้งคอมและมือถือ รองรับคนดูได้โดยไม่กระตุก มารวมไว้ในที่เดียวและเรายังอัพเดทลิ้งในตารางบอล ตลอด 24 ชม. ทำให้คุณไม่ต้องไปหาหลายที่ให้วุ่นวาย การดูบอลของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี แมน ยู
และตารางบอลของเราจะแสดงให้ทราบว่าแต่ละคู่จะถ่ายทอดสดช่องไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นช่อง PPTV, Bein Sport, TrueVision, True4U, ช่อง 3HD, ช่อง 7HD, ไทยรัฐทีวี, Bugaboo, FoxSport, SkyNet
ถ้าเป็นบอลคู่ใหญ่เราจะมีสัญลักษณ์ เป็นจุดสังเกตุให้คุณไม่พลาดในบอลคู่ที่น่าสนใจ ในลีกต่างๆ ดู ผล บอล ออนไลน์ ฟรี ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ว่าเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก,ไทย ดิวิชั่น 1, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส
แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ยังรวบรวม ลิ้งดูบาสสด, ดูวอลเลย์บอลสด เราจึงกล้าพูดได้เลยว่าเราเป็นเว็บรวมลิ้งดูบอลที่ดีที่สุดในไทย…

หัวหน้าปภ

หัวหน้าปภ เมา ชักปืนขู่ร้านอาหารได้กินช้า

หัวหน้าปภ เมา ชักปืนขู่ร้านอาหารได้กินช้า

ผู้ว่าฯ บึงกาฬสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย “หัวหน้า ปภ.” คลิปฉาว เมากร่างชักปืนลูกซองข่มขู่ร้านอาหารตามสั่ง

เหตุได้กินแบบไม่ทันใจ กลายเป็นปมทะเลาะวิวาทจากกรณีเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เทศบาลตำบลพรเจริญ จ.บึงกาฬ คนหนึ่งได้แผลงฤกษ์โชว์พฤติกรรมข่มขู่ชาวบ้าน เนื่องจากมึนเมาและไปสั่งอาหาร

ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่รอคิวไม่ไหว เปิดฉากด่ากราดเจ้าของร้านและ ชกต่อย กัน ก่อนจะคว้าปืนลูกซองออกมาขู่ยิง

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ล่าสุดผู้ว่าฯ ได้มีการสั่งตั้งกรรมการสอบเอาผิดวินัยแล้ว

(20 พ.ค.) ร.ต.อ.เจริญ แก้วแสนคำ พนักงานสอบสวน สภ.พรเจริญ เจ้าของคดีได้เรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ

เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานก่อนที่จะเรียกผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหาฐานข่มขู่ให้ผู้อื่นตกใจกลัว

และพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดย นางสมพิศ พยานฝ่ายผู้ก่อเหตุที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ได้เล่าว่า หลังเข้าไปในร้านสั่งอาหารผ่านไป 20 นาทีก็ยังไม่ได้กิน ชายคนดังกล่าวเข้ามาด้วยความเมา

หัวหน้าปภ เมา ชักปืนขู่ร้านอาหารได้กินช้า

ก็ส่งเสียงโวยวายว่าเก้าอี้ก็ไม่มีให้นั่ง น้ำก็ไม่มีให้กิน ทำไมร้านนี้บริการไม่ดี จะเปิดอีกทำไม บริการแย่แบบนี้

ก่อนจะมีปากเสียงกันกับเจ้าของร้านและเกิดชกต่อยกันในร้านตามล่า “หัวหน้า ปภ.” เมากร่างชักปืนขู่ยิงถล่มร้านข้าว

เหตุอาหารได้ช้าแต่ก็มีพลเมืองดีที่อยู่ในร้านเข้ามาช่วยห้ามปราม แต่เจ้าของร้านก็เดินตามออกมาชกหน้า 3 ครั้ง

ถึงในรถ ทำให้ชายคนดังกล่าวมีอาการตาปูดบวม เป็นสาเหตุทำให้ชายคนดังกล่าวโมโห ก่อนจะพาพวกตนไปส่งที่บ้าน

และจึงย้อนกลับไปเอาปืนมาก่อเหตุข่มขู่ ซึ่งในช่วงที่ข่มขู่นั้นพวกตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แล้วทางด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ภายหลังจากทราบเรื่องได้สั่งการให้ นายจรูญ บุหิรัญ นายอำเภอพรเจริญ สั่งการให้นายกเทศมนตรีตำบลพรเจริญ

ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงด่วน และหากผิดจริงก็จะดำเนินการทางวินัย ตามขั้นตอนของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป

เพื่อไม่ให้เป็นเยื่องอย่างแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐคนอื่นที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบไปข่มขู่ประชาชนส่วนอาวุธปืนที่ใช้ข่มขู่

ประชาขนก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการแจ้งข้อหา เนื่องจากมีคลิปเหตุการณ์ ถือว่าเป็นหลักฐานที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ศพปริศนา

ศพปริศนา ถูกทิ้งร่างริมแม่น้ำชี สภาพถูกไฟฟ้าช็อต มีเงื่อนงำ

ศพปริศนา ถูกทิ้งร่างริมแม่น้ำชี สภาพถูกไฟฟ้าช็อต มีเงื่อนงำ

ชาวบ้านพบศพสองพี่น้องถูกทิ้งริมแม่น้ำชี คาดทิ้ง อำพรางศพ ร่างอยู่ห่างรถจักรยานยนต์จอดอยู่ห่างประมาณ 2 กิโลเมตร และมีรอยถูกไฟฟ้าช็อตตามร่างกาย

(19 พ.ค.) ร.ต.อ.วิศิษฐ ศรีจันทร์ ร้อยเวร สภ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย อยู่บริเวณริมแม่น้ำ

ชีติดกับทุ่งนาเขตรอยต่อบ้านโนนแดง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กับบ้านท่าตูม ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม หลังรับแจ้งจึงรายงาน

ไปยังผู้บังคับบัญชา และลงพื้นที่ตรวจสอบโดยที่เกิดเหตุอยู่กลางทุ่งนามีชาวบ้านมุงดูจำนวนมาก เจ้าหน้าที่พบศพชายสองคนอายุ 25-35 ปี

นอนเสียชีวิตในลักษณะร่างทับกันอยู่ริมแม่น้ำชี ทราบชื่อต่อมาคือ นายนิวัฒน์ อายุ 36 ปี และ นายวัคคี อายุ 24 ปี ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน

เป็นชาวบ้านท่าตูมจากการตรวจสอบเบื้องต้นศพแรกคือ นายนิวัฒน์ สภาพสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ

ตรวจสอบตามร่างกายพบรอยไฟไหม้ที่เกิดจากไฟฟ้าซ็อตบริเวณหน้าอก หลัง และแขนทั้งสองข้าง ส่วนอีกศพคือ นายวัคคี สวมเสื้อแขนยาวสีฟ้าดำ

บริเวณนิ้วชีข้างซ้ายมือถูกไฟไหม้จนนิ้วขาด เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสภาพศพทั้งสองคาดว่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง

ศพปริศนา ถูกทิ้งร่างริมแม่น้ำชี สภาพถูกไฟฟ้าช็อต มีเงื่อนงำ

ผู้ที่พบศพคนแรกเล่าว่า ในช่วงเช้าตนออกจากบ้านมาหาปลาตามริมตลิ่งตามปกติ แต่ระหว่างที่หาปลาอยู่นั้น เหลือบไปมองเห็นเหมือนคนนอนอยู่บริเวณนั้น

จึงได้เข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าทั้งสองกลายเป็นศพ จึงได้รีบโทรเเจ้งผู้ใหญ่บ้านพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ให้ทราบจากการสอบถาม นายธงชัย พ่อของผู้เสียชีวิต

เล่าว่า ทั้งคู่เป็นลูกชาย ปกติจะชอบไปหาปลาตามแหล่งน้ำต่างๆ ในเขตพื้นที่ โดยล่าสุดเมื่อคืนวานนี้ (18 พ.ค.) ได้พบกับลูกชายคนโตครั้งล่าสุด

กระทั่งถึงช่วงสายของวันนี้มีคนโทรไปแจ้งจึงได้เข้ามาดูก็พบว่าเป็นลูกชายของตน ส่วนสาเหตุนั้นตนยังไม่ทราบเเน่ชัดพล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี

ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพศพทั้งสองศพมีรอยถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ทำให้เสื้อและถุงมือที่สวมไหม้เกรียม

รวมถึงผิวหนังก็ถูกไฟฟ้าช็อตเป็นรอยไหม้ ส่วนบาดแผลอย่างอื่นยังไม่พบ เพื่อความละเอียดรอบคอบทางเจ้าหน้าที่จะได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้งสอง

ไปตรวจที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัดเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากไฟฟ้าช็อตหรือไม่

จึงต้องรอคำยืนยันจากทางแพทย์ก่อน สำหรับจุดที่พบศพอยู่ห่างจากจุดที่จอดรถจักรยานยนต์ ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยจุดที่จอดรถจักรยานยนต์

พบรองเท้าของทั้งคู่ และพบลวดขึงตามคันนา ซึ่งทราบว่าเป็นการป้องกันหนูนาโดยจะปล่อยกระแสไฟบ้านในช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันหนูนามากัดกันต้นข้าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตจะถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต จากการลงไปหาปูนาและมีคนมาพบเห็นและได้นำศพทั้งสองไปทิ้งเอาไว้ที่ลำชีท้ายหมู่บ้าน

โดยจากการตรวจสอบคาดว่าจะทราบผู้ก่อเหตุในเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

2ผัวเมีย

2ผัวเมีย ถูก ฆ่ายัดอ่างแล้วเผา เพิ่งไปรับยาผู้ป่วยจิตเวชไม่กี่วัน

2ผัวเมีย ถูก ฆ่ายัดอ่างแล้วเผา เพิ่งไปรับยาผู้ป่วยจิตเวชไม่กี่วัน

(18 พ.ค.62) จากกรณีมีคนร้ายฆ่าโหดแล้วเผาศพของ นางประเสริฐ อายุ 83 ปี และ นายสำเริง อายุ 61 ปี ซึ่งสามีภรรยากัน

เจ้าของอู่ซ่อมท่อน้ำตั้งอยู่เลขที่ 212 หมู่ 15 บ้านทุ่งสาน ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ก่อนที่คนร้ายจะอุ้มร่างของทั้งคู่ไปยัดในอ่างอาบน้ำ

หลังบ้านแล้วใช้ก้อนถ่านเป็นเชื้อฟืนราดน้ำมัน จุดไฟเผา อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายประเสริฐ อายุ 61 ปี ชาว จ.อุดรธานี

ลูกจ้างได้หายตัวไปอย่างปริศนาคาดว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมพิราม จึงนำกำลังลงพื้นที่เร่งออกติดตามค้นหาตัวตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

>> ฆ่าโหด 2 ผัวเมียชรา ทุบหัวอุ้มศพยัดอ่างแล้วเผา ลูกสาวสงสัยคนงานใหม่หน้าตาซื่อๆ

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 พ.ค. พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ตำรวจชุดจับกุมสามารถควบคุมตัว

นายประเสริฐ มาทำการสอบสวนที่ สภ.พรหมพิราม โดยมี พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก

2ผัวเมีย ถูก ฆ่ายัดอ่างแล้วเผา เพิ่งไปรับยาผู้ป่วยจิตเวชไม่กี่วัน

พร้อมกับ พ.ต.อ.สรกฤษณ์ น่วมด้วง ผกก.สภ.พรหมพิราม และ พ.ต.ท.ชูชีพ พุ่มเฉี่ยว สว.(สอบสวน) สภ.พรหมพิราม เจ้าของคดี ร่วมทำการสอบปากคำถึงสาเหตุและแรงจูงใจใน

ครั้งนี้เพราะเป็นคดีอุจฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนเบื้องต้น ในชั้นสอบสวน นายประเสริฐ ผู้ต้องหา ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่านายจ้างสองผัวเมียจริง

โดยเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาได้นั่งดื่มกินเบียร์กับนายจ้างแล้วมีการทวงถามเรื่องค่าแจ้งที่ทำมากว่า 1 เดือน เป็นเงินจำนวน 2,500 บาท

กลับถูกนายสำเริงต่อว่าและด่าทอ จนถึงขึ้นลงมือใช้ท่อแป๊ปตีเข้าที่คอตนเองอย่างแรง ด้วยความโกธรเลือดขึ้นหน้าจึงใช้ค้อนปอนด์ที่วางอยู่ในอู่ตีศีรษะผู้ตายจนล้ม 1

ครั้ง จากนั้นจึงตีซ้ำอีก 1 ครั้ง จนร่างแน่นิ่งไปส่วนนางประเสริฐ ภรรยาของเจ้าของร้าน เมื่อเห็นตนใช้ค้อนปอนด์ตีสามีก็ต่อว่า ตนจึงใช้ค้อนปอนด์อันเดียวกันตีที่ศีรษะจนตาย

ก่อนจะอุ้มร่างของนายสำเริงไปใส่ไว้ในอ่างอาบน้ำหลังบ้าน แล้วนำศพนางประเสริฐไปวางทับซ้อนกัน เมื่อถึงเวลาเช้าตรู่ของวันนี้จึงออกไปหาถ่านมาทำเป็นฟืนแล้วใช้น้ำมันราดจุดไฟเผา

กระทั่งมีชาวบ้านละแวกใกล้เคียงได้กลิ่นเหม็นไหม้มากันมาดู ตนจึงเกิดความกลัวได้หลบหนีไปกลางทุ่งนาที่อยู่ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กม.

แล้วปีนขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่บนต้นคางที่สูงจากพื้นกว่า 3 เมตร แต่ก็ไม่รอดสายตาของตำรวจก่อนถูกจับกุมได้ในที่สุดทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า

นายประเสริฐ ผู้ต้องหา เคยถูกจับกุมในคดีชิงทรัพย์ในพื้นที่ จ.เชียงราย และมีคดีลักทรัพย์ที่ จ.อุดรธานี นอกจากนี้ยังมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวชเข้ารับการรักษาตัวอยู่

ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งของ จ.อุดรธานี เพิ่งไปรับยามาเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งจะต้องนำตัวไปตรวจหาสารอื่นๆ ในร่างกายใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี

ก่อนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและอำพรางซ้อนเร้นศพเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สาว18

สาว18 หายตัวจากบ้านสามีสุดท้ายพบ เป็นศพเหลือแต่โครงกระดูก

สาว18 หายตัวจากบ้านสามีสุดท้ายพบ เป็นศพเหลือแต่โครงกระดูก

สาววัย 18 ปี เพิ่งแต่งงาน หายตัวออกจากจากบ้านสามี ไปกว่า 4 วัน โดยสามีไม่ให้ญาติไปแจ้งความ สุดท้ายพบ ร่างถูกไฟเผา เหลือแต่โครงกระดูก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (17 พ.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์ พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน 8 และแพทย์ รพ.กาญจนดิษฐ์

เข้าตรวจสอบ บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านห้วยลึก สายควนราชา-ห้วยโศก ม.12 ต.ช้างขวา อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ฯ หลังรับแจ้งจากพลเมืองดี

พบผู้เสียชีวิตอยู่ภายในคูข้างถนน ลึกลงไปประมาณ 2 เมตร สภาพศพมีร่องรอยไฟไหม้ เหลือโครงกระดูก มีรถจักรยานยนต์ทับร่างอยู่

ในสภาพที่ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซากรถและป้ายทะเบียนตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นมีลักษณะเหมือนกระดูกขา แขน ด้านซ้ายหัก

และกะโหลกด้านซ้ายเหมือนมีรอยร้าว ซึ่งเมื่อสอบสวนทราบว่ามีคนหายออกจากบ้าน และใช้รถที่มีป้ายทะเบียนตรงกัน ทราบชื่อ น.ส.จรินยา อายุ 18 ปี

จากการสอบถามญาติที่คาดว่าเป็นศพรายนี้ ทราบว่า น.ส.จรินยา หายออกจากบ้านสามีที่เพิ่งแต่งงานกันได้ประมาณ 5-6 เดือน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 500 เมตร

เท่านั้น และในบริเวณใกล้เคียงก็มีบ้านเรือนประชาชนอยู่อีกหนึ่งหลังห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร

สาว18 หายตัวจากบ้านสามีสุดท้ายพบ เป็นศพเหลือแต่โครงกระดูก

AdvertisementReplay Ad
ทางด้าน นายวิทยา อายุ 50 ปี มีศักดิ์เป็นอาของ น.ส.จรินยา บอกว่า หลังจากที่หลานหายไป ได้ไปสอบถามสามีคนตาย ได้ความว่าเกิดการทะเลาะกัน

และสามีบอกว่าไม่ต้องไปแจ้งความ ก่อนที่ญาติฝ่ายหญิงจะไปแจ้งความเองพ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ ที่ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ

ให้น้ำหนักไปทางฆาตกรรมอำพราง และได้เชิญตัวสามีไปสอบสวนเพื่อสอบถามการหายตัวไปของ น.ส.จรินยา แต่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ

โดยหลังจากนี้จะได้นำศพผู้เสียชีวิต ส่งชันสูตร รพ.สุราษฎร์ฯ เพื่อยื่นยันตัวบุคคล และตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

นำไปสู่การหารตัวคนร้ายมาดำเนินคดีในกรณีหากเป็นการฆาตกรรม

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

รถปิกอัพวูบ

รถปิกอัพวูบ เสยท้าย สาวซ้อนสาม ดับคาที่ 3 ศพ

รถปิกอัพวูบ เสยท้าย สาวซ้อนสาม ดับคาที่ 3 ศพ

ชนสนั่นสังเวย 3 ศพ หญิงขี่จักรยานยนต์กลับบ้านลักษณะซ้อนสาม เจอรถกระบะส่งของเกิดอาการวูบกลางทาง

เสียหลักพุ่งชนอย่างจัง ร่าง กระเด็นเสียชีวิตคาที่ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (16 พ.ค.) ร.ต.อ.จารึก สวัสดี รอง สว.สส.สภ.ปลายพระยา จ.กระบี่

ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันบนถนนเซาเทิร์นซีบอร์ด ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 20 ฝั่งขาเข้าตัวเมืองกระบี่ หมู่ 8 ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา

หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ปลายพระยา รุดไปตรวจสอบและช่วยเหลือที่เกิดเหตุพบรถกระบะแบบมีตู้บรรทุกของด้านหลัง

ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีขาว สภาพพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ล้อหน้าด้านขวาพบซากรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ สภาพพังยับเยินทั้งคัน ห่างออกไป 15 เมตร พบ

รถปิกอัพวูบ เสยท้าย สาวซ้อนสาม ดับคาที่ 3 ศพ

ร่างผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 คน ทราบชื่อคือ นางสุดศรี อายุ 42 ปี, นางเขียว อายุ 54 ปี และ นางสาวมณฑิรา อายุ 27 ปีAdvertisement

ส่วนภายในรถกระบะ พบผู้ได้รับบากเจ็บ 2 คน คือ นายณัฐณัย อายุ 32 ปี และ นายวันชัย อายุ 30 ปี ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลจากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน

เพิ่งกลับมาจากไปเยี่ยมญาติในพื้นที่ ต.คีรีวง โดยมี น.ส.มณฑิรา เป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ และที่เหลือได้ซ้อนท้ายมาในลักษณะซ้อนสาม

ระหว่างนั้นมีรถกระบะขับมาด้วยความเร็ว คาดว่าคนขับน่าจะเกิดอาการหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ทำให้ร่างของทั้ง 3 คน

กระเด็นและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนรถกระบะนั้นได้ลากรถจักรยานยนต์ไปไกลกว่า 70 เมตร

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเรียกตัวผู้บาดเจ็บในรถกระบะมาสอบสวนอีกครั้งว่าใครเป็นคนขับ ก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุนแหล่งที่มา www.sanook.com

เด็กชายวัย

เด็กชายวัย 13 ถูกฆ่าดับคาถนน แม่ใจสลายวอนฆาตกรมอบตัว

เด็กชายวัย 13 ถูกฆ่าดับคาถนน แม่ใจสลายวอนฆาตกรมอบตัว

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “สตรีขยี้ใบ บุรุษไทยก่อฟืน” ได้โพสต์ภาพของลูกชาย พร้อมข้อความระบุว่า “อาร์มลูกแม่ ใครฆ่าลูกของแม่ ลูกแม่ผิดอะไร

แค่มองหน้า ต้องฆ่าน้อง น้องอายุแค่ 13 ปี 10 เดือน 28 วัน แค่มองหน้าฆ่าน้องทำไม ฆาตกรเอ้ยอยู่ไหนๆๆๆๆ มามอบตัว แม่จะอโหสิกรรมให้

เราคนไทยเหมือนกัน โอ้ยน้อๆๆๆๆประเทศกูมี มองหน้าฆ่า..เลย”ข้อมูลระบุว่า น้องอาร์ม อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางพลี

ถูกคนร้ายทำร้ายเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุเกิดที่ซอยบางปลา 12 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยแม่ผู้ตายเผยว่าจอยากจะให้คนร้ายมามอบตัว

ลูกจะได้นอนตายตาหลับ และวิญญาณจะได้ไม่ต้องวนเวียนอยู่กับความแค้น แม่ก็พร้อมที่จะอโหสิกรรมให้ กล้าฆ่า ก็ต้องกล้ารับ ไม่ต้องหนี

โดยรุ่นพี่ของผู้ตาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุ เวลาประมาณเที่ยงคืน เพื่อนของน้องอาร์มได้โทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยถีบรถจักรยานยนต์

เนื่องจากรถน้ำมันหมด น้องอาร์มจึงได้ขอร้องให้ตนช่วย จากนั้นตนจึงได้ยืมรถ จยย.รุ่นพี่ แล้วพาน้องอาร์มซ้อนไปด้วย แต่ระหว่างทางได้มี

กลุ่มวัยรุ่นขี่รถ จยย.จำนวนสองคัน ซ้อนกันมา 4 คน มาประกบพร้อมตะโกนด่า “มึงมองหน้ากู มึงเก๋าเหรอ” รุ่นพี่จึง พยายามเร่งเครื่องหลบหนี แต่กลุ่มวัยรุ่นก็ได้ขับรถไล่ตาม

น้ำมันรถของตนก็จะหมดจึงหลบหนีเข้าไปในซอยบ้านเพื่อหาคนช่วยแต่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ดักรอ และจะใช้ก้อนหินทุบแต่ตนเองหลบได้ทัน จึงไปโดนน้องอาร์มจนตกลงจากรถ

และไล่ทำร้ายตนจึงได้ขับรถไปตามคนมาช่วย เมื่อกลับมาถึงก็พบน้องอาร์ม นอนหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนี

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ชักปืนลูก

ชักปืนลูก ซองยิงเมียแล้วลั่นใส่ตัวเองตายตามลือดนองคาบ้านผู้ใหญ่

ชักปืนลูก ซองยิงเมียแล้วลั่นใส่ตัวเองตายตามลือดนองคาบ้านผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่บ้านชักปืนลูกซองยาวจ่อยิงเมียตาย ก่อนลั่นไกยิงตัวตาม หลังเมาเหล้าเละ-เปิดศึกทะเลาะกัน คาดปัญหาครอบครัวรุมเร้า-เงินเดือนผู้ใหญ่บ้านพอใช้

(12 พ.ค.) พ.ต.ต.พรั่งไพบูลย์ โนนคู่เขตโขง สว.สอบสวน สภ.ดม ได้รับแจ้งเหตุ ยิงกันเสียชีวิต บริเวณบ้านผู้ใหญ่บ้าน

พื้นที่ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ จึงแจ้งให้ พ.ต.ท.เบญจภพ หวังสุดดี รอง.ผกก.สอบสวน สภ.ดม พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.สังขะ รุดลงพื้นที่เพื่อรวบรวมหลักฐานและชันสูตรพลิกศพ

ในที่เกิดเหตุพบกลุ่มไทยมุงดูจำนวนมากอยู่หน้าด้านบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ก่อนจะพบร่าง นายชุมพล ผู้ใหญ่บ้านชำเบง อายุ 50 ปี

เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย สวมกางเกงขาสั้นสีเทา เสื้อกีฬาสีส้ม พบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวที่หน้าอกซ้าย 1 นัดขณะที่ใกล้ๆ กันยังพบร่าง นางแนะ อายุ 47 ปี

ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน สภาพนอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด สวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน สวมผ้าถุงลายดอกสีชมพู ถูกยิงเข้าเบ้าตาขวา กระสุนทะลุท้ายทอย 1 นัด

ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกซองยาว (ประเภทลูกซองยาว 5 นัด) ตกอยู่พร้อมปลอกกระสุนปืนลูกซอง 2 ปลอกนอกจากนี้ยังพบขวดสุราขาววางเอาไว้เรียงรายอยู่หลายขวด

รวมทั้งเปลือกไข่ต้มอยู่ในกะละมังที่ถูกแกะเปลือกกินไปแล้วหลายใบ รวมทั้งมีจอบขุดดินล้มอยู่ใต้ศพผู้ใหญ่บ้านจากการสอบถาม นายเต็ม สามสี นายก อบต.เทพรักษา

ได้ลงพื้นที่ที่เกิดเหตุทันที พร้อมสอบถามเหตุการณ์กับชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง ทำให้ทราบว่า เมื่อเย็นวานนี้ (11 พ.ค.) ลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง 2 คน ได้กลับมาจาก จ.ลพบุรี

เพื่อมาเยี่ยมพ่อแม่และกินเลี้ยงฉลองกันต่อมาเมื่อช่วงเช้าวันนี้ 2 สามีภรรยาก็ได้ดื่มเหล้าขาวขวดใหญ่ 1 ขวด โดยระหว่างนั้นลูกสาวก็ได้พาหลานสาว

พร้อมด้วยแม่ยายของผู้ใหญ่บ้านไปซื้อชุดนักเรียนที่ห้างสรรพสินค้า และในช่วงเที่ยงผู้ใหญ่บ้านเริ่มมีอาการมึนเมาหนัก และทะเลาะกับคนข้างบ้านก่อน ทำให้ชาวบ้านต้องมาจับแยก

ต่อมาเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงยิงปืน 1 นัด แต่ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปดู เพราะเห็นผู้ใหญ่บ้านยังยืนถือปืนอยู่ และผ่านไป 3 นาที จึงได้ยินเสียงยิงปืนขึ้นอีกนัด

ทำให้ชาวบ้านโดยรอบจับกลุ่มกันออกไปดู จึงพบศพสามีภรรยาเสียชีวิตทั้งคู่ดังกล่าว นอกจากนี้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงบอกอีกว่า สามีภรรยาคู่นี้ชอบดื่มเหล้าและทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ

โดยฝ่ายภรรยาเมื่อเจอฤทธิ์น้ำเมาก็มักจะหาเรื่องทุบตีสามีตัวเอง ขณะที่ฝ่ายสามีเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยตอบโต้ แต่ระหว่างเกิดเหตุอาจเกิดอาการเครียด ทำให้ทะเลาะกันเป็นทุนเดิม

รวมทั้งปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะได้ยินเคยบ่นว่าเงินเดือนผู้ใหญ่บ้านไม่ค่อยพอใช้ จึงทำให้ผู้ใหญ่บ้านอาจจะเครียดหนักและเก็บกดสะสมมานาน

เพราะมีปัญหารุมเร้าหลายอย่าง จึงตัดสินใจใช้ปืนลูกซองยิงภรรยาเสียชีวิต ก่อนจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันลั่นไกยิงตัวเองตายตามอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวเพียงสั้นๆ

ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการทะเลาะกันในครอบครัว ส่วนสาเหตุที่ชัดเจนนั้นจะได้สืบสวนสอบสวนอีกครั้ง ขณะที่ลูกสาวและญาติพี่น้องเมื่อทราบข่าวก็รู้สึกตกใจช็อกและร้องไห้ด้วยความเสียใจ

แต่ไม่ติดใจการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สาวพริตตี้

สาวพริตตี้ ขับรถคว่ำวอนสังคมหยุดโยนความผิดให้เพื่อนที่ตาย

สาวพริตตี้  ขับรถคว่ำวอนสังคมหยุดโยนความผิดให้เพื่อนที่ตาย

พริตตี้สาวออกโรงเปิดใจ หลังตกเป็นจำเลยสังคมโดนตราหน้าว่า โยนความผิดให้คนตาย ยืนยันไม่เคยหนีคดี ล่าสุดเพื่อนๆ โทรมาขอโทษแล้ว เพราะเข้าใจผิดไปเอง

จากกรณีอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักตกข้างถนนสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ บริเวณทางโค้งหักศอกบ้านหนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (10 พ.ค.) เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน และเสียชีวิต 1 ศพ

หลังจากนั้นผู้ประสบเหตุทั้งหมดที่เป็นกลุ่มพริตตี้ได้โพสต์ตำหนิกลายเป็นดราม่า หลังมีข่าวอ้างว่าผู้ขับขี่รถได้โยนความผิดให้กับเพื่อนที่เสียชีวิต ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด หลังจากเรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงในโซเชียลมีเดีย เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา รวมทั้งตำหนิการกระทำของหญิงสาวผู้ขับขี่ที่อ้างว่าให้การโยนความผิดให้กับผู้

เสียชีวิตที่ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาพูดใดๆ ได้อีก ถึงทำให้บรรดาญาติของผู้เสียชีวิตเกิดความไม่พอใจ บุกไปถึงที่โรงพยาบาลหมายจะทำร้ายหญิงสาวผู้ขับขี่รถยนต์คันที่เกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ นางสาวสุธิสา อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้ประสบเหตุในครั้งนี้ และเป็นผู้ขับรถยนต์นิสสัน อัลเมรา สีขาว โดยเจ้าตัวได้เปิดใจว่า ตนรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเป็นสิ่งที่ตนไม่อยากให้

เกิดขึ้นเลย กับกระแสข่าวที่อ้างว่าตนให้การกับตำรวจในเชิงโยนความผิดให้กับเพื่อนที่เสียชีวิตนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้โยนความผิดให้กับใคร

เหตุการณ์เกิดขึ้นมีพยานรู้เห็น ไม่ว่าจะพี่ๆ นักข่าวและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อยู่ในเหตุการณ์การเข้าช่วยเหลือ ตนยอมรับกับตำรวจตั้งแต่แรกไปแล้วว่า ตนเป็นคนขับรถที่เกิดเหตุเอง ทั้งนี้อาจจะเกิดประเด็นเข้าใจผิดกัน

ไปเอง ล่าสุดเพื่อนๆ ก็ได้โทรศัพท์มาขอโทษให้เรื่องนี้กับตนแล้ว

นอกจากนี้ นางสาวสุธิสา ยังฝากวิงวอนไปถึงโลกโซเชียลมีเดียต่างๆ ให้หยุดขยี้ประเด็นดราม่าดังกล่าวทั้งหมด เพราะตนไม่ได้โยนความผิดให้ใคร และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ว่าตนหรือครอบครัวและเพื่อนๆ ก็เสียใจ

กับเรื่องที่เกิดขึ้นมามากพอแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

คาดว่า

คาดว่า คาสิโนในญี่ปุ่นจะเริ่มดำเนินการในปี 2564

คาดว่า คาสิโนในญี่ปุ่นจะเริ่มดำเนินการในปี 2564

รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายที่อนุญาตให้เปิดคาสิโนในญี่ปุ่นช่วงเช้าวันนี้ โดยนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ ต้องเผชิญกับการไม่เห็นด้วยของสมาชิกหลายคนในพรรคประชาธิปไตย

เสรีของเขา ผู้สนับสนุนระบุว่า การเปิดสิโนจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่กลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาชญากรรมและการติดการพนัน

ด้านนายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า รัฐบาลจะหามาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันไม่ให้คนติดการพนัน ทั้งนี้คาดว่าคาสิโนในญี่ปุ่นจะเริ่มดำเนินการในปี 2564 หลังจากการจัดการแข่งขันกีฬา

โอลิมปิกในปี 2563

ขอบคุนแหล่งที่มา news.mthai.com

อุบัติเหตุรถโม่ปูนพลิกคว่ำ แยกรัชดา-พระราม 4

อุบัติเหตุรถ โม่ปูนพลิกคว่ำ บริเวณแยกรัชดา-พระราม 4 ขาออกเสียการจราจร 2 ช่องทางด้านซ้าย เวลา 16.17 น.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.

พร้อมกำลัง ควบคุม สนับสนุนกรณี รถโม่ปูนพลิกคว่ำ บริเวณแยกรัชดา-พระราม 4 ขาออกจนท.กำลังดำเนินการทำความสะอาดและประสานรถยกขนาดใหญ่

#1197สายด่วนจราจร ขอบคุณภาพ ฉก.พพ14

อุบัติเหตุรถโม่ปูนพลิกคว่ำ บริเวณแยกรัชดา-พระราม 4 ขาออกเสียการจราจร 2 ช่องทางด้านซ้าย เวลา 16.17 น.งานสายตรวจ 2 กก.1 บก.จร.

พร้อมกำลัง ควบคุม สนับสนุนกรณีรถโม่ปูนพลิกคว่ำ บริเวณแยกรัชดา-พระราม 4 ขาออกจนท.กำลังดำเนินการทำความสะอาดและประสานรถยกขนาดใหญ่

#1197สายด่วนจราจร ขอบคุณภาพ ฉก.พพ14

อุบัติเหตุรถ

18:05 คืบหน้ารถโม่ปูนพลิกตะแคง หน้าตึก FVI แยกรัชดาพระราม 4 ล่าสุดนำรถตั้งขึ้นได้แล้ว รอทำความสะอาดถนน และตรวจสอบความปลอดภัยของรถ

ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุ  โดยให้รถไปใช้ ถ.รัชดา ขาออก มุ่งหน้าอโศก หรือถ.พระราม 3 มุ่งหน้าห้าแยก ณ ระนอง

อุบัติเหตุรถ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com