ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

รวมลิงค์ดูบอลออนไลน์ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv ดูบอลสด ผ่านเน็ตฟรี

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv อัพเดททุกวันตลอด 24 ชม. ดูบอลสดฟรี. สะดวกทุกที่ทุกเวลา. ดูบอลออนไลน์ผ่านมือถือ. และกีฬาอื่นๆ ฟุตบอลโลก 2019
ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ดู ผล บอล สด 7m ที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม ลิ้งค์ดูบอลก็จะโชว์ขึ้นมา แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆ ที่แสดง ดู ผล บอล สด วัน นี้ ทุก ลีก  ได้เลย

โดยเราคัดคุณภาพให้แล้ว ดูได้ทั้งคอมและมือถือ รองรับคนดูได้โดยไม่กระตุก มารวมไว้ในที่เดียวและเรายังอัพเดทลิ้งในตารางบอล ตลอด 24 ชม. ทำให้คุณไม่ต้องไปหาหลายที่ให้วุ่นวาย การดูบอลของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี แมน ยู
และตารางบอลของเราจะแสดงให้ทราบว่าแต่ละคู่จะถ่ายทอดสดช่องไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นช่อง PPTV, Bein Sport, TrueVision, True4U, ช่อง 3HD, ช่อง 7HD, ไทยรัฐทีวี, Bugaboo, FoxSport, SkyNet
ถ้าเป็นบอลคู่ใหญ่เราจะมีสัญลักษณ์ เป็นจุดสังเกตุให้คุณไม่พลาดในบอลคู่ที่น่าสนใจ ในลีกต่างๆ ดู ผล บอล ออนไลน์ ฟรี ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ว่าเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก,ไทย ดิวิชั่น 1, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส
แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ยังรวบรวม ลิ้งดูบาสสด, ดูวอลเลย์บอลสด เราจึงกล้าพูดได้เลยว่าเราเป็นเว็บรวมลิ้งดูบอลที่ดีที่สุดในไทย…

สาวไปสังขละ

สาวไปสังขละ พบคนใส่เสื้อแดงนั่งริมถนนทั้งมืดทั้งเปลี่ยว วาร์ปให้เห็นถึง 2 รอบ

สาวไปสังขละ ชะงัก มันคืออะไร วอนช่วยกันดู

สาวไปสังขละ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mod Jung โพสต์คลิปกล้องหน้ารถขณะที่เธอเดินทางไป อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ในเวลากลางคืน ผู้โพสต์ได้คุยกับสามีว่า เห็นคนใส่เสื้อแดงนั่งริมถนน แต่สามียังไม่เห็น พร้อมทั้งบอกว่าไฟรถสว่างขนาดนี้จะไม่เห็นได้ไง จนรถวิ่งไปได้อีกสักพักก็เจอคนใส่เสื้อแดงนั่งริมถนนอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับถามผู้โพสต์ว่าคนใส่เสื้อแดงนี่ใช่ไหมที่เห็นครั้งแรก ผู้โพสต์จึงตอบว่าใช่ โดยระบุข้อความว่า

“บอกทีมันคืออะไร ซ้ายมือคือเหว ขวามือคือเขาหมู่บ้านไม่มีไฟก็ไม่มี แต่ตอนเจอครั้งแรกเขามองหน้าหนูด้วย และเห็นคนเดียวด้วย แต่รอบสองสามีอยากเจอ มาเลยจ้าา

ช่วง 42 วินาที กับ 1.28 วินาที เย็นวันที่ 9 สิงหาคม 2563
ทางเส้นอำเภอทองผาภูมิไปสังขละกาญจนบุรี เวลาในกล้องไม่ตรงนะคะ เพราะกล้องไม่ได้ตั้งแต่เวลา ออกรถมาเพิ่งจะเคยถอดเมมครั้งแรก”
ซึ่งหลังคลิปเผยแพร่ออกไป ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ คนใส่เสื้อแดงในคลิปเป็นคนจริงๆ หรือสิ่งลี้ลับกันแน่!!…

ผู้ใหญ่บ้าน จ่อฟ้อง

ผู้ใหญ่บ้านลั่น ไม่ใช่มือปืนคลิปคล้องตะกรุดไก่ยิงเป้า

ผู้ใหญ่บ้าน จ่อฟ้อง ‘วอชด๊อก’ โทษฐานทำให้เสียหาย

ผู้ใหญ่บ้าน จ่อฟ้อง จากกรณีที่ทาง เพจ”มูลนิธิวอชด๊อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand-WDT” ได้โพสต์คลิประบุว่าผู้ใหญ่บ้าน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กระทำทารุณกรรมสัตว์ ด้วยการเอาตะกรุดคล้องคอไก่ แล้วใช้เป็นเป้าซ้อมยิง ซึ่งล่าสุดผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวยอมรับตัวเองมีภาพปรากฏอยู่ในคลิปจริง แต่ไม่ใช่คนลงมือยิง และเป็นคลิปเก่า3ปีแล้ว

ผู้ใหญ่บ้านบ้านทุ่งยาว นายกัมปนาท มณีศักดิ์ ต.สันทรายหลวง ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสันทราย เพื่อลงบันทึกประจำวันยืนยันความบริสุทธิ์ และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับเพจ’มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand-WDT’ ที่ทำให้เสียหาย

โดย นายกัมปนาท กล่าวว่า ในคลิปดังกล่าวนั้น ยอมรับว่ามีภาพของตัวเองปรากฏร่วมอยู่ด้วย แต่ตนเองไม่ใช่คนที่ยิงปืน เป็นคลิปเก่า3ปี เหตุเกิดขึ้นทางฝั่งประเทศพม่า ในระหว่างไปเที่ยวเยี่ยมเพื่อนในจังหวัดท่าขี้เหล็ก มีการฆ่าไก่เพื่อเลี้ยง แต่ไม่ทราบเรื่องตะกรุดลองของขลัง โดยได้ชี้แจงกับนายอำเภอแล้วหลังปรากฎเป็นข่าวออกไป และไม่เข้าใจเหตุผลที่มีผู้นำคลิปมาเผยแพร่ พร้อมทั้งพยายามเชื่อมโยงเข้ากับกรณีของ “หม่อมถนัดแดก” ซึ่งทำให้ตัวเองได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเตรียมปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

อาจารย์หัวร้อน

อาจารย์ป้ายแดงหัวร้อนขอโทษสังคมแล้วพร้อมโอดทั้งน้ำตา เพราะอารมณ์ชั่ววูบ

อาจารย์หัวร้อน โอดทั้งน้ำตา เพราะอารมณ์ชั่ววูบ

อาจารย์หัวร้อน กรณีที่ชาวเน็ตแห่แชร์คลิปสุดหัวร้อนบนท้องถนน จากเฟซบุ๊ก Boonsong Pomthalay ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีปากเสียงกัน คู่กรณีไม่พอใจที่ถูกบีบแตรใส่และแนะนำว่าตัวเป็นครู และได้บอกเบอร์โทรศัพท์ พร้อมทั้งท้าทายให้ถ่ายคลิปนำไปลงในเพจต่างๆได้เลย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

นายชัยชนะ กีระติจีระนันท์ วัย 47 ปี ชาวอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา บุคคลคลิปภาพ ได้เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้เกิดผลกระทบตามมามากมาย แฟนสาวที่อยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี ต้องมาบอกเลิกกันด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้

ในขณะที่ผลกระทบกับการทำหน้าที่อาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัยก็ยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรตามมาอีกหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษสอนตามวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเรื่องรุนแรงอย่างใด มีเพียงคำพูดที่อาจฟังดูไม่สุภาพ ซึ่งเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็ต้องขอโทษสังคมกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ด้วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามยังคู่กรณีของอาจารย์หนุ่ม เจ้าตัวบอกสั้นๆ ว่าไม่ได้ติดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ที่โพสต์ไปก็เพื่อเตือนสติผู้ใช้รถใช้ถนน ว่าไม่ควรอารมณ์ร้อน และควรจะมีน้ำใจแบ่งปันให้กับผู้ร่วมทางคนอื่นๆด้วย…

หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด

มอบตัวแล้ว หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด สารภาพ หึงฝ่ายหญิงมีหนุ่มติดพัน

หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด มอบตัวแล้ว

หนุ่มลูกจ้าง ฆ่าโหด ซึ่ง จากเหตุ น.ส.สุมนตรา มาสคีรีวงษ์ วัย38 ปี ชาวบ้านย่านซอยสวนหลวงตะวันออก ถนนราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช แม่ค้าเจ้าของแผงปลาทะเล ที่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นอดีตสาวห้างดังลาออกมาเปิดแผงค้าส่งปลาทะเล ถูกลูกจ้างหนุ่มลวงนัดพบ ก่อนที่จะเอามีดปาดคอ ก่อนกระชากลงรถแล้วจ้วงแทงรวม 22 แผล ทำให้เสียชีวิตคาที่ ต่อหน้าเพื่อนสาวพนักงานห้างแล้วหลบหนีไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ในความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงสายวันนี้ 12 ส.ค.2563 พ.ต.ท.ธีรภัทร ตรีเภรี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมทั้ง ร.ต.อ.นิยม สงค์ทิพย์ รอง สว.(สอบสวน) ได้นำสำนวนการสอบสวน พร้อมทั้งพยานหลักฐานทางคดี ไปขออนุมัติศาลจังหวัดทุ่งสง เพื่อออกหมายจับ นายธิระพงศ์ หรืออ๊อด สุวรรณพันธ์ วัย 26 ปี ชาวบ้าน หมู่ 8 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 228/63 ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ข้อหาหรือฐานความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ต่อมาญาติได้นำตัวนายธิระพงศ์ เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.วิเชียร เกิดเกลี้ยง สว.สส.สภ.ร่อนพิบูลย์ ที่สภ.ร่อนพิบูลย์ หลังจากที่นายธิระพงศ์ ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามตัวและกดดันอย่างหนักหน่วง

จากการสอบสวนนายธิระพงศ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุ ฆ่า น.ส.สุมนตรา จริงโดยได้โทรศัพท์ติดต่อให้มาพบก่อนลงมือก่อเหตุ เพราะความหึงหวง โดยตนเองไปทำงานเป็นลูกจ้างที่แผงปลาของผู้ตาย จนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันฉันชู้สาว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ น.ส.สุมนตรา มีครอบครัวแล้ว มีลูกถึง 2 คน แต่สามีต้องโทษคดียาเสพติดอยู่ในเรือนจำ ทำให้ความใกล้ชิดมีแปรเปลี่ยนกลายเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตนเอง

ผู้ต้องหาได้ให้การด้วยว่า แต่ระยะหลังปรากฏว่า นอกจากมีความสัมพันธ์กับตนแล้ว ก็รู้ น.ส.สุมนตรา ยังติดต่อกับชายคนอื่น ทำให้เกิดปัญหากับตน ที่พยายามขอร้องให้เลิกติดต่อกับผู้ชายคนใหม่ แต่ผู้ตายก็ยังคงคบหากับคนอื่น จึงตัดสินใจนัดให้ผู้ตายไปพบตนที่บ้านพัก ที่อยู่ใกล้น้ำตกขุนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ เพื่อเคลียร์ปัญหาความสัมพันธ์ที่ค้างคา และเมื่อผู้ตายกับเพื่อนสาวเดินทางไปถึง ตนที่ขี่รถจักรยานยนต์มาดักรอกลางทางก่อนถึงบ้าน จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าวขึ้นเพื่อจบปัญหาหัวใจ

ซึ่งทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน และได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

คดีไม่คืบลูกถูกข่มขืน

แม่ร้อง ลูกถูกลุงหื่นข่มขืนจนท้อง แต่คดีไม่คืบ

คดีไม่คืบลูกถูกข่มขืน จนท้อง 6 เดือน

คดีไม่คืบลูกถูกข่มขืน โดย เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นางน้อย (นามสมมติ) วัย 42 ปี ชาวบ้าน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เพื่อขอความช่วยเหลือให้ติดตามความคืบหน้าคดีความ ลูกสาว เด็กหญิงวัย14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ถูก นายม่วง (นามสมมติ) วัย 55 ปี คนในหมู่บ้านติดกันข่มขืนจนท้อง 6 เดือน แจ้งความไว้ที่ สภ.นาข่า จ.มหาสารคาม

นางน้อย มารดาของผู้เสียหาย ได้กล่าวว่า หลังจากที่โรงเรียนเปิดลูกสาวก็ไปโรงเรียนตามปกติ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63 ที่ผ่านมา ครูที่โรงเรียนลูกสาวแจ้งมาว่า สังเกตเห็นลูกสาวมีอาการซึมเศร้า และอ้วนลงพุงจนผิดปกติ จึงเรียกมาสอบถาม จนรู้ว่าถูกนายม่วงล่วงละเมิดทางเพศมา 7 ครั้ง ตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค.62 ซึ่งวันแรกลูกสาวได้ไปกินข้าวที่บ้านหลานของนายม่วง ก็ได้ออกอุบายว่าช่วงค่ำอยากได้เงินใช้ไหม ให้ไปหาพ่อใหญ่ที่กระท่อมปลายนา อีกหมู่บ้านหนึ่ง ลูกสาวก็ได้ออกไปตามนัด นายม่วงก็บอกว่าให้ขึ้นไปเอาเงินอยู่บนบ้าน จากนั้นก็เดินตามหลังมาก็ได้ใช้กำลังบังคับข่มขืน และให้เงินลูกสาวไว้ใช้ 300 บาท

แม่ของผู้เสียหายกล่าวต่อว่า นับแต่นั้นลุงหื่นรายนี้ก็หลอกให้ ด.ญ.ไปหาเพื่อข่มขืนเรื่อยๆ ประมาณเดือนละครั้ง แต่ละครั้งก็ให้เงินทุกครั้ง 500 บาทบ้าง 1,000 บ้าง จนกระทั่งลูกสาวมารู้ว่าตั้งครรภ์ช่วงเดือน ก.พ.63 ที่ผ่านมา แต่ไม่กล้าบอกกับทางตนเองเพราะเห็นว่าลุงหื่นรายนี้ได้ข่มขู่เอาไว้ ว่าถ้าเอาเรื่องท้องไปบอกใครจะฆ่าให้ตายทั้งครอบครัว จนมาทราบเรื่องก็ตอนที่คุณครูเรียกไปพบ คุณครูเลยแนะนำให้ตนพาลูกสาวไปแจ้งความไว้วันที่ 13 ก.ค. 63 ที่ สภ.นาข่า มี พ.ต.ท.คำพอง ดังก้อง สว.สอบสวน รับเรื่องไว้

นางน้อย ยังกล่าวอีกว่า จากนั้นได้มีการส่งลูกสาวไปตรวจร่างกาย ปรากฏว่าลูกสาวตั้งครรภ์ได้ 25 สัปดาห์แล้ว ประมาณ 6 เดือนกว่า จนกระทั่งถึงวันนี้ 10 ส.ค.63 เรื่องคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะทางร้อยเวรบอกว่ารอให้เขามาไกล่เกลี่ยก่อน ทางนายม่วงผู้ต้องหาก็วนเข้ามาหาที่บ้านมาเสนอเงินให้ตลอด แต่พวกตนไม่ต้องการ ต้องการจะให้ดำเนินคดีให้ที่สุด

ทาง พ.ต.ท.วีระ หางนาค สวญ.สภ.นาข่า เผยว่า ในส่วนของคดีนี้ทางร้อยเวรได้เรียกตัวนายม่วงมาสอบสวนแล้ว เบื้องต้นนายม่วงได้รับสารภาพ ขณะนี้กำลังส่งสำนวนการสอบสวนไปถึงอัยการ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องแล้ว ที่ช้าเพราะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและรอผลการตรวจต่างๆให้เรียบร้อยนั่นเอง…

ชายวัย 50 เคยนอนคุก

ชายวัย 50 เคยนอนคุกมาแล้ว 25 ปี ไม่เข็ด หวนคืนวงการค้ายาบ้า

ชายวัย 50 เคยนอนคุก แต่ไม่เข็ด

ชายวัย 50 เคยนอนคุก รายงานจากผู้สื่อข่าว ว่าเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 8 ส.ค.2563 พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ ร.ต.อ.พงศ์ศักดิ์ หนูบูรณ์ รอง สว.สส. หน.ชปส.สภ.หาดใหญ่ และร.ต.ท.ณัฐฤกษ์ ขติยะสุนทร รอง สว.สส.สภหาดใหญ่

พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ (ชุดตะวัน) เข้าทำการจับกุม นายโกมล หรือหลวง หรืออู๊ด ไผ่เขียว คุ้มภัย วัย 54 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 38.70 กรัม ยาบ้า จำนวน 430 เม็ด และของกลางอื่นๆ อีก 6 รายการ

จากการสอบสวนนายโกมล ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเคยติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง รอบแรก 17 ปี รอบที่ 2 อีก 10 ปี แต่ได้รับอภัยโทษ รวมติดคุกทั้งหมด 25 ปี เท่าที่จำได้

และล่าสุดได้ออกจากเรือนจำเมื่อปี 62 ที่ผ่านมาไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร เลยหันมาค้ายาเสพติดอีกครั้ง โดยรับยาบ้ามาจากเพื่อนที่เคยติดคุกด้วยกัน

ในเบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหา 1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย 2. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า,ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

3. เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน โดยผิดกฎหมาย ได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

กรณีสลับศพทารก

กรณีสลับศพลูกให้คนอื่นนำไปเผาศพ ทางโรงพยาบาลน้อมรับผิดพร้อมลุกขึ้นยกมือไหว้ขอโทษ

กรณีสลับศพทารก รพ.น้อมรับความผิดแต่โดยดี

กรณีสลับศพทารก แพทย์หญิงณัฐภร ประกอบ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร นายแพทย์พิริยะ บุษยพรรณพงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร นายแพทย์ถาวร สายสวรรค์ รองผู้อำนวยการด้านการบริการปฐมภูมิ นายแพทย์ทนงศักดิ์ หอมทรัพย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นายแพทย์ประพนธ์ สุนหรีกุลพงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานสูตินารีเวชกรรม ร่วมกล่าวถึงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แพทย์หญิงณัฐภร ได้กล่าวว่ากรณีส่งศพทารกผิดคนเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2563 ว่าทางโรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจและขอโทษกับครอบครัวคุณกฤษณา ขวัญศรี ได้ขอน้อมรับข้อผิดพลาดที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งไม่มีเจตนาให้เกิดขึ้น โดยทีมผู้บริหารเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้พูดคุยชี้แจงข้อเท็จจริงกับคุณกฤษณาและสามี ได้แสดงความเสียใจและขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อแก้ไขปรับปรุงการทำงานเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำและจะนำมาเป็นบทเรียนของทุกแผนกในโรงพยาบาล

ทางแพทย์หญิงณัฐภร ได้กล่าวว่าขณะที่คุณกฤษณาเจ็บครรภ์มานอนที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2563 เวลาประมาณ 07.50 น. และคลอดในเวลา 11.49 น. พบว่าทารกเสียชีวิตตั้งแต่แรกคลอด ทางทีมแพทย์ช่วยกูชีพอย่างเต็มที่เนื่องจากเป็นการเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่คาดคิด ทางโรงพยาบาลได้ส่งตรวจชนะสูตรศพเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงแล้วที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ในวันเดียวกัน และรับกลับมาไว้ที่ห้องรักษาศพของโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2563 โดยจะทราบผลใน 1-2 สัปดาห์ และในวันที่ 28 ก.ค. 2563 มีบุตรของคุณผู้ปกครองอีกหนึ่งรายเสียชีวิตจากภาวะคลอดก่อนกำหนด ทางโรงพยาบาลจึงให้ความสะดวกในการฌาปนกิจศพทารก ซึ่งได้นัดให้มารับศพในวันที่ 1 สิงหาคม 2563 เวลา 10.30 น. ที่ห้องรักษาศพแล้วในวันเดียวกันตำรวจได้ส่งหนังสือที่โรงพยาบาลเวลาประมาณ 11.30 น. เพื่อขอรับศพบุตรคุณกฤษณาไปชันสูตรซ้ำที่โรงพยาบาลตำรวจ โดยทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูอยู่ได้มารับศพในเวลาประมาณ 15:00 น. เมื่อโรงพยาบาลตรวจสอบจึงพบว่ามีการส่งมอบศพทารกผิดให้กับคุณพ่ออีกคนไป

ทางด้านนายแพทย์ประพนธ์ ระบุว่าตั้งแต่คุณกฤษณามาคลอดทางโรงพยาบาลได้ดูแลเป็นอย่างดี และกำหนดให้คลอดตามธรรมชาติที่สากลยอมรับและไม่ได้มีเจตนาอะไร แต่เมื่อเด็กเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ทางโรงพยาบาลเองที่เป็นผู้ยืนยันที่จะให้ไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุของการตาย เพราะฉะนั้นการสลับศพเด็กจึงไม่ใช่เพื่อการนำไปทำลายหลักฐาน

แพทย์หญิงณัฐภร ได้กล่าวต่อว่าวันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าผลน่าจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ หากพบว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นจากส่วนใด ก็จะดำเนินการลงโทษตามวินัยตามที่ราชการกำหนดโดยหนักสุดถึงขั้นไล่ออก ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบอาจจะมีความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่เวรที่ดูแลศพ เพราะในขณะที่มีการรับศพได้มีการเปลี่ยนเวรไป ทั้งนี้ทุกศพจะมีการแยกห้องเย็นกัน และจะมีรายชื่อติดอยู่ ดังนั้นจึงได้สอบเรื่องนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง ซึ่งอย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ทางโรงพยาบาลพร้อมเยียวยาครอบครัวคุณกฤษณาตามกฎหมายต่อไป…

ผงะเจอศพทารก

ผงะเจอศพทารก ถูกทิ้ง คาดว่าสาวโรงงานคลอดก่อนกำหนด

ผงะเจอศพทารก ถูกทิ้ง

ผงะเจอศพทารก ถูกทิ้ง สมุทรสาคร พบศพทารก ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะ ซอย 108 Shop ห่างจากถนนเศรษฐกิจ 1 หมู่ที่ 7 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

บริเวณที่เกิดเหตุพบรถเก็บขยะคันที่ 11 ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าทราย ยี่ห้อฮีโน่ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 82 – 0932 สมุทรสาคร จอดอยู่ ที่ช่องใส่ขยะด้านหลังของรถ มีถุงพลาสติกสีดำ และผ้าเปื้อนเลือดห่อหุ้มศพทารกเพศชาย อวัยวะครบถ้วน ความยาวตลอดลำตัวประมาณ 1 ฟุต อายุในครรภ์ราว ๆ 7-8 เดือน ใกล้กันยังมีถังขยะสีฟ้า ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าทรายจำนวน 12 ใบ ตั้งเรียงอยู่ริมทาง

จากการสอบถามนายศักดิ์ชัย เดือนสวัสดิ์ คนงานเก็บขยะ อบต.ท่าทราย ผู้พบศพคนแรกทารก ได้เล่าว่า ตนเองและพวกได้มาเก็บขยะภายในซอยแห่งนี้เป็นรอบที่ 2 ซึ่งหลังจากที่เทขยะถังแรกใส่ท้ายรถแล้ว ก็จะแกะถุงขยะออกทุกใบเพื่อดูว่าภายในมีสิ่งของอะไรที่จะสามารถคัดแยกแล้วนำไปขายต่อไปได้อีก ซึ่งก็เห็นถุงพลาสติกสีดำเปื้อนเลือดจึงไปบอกให้ลุงคนงานเก็บขยะอีกคนให้ช่วยแกะออก แล้วได้พบว่า ภายในมีผ้า 2 ชั้น ห่อวัตถุบางอยู่แต่มีเลือดติดอยู่มาก เมื่อแกะออกดูข้างในก็พบศพทารก จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ทางด้านนายบุญชุบ แก้วมณี วัย 58 ปี คนงานเก็บขยะที่เป็นคนแกะถุงออก ก็ได้เล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังเก็บขยะอยู่นั้น น้องคนงานอีกคนได้มาเรียกให้ไปแกะถุงที่เปื้อนเลือดเพื่อดูว่าข้างในมีอะไร แล้วก็ได้พบว่าภายในถุงพลาสติกมีผ้าถุงคล้ายของคนงานเมียนมา ห่อศพทารกไว้ 2 ชั้น ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2562 คนงานเก็บขยะของ อบต.ท่าทราย ก็ได้เคยเจอในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง

ในเบื้องต้นคาดว่า แม่ของเด็กทารกน่าจะเป็นสาวโรงงานที่อาจจะคลอดลูกออกมาก่อนกำหนดแล้วทารกน้อยเสียชีวิต จึงได้นำศพลูกมาทิ้งไว้ในถังขยะแบบนี้ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบหาหลักฐานจากที่เกิดเหตุ และหาภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวแม่ที่นำศพลูกมาทิ้งในถังขยะ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนศพทารกนั้น ได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครรับดำเนินการต่อ…

นักท่องเที่ยวตีกัน

นักท่องเที่ยวตีกัน 3 รุม 1 ใช้ไม้พายเรือแพยางเป็นอาวุธ

นักท่องเที่ยวตีกัน 3 รุมหนึ่ง

นักท่องเที่ยวตีกัน ที่นครนายก-ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีภาพคลิปเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวบันทึกภาพเอาไว้ได้ ขณะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวทะเลาะวิวาท โดยในคลิปจะเห็นว่ามีชายคนหนึ่งที่ถอดเสื้อถูกกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกฝ่ายหนึ่งรุมทำร้าย 3 ต่อ 1 ใช้ไม้พายเรือแพยางเป็นอาวุธตี และต่อยไปหลายครั้งที่ลำตัว หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาห้าม

สถานที่เกิดเหตุเป็นที่เล่นน้ำเอกชนแห่งหนึ่ง ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เหตุเกิดช่วงเย็นวานนี้ 28 ก.ค.

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้ประกอบการเรือแพยาง ลำที่พานักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวล่องเรือไปตามคลิป และลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเด็กคัดท้ายเรือแพลำดังกล่าว เผยว่า จากในคลิปนั้นเป็นช่วงที่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุจริงมาประมาณ 50 เมตร และเป็นช่วงปลายเหตุแล้ว

ซึ่งเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก เรือแพยางได้ไปชนกับชายคนที่ถอดเสื้อที่กำลังเล่นน้ำอยู่ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือก็ได้ขอโทษชายคนดังกล่าวไปแล้ว และเรือล่องต่อไปแต่ชายคนดังกล่าวว่ายน้ำตามมาประมาณ 50 เมตร และดึงเรือให้หยุด หลังจากนั้นก็จะไปดึงผู้หญิงที่นั่งบนเรือแต่หลบได้ทัน ก่อนไปกระชากหมวกนิรภัยของผู้ชายบนเรือจนหมวกหลุด

ชายคนที่ตามมามีอาการเมา จากนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือก็กระโดดลงมาใช้ไม้พายเรือตีไปที่ชายคนถอดเสื้อ และต่อยไปตามคลิป ส่วนตนเองนั้นได้แต่นั่งดูเหตุการณ์อยู่บนเรือ โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว จนมีคนเข้ามาห้ามปราม หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ได้เดินขึ้นจากน้ำกลับไป ตามข่าวเห็นว่าชายคนถอดเสื้อจะเข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครนายก เพื่อจะเอาผิดกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ล่องเรือดังกล่าว

ทางด้าน นายศักดิ์ชาย แพงอุบล ผู้ประกอบการแอดเวนเจอร์ที่แนะนำให้กลุ่มนักท่องเที่ยว ไปล่องเรือแพยาง ได้เล่าว่า หลังจากเกิดเหตุแล้วกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ก่อเหตุได้เข้ามาที่ร้านของตน เพื่อจะเล่นกิจกรรมต่อ ซึ่งตนเองพอทราบเรื่องราวเพราะไม้พายเรือแตกหัก เจ้าของเรือเลยโทรศัพท์มาเล่าเรื่องให้ตนเองฟัง และได้มีการสอบถามไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวดังกล่าว จึงได้รู้ความจริงทั้งหมด ว่าเหตุการณ์ตามคลิปเป็นอย่างไร…

คนขับแท็กซี่สุดหื่น

คนขับแท็กซี่สุดหื่น พูดจาลวนลาม ผู้โดยสารสาว ล็อคประตูรถไม่ยอมให้ลง

คนขับแท็กซี่สุดหื่น ล็อคประตูรถไม่ยอมให้ผู้โดยสารลง

คนขับแท็กซี่สุดหื่น ผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นหญิงสาวรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปและภาพหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่คันหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า “ตั้งแต่นั่งแท็กซี่มาทั้งชีวิต ก็มีเจอมาพูดสกปรกใส่บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่อันนี้คือไม่ไหวเลยจริงๆ นั่งมาจากศิริราชไปบางใหญ่ พูดแต่เรื่องอวัยวะเพศ การสำเร็จความใคร่ เล่าทุกการกระทำที่ตัวเองไปได้กับคนอื่นมา โคตรกลัวเลย เพิ่งอัดวิดีโอได้ตอนใกล้จะถึงที่หมาย พอถึงที่หมายคนขับมาล็อครถไม่ให้เราลง ตื้อขอเบอร์โทรศัพท์ ตนเองจึงรีบปลดล็อคและกระโดดออกจากรถ”

ซึ่งคลิปดังกล่าวพบว่าคนขับแท็กซี่เป็นชายวัยกลางคน ผู้ขับแท็กซี่พยายามพูดจาลวนลามหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ทางเบาะด้านหลัง พร้อมระบุว่า ตนเองเคยมีอะไรกับผู้โดยสารที่เป็นผู้หญิงที่มีสามีเพราะมีประสบการณ์ สาววัยรุ่นพูดยาก เล่นตัว

โดยคนขับแท็กก็พยายามพูดจาลามกเพื่อโน้มน้าว แต่หญิงสาวคนดังกล่าวก็ไม่สนใจ นั่งนิ่งด้วยความหวาดกลัวและได้ถ่ายคลิปวิดีโอพฤติกรรมคนขับแท็กซี่หื่นกามรายนี้ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าคนขับแท็กซี่พูดอยู่คนเดียว แล้วก็หันมามองผู้โดยสารสาวเป็นระยะ

หญิงสาวคนดังกล่าว ระบุเพิ่มเติมว่าหากตนเองนั้นไม่รีบลงจากรถแท็กซี่ก็คงไม่ปลอดภัยแน่ ๆ พร้อมระบุว่าคนขับแท็กซี่รายนี้พักอาศัยย่านบางบอน กรุงเทพฯ ช่วงวัดไทร วัดสิงห์ ส่วนใหญ่เพื่อนในเฟซบุ๊กอยู่แถวนั้นก็ระวังตัวกันด้วย !!

ซึ่งอย่างไรก็ตามมีผู้แชร์โพสต์และเข้าไปแสดงความคิดเห็น ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคนขับรถแท็กซี่ โดยอยากให้เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบ ทะเบียนรถชัดเจนซึ่งน่าจะตามตัวไม่ยาก ไม่ควรให้มาขับรถแท็กซี่อีกเพราะอาจเป็นอันตรายและเป็นภัยต่อสังคัมได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องใช้บริการรถแท็กซี่เพียงคนเดียว…