ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv

รวมลิงค์ดูบอลออนไลน์ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv ดูบอลสด ผ่านเน็ตฟรี

ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี pptv อัพเดททุกวันตลอด 24 ชม. ดูบอลสดฟรี. สะดวกทุกที่ทุกเวลา. ดูบอลออนไลน์ผ่านมือถือ. และกีฬาอื่นๆ ฟุตบอลโลก 2019
ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่คลิ๊ก ดู ผล บอล สด 7m ที่ชื่อทีมที่ท่านต้องการรับชม ลิ้งค์ดูบอลก็จะโชว์ขึ้นมา แล้วให้ท่านเลือกรับชมตามลิ้งค์ต่างๆ ที่แสดง ดู ผล บอล สด วัน นี้ ทุก ลีก  ได้เลย

โดยเราคัดคุณภาพให้แล้ว ดูได้ทั้งคอมและมือถือ รองรับคนดูได้โดยไม่กระตุก มารวมไว้ในที่เดียวและเรายังอัพเดทลิ้งในตารางบอล ตลอด 24 ชม. ทำให้คุณไม่ต้องไปหาหลายที่ให้วุ่นวาย การดูบอลของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ ดู บอล สด ผ่าน เน็ต ฟรี แมน ยู
และตารางบอลของเราจะแสดงให้ทราบว่าแต่ละคู่จะถ่ายทอดสดช่องไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นช่อง PPTV, Bein Sport, TrueVision, True4U, ช่อง 3HD, ช่อง 7HD, ไทยรัฐทีวี, Bugaboo, FoxSport, SkyNet
ถ้าเป็นบอลคู่ใหญ่เราจะมีสัญลักษณ์ เป็นจุดสังเกตุให้คุณไม่พลาดในบอลคู่ที่น่าสนใจ ในลีกต่างๆ ดู ผล บอล ออนไลน์ ฟรี ทั้งไทยและต่างประเทศไม่ว่าเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก,ไทย ดิวิชั่น 1, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, ลีกเอิง ฝรั่งเศส
แต่ยังไม่หมดแค่นี้ ยังรวบรวม ลิ้งดูบาสสด, ดูวอลเลย์บอลสด เราจึงกล้าพูดได้เลยว่าเราเป็นเว็บรวมลิ้งดูบอลที่ดีที่สุดในไทย…

สะเทือนใจ

สะเทือนใจ ลูกทรพี ประสาทหลอน คว้ามีดพร้าฟันหัวพ่อแท้ๆดับ

สะเทือนใจ ลูกทรพี ประสาทหลอน คว้ามีดพร้าฟันหัวพ่อแท้ๆดับ

สะเทือนใจ ลูกทรพี ประสาทหลอน คว้ามีดพร้าฟันหัวพ่อแท้ๆดับ

สะเทือนใจ

ฝากขังแล้ว “ลูกทรพี” เกิดอาการประสาทหลอน คว้ามีดพร้าฟันหัวพ่อบังเกิดเกล้าเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ ก่อนหนีเข้าป่าหลบซ่อนตัวนานกว่า 12 ชม. จนถูกรวบตัวไปทำแผนรับสารภาพ ขณะที่บรรยากาศภายในงานศพเป็นไปอย่างโศกเศร้า

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดน้ำฉา หมู่ 2 ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง สถานที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล นายไข่ แสงหิรัญ อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 1 ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง หลังถูกลูกชายในไส้ของตัวเอง ทราบชื่อ คือ นายอนุสิทธิ์ หรือนุ แสงหิรัญ อายุ 40 ปี เกิดอาการคล้ายคนประสาทหลอน ก่อเหตุใช้มีดพร้าฟันศีรษะอาการสาหัส 1 แผล เหตุเกิดกลางดึก เวลาประมาณ 02.30 น. คืนวันที่ 18 ต.ค.2562 ขณะเกิดเหตุทางญาติได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยบรรเทา อบต.เขาวิเศษ จ.ตรัง รีบนำร่างโชกเลือดนำส่ง รพ.ตรัง อย่างเร่งด่วนแต่คนเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ช่วงกลางวัน 11.30 น. ก่อนนำศพไปทำพิธีทางศาสนาท่ามกลางความโศกเศร้าของคนในครอบครัว ลูกหลานและญาติๆ และปฏิเสธให้สัมภาษณ์และห้ามผู้สื่อข่าวเข้ามา ญาติบอกถ้าจะมาทานข้าวและร่วมไว้อาลัยอนุญาต

จากการสอบสวนทราบว่า หลังก่อเหตุ นายอนุสิทธิ์ หรือนุ ลูกชายได้หลบหนีไปหลบซ่อนตัวในป่าหลังบ้าน นานกว่า 12 ชั่วโมง ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ ตร. นำโดย พ.ต.ท.ประทีป สุขสาร รอง ผกก.สส.สภ.วังวิเศษ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุธรรม รุ่งสงศรี รอง สว.(สอบสวน) ร้อยเวรเจ้าของคดี พร้อมกำลังชุดสืบสวน และผู้นำฝ่ายปกครองท้องที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบพบมีดพร้าที่ใช้ก่อเหตุตกอยู่ 1 เล่ม และกองเลือดเจิ่งนองกระจายเต็มพื้นภายในบ้าน หลังจากนั้นได้กระจายกำลังออกตามหาปิดล้อมพื้นที่และสามารถจับกุมตัวลูกชายของผู้ก่อเหตุได้ในช่วงบ่ายเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน พบอยู่ในสภาพอิดโรย ร่างกายอ่อนเพลีย

เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และหลังก่อเหตุได้ไปเขย่าประตูบ้านข้างเคียงเรียกให้เปิดประตูแต่โชคดีไม่มีคนอยู่บ้าน และขณะเดียวกันผู้ก่อเหตุยังคงพูดจาให้การวกวนคล้ายคนมีอาการทางประสาท หลอน และทราบว่า ผู้ก่อเหตุเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวช และพักหลังขาดการกินยารักษา และชอบดื่มสุราเป็นประจำจึงอาจทำให้เกิดอาการกำเริบขึ้นมาก่อเหตุสลดใจดังกล่าว ในเบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหาฆ่าบุพการี ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อชีวิต มาตรา 289 ซึ่งต้องระวางโทษถึงขั้นประหารชีวิต และส่งตรวจอาการทางจิตก่อนนำตัวฝากขังชั้นศาลแล้วในช่วงสายวันนี้.…

ไม่มีอาการเครียด

แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ศาลขอฝากขังผัดแรก ไม่มีอาการเครียด

แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ศาลขอฝากขังผัดแรก ไม่มีอาการเครียด

แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง ศาลขอฝากขังผัดแรก ไม่มีอาการเครียด

ไม่มีอาการเครียด

ตร.คุม 5 ผู้ต้องหา แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทองส่งศาลขอฝากขังผัดแรก คืนแรกในห้องคุมขังโรงพัก ยังกินข้าวได้ ร้องเพลงผ่อนคลายเป็นระยะ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่ สน.บุคคโล พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการตายของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ “ลันลาเบล” อายุ 25 ปี พริตตี้ชื่อดัง เดินทางมาเบิกตัวผู้ต้องหา 5 ราย ประกอบด้วย 1.นายชัยพล หรือ คิว พรรณา อายุ 29 ปี 2.นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี พี่ชายนายคิว 3.น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญตา อายุ 24 ปี แฟนสาวนายคิว 4.นายโกเศศ หรือ ปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ อายุ 35 ปี และ 5.นายกฤษฎา หรือ โนบิตะ โลหิตดี อายุ 27 ปี

ผู้ต้องหาสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุ 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยที่บุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ ไม่สามารถขัดขืนได้, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ไปฝากขังเป็นผัดแรกที่ศาลอาญาธนบุรี

ไม่มีอาการเครียด

จากการสอบถามสิบเวรควบคุมผู้ต้องหาที่โรงพัก ให้ข้อมูลว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาระหว่างการถูกคุมขังผู้ต้องหาทั้ง 5 รายไม่มีอาการเครียด ที่ สน.บุคคโล จัดไว้ และของเยี่ยมที่ญาติๆ นำมาให้ได้ตามปกติ นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงร้องเพลงร่วมกันเป็นระยะๆ จะมีเพียง นายกฤษฎา เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ขอหนังสือกฎหมายเข้าไปอ่านเล่น รอเวลาถูกส่งตัวไปฝากขังที่ศาล.…

โจรชุดกันฝน

โจรชุดกันฝน มอบตัวแล้ว ถือไขควงปล้นร้านทอง หาเงินเล่นเกมออนไลน์

โจรชุดกันฝน มอบตัวแล้ว ถือไขควงปล้นร้านทอง หาเงินเล่นเกมออนไลน์

โจรชุดกันฝน มอบตัวแล้ว ถือไขควงปล้นร้านทอง หาเงินเล่นเกมออนไลน์

โจรชุดกันฝน

มอบตัวแล้ว ใช้ ไขควงปล้นร้านทองขายหาเงินเล่นเกมออนไลน์ เสียหมดตัว 8 หมื่นในเวลา 3 วัน เผยสำนึกผิดเล่าความจริงให้พ่อฟัง
ก่อนพาเข้ามอบตัวกับตำรวจที่รู้จักกัน

กรณีคนร้ายสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ​ ใส่เสื้อกันฝนสีส้มสะท้อนแสง​ ใช้อาวุธประแจเลื่อนขู่พนักงานร้านทอง​ทวีชัย9​ ถนนบางบอน​3 แขวงและเขตหนองแขม​ กทม. ก่อเหตุชิงทรัพย์
กวาดแหวนทองไปจำนวนหนึ่ง​ ก่อนหลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง​ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา และยังมีรายงานด้วยว่าคนร้ายที่แต่งกายลักษณะเดียวกันได้ลงมือก่อเหตุ​ในพื้นที่​
สภ.บางน้ำจืด​ จ.สมุทรสาคร​ ก่อนจะมาก่อเหตุที่ร้านทองหน้า​โรงเรียนศึกษานารี​ ถนนเอกชัย​ ท้องที่​ สน.บางบอน​ ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์คนร้ายลงมือไม่สำเร็จ​ ก่อนจะมาลงมือซ้ำอีกที่ร้าน
ทองทวีชัย 9​ ท้องที่​ สน.หนองแขม​ โดยกวาดแหวนทอง​ น้ำหนักรวม​ 5 บาท​ หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

โจรชุดกันฝน / ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 18 ต.ค. มีรายงานข่าวว่าเมื่อกลางดึกวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ สน.แสมดำ นายจิราวุฒิ หรือเจ วงษ์แสง อายุ 24 ปี โจรเสื้อกันฝน ที่ลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง​ทวีชัย 9​ พร้อมนำของกลางรถจยย.ที่ใช้ในวันก่อเกตุ และประแจที่ใช้ขัดประตู เดินทางเข้ามอบตัวกับร.ต.อ.ประเสริฐ พูลแก้ว รอง สว.สส.สน.แสมดำ โดยมีผู้เป็นพ่อนำตัวพาเข้ามอบตัวในครั้งนี้

โจรชุดกันฝน
เนื่องจากรู้จักกับ ร.ต.อ.ประเสริฐ มาก่อนจากนั้นจึงนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน ได้ทำการลงบันทึกตามคำให้การว่าเป็นบุคคลตามในภาพกล้องวงจรจริง และได้เป็นผู้ก่อเหตุชิงทองจริง จึงประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หนองแขม มารับตัวเนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่ของสน.หนองแขม

จากการสอบสวนนายจิราวุฒิ หรือ เจ ให้การรับสารภาพว่า ในวันก่อเหตุขี่รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า คริก สีขาว-ดำ ทะเบียน ลบว 365 กทม. ซึ่งเป็นนรถของพ่อไปก่อเหตุ ส่วนหมวกกันน็อคโยนทิ้งข้างทาง และเสื้อกันฝนเผาทำลายทิ้งริมข้างถนน ย่านบางน้ำจืด จากนั้นขี่รถจยย.ไปจอดในหมุ่บ้านบุรีรมย์ ย่านพระราม2 สมุทรสาคร หลังจากนั้นก็เดินทางกลับบ้านพักในหมู่บ้านเพชรมลทลกรีน ซอย7 ถนนบางบอน5 แขวงและเขตบางบอน และจึงนำแหวนทองไปขาย ที่ห้างโลตัสย่านมหาชัย ได้เงินประมาณ 8 หมื่นบาท ซึ่งนำใช้เล่นเกมสล็อต ออนไลน์ จนเสียหมดตัวภายในเวลา 3 วัน

นายจิราวุฒิ ยังให้การอีกว่า ตนจบ ปวช.แผนกไฟฟ้า โรงเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในจ.สมุทรสาคร โดยช่วงนี้กำลังรอเรียกสัมภาษณ์งานจากบริษัท ซึ่งตนอยากมีเงินไปเล่นเกม จึงลงมือก่อเหตุขึ้น หลังจากก่อเหตุได้ 3 วัน รู้สึกผิด จึงเล่าเรื่องให้พ่อฟัง โดยที่พ่อรู้จักกับตร.ที่ สน.แสมดำ จึงประสานเพื่อเข้ามอบตัว

ด้านร.ต.อ.ศักดิ์มงคล โยธา รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.แสมดำ กล่าวว่า หลังจากทำการลงบันทึกคำให้การแล้วจะส่งตัวให้ ทางสน.หนองแขม มารับตัวไปเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป…

บุกทลายเครือข่ายมันทุกเม็ด

บุกทลายเครือข่ายมันทุกเม็ด ยึดทรัพย์รวม 100 ล้าน สั่งผ่านโซเชียล

บุกทลายเครือข่ายมันทุกเม็ด ยึดทรัพย์รวม 100 ล้าน สั่งผ่านโซเชียล

บุกทลายเครือข่ายมันทุกเม็ด ยึดทรัพย์รวม 100 ล้าน สั่งผ่านโซเชียล

บุกทลายเครือข่ายมันทุกเม็ด
เมื่อวันที่ 16 ต.ค.62 พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., พล.ต.ต. พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พ.ต.อ ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส. 3 เจ้าหน้าที่ บช.ปส.สนธิกำลังตำรวจภูธร ภาค 1 ตำรวจภูธร ภาค 6 สำนักงาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร หน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา (DEA)ประจำประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำหมายศาลอาญาฯเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายค้ายาเสพติดเครือข่าย “มันทุกเม็ด” ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ นนทบุรี และสุโขทัย

สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ประกอบด้วยนางวิมล ชื่นชมวัฒนา นายนฤพล ภาพพิธี นางปัทมา บัวทอง และนายมงคล หอมนาน ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ เงินสด จำนวนกว่า 6 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดิน 1 หลัง รถยนต์ จำนวน 9 คัน รถจักรยานยนต์ จานวน 4 คัน 2.5 ทองคำ 40 บาท นาฬิกาข้อมือ 10 เรือน บัญชีเงินฝาก จานวน 16 บัญชี จำนวน 25,000,000 บาท

พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวขบช.ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่าย นายปัณณวิชญ์ หรือ โก๋แก่ ประทุม ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดียาเสพติดไปอยู่กับชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน โดยกลุ่มนายปัณณวิชญ์ ฯ ได้จำหน่ายยาเสพติดโดยใช้โซเชียล เป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้า ใช้ชื่อเฟสบุ๊คว่า ก.โก๋แก่ มันทุกเม็ด จึงได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์บุคคลในเครือข่าย

บุกทลายเครือข่ายมันทุกเม็ด
พฤติการณ์ นายปัณณวิชญ์ รับยาเสพติดมาจากกลุ่มเครือข่าย นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ค้ายาเสพติดรายสาคัญในภาคเหนือ และเป็นหัวหน้าคอยควบคุมการขายยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างแม้ว่านายปัณณวิชย์ฯ จะหลบหนีหมายจับไปอยู่กับชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้านแต่ยัง ปรากฏข้อมูลว่ายังมีการสั่งการให้บุคคลในเครือข่ายทำการขายยาเสพติดโดยใช้การสื่อสารทางระบบโซเชียลอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา บก.ปส.3 ได้จับกุมนายมงคล หอมนาน กับพวก พร้อมของ กลางยาบ้า 500,000 เม็ด

ปรากฏพยานหลักฐานในคดีว่า นายพงษ์พัฒน์ นิยมธรรมนิตย์ หรือบิว เป็น คนขายยาเสพติด โดยได้รับสั่งการจากนายปัณณวิชญ์ฯ และมีการชำระค่ายาเสพติดผ่านระบบธนาคาร จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารพบมีการเชื่อมโยงกับ นายศักดิ์ชัย กันต่าย จากการตรวจสอบบัญชีดังกล่าวพบมีเงินหมุนเวียนจำนวนมากและมีการถอน-โอนไปยังบัญชีอื่นๆ ที่สาคัญ จำนวน 3 บัญชี ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีทั้ง 3 บัญชี มีลักษณะการทำธุรกรรมและมีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก เช่นเดียวกับบัญชีของนายศักดิ์ชัยฯ

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลดังกล่าวเชื่อว่า นายศักดิ์ชัย กันต่าย กับพวก ทำหน้าที่ฟอกเงิน ให้กับกลุ่มนายปัณณวิชญ์ฯ และอาจจะทำธุรกิจเงินผ่อนหรือการพนันออนไลน์ อันเป็น การทำธุรกรรมอำพราง ร่วมกันในการโอน รับโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ การกระทำความผิดอื่น อันเป็นลักษณะการฟอกเงิน

จึงเป็นที่มาของการเปิดปฏิบัติการสยบไพรี 63/1 “เครือข่ายมันทุกเม็ด” ซึ่งประกอบไปด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้างต้น ได้ทำการสนธิกำลังเข้าจับกุม ตรวจค้น ยึดทรัพย์ ในพื้นที่ จว.สมุทรปราการ นนทบุรี และสุโขทัย ซึ่งปรากฏผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดทรัพย์สินราคาประเมินรวมทั้งสิ้นประมาณไม่ต่ากว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่บช.ปส.จะทำการสืบสวนขยายผลจับกุมนายปัณณวิชย์ พร้อมบุคคลในเครือข่าย เพื่อขจัดขบวนการจำหน่ายยาเสพติดให้สิ้นซากต่อไป…

ก่อนลั่นตัวเองเจ็บหนัก

ทหารป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จับหนุ่มร้านสะดวกซื้อเป็นตัวประกัน ก่อนลั่นตัวเองเจ็บหนัก

ทหารป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จับหนุ่มร้านสะดวกซื้อเป็นตัวประกัน ก่อนลั่นตัวเองเจ็บหนัก

ทหารป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จับหนุ่มร้านสะดวกซื้อเป็นตัวประกัน ก่อนลั่นตัวเองเจ็บหนัก

ก่อนลั่นตัวเองเจ็บหนัก

ทหารยศจ่าสิบเอกเกิดอาการสติแตก บุกเดี่ยวควงปืนจี้พนักงานร้านสะดวกซื้อเป็นตัวประกัน ก่อนถูกล้อมจับจนเครียด ใช้ปืนยิงตัวเองบาดเจ็บ

เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (15 ต.ค. 2562) พลตำรวจตรีพิเชษฐ์ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้ายควงปืนบุกเข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อ บ้านห้วยน้ำริน ถนนโชตนา ตำบลขี้เหล็ก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จึงรุดไปสอบสวน เมื่อไปถึงพบชายคนหนึ่งอยู่ในอาการขาดสติ ใช้อาวุธปืนพกสั้นล็อกคอ จี้ตัวชายหนุ่มพนักงานร้านสะดวกซื้อไว้เป็นตัวประกัน

ทางพนักงานคนอื่นจึงโทรศัพท์หา นางสายฝน กันแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลขี้เหล็ก ซึ่งแจ้งตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่ริมมาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อม ระหว่างที่กำลังตำรวจกำลังเดินทางมานั้น ตำรวจสายตรวจที่มาถึงก่อนได้พยายามเจรจากับคนร้ายให้วางอาวุธและปล่อยตัวประกัน แต่ปรากฏว่าในจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอ ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มิลลิเมตร จ่อยิงขมับตัวเองล้มลงด้านหลังรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ป้ายทะเบียน บร 5653 นครสวรรค์ ของตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยกันนำคนเจ็บส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์อย่างเร่งด่วน ด้านพนักงานร้านสะดวกซื้อเล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า พนักงานที่โดนจี้เป็นตัวประกันนั้นได้ออกเวรประมาณ 04.00 น. หลังจากที่ออกเวรแล้วได้ไปนั่งคุยกับเพื่อนอยู่ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ก่อนที่คนร้ายจะขับรถยนต์มาจอดหน้าร้าน ทีแรกนึกว่าเป็นลูกค้า แต่ชายคนดังกล่าวกลับค่อยๆ เดินถือปืนพกสั้นออกมาจ่อหัวล็อกคอพนักงานเป็นตัวประกัน สร้างความตกตะลึงให้กับพนักงานที่มาสับเปลี่ยนเวร จึงรีบโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้านแล้วแจ้งตำรวจ

คนร้ายยังบังคับให้พนักงานร้านสะดวกซื้อแพร่ภาพไลฟ์สดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลงบนโลกออนไลน์ และให้เรียกผู้สื่อข่าวมายังที่เกิดเหตุ มิเช่นนั้นจะเอาชีวิตของตัวประกันด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุทาง พลตำรวจตรีพิเชษฐ์ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ได้รุดมาสอบสวนยังที่เกิดเหตุ และพบว่าคนเจ็บที่ถูกยิงนั้นคือ จ่าสิบเอกพงษ์พันธ์ กุณโฮง อายุ 37 ปี เป็นทหารสังกัดกองกำลังผาเมือง จังหวัดเชียงราย จึงได้ประสานผู้บังคับบัญชาซึ่งเป็นทหารกองกำลังผาเมืองจังหวัดเชียงใหม่มาร่วมตรวจสอบจนทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นได้เดินทางมาฝึกร่วมที่จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับผู้บังคับบัญชา ก่อนจะมาทราบอีกครั้งว่าก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ส่วนสาเหตุนั้น จ่าสิบเอกพงษ์พันธ์ กุณโฮง มีประวัติการรักษาตัวเพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งขณะนี้อาการของผู้ได้รับบาดเจ็บยังน่าเป็นห่วง โดยแพทย์ของโรงพยาบาลนครพิงค์ได้นำเข้าห้องช่วยเหลือชีวิตอย่างเร่งด่วนแล้ว.…

หนุ่มอ่างทอง

หนุ่มอ่างทอง เขียนป้าย ประชดหัวขโมยหลังเข้ามางัดบ้านถึง 7 รอบ

หนุ่มอ่างทอง เขียนป้าย ประชดหัวขโมยหลังเข้ามางัดบ้านถึง 7 รอบ

หนุ่มอ่างทอง เขียนป้าย ประชดหัวขโมยหลังเข้ามางัดบ้านถึง 7 รอบ

หนุ่มอ่างทอง
หนุ่มวัย 37 ปีเขียนป้ายประชดหัวขโมยหลังเข้ามางัดบ้าน 7 ครั้ง โดยขนข้าวของภายในบ้านไปจนหมดแทบไม่มีหลงเหลืออะไรเลย แต่ไม่เคยจับตัว
ได้สักครั้ง

วันที่ 13 ต.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรวุฒิ คชารักษ์ อายุ 37 ปี เจ้าของบ้านขึ้นป้ายประจดหัวขโมย หลังถูกโจรขึ้นบ้าน โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่ที่ หมู่ 6 ต.บ้านแห อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง
ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปลูกอยู่ภายในรั้วลวดหนามริมถนนกลาง ทุ่งนา พบว่าเจ้าของบ้านได้เขียนขอความประชดโจร ที่ได้เข้าไปขโมยทรัพย์สินสิ่งของภายในบ้านมาแล้ว 7 ครั้ง แต่ยังจับหัวขโมย
ไม่ได้ ทำให้เจ้าของบ้านหาวิธีแก้ไขเขียนป้ายฟิวเจอร์บอร์ด ขนาดกว้าง 90 เซนติเมตร ยาว 1.20 เมตร ติดไว้กับเสาไฟฟ้าบริเวณหน้าบ้าน

หนุ่มอ่างทอง

โดยในป้ายข้อความระบุว่า “ประกาศถึงคุณขโมยที่เคารพมืออาชีพและทั่วไป ตอนนี้บ้านกระผมไม่มีข้าวของที่จะให้ท่านจะขโมยไปแล้วนะครับ ถ้ามีใจก็มาอยู่กับผมได้นะครับ แต่ถ้ามาแล้วต้อง
เอาทีวี ซีดี พัดลม และจานดาวเทียม พร้อมกล่องมาด้วยนะครับเพราะเอาไปหมดแล้ว และเตาแก๊สที่เอาไว้ต้มมาม่า ก็เอามาด้วยนะครับ ของในตู้เย็นท่านเอาไปหมด ไก่ หมู ปลา เป็ด น้ำปลา
น้ำจิ้มสุกี้ ผัก ข้าวสุก ข้าวสาร น้ำปลาร้า ก็เอาไปหมดไม่มีเหลือแล้วเอาไปหมด จบประกาศเป็นที่รู้กันนะ”

จากการสอบถามนายวรวุฒิ เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนเองทำงานเป็นลูกจ้างร้านค้าอยู่ภายในตัวเมืองอ่างทอง โดยเช่าที่ปลูกบ้านอยู่อาศัยกับลูกเมีย และตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนมากจากหัวขโมย เข้ามาลักทรัพย์สินไปแล้วถึง 7 ครั้ง ทำให้ข้าวของภายในบ้านแทบไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว ซึ่งหัวขโมยนั้นย่องเข้ามาตอนที่ตนเองและภรรยาออกไปทำงาน ได้แอบเข้าไปลักขโมยของภายในบ้านแบบสบายใจ ล่าสุดขโมยก็ได้เข้าไปตัดกุญแจประตูหน้าบ้านเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน 2 วันติดต่อกัน เมื่อวันที่ 7 และ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นได้ทำการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง แต่ยังจับคนร้ายไม่ได้

หนุ่มอ่างทอง

หลังจากจนปัญญาไม่รู้จะหาวิธีแก้ไขอย่างไร จึงได้เขียนข้อความประชดโจรแล้วติดไว้ที่บริเวณเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน เพื่อที่โจรจะเข้าใจและเห็นใจกันบ้าง ซึ่งข้าวของเครื่องใช้ ทีวี จานดาวเทียม พัดลม เครื่องเล่นซีดี รวมกึงถ้วยชาม ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน รวมถึงที่เก็บไว้ในตู้เย็นนั้นถูกหัวขโมยเอาไปจนเกลี้ยง จนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะโดนขโมยมาถึง 7 ครั้งแล้ว นอกจากนั้นนกสวยงามและปลาสวยงามที่เลี้ยงไว้ในบ้านก็โดนขโมยไป ล่าสุดได้ซื้อกล้องวงจรปิดมาติดไว้เพื่อจับขโมย แต่ก็ยังโดนลักไปอย่างไร้ร่องรอย สุดท้ายจึงเขียนป้ายเพื่อทำการประชดหัวขโมยเพื่อที่จะได้เห็นใจกันบ้าง…

ไต้ฝุ่นฮากิบิส

ไต้ฝุ่นฮากิบิส ยอดตายพุ่ง 4 ศพ สูญหาย 17 น้ำล้นตลิ่งทะลักท่วมบ้านเรือน

ไต้ฝุ่นฮากิบิส ยอดตายพุ่ง 4 ศพ สูญหาย 17 น้ำล้นตลิ่งทะลักท่วมบ้านเรือน

ไต้ฝุ่นฮากิบิส ยอดตายพุ่ง 4 ศพ สูญหาย 17 น้ำล้นตลิ่งทะลักท่วมบ้านเรือน

ไต้ฝุ่นฮากิบิส

เหยื่อ ฮากีบีส ยอดตายพุ่ง 4 ศพ สูญหาย 17 ราย น้ำล้นตลิ่งทะลักท่วมบ้านเรือน เผยแม้ไต้ฝุ่นฮากิบิสจะผ่านกรุงโตเกียวไปแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมยังเลวร้าย

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพญี่ปุ่นเร่งระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านซึ่งถูกน้ำท่วม หลังตาของไต้ฝุ่นฮากิบิสซึ่งมีความรุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี ได้พัดขึ้นฝั่งญี่ปุ่นเมื่อค่ำวันที่ 12 ตุลาคม ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง จนกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นต้องออกมาเตือนภัยในระดับสูงสุดใน 12 จังหวัด

ในช่วงเช้า ไต้ฝุ่นฮากิบิสได้เคลื่อนออกจากกรุงโตเกียวขึ้นไปทางตอนเหนือ ขณะที่มีรายงานว่าเกิดน้ำท่วมหนักทางตอนกลางของประเทศโดยเฉพาะที่จังหวัดนางาโนะ ซึ่งแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่งและไหลท่วมบ้านเรือนเป็นบริเวณกว้างขึ้นไปจนถึงชั้น 2 ของบ้านพักอาศัย

ไต้ฝุ่นฮากิบิส

ภาพจากสถานีโทรทัศน์แสดงให้เห็นว่า เฮลิคอปเตอร์ของกองที่ญี่ปุ่นได้เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ยืนรออยู่ที่ระเบียงบ้านที่มีน้ำท่วมสูง ซึ่งต้องผ้าเช็ดตัวโบกเพื่อดึงดูดความสนใจจากทหาร ขณะที่รถไฟหัวกระสุนซึ่งจอดอยู่ในนางาโนะก็ถูกน้ำท่วมขังไปถึงครึ่งโบกี้

สำนักข่าวสื่อญี่ปุ่น รายงานว่า เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 99 ราย ขณะที่อีก 17 รายสูญหาย โดยหลายคนถูกน้ำที่เชี่ยวกรากพัดหายไป

สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ยกเลิกประกาศเตือนภัยในภูมิภาคคันโต ซึ่งอยู่โดยรอบกรุงโตเกียวในช่วงรุ่งเช้าของวันนี้ แต่ยังคงประกาศเตือนภัยในพื้นที่ทางตอนเหนือซึ่งเป็นเส้นทางที่ไต้ฝุ่นฮากิบิสกำลังพัดผ่าน และว่าอีกหลายเมืองยังต้องเจอกับฝนที่ตกหนักอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงต้องมีการออกประกาศเตือนภัยฉุกเฉิน และถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุดที่ทุกคนจะต้องลงมือทำสิ่งที่จะช่วยรักษาชีวิตของตนเอง

ไต้ฝุ่นฮากิบิส

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าแม้ไต้ฝุ่นฮากิบิสจะพัดผ่านกรุงโตเกียวไปแล้ว แต่สถานการณ์น้ำท่วมยังน่าจะเลวร้ายมากขึ้น เนื่องจากจังหวัดโดยรอบกรุงโตเกียวต้องเริ่มปล่อยน้ำออกจากเขื่อนลงมายังพื้นที่ทางตอนล่าง ซึ่งอาจซ้ำเติมสถานการณ์ให้ย่ำแย่ลงไปอีก

ไต้ฝุ่นฮากิบิสซึ่งถือว่ามีความรุนแรงที่สุดที่พัดถล่มกรุงโตเกียวตั้งแต่ปี 1958 ทำให้เกิดฝนตกหนักจนทำสถิติใหม่ในหลายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงเมืองฮาโกเนะ ซึ่งเป็นรีสอร์ทยอดนิยมที่มีรายงานฝนตกถึง 37 นิ้วในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

ด้านสนามบินนาริตะและฮาเนดะมีคำสั่งห้ามเครื่องบินลงจอด และระงับการให้บริการรถไฟที่เชื่อมต่อกับสนามบิน จนทำให้มีการยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 2,000 เที่ยวบินในช่วงที่ผ่านมา เช่นเดียวกับรถไฟความเร็วสูงที่ประกาศยุติการให้บริการไปก่อนหน้านี้ แต่สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงานว่า ในวันนี้รถไฟความเร็วสูงบางส่วนจะกลับมาให้บริการตามปกติแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าสนามบินจะกลับมาให้บริการได้ตามปกติหรือไม่…

วีออสเข้าเกียร์ผิด

วีออสเข้าเกียร์ผิด ถอยหลังชนรถชาวบ้านกับร้านค้าพังยับ เจ็บ 2

วีออสเข้าเกียร์ผิด ถอยหลังชนรถชาวบ้านกับร้านค้าพังยับ เจ็บ 2

วีออสเข้าเกียร์ผิด ถอยหลังชนรถชาวบ้านกับร้านค้าพังยับ เจ็บ 2

วีออสเข้าเกียร์ผิด
อุบัติเหตุรถเก๋งโตโยต้า วีออส ถอยชนร้านค้ากลางหมู่บ้าน ในเขตเทศบาลตำบลโพนทอง เมืองน้ำดำ ส่งผลทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พยานเผยหลังจากซื้อของเสร็จ ชายคนขับก็เร่งเครื่องเสียงดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านค้ากลางหมู่บ้าน ในเขตเทศบาลโพนทอง ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพตำบลโพนทอง

ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีบาดแผลฉีกขาดที่บริเวณศีรษะ และมีแผลถลอกตามร่างกาย ซึ่งเป็นลูกค้าของร้านค้าที่นั่งเล่นอยู่ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมนำตัวส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ บริเวณหน้าร้านค้าพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กฉ 4104 กาฬสินธุ์ สภาพบริเวณด้านท้ายรถพังเสียหาย

ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน กก 191 กาฬสินธุ์ สภาพบริเวณป้ายทะเบียนด้านหน้าและกันชนด้านหน้าได้รับความเสียหาย โดยมีนายนีรนาท ฆารไสย แสดงตัวว่าเป็นผู้ขับขี่ พร้อมเล่าว่า ตนเองได้ขับรถมาจอดที่บริเวณหน้าร้านค้าดังกล่าวแล้วลงไปนั่งเล่นกับเพื่อน จากนั้นไม่นานก็มีรถเก๋งคู่กรณีขับเข้ามาจอดที่บริเวณด้านหน้ารถตน และได้เดินลงจากรถไปซื้อของที่บริเวณร้านค้า

“พอซื้อเสร็จเจ้าของรถเก๋งวีออสคู่กรณีก็ได้ขึ้นรถ พร้อมเร่งเครื่อง แต่คาดว่าอาจจะเข้าเกียร์ผิดทำให้รถพุ่งถอยหลังชนที่บริเวณหน้ารถของตน แล้วเสียหลักขึ้นไปชนโต๊ะนั่งร้านค้าที่มีคนนั่งอยู่สองคนจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ”

ทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าต่อว่า ตนเองพร้อมเพื่อนนั่งอยู่บริเวณหน้าร้านค้าดังกล่าว เห็นชายเจ้าของรถหลังจากซื้อของเสร็จก็เดินขึ้นรถพร้อมกับสตาร์ตรถและเร่งเครื่องเสียงดัง จู่ๆ รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวก็พุ่งถอยหลังด้วยความเร็วขึ้นไปชนคนที่นั่งอยู่ด้านบน พวกตนตกใจมากรีบกระโดดหนี เเล้วรีบโทรเเจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวหนุ่มใหญ่ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งวีออสเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แน่ชัดต่อไป.…

ตีนผีเมาขับกระบะเสย

ตีนผีเมาขับกระบะเสย จยย.นักศึกษาสาวดัยคาที่ 2 ราย

ตีนผีเมาขับกระบะเสย จยย.นักศึกษาสาวดัยคาที่ 2 ราย

ตีนผีเมาขับกระบะเสย จยย.นักศึกษาสาวดัยคาที่ 2 ราย

ตีนผีเมาขับกระบะเสย

หนุ่มเมาซิ่งกระบะพุ่งชนท้าย จยย.นักศึกษาสาว ม.เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ขณะขี่กลับจากงานฉลองวันเกิดเพื่อน ร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสียชีวิตคาที่ 2 ราย แฉรถกระบะตีนผีขับหนีไปไกล 2 กิโลเมตร จับวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 150 มิลลิกรัมฯ

เมื่อเวลา 02.00 นวันที่ 11 ต.ค.62 ร.ต.อ สามารถ รักษาศักดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดบนถนนโรจนะ มุ่งหน้าเข้าตัวเมือง บนกลางสะพานต่างระดับพระนครศรีอยุธยา หลักกม.ที่ 17 หมู่ 3 ตำบลคลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์

ในที่เกิดเหตุบริเวณกลางสะพานต่างระดับ พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย ทราบชื่อ นางสาวธิดารัตน์ รัตนวงค์ อายุ 20 ปี คนขับรถจักรยานยนต์ อยู่บ้านเลขที่ 124 หมู่ 2 ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ และนางสาวชนากาญ ภู่เขียวอายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185 หมู่ 4 จ.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา ปี 2 คณะศิลปศาสตร์ สาขาการท่องเที่ยว

ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้าคลิก สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กธค 777 สระแก้ว สภาพพลิกคว่ำตะแคง บริเวณช่วงท้ายยุบเข้าไปถึงวงล้อ และห่างออกไปอีก 2 กิโลเมตร พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กย 1120 พระนครศรีอยุธยา สภาพด้านหน้ากันชนมีรอยยุบไฟหน้าแตก จอดชิดริมถนนคู่ขนานหน้าปากทางซอยเบล โดยมีคนขับ ทราบชื่อ นายเสกสรร มุลม่อม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 1 ต.นาสีนวน อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม อยู่ในสภาพพูดจาวกไปวนมา ให้การไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา

ร.ต.อ สามารถ รักษาศักดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ จากนั้นรถยนต์กระบะก็ขับต่อไปโดยมีพฤติการณ์เหมือนจะหลบหนี ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 2 กิโลเมตร

สอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนได้ไปร่วมฉลองงานวันเกิดกับเพื่อนด้วยกัน และกำลังจะเดินทางกลับบ้านที่พักก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

และจากการสอบถาม นายเสกสรร คนขับรถยนต์กระบะ ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาและพูดจาวกไปวนมา ทราบเพียงว่า ได้ไปดื่มกินที่สถานบันเทิง ใกล้จุดเกิดเหตุ และกำลังจะขับรถกลับบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ให้เป่าวัดแอลกอฮอล์ ผลปรากฏว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงควบคุมตัว พร้อมทั้งจะสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์นำส่งชันสูตรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ จังหวัดปทุมธานีต่อไป.…

หมอโรงพยาบาลดัง

หมอโรงพยาบาลดัง วินิจฉัยโรคผิด พ่อเรียก 10 ล้าน ทำชีวิตลูกสาวเปลี่ยน

หมอโรงพยาบาลดัง วินิจฉัยโรคผิด พ่อเรียก 10 ล้าน ทำชีวิตลูกสาวเปลี่ยน

หมอโรงพยาบาลดัง วินิจฉัยโรคผิด พ่อเรียก 10 ล้าน ทำชีวิตลูกสาวเปลี่ยน

หมอโรงพยาบาลดัง

 

แม่ร้อง “ทนายรณรงค์” หมอ รพ.อุดรธานี วินิจฉัยโรคลูกสาวผิดพลาด ไม่ยอมรอผลตรวจชิ้นเนื้อ สุดท้ายไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่กลับผ่าตัดหั่นมดลูกพร้อมรังไข่ทิ้ง
ลั่นถ้าเป็นไปได้อยากขอค่าเสียหาย 10 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ต.ค.62 ที่สำนักงานทนายคู่ใจ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.วรรณรี แสนชาติ อายุ 56 ปี ชาว จ.อุดรธานี หอบหลักฐานเดินทางเข้าพบ
ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอคำปรึกษาและหาแนวทางในการเรียกร้องค่าเสียหาย จากกรณีที่ น.ส.ศินวพร หอมกลาง อายุ 34 ปี ลูกสาวเข้ารักษาตัว
ที่โรงพยาบาลอุดรธานี เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.61 มีอาการปวดท้อง ถ่ายอุจจาระไม่ออก ทานอาหารไม่ได้ อาเจียน

จากนั้นเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.61 เวลา 05.30 น. แพทย์ได้ทำการผ่าตัดฉุกเฉิน เนื่องจากวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ต้องเปิดหน้าท้องเป็นแผลยาวประมาณ 12 นิ้ว ผ่าตัดมดลูกพร้อมรังไข่ทิ้ง และเปิดทวารตรงหน้าท้อง พร้อม
นำชิ้นเนื้อไปตรวจ เปลี่ยนทางเดินไตใหม่ หลังผ่าตัดผ่านไป 1 สัปดาห์ แพทย์แจ้งผลตรวจชิ้นเนื้อว่าไม่พบมะเร็ง ทำให้ผู้เสียหายปัจจุบันสภาพร่างกายไม่ปกติ ไม่สามารถทำงานได้ ต้องพบแพทย์ประจำเพื่อรับ
ฮอร์โมนและตรวจร่างกาย

น.ส.วรรณรี กล่าวว่า เรื่องนี้เคยไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว และทางกระทรวงสาธารณสุขได้จ่ายค่าเยียวยาเป็นจำนวนเงิน 240,000 บาท ตาม ม.41 ของ สปสช. แต่ความเสียหายของลูกสาวที่เคยทำงานเป็นครูโรงเรียนเอกชน รายได้เดือนละกว่า 20,000 บาทหายไป ตอนนี้ลูกสาวทำงานไม่ได้ ร่างกายได้รับผลกระทบหลายอย่าง ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลประจำ เส้นประสาทหูรูดเสื่อม ความเสียหายตีค่าประเมินไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้อยากขอค่าเสียหาย 10 ล้าน เพราะเราต้องดูแลตลอดชีวิต

“ตนได้ไปขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ซึ่งกองทุนยุติธรรมตอบรับมาแล้ว ตนเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่มีความรู้จึงมาปรึกษาทนายเพื่อหาช่องทางในการเรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มจากทางโรงพยาบาล สำหรับ
ลูกสาวคนนี้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อทำงานไม่ได้ครอบครัวก็ได้รับความเดือดร้อน”

ด้าน ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า คดีนี้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าโรงพยาบาล หรือหมอประมาทเลินเล่อ ก็น่าจะได้ค่าเยียวยาเยอะพอสมควร ต้องให้ทนายฟ้องสถานพยาบาล แต่ก็จะยากหน่อย หรือจ้างทนายฟ้องโดยตรงต่อศาล แต่เนื่องจากผู้เสียหายไม่มีทุนทรัพย์ จึงแนะนำให้ใช้ทนายจากกองทุนยุติธรรม หรือสภาทนายความ และต้องรีบดำเนินการเพราะคดีเหลืออายุความอีก
แค่สองเดือนเท่านั้น.…